- หน้าแรก
- มหามังกรเพลิงผู้สยบสวรรค์หมื่นโลกา
- ตอนที่ 35 : มังกรสม็อกต้องตาย
ตอนที่ 35 : มังกรสม็อกต้องตาย
ตอนที่ 35 : มังกรสม็อกต้องตาย
ตอนที่ 35 : มังกรสม็อกต้องตาย
สำหรับการเดินทางในช่วงสุดท้าย ยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนใช้เวลาเดินเท้าอีกสองวัน
มังกรสม็อกซึ่งยืนอยู่บนไหล่ของราชินียักษ์ศิลา จำใจต้องทนอยู่ตรงนั้นไปอีกสองวัน อ้อ จะว่าไป ในช่วงเก้าวันที่ผ่านมา มังกรสม็อกได้สูญเสียอัญมณีเป็นค่าอาหารให้กับยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนไปอีกไม่น้อยเลยทีเดียว
ในที่สุด
ก่อนรุ่งสางของวันนี้ เหล่ายักษ์ศิลาก็เดินอ้อมป่าเมิร์กวู้ดและก้าวเข้าสู่อาณาเขตของภูเขาเดียวดาย เข้าสู่ดินแดนของมังกรอย่างเป็นทางการ
แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็น บีออร์น ผู้เปลี่ยนร่าง หรือพวกมนุษย์ใน เมืองเดล ต่างก็ตื่นจากการหลับใหลกันตั้งนานแล้ว บางคนออกมายืนข้างนอก บางคนแอบดูอยู่หลังหน้าต่าง หรือไม่ก็ปีนขึ้นไปบนหลังคา เบิกตากว้างจ้องมองไปที่ริมทะเลสาบ
"ยักษ์ศิลาในตำนานงั้นรึ?" บีออร์น ซึ่งคืนนี้ไม่ได้กลายร่างเป็นหมีดำตัวใหญ่ สะดุ้งตกใจอีกครั้ง "เจ้านั่นไปสรรหาพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย?"
บีออร์นรู้สึกจริงๆ ว่ามังกรสม็อกมีวิธีสร้างความตกตะลึงได้อย่างไม่รู้จบ และมีลูกเล่นแพรวพราวไม่สิ้นสุดจริงๆ
บีออร์น ผู้เปลี่ยนร่าง เป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง จึงจดจำยักษ์ศิลาได้อย่างง่ายดาย แต่พวกมนุษย์ในเมืองเดลกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
"พระเจ้าช่วย นั่นมันตัวอะไรกันน่ะ?"
"ยักษ์ที่ทำมาจากหินงั้นรึ?"
"พวกมันมาทำอะไรที่นี่?"
"ถ้าพวกมันบุกเข้ามาในเมือง ใครจะไปหยุดพวกมันได้ล่ะ... พวกเราได้ตายกันหมดแน่..."
"เร็วเข้า รีบไปตามสม็อกมาเร็ว!" จู่ๆ ใครคนหนึ่งก็เสนอความคิดขึ้นมา
ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับจากหลายๆ คนในทันที และในชั่วพริบตา การไปขอร้องให้สม็อกช่วยหยุดยั้งยักษ์ศิลาก็กลายเป็นมติเอกฉันท์
นี่มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขันเสียจริง... เมื่อไม่นานมานี้ สม็อกยังเป็นมังกรผู้เป็นตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวอยู่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับกลายเป็นที่พึ่งพิงของมนุษย์พวกนี้ไปเสียแล้ว
ไม่นานนัก
กลุ่มมนุษย์กลุ่มหนึ่งก็เตรียมจะวิ่งตรงไปยังภูเขาเดียวดาย ในขณะนั้นเอง บาร์ด ซึ่งยืนอยู่บนที่สูง ก็ตะโกนลั่น
"ไม่ต้องไปที่ภูเขาเดียวดายหรอก! ดูให้ดีๆ สิ สม็อกเกาะอยู่บนไหล่ของยักษ์ศิลาตนหนึ่งน่ะ!"
"ยักษ์ศิลาพวกนั้นถูกสม็อกพามา!"
เวลานี้ยังไม่สว่างดี ทัศนวิสัยค่อนข้างย่ำแย่ และพวกยักษ์ศิลาก็ตัวใหญ่โตมโหฬารเกินไป... ดังนั้น มนุษย์ส่วนใหญ่จึงไม่ทันสังเกตเห็นสม็อกจริงๆ สายตาของพวกเขามัวแต่จับจ้องไปด้วยความหวาดผวาไปที่ยักษ์ศิลา
วินาทีต่อมา
คำเตือนของบาร์ดก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว และกลุ่มมนุษย์ก็เริ่มมองเห็นสม็อกลางๆ ทีละคนสองคน
"ดูเหมือนว่าจะเป็นสม็อกจริงๆ ด้วยแฮะ"
"เขายืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ศิลา"
"ฟู่... ในเมื่อสม็อกเป็นคนพาพวกมันมา ก็แปลว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ งั้นก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วมั้ง?"
หลายคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกตามๆ กัน และค่อยๆ คลายความตื่นตระหนกลง เมื่อรู้สึกผ่อนคลาย สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือการยืนดูละครฉากนี้ด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
และเรื่องราวก็ดำเนินไปเช่นนี้
สม็อกและคณะของเขา ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เมืองเดลภายใต้สายตานับร้อยคู่ที่เบิกกว้าง ความมืดมิดของยามราตรีค่อยๆ ถอยร่นไปทีละน้อย แสงแห่งวันใหม่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาอย่างเริงร่า
เมื่อเวลาผ่านไป สม็อกและคณะก็เดินอ้อมเมืองเดลและมาถึงภูเขาเดียวดาย
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า" สม็อกกล่าว น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความสดใสเมื่อในที่สุดก็ได้กลับมาถึงบ้าน "นี่คือภูเขาเดียวดาย พวกท่านอยากจะกินอะไรก่อน หรือจะพักผ่อนก่อนดีล่ะ?"
"พัก... ผ่อน" ราชินียักษ์ศิลาตอบ
"ตกลง งั้นก็ทำตัวตามสบายเลยนะ คิดซะว่าเป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกัน" สม็อกตอบกลับ
ราชินียักษ์ศิลาไม่ได้พูดอะไรอีก นางเพียงแค่เดินเตาะแตะไปทีละก้าว เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสม ยักษ์ศิลาอีกหกตนก็ทำตามเช่นกัน
ใช้เวลาไม่นานนัก
ภายใต้สายตาที่เบิกโพลงของมนุษย์ในเมืองเดล ยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนก็ค่อยๆ เอนกายแนบชิดกับตัวภูเขาเดียวดายอย่างเชื่องช้า แน่นอนว่า กระบวนการเอนกายพิงภูเขานี้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นแผ่นดินไหวไปอีกระลอก
พักใหญ่ต่อมา
แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา อาบไล้ดินแดนแห่งภูเขาเดียวดาย และทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเป็นเพียงแค่ความฝัน
"ยิ่งอยู่มานาน ก็ยิ่งได้เห็นเรื่องแปลกๆ เยอะแยะเลยแฮะ"
"ใช่สิ คนเราไม่ควรมีอายุยืนเกินไปหรอกนะ ถึงเวลาตายก็ต้องตายนั่นแหละ"
"สมองแกมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย? พวกเราเพิ่งจะได้เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นแท้ๆ จะมาพูดเรื่องตายทำไมฮะ?"
"..."
รุ่งสางมาเยือนแล้ว พวกยักษ์ศิลากำลังพักผ่อน ส่วนมนุษย์ในเมืองเดลก็ผ่อนคลายและคุยกันเจื้อยแจ้ว หยิบยกเอาเหตุการณ์ประหลาดที่เพิ่งพบเจอมาเป็นหัวข้อสนทนา เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ปรับตัวเก่งจริงๆ ความคิดความอ่านเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม
ในคฤหาสน์ของนายกเทศมนตรี ความคิดของบาร์ดผู้เป็นนายกเทศมนตรี ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขนาดนั้น
อันที่จริง คิ้วของบาร์ดยังคงขมวดเข้าหากันแน่น
ตอนแรกก็บีออร์น ผู้เปลี่ยนร่าง... แล้วก็มียักษ์ที่ทำจากหินพวกนี้อีก ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าจะรับมือยังไงดี... แล้วจะมีอะไรตามมาอีกล่ะ?
ที่สำคัญไปกว่านั้น สม็อกเอาแต่พาสิ่งมีชีวิตประหลาดๆ พวกนี้มา... เพื่ออะไรกันล่ะ? คงไม่ใช่แค่พามาเล่นสนุกๆ หรอกนะ!
บาร์ดมั่นใจว่าการกระทำของสม็อกต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน แต่มันคืออะไรล่ะ? บาร์ดครุ่นคิดแล้วครุ่นคิดอีก เป็นเวลานานแสนนาน จนกระทั่งถึงช่วงเที่ยง จู่ๆ เมื่อเห็นนกสองสามตัวบินมุ่งหน้าไปยังภูเขาเดียวดาย ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในหัว และเขาก็นึกถึงคำทำนายนั้นขึ้นมาได้
"เมื่อหมู่วิหคแห่งกาลก่อนหวนคืนสู่อีเรบอร์ รัชสมัยแห่งอสูรร้ายจะสิ้นสุดลง"
ตึกตัก!
"พวกคนแคระกำลังจะกลับมา!"
"เขากำลังเตรียมตัวทำสงคราม!"
หัวใจของบาร์ดกระตุกวูบ เขารู้สึกว่าเขากระจ่างแล้ว
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของยักษ์ศิลาในตำนานทั้งเจ็ดตน และความวุ่นวายที่พวกมันก่อขึ้นตลอดเก้าวันที่ผ่านมา... ข่าวชวนช็อกแบบนี้ย่อมต้องแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
เนินเขาเหล็ก
กษัตริย์ดาอินใต้ขุนเขา ได้รับข่าวนี้ตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว และนับตั้งแต่นั้นมา เขาก็มีอาการปวดหัวตึ้บๆ แบบที่ไม่ยอมหายสักที แถมเมื่อไหร่ที่เขานึกถึงสถานการณ์ที่ภูเขาเดียวดาย อาการปวดหัวก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"บ้าเอ๊ย ไอ้มังกรนั่นมันไปสรรหายักษ์ศิลาพวกนั้นมาจากไหนฟะ?"
"มีไอ้พวกนี้อยู่ แล้วพวกเราจะไปโจมตีป่าเมิร์กวู้ดได้ยังไงกัน?"
"ตาเฒ่าหัวขโมยธรันดูอิลคงยอมจำนนไปแล้วแหงๆ!"
"เว้ยยย ไม่คิดมันแล้ว ปวดหัว เอาเหล้ามาให้ข้าที"
ไม่นานนัก
อึก อึก อึก
หลังจากกระดกเหล้าดีกรีแรงๆ เข้าไปอึกใหญ่ ดาอินก็หลับตาและผล็อยหลับไป ไม่คิดเรื่องนี้อีกจริงๆ
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กษัตริย์คนแคระอีกหกพระองค์ที่กระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ ก็เลือกใช้วิธีเดียวกันเป๊ะ เมื่อคิดไม่ตก ก็กินเหล้า กินมันให้เมาหยำเปไปเลย พอเมาแล้วก็ไม่ต้องมานั่งคิดอะไรให้ปวดหัวอีก
มอร์ดอร์
จอมมารเซารอน ก็กำลังปวดหัวอย่างหนักเช่นกัน... ถ้าเขามีหัวที่เป็นเนื้อหนังให้ปวดน่ะนะ
อาการปวดหัวของเซารอนเป็นความเจ็บปวดแบบหลอนๆน่าเสียดายที่เซารอนไม่มีหัว เขาเลยกินเหล้าเมาหัวราน้ำไม่ได้
'ไอ้มังกรสม็อกบ้าเอ๊ย! แกตั้งใจจะทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับข้าใช่ไหม!'
'มีพวกยักษ์ศิลาแล้วยังไงล่ะ?'
'ข้าก็จะทำลายล้างแกอยู่ดีนั่นแหละ!!'
เซารอนคิดอย่างมาดร้าย แต่ความคิดก็ส่วนความคิด ความเป็นจริงก็ส่วนความเป็นจริง
ความเป็นจริงก็คือ เซารอนรู้ซึ้งอยู่แก่ใจดีว่ายักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนนั้นรับมือยากแค่ไหน และพลังการต่อสู้ของพวกมันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!
เพราะเขารู้ดี หลังจากแอบระบายความโกรธเงียบๆ เซารอนก็จำต้องเริ่มคิดหาวิธีรับมือ เขาต้องการกลับมาปกครองมิดเดิลเอิร์ธอีกครั้ง ภูเขาเดียวดายคือด่านแรก และยังเป็นด่านแรกเพียงด่านเดียวเท่านั้น! เขาไม่สามารถเดินทัพอ้อมไปทางอื่นได้ เขาต้องยึดภูเขาเดียวดายให้จงได้!
ดังนั้น สม็อกที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ จะต้องถูกกำจัด!
'ไอ้มังกรบ้าเอ๊ย!'
เมื่อนึกถึงสม็อก เซารอนก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าในใจอีกครั้งด้วยความอาฆาตแค้น