เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34: สม็อกหลอกข้า

ตอนที่ 34: สม็อกหลอกข้า

ตอนที่ 34: สม็อกหลอกข้า


ตอนที่ 34: สม็อกหลอกข้า

ในฐานะอดีตมนุษย์เงินเดือนในชาติก่อน สม็อกสามารถจินตนาการถึงความรู้สึกของยักษ์ศิลาอีกหกตนในวินาทีนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดังนั้น

สม็อกจึงตัดสินใจบินขึ้นอีกครั้ง และป้อนอัญมณีให้พวกมันทีละตนๆ

แน่นอนว่า ปริมาณอัญมณีที่ป้อนให้ยักษ์ศิลาอีกหกตนนั้นน้อยกว่าอยู่บ้าง ไม่อาจเทียบได้กับปริมาณที่มอบให้ราชินียักษ์ศิลาหรอก

ในเวลาเพียงไม่นาน การให้อาหารก็เสร็จสิ้น และสม็อกก็บินกลับมาเกาะบนไหล่ของราชินียักษ์ศิลาตามเดิม

ประจวบเหมาะพอดี ราชินียักษ์ศิลาก็กินอาหารของนางเสร็จพอดี

"องค์ราชินีผู้สูงศักดิ์" สม็อกสังเกตท่าทีของนาง แล้วจึงเข้าประเด็นหลัก "ข้าอยากจะขอเชิญพวกท่านย้ายไปอยู่ที่บ้านของข้า บ้านของข้าอยู่ที่ภูเขาเดียวดาย ที่นั่นยังมีหินแบบนี้อยู่อีกเยอะแยะมากมายเลยล่ะ"

"ท่านคิดว่ายังไง?"

ราชินียักษ์ศิลาไม่ได้ส่งเสียงตอบ นางนิ่งเงียบไป

สม็อกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรออย่างอดทน

เขารออยู่นานแสนนาน

จนกระทั่งสม็อกเริ่มคิดว่าราชินียักษ์ศิลากินอิ่มแล้วหลับไปดื้อๆ และกำลังจะเอ่ยปากเรียก จู่ๆ ราชินียักษ์ศิลาก็ส่งเสียงออกมา

"ภูเขา... เดียวดาย... ข้า... รู้จัก" ราชินียักษ์ศิลากล่าว "ส่ง... อาหาร... มาให้พอ... พวกเรา... จะไป"

ได้ผลแฮะ!

สม็อกรู้สึกตื่นเต้นสุดขีด "ไม่มีปัญหา ข้าจะเตรียมอาหารไว้ให้พวกท่านอย่างจุใจเลย"

【เควสต์สำเร็จ】

【กล่องสุ่มระดับเงิน 3 กล่อง ถูกส่งไปยังช่องเก็บของแล้ว】

แค่ใช้อัญมณีไม่กี่เม็ดที่จริงๆ แล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเลยในโลกมิดเดิลเอิร์ธแห่งนี้ เขาก็ไม่เพียงแต่หลอกล่อเอากองกำลังรบสุดโหดมาได้ถึงเจ็ดตน แต่ยังได้กล่องสุ่มระดับเงินมาอีกตั้งสามกล่อง!

กำไรบานเบอะ! โชคหล่นทับชัดๆ!

"ดี" ราชินียักษ์ศิลาตอบรับ

"งั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยเถอะ" สม็อกตีเหล็กตอนร้อน รีบชวนทันที

"ไม่" ราชินียักษ์ศิลาปฏิเสธ "ฟ้า... มืด... ค่อยไป"

"...ก็ได้" ไอ้การพูดแบบตะกุกตะกักเว้นวรรคนานๆ แบบนี้มันชวนให้ลุ้นระทึกดีแท้ สม็อกรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

ราชินียักษ์ศิลาไม่ได้ส่งเสียงอะไรอีก และนางก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ส่วนยักษ์ศิลาอีกหกตนก็ทำตัวเหมือนกันเป๊ะ

เมื่อเห็นดังนั้น

'นี่กะจะรอให้ถึงมืดแบบนี้เลยรึไงเนี่ย?' สม็อกแหงนมองท้องฟ้าพลางคิดในใจ 'โชคดีนะที่เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง'

เวลาไม่กี่ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

รัตติกาลมาเยือน

"ไป" จู่ๆ ราชินียักษ์ศิลาที่เงียบเป็นเป่าสากมาหลายชั่วโมงก็เอ่ยขึ้น

ไม่นานนัก

ยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนก็ตั้งแถวเรียงหนึ่ง และเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังภูเขาเดียวดายอย่างเป็นทางการ

ก็สมเหตุสมผลอยู่หรอกที่การเคลื่อนไหวของพวกมันจะสร้างแรงสั่นสะเทือนและเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มก๊อบลินลูกสมุนที่คอยเฝ้าจับตาดูพวกมันมาจนถึงตอนนี้ เสียงดังพวกนี้... เมื่อเทียบกับความตกตะลึงในใจของพวกมันแล้ว มันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด

"มังกรสม็อกหลอกล่อพวกยักษ์ศิลาให้ไปด้วยได้งั้นรึ?"

"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ..."

"มันทำสำเร็จจริงๆ รึเนี่ย?"

"แต่ถึงยังไง นี่ก็เป็นเรื่องดีนะ ต่อไปนี้พวกเราก็จะได้อยู่กันอย่างสงบสุขซะที ไม่ต้องคอยระแวงว่าไอ้พวกยักษ์ศิลามันจะปาหินมั่วซั่วอีกต่อไปแล้ว"

"ใช่เลย ฝ่าบาทจะต้องดีพระทัยมากแน่ๆ"

ในไม่ช้า

ก๊อบลินลูกสมุนก็กลับไปหาราชาแห่งก๊อบลินผู้ทั้งอ้วนและอัปลักษณ์อีกครั้งเพื่อรายงานสถานการณ์ "ฝ่าบาท ข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ สม็อกพายักษ์ศิลาพวกนั้นไปหมดแล้ว ดูเหมือนว่าพวกมันจะมุ่งหน้าไปทางภูเขาเดียวดาย..."

เมื่อได้ยินดังนั้น ราชาแห่งก๊อบลินก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปในทันที

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

มังกรสม็อกตั้งใจจะทำอะไรกันแน่? แล้วมันทำได้ยังไง?

ราชาแห่งก๊อบลินคิดไม่ตก แต่เขาก็เห็นด้วยว่านี่คือข่าวดี ดังนั้นเขาจึงขี้เกียจจะคิดให้ปวดหัวอีกต่อไป และหัวเราะลั่น "ดี ดีมาก ยอดเยี่ยมไปเลย!"

"ตั้งแต่นี้ต่อไป เทือกเขามิสตี้แห่งนี้จะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!"

"พวกเราต้องฉลองกันหน่อยแล้ว"

"มาๆ เตรียมเหล้าชั้นเลิศและอาหารดีๆ มาเลย"

"เล่นดนตรีต่อไป เต้นรำกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย!"

และแล้ว อาณาจักรก๊อบลินก็เริ่มงานปาร์ตี้สุดเหวี่ยง

ลึกลงไปใต้ดินเบื้องล่าง

กอลลัมที่กำลังหิวโซ ได้ยินเสียงสั่นสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากข้างนอกอย่างต่อเนื่อง ก็รู้สึกหนวกหูเป็นอย่างมาก มันจึงวิ่งกระหืดกระหอบออกไปดูว่าพวกยักษ์ศิลามันทำบ้าอะไรกันนักหนา น่ารำคาญชะมัด

ประมาณสิบห้านาทีต่อมา

กอลลัมก็มองเห็นเหตุการณ์ และในดวงตากลมโตของมัน ก็เต็มไปด้วยความงุนงงอย่างเห็นได้ชัด

"ของรักของข้า เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?"

"ทำไมสม็อกถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"

"แล้วทำไมพวกยักษ์ศิลาถึงตามสม็อกไปล่ะ?"

"ของรักของข้า พวกเราไม่เคยกินเนื้อมังกรมาก่อนเลยนะ"

"สม็อกดูน่าอร่อยดีเนอะ ว่าไหม?"

หลังจากพึมพำกับตัวเองอยู่พักหนึ่ง กอลลัมผู้ซึ่งแม้จะดูวิกลจริต แต่ก็ไม่ได้โง่เขลา และที่จริงก็ค่อนข้างจะเจ้าเล่ห์เพทุบายด้วยซ้ำก็หันหลังและวิ่งกลับเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน

ค่ำคืนผ่านพ้นไป รุ่งสางค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

จู่ๆ ราชินียักษ์ศิลาก็หยุดเดิน "ฟ้า... สว่าง... แล้ว ฟ้า... มืด... ค่อยไป"

เอาเถอะ

สม็อกเหลือบมองเทือกเขามิสตี้ ซึ่งจริงๆ แล้วก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ? เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำใจตอบตกลง และค่อยๆ เดินเตาะแตะตามพวกมันไป

เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ ว่ายักษ์ศิลาตัวเบ้อเริ่มพวกนี้จะเดินชักช้าขนาดนี้ แถมยังต้องคอยเดินหลบป่าและสิ่งมีชีวิตสารพัดชนิดตลอดทางอีก...

'ดูท่าทางคงต้องใช้เวลาอีกนานเลยล่ะ' สม็อกคิดในใจเงียบๆ

โดยไม่ทันรู้ตัว

เจ็ดวันก็ผ่านไป

ในที่สุด ภูเขาเดียวดายก็ปรากฏให้เห็นอยู่ไม่ไกลนัก

หลังจากเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้ามาตลอดเจ็ดวัน ในวินาทีนี้ เช้าวันนี้ เมื่อได้เห็นภูเขาเดียวดายอีกครั้ง สม็อกก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความคิดถึงบ้าน

'การเดินทางกลับบ้านนี่มันช่างยากลำบากเสียจริง'

ในขณะเดียวกัน

พวกเอลฟ์ในป่าเมิร์กวู้ดกำลังจะเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว

ธรันดูอิล ผู้ซึ่งบังเอิญเป็นเพื่อนบ้านของสม็อก เป็นคนที่แทบจะเป็นบ้าหนักที่สุด เขาแทบจะกระโดดเต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่แล้ว

"มันหลอกข้า!" ณ จุดสูงสุดของอาณาจักร ขณะทอดสายตามองยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนจากแดนไกล ธรันดูอิลก็ตะโกนลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้น "มันบอกว่ามียักษ์ศิลาแค่สองตน! แต่ที่เห็นนี่มันมีตั้งเจ็ดตน!!!"

ข้างๆ เขา เจ้าชายเอลฟ์ เลโกลัส มองดูยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตน ซึ่งตัวใหญ่โตมโหฬารจนยากจะบรรยาย และรู้สึกเสียวสันหลังวาบ พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

มียักษ์ศิลาตั้งเจ็ดตน...

ถ้าสม็อกไม่ยอม เซารอนจะข้ามภูเขาเดียวดายไปได้ยังไง?

และถ้าสม็อกต้องการล่ะก็... ป่าเมิร์กวู้ดก็จะถูกทำลายพินาศย่อยยับในชั่วพริบตา!!!

"ท่านพ่อ..." เมื่อคิดได้ดังนี้ จู่ๆ เลโกลัสก็รวบรวมความกล้าและเอ่ยปาก "พวกเราควรทำยังไงต่อไปดี?"

"ไอ้มังกรบ้าเอ๊ย!!!" ธรันดูอิลหลุดมาดผู้ดีและสบถด่าเสียงดังลั่น จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา "อย่าเพิ่งตื่นตูมไป ตราบใดที่ยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนนั้นยังไม่ได้สวามิภักดิ์ต่อสม็อกอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์ก็ยังไม่ได้เลวร้ายลงไปกว่าเดิมเท่าไหร่นัก"

"เจ้าอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่พวกยักษ์ศิลาน่ะรักสงบและแทบจะไม่เคยพรากชีวิตใครเลย... ยักษ์ศิลาทั้งเจ็ดตนนั่นคงไม่ยอมช่วยสม็อกทำสงครามรบราฆ่าฟันใครหรอก"

หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ธรันดูอิลก็พูดต่อ

"ตอนนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดก็คือ นับจากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีกองกำลังใดสามารถทำลายล้างอาณาจักรมังกรได้โดยไม่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก"

เลโกลัสเข้าใจแล้ว "ท่านพ่อ สม็อกดึงตัวพวกมันไปที่ภูเขาเดียวดายเพื่อใช้เป็นกองกำลังป้องกันงั้นรึ?"

"อืม" ธรันดูอิลตอบรับ ก่อนจะต่อประโยคในใจเงียบๆ ว่า 'หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ'

หลังจากต่อประโยคในใจเสร็จ

ธรันดูอิลก็สูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "พวกเราควรพิจารณาตอบตกลงข้อเสนอร่วมมือของสม็อกได้แล้วล่ะ"

ธรันดูอิลไม่อยากย้ายบ้าน

ตอนนี้ เมื่อมียักษ์ศิลาเจ็ดตนย้ายไปอยู่ที่ภูเขาเดียวดาย... ในอนาคต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซารอน โอกาสชนะของสม็อกก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น

การร่วมมือกับสม็อกเพื่อปกป้องบ้านเกิดในป่าเมิร์กวู้ดเอาไว้ ก็ดูจะคุ้มค่ากว่ากันเยอะเลย

ส่วนเรื่องที่มันอาจจะดูเสียเกียรติไปสักหน่อยที่ต้องไปร่วมมือกับมังกรน่ะเหรอ...

มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก

เพราะยังไงซะ ในอดีต เขาก็เคยร่วมมือกับพวกคนแคระที่ทั้งโง่เขลาและละโมบโลภมากมาแล้ว...

แถมถ้าจะให้พูดกันตามตรง สม็อกในตอนนี้ยังดูดีกว่าไอ้กษัตริย์คนแคระงี่เง่านั่นตั้งเยอะ

จบบทที่ ตอนที่ 34: สม็อกหลอกข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว