- หน้าแรก
- มหามังกรเพลิงผู้สยบสวรรค์หมื่นโลกา
- ตอนที่ 7 : เพื่อนบ้านเก่า เลี้ยงเหล้าข้าสักจอกสิ
ตอนที่ 7 : เพื่อนบ้านเก่า เลี้ยงเหล้าข้าสักจอกสิ
ตอนที่ 7 : เพื่อนบ้านเก่า เลี้ยงเหล้าข้าสักจอกสิ
ตอนที่ 7 : เพื่อนบ้านเก่า เลี้ยงเหล้าข้าสักจอกสิ
เหนือน่านฟ้าป่าเมิร์กวู้ด
สม็อกได้ยินเสียงแตรสังข์และมองเห็นร่างมากมายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในป่าเมิร์กวู้ด ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ธรันดูอิล
"ธรันดูอิล ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาเรื่องหรอกนะ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลไป" สม็อกกล่าวอย่างหนักแน่น
ธรันดูอิลได้ปกปิดรอยแผลเป็นอันน่าเกลียดน่ากลัวบนใบหน้าของเขาไปแล้ว ทำให้เขากลับมามีรูปโฉมที่งดงามสง่าอีกครั้ง "แล้วเจ้ามาทำไมล่ะ?"
"เพื่อมาผูกมิตรกับเจ้า และถือโอกาสมาทำข้อตกลงด้วย" สม็อกตอบกลับ จากนั้นก็หยิบสร้อยคออัญมณีสีขาวออกมาจากช่องเก็บของทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของธรันดูอิลก็เปลี่ยนไปในทันที และดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น
สร้อยคออัญมณีสีขาวเส้นนั้นมีความหมายอย่างยิ่งยวดและล้ำค่าเป็นพิเศษสำหรับธรันดูอิล
ในตอนนั้น เป็นเพราะสร้อยคอเส้นนี้นี่แหละ ที่ทำให้ธรันดูอิลและกษัตริย์คนแคระเกิดความบาดหมางกัน ซึ่งในท้ายที่สุดก็นำไปสู่การล่มสลายของอีเรบอร์และความพินาศของอาณาจักรคนแคระ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม
ธรันดูอิลนิ่งเงียบ ความคิดของเขาแล่นพล่านขณะที่กำลังชั่งน้ำหนักและประเมินสถานการณ์
จากนั้นสม็อกก็พูดขึ้นว่า "เท่าที่ข้ารู้ สร้อยคอเส้นนี้เป็นของเจ้านี่นา ตอนนี้ ข้าจะคืนมันให้กับเจ้าของที่แท้จริง เจ้าว่ายังไงล่ะ?"
ธรันดูอิลต้องการเอาสร้อยคอคืนมาอย่างสุดหัวใจ เขาทำใจให้แข็งขันแล้วเอ่ยถาม "ข้าต้องจ่ายด้วยราคาเท่าไหร่?"
"เจ้าจะให้ข้าร่อนลงไปคุยดีๆ ได้ไหม?" สม็อกพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม "บินแบบนี้มันเหนื่อยมากเลยนะ"
"..." ธรันดูอิลไม่เข้าใจเลยว่าสม็อกพูดเรื่องที่ผิดวิสัยแบบนี้ออกมาได้อย่างไร และรู้สึกพูดไม่ออกเลยทีเดียว
แต่ถึงจะพูดไม่ออกก็เถอะ
สม็อกก็นำสร้อยคออัญมณีสีขาวมาให้จริงๆ และเขาก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยจริงๆ...
'หรือว่ามันต้องการจะเข้ามาใกล้ๆ แล้วฆ่าข้าทิ้งกันนะ?' ธรันดูอิลนึกถึงความเป็นไปได้นี้
หนึ่งวินาที สองวินาที
ธรันดูอิลหลุบตาลง กวาดสายตามองไปเหล่าเอลฟ์เบื้องล่างที่เตรียมพร้อมรบ
ในฐานะกษัตริย์ หากเขาถอยหนีในตอนนี้ เขาเกรงว่าศักดิ์ศรีของเขาคงจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ในท้ายที่สุด ธรันดูอิลก็กัดฟันและตอบกลับไปด้วยท่าทีที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ "ลงมาสิ"
"ขอบใจมาก" สม็อกตอบกลับอย่างสุภาพ ในชั่วพริบตา เขาก็ร่อนลงจอดไม่ไกลจากด้านหน้าของธรันดูอิล จากนั้นก็วางสร้อยคออัญมณีสีขาวลงอย่างแผ่วเบา "นี่เป็นเครื่องประดับที่งดงามมากจริงๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่พวกคนแคระจอมโลภพวกนั้นจะอ้างสิทธิ์ครอบครองมันหรอกนะ"
ธรันดูอิลไม่ชอบพวกคนแคระ แต่เขาก็ไม่เต็มใจที่จะตอบกลับคำพูดนั้น
อันที่จริง
การเผชิญหน้ากับสม็อกในระยะประชิดขนาดนี้ ซึ่งสามารถพ่นไฟออกมาเผาเขาให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเมื่อ ธรันดูอิลเพียงแค่อยากจะฟังสิ่งที่สม็อกพูดให้จบ แล้วรีบไปให้พ้นๆ จากมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ข้าต้องจ่ายด้วยราคาเท่าไหร่?" ธรันดูอิลทวนคำถามเดิม
"เจ้านี่ใจร้อนจริงๆ แถมยังไม่ยอมชวนข้าดื่มสักจอกเลยนะ" สม็อกสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความหวาดกลัวและความหงุดหงิดของธรันดูอิล เขารู้สึกขบขันจึงพูดแหย่เล่น "งั้นเรามาคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า"
"เจ้าอาจจะรู้แล้ว ว่าข้าเพิ่งจะก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมา"
"ตอนนี้อาณาจักรของข้ายังขาดแคลนสิ่งของอีกมากมาย และข้าก็ต้องการนำสร้อยคอเส้นนี้มาแลกเปลี่ยนกับเจ้า"
"?????" ธรันดูอิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แค่นี้เนี่ยนะ?
มังกรตัวนี้มันเป็นบ้าอะไรของมันเนี่ย?
มันนอนหลับนานจนสมองเสื่อมไปแล้วรึไง?
ธรันดูอิลลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบๆ "เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนกับอะไรกันแน่?"
"อาหารจำนวนมาก ไวน์ชั้นเลิศ และการช่วยสร้างเมืองเดลกับพระราชวังของข้าขึ้นมาใหม่" สม็อกตอบ "ตอนนี้พระราชวังของข้าต้องการแค่ให้พวกเจ้าช่วยสร้างส่วนภายนอกขึ้นมาใหม่ก็พอ"
"รูปปั้นคนแคระสองตัวนั้นมันน่าเกลียดเกินไปหน่อยน่ะ"
'มังกรตัวนี้มันเอาจริงงั้นเหรอ? อยากจะพัฒนาอาณาจักรมังกรจริงๆ เนียนะ?' ธรันดูอิลรู้สึกประหลาดใจและสับสนเป็นอย่างมาก
มังกรหนึ่งตัว บวกกับมนุษย์ธรรมดาอีกไม่กี่ร้อยคน
มังกรโง่ตัวนี้คิดจริงๆ เหรอว่าอาณาจักรแบบนี้จะอยู่รอดไปได้?
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่สำคัญหรอก
ข้อตกลงนี้สามารถทำได้
'บางทีข้าอาจจะเพิ่มข้อต่อรองได้อีกหน่อย' ธรันดูอิลกำลังจะตอบตกลง แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก เขาก็นึกถึงทองคำในภูเขาเดียวดายขึ้นมา จึงเปลี่ยนน้ำเสียง "ข้อตกลงนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่นะ อาหาร ไวน์ และแรงงานคนมันต้องใช้..."
เคร้ง คร้าง~~
ก่อนที่ธรันดูอิลจะพูดจบประโยค สม็อกก็จัดการดึงกองทองคำออกจากช่องเก็บของอย่างคล่องแคล่ว เอาเข้าไปไว้ในปาก อ้าปากออก และปล่อยให้ทองคำร่วงหล่นลงมากระทบกันเสียงดัง
"ข้าคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ" หลังจากคายทองคำออกมา สม็อกก็กล่าวเสริม "น่าจะพอให้เจ้าเลี้ยงเหล้าข้าสักจอกแล้วล่ะ"
ธรันดูอิลไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรไปชั่วขณะ
เพราะยังไงซะ...
ข้อตกลงก็คือข้อตกลง
เลี้ยงเหล้าสม็อกเนี่ยนะ มันหมายความว่ายังไงกัน?
"ธรันดูอิล เจ้าคงไม่ขี้เหนียวขนาดที่ไม่ยอมเลี้ยงเหล้าข้าสักจอกหรอกนะ จริงไหม?" สม็อกพูดเสริม
เอาเถอะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเขาปฏิเสธไปอีกแล้วเกิดไปทำให้มังกรที่กำลังทำตัวแปลกๆ ตัวนี้หงุดหงิดขึ้นมา มันคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ
"ข้าจะให้คนเอามาให้" ธรันดูอิลกัดฟันและตอบกลับ
"เลโกลัส รบกวนเอาเหล้าขึ้นมาให้หน่อยสิ ขอบใจมากนะ" สม็อกตะโกนเสียงดังลงไปหากลุ่มเอลฟ์เบื้องล่างทันที
เลโกลัส ซึ่งกำลังถือคันธนูอยู่ด้านล่างและพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ ถึงกับอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยินเช่นนั้น "?????"
ธรันดูอิลเองก็ขมวดคิ้วแน่น ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าสม็อกไปรู้จักเลโกลัสได้ยังไงกัน!
หรือว่าเลโกลัสเคยไปติดต่ออะไรกับสม็อกมาก่อนงั้นเหรอ?
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เลโกลัสยกแก้วไวน์หอมกรุ่นขนาดใหญ่ขึ้นมาให้
อึก~
สม็อกอ้าปาก คาบแก้วไวน์เอาไว้ เอียงคอ และปล่อยให้ไวน์ไหลลงคอไป
"ไม่เลว ไม่เลว ไวน์ของพวกเอลฟ์นี่มันดีจริงๆ" สม็อก ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ได้ลิ้มรสชาติอะไรมากมายนัก เอ่ยชมเปาะ "เพื่อนบ้านเก่า คราวหน้าถ้าข้ามา เจ้าต้องเลี้ยงข้าอีกนะ"
เมื่อทิ้งท้ายไว้เช่นนั้น สม็อกก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและจากไป
ธรันดูอิลและเลโกลัส สองพ่อลูก ถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าของพวกเขาดำมืดไปด้วยความหงุดหงิด
หลังจากนั้นไม่นาน
"ท่านพ่อ เมื่อกี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นน่ะ?" เลโกลัสไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ธรันดูอิลเองก็คิดแบบเดียวกัน "มันคงจะเสียสติไปแล้วล่ะมั้ง"
เลโกลัส: "..."
ธรันดูอิลลงมืออย่างรวดเร็ว
เวลาเพิ่งจะเลยเที่ยงวันมาไม่นานนัก
เรือไม้หลายลำ ซึ่งบรรทุกเอลฟ์หลายร้อยชีวิต ไวน์ชั้นเลิศ อาหาร ท่อนไม้ และเครื่องมือต่างๆ มากมาย ได้ออกเรือมุ่งหน้าไปยังเมืองเลคทาวน์ที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
พอถึงเวลาบ่ายสามโมง
กองเรือเอลฟ์ขนาดใหญ่ก็เดินทางมาถึงนอกเมืองเดล
แน่นอนว่า บาร์ดและผู้คนของเขาได้ออกมาต้อนรับ
ในไม่ช้า บาร์ดและพรรคพวกก็ได้รับรู้ว่าสม็อกไปทำอะไรมา และพวกเขาก็ต่างพากันงุนงงไปตามๆ กัน
ทว่า อาการงุนงงนี้ก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก
เมื่อข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองเดลอย่างรวดเร็ว... ผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนความคิดที่มีต่อสม็อกกันทีละคนสองคน
"สม็อกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?"
"ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ?"
"เขาถึงกับเรียกพวกเอลฟ์จอมหยิ่งพวกนั้นมาทำงานให้พวกเราเลยนะ!"
"เขาแถมยังให้พวกเราบุกเบิกที่ดินทำฟาร์ม เพื่อที่พวกเราจะได้กินผักสดๆ และผลไม้ในอนาคตด้วย"
"ถ้าเป็นแบบนี้... การสวามิภักดิ์ต่อเขาก็ไม่ได้แย่เลยสักนิด"
คนธรรมดาสามัญ ก็ไม่ได้มีจุดยืนอะไรที่มั่นคงนักหรอก
แค่ได้มีชีวิตอยู่ ได้กินอิ่ม นอนหลับ และได้ใช้ชีวิตเล็กๆ ของตัวเองต่อไปก็พอเพียงแล้ว
และแล้ว
【ค่าความภักดี +5】
【ค่าความภักดี +8】
【ค่าความภักดี +3】
【ค่าความภักดี +15】
【...】
ณ ลานกว้างหน้าภูเขาเดียวดาย
สม็อก ซึ่งกำลังสวาปามแกะเข้าไปทีละตัวๆ มองเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ เขาเหลือบมองไปยังเมืองเดลที่อยู่ไม่ไกลนัก และเผยรอยยิ้มอย่างรู้ทันออกมา