- หน้าแรก
- มีลูกมากวาสนาล้น ฉันเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในปี หนึ่งเก้าสามสี่
- บทที่ 24: รับถังย่านเอ๋อร์เป็นอนุภรรยา
บทที่ 24: รับถังย่านเอ๋อร์เป็นอนุภรรยา
บทที่ 24: รับถังย่านเอ๋อร์เป็นอนุภรรยา
บทที่ 24: รับถังย่านเอ๋อร์เป็นอนุภรรยา
"ถูกต้องแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเมตตาของข้าเอง!"
ฉินอี้ฟานบีบคางของถังย่านเอ๋อร์พลางเอ่ยว่า "มิเช่นนั้น ข้าคงสั่งฆ่าล้างตระกูลทั้งสามไปเสียให้สิ้นซากเพื่อตัดรากถอนโคนไปแล้วมิใช่หรือ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ร่างกายของถังย่านเอ๋อร์ก็สั่นสะท้านเล็กน้อย
นางสบสายตาอันเย็นเยียบของฉินอี้ฟาน และรู้ดีว่าทุกคำที่เขาพูดออกมานั้นคือความจริง
"ข้า... ข้าจะไม่บอกใครเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เด็ดขาด!"
ในที่สุดถังย่านเอ๋อร์ก็เกิดความกลัวขึ้นมาจับใจ
ที่แท้น้องเขยของนางหาใช่คนที่จะใจอ่อนยอมความให้ใครง่ายๆ เลย
"แต่ทว่า ในเมื่อท่านรู้เรื่องนี้เข้าแล้ว"
ฉินอี้ฟานเอ่ยต่อ "หากท่านนำเรื่องนี้ไปบอกว่านเอ๋อร์และคนอื่นๆ มันจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับพวกนาง ข้าไม่ต้องการให้มีความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น เพราะอย่างไรเสีย พวกนางก็คือแม่ของลูกข้าในอนาคต"
"ท่าน... คิดจะฆ่าปิดปากข้าอย่างนั้นรึ"
ถังย่านเอ๋อร์ยิ้มออกมาอย่างเวทนาตนเอง
นางไม่คาดคิดเลยว่าความวู่วามของนางจะนำไปสู่จุดจบเช่นนี้
"เปล่าเลย ท่านเป็นพี่สาวของว่านเอ๋อร์ ข้าจะไม่ฆ่าท่านเพราะนั่นจะทำให้ว่านเอ๋อร์เสียใจ ในฐานะผู้หญิงของข้า ข้าปรารถนาเพียงให้นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเท่านั้น"
ฉินอี้ฟานส่ายหน้าแล้วกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังย่านเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยน้องเขยคนนี้ก็ปฏิบัติต่อน้องสาวของนางเป็นอย่างดี จนบางครั้งนางยังนึกอิจฉาในโชควาสนาของน้องสาวตนเอง
"ขอเพียงท่านดีต่อต่อเจ้าน้องเล็ก ข้าจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต"
ถังย่านเอ๋อร์กล่าว
"ท่านยังคงไม่เข้าใจ ข้าบอกแล้วว่าข้าจะไม่ฆ่าท่าน และข้าจะไม่โป้ปดต่อท่านเด็ดขาด"
ฉินอี้ฟานเน้นย้ำอีกครั้ง
"แต่ท่านไม่กลัวหรือว่า วันหนึ่งข้าจะบอกความจริงกับเจ้าน้องเล็กเข้า"
สายตาของถังย่านเอ๋อร์เต็มไปด้วยความสับสน
จากการผ่านโลกมามากทำให้นางรู้ดีว่าจิตใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง
คำสัญญาในยามนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
การจะรักษาความลับให้มั่นคงที่สุด มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไว้ใจได้
"ดังนั้น ข้าจึงต้องการสิ่งค้ำประกัน!"
ฉินอี้ฟานโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของถังย่านเอ๋อร์ "แต่งงานกับข้าเสีย แล้วให้กำเนิดบุตรแก่ข้า ข้าคิดว่าเมื่อเรามีลูกด้วยกันแล้ว ท่านย่อมจะช่วยข้ารักษาความลับนี้ไปตลอดกาล"
"ท่าน..."
ถังย่านเอ๋อร์เบิกตาโพลง นางไม่เคยคิดเลยว่าน้องเขยจะกล้าบีบบังคับให้นางแต่งงานด้วย
"เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"
แม้ถังย่านเอ๋อร์จะยินดีรักษาความลับเพื่อเห็นแก่ครอบครัว
แต่นางก็รู้ดีว่าเขาคือศัตรูผู้ทำลายล้างตระกูลของนาง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางจะแต่งงานกับเขาได้อย่างไร
"เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นรึ"
ฉินอี้ฟานรวบตัวถังย่านเอ๋อร์ที่กำลังดิ้นรนเข้ามาในอ้อมกอด แล้วกระซิบข้างหูของนางอีกครั้ง "พี่สาวคนโตที่รักของข้า ท่านคงไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับว่านเอ๋อร์หรอกใช่ไหม ข้าจะไม่ทำอะไรว่านเอ๋อร์แน่นอน เพราะนางเป็นแม่ของลูกข้า ทว่าในตระกูลถังของท่านยังเหลือผู้คนอีกตั้งมากมายมิใช่หรือ"
"ท่าน... ท่านช่างหน้าด้านนัก!"
สีหน้าของถังย่านเอ๋อร์แข็งค้าง นางนึกไม่ถึงเลยว่าน้องเขยของนางจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้
"ทำตัวเป็นเด็กดีเสียเถิด ลืมความแค้นเหล่านั้นไปเสีย อย่างไรเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะดูแลพวกท่านอย่างดี และให้พวกท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป!"
ฉินอี้ฟานมองหน้าถังย่านเอ๋อร์แล้วเอ่ย
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังย่านเอ๋อร์ก็ค่อยๆ หลับตาลง หยาดน้ำตาหนึ่งหยดไหลรินจากหางตาของนาง
ฉินอี้ฟานเห็นดังนั้นจึงยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มถังย่านเอ๋อร์ขึ้นในอ้อมแขน
สองชั่วโมงต่อมา...
"เป็นไปตามคาด หากไม่มีพิธีกราบไหว้ฟ้าดินรับเป็นอนุอย่างเป็นทางการ ข้าก็จะไม่ได้รับรางวัลจากระบบสินะ"
ฉินอี้ฟานมองไปที่ถังย่านเอ๋อร์ซึ่งหลับใหลไปด้วยความอ่อนเพลียพร้อมคราบน้ำตาบนใบหน้า พลางครุ่นคิดในใจ
...
"อะไรนะเจ้าคะ ท่านพี่จะรับพี่ใหญ่ของข้าเป็นอนุหรือ"
ถังว่านเอ๋อร์ถึงกับงงงันเมื่อได้ยินคำพูดของฉินอี้ฟาน
นางเพิ่งจะงีบหลับไปเพียงครู่เดียว ไยสามีของนางถึงนึกอยากจะรับพี่สาวคนโตมาเป็นอนุเสียอย่างนั้น
"ทำไมรึ หรือว่าเจ้าไม่เต็มใจ"
ฉินอี้ฟานโอบกอดถังว่านเอ๋อร์ไว้พลางยิ้มกล่าว "ไม่ใช่ว่าเจ้ามักจะบอกข้าบ่อยๆ หรือว่าตอนนี้พี่สาวของเจ้าเป็นม่าย และการใช้ชีวิตในภายภาคหน้าจะลำบากยากเข็ญ ข้ากำลังช่วยเจ้าดูแลนางนะ เจ้าควรจะดีใจสิ เพราะด้วยวิธีนี้ พี่น้องพวกเจ้าจะได้ไม่ต้องแยกจากกัน และเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันไปชั่วชีวิตอย่างไรเล่า"
"เอ่อ... มันก็น่าจะจริงอย่างที่ท่านว่านะเจ้าคะ!"
ถังว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเห็นคล้อย
ทางด้านถังย่านเอ๋อร์ได้แต่มองดูน้องสาวจอมซื่อบื้อของตนเองด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความจนใจ
"ช่างเถิด การที่ว่านเอ๋อร์ได้ใช้ชีวิตอย่างซื่อๆ และมีความสุขไปตลอดชีวิตเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว"
ถังย่านเอ๋อร์คิดในใจ ทว่าเมื่อนางหันไปมองฉินอี้ฟาน สายตาของนางกลับแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง
ในสายตาของนาง ชายผู้นี้ช่างเป็นคนที่สวรรค์ส่งมาเพื่อกลั่นแกล้งสองพี่น้องของนางโดยแท้
ทั้งนางและน้องสาวคงต้องพ่ายแพ้ให้แก่เงื้อมมือของชายคนนี้อย่างหมดรูปเสียแล้ว
"พี่สาวถังย่านเอ๋อร์ ต่อจากนี้ไปพวกเราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะเจ้าคะ!"
ในตอนนั้นเอง หลี่เสี่ยวฮวนก็เดินเข้ามากุมมือของถังย่านเอ๋อร์พลางเอ่ยขึ้น
แม้ถังย่านเอ๋อร์จะมีอายุมากกว่าหลี่เสี่ยวฮวนสองปี แต่หลี่เสี่ยวฮวนเป็นภรรยาเอกของตระกูลฉิน ส่วนถังย่านเอ๋อร์แต่งเข้ามาเป็นเพียงอนุภรรยา ตามธรรมเนียมแล้วหลี่เสี่ยวฮวนย่อมมีฐานะเป็นพี่สาว
"เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพี่หลี่มากนะเจ้าคะ!"
ถังย่านเอ๋อร์ยอมรับในโชคชะตาของตนเองเสียแล้ว เพราะเมื่อคืนนี้ชายผู้นี้ได้สยบนางอย่างราบคาบ ทั้งในแง่ของพละกำลังและจิตใจ
เพื่อเห็นแก่น้องสาวและคนในตระกูลถังที่เหลือ ถังย่านเอ๋อร์ทำได้เพียงปฏิบัติตามการจัดแจงของฉินอี้ฟานอย่างว่าง่ายเท่านั้น
...
"เอ๋? เถ้าแก่ฉินจะรับอนุอีกแล้วรึ"
ทันทีที่เหยียบย่างเข้าสู่ตัวเมืองอำเภอ หลี่อวิ๋นหลงก็ได้ยินข่าวเรื่องที่ฉินอี้ฟานกำลังจะรับอนุภรรยาคนใหม่
"หรือว่าจะเป็น..."
ทันใดนั้น หลี่อวิ๋นหลงก็นึกถึงมรดกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ฉินอี้ฟานขึ้นมาได้ จึงอดไม่ได้ที่จะถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น
เพราะตามเงื่อนไขของมรดกนั้น ฉินอี้ฟานเพียงแค่ต้องแต่งงาน รับอนุ และมีบุตร เพื่อปลดล็อกรางวัลจากมรดกเหล่านั้น
"ข้าล่ะอยากรู้นักว่าคราวนี้เถ้าแก่ฉินจะได้ของดีอะไรเพิ่มมาอีก"
หลี่อวิ๋นหลงครุ่นคิดในใจ ก่อนจะหันไปหาขงเจี๋ยที่อยู่ข้างกาย "ไปกันเถอะเจ้าขงทึ่ม ไปดื่มเหล้ามงคลของเถ้าแก่ฉินกัน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ขงเจี๋ยก็ตบๆ ไปตามกระเป๋าเสื้อราวกับกำลังค้นหาบางอย่าง
"ไอ้ขงทึ่ม เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ มีเหาอยู่บนตัวรึไง"
หลี่อวิ๋นหลงเอ่ยถามด้วยความฉงน
"เหอะ แกน่ะสิที่มีเหา"
ขงเจี๋ยกล่าว "ข้าไม่ได้หน้าด้านเหมือนท่านหรอกนะ ผู้บังคับการหลี่ ที่จะไปดื่มเหล้ามงคลมือเปล่า เจอแล้ว!"
พูดจบ ขงเจี๋ยก็ดึงปากกาหมึกซึมด้ามหนึ่งออกมาจากกระเป๋าพลางยิ้มกล่าวว่า "จะไปดื่มเหล้ามงคลทั้งที มันก็ต้องมีของขวัญติดไม้ติดมือไปบ้างไม่ใช่รึ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่อวิ๋นหลงก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนแล้วเอ่ยว่า "ฮี่ๆ เจ้าพูดถูก แต่คราวนี้ข้ารีบมาไปหน่อยเลยไม่ได้เตรียมของมา เอาอย่างนี้ไหม ปากกาด้ามนี้ถือว่าเป็นของขวัญจากเราสองคนก็แล้วกัน"
"จะทำอย่างนั้นได้ยังไง ถ้าท่านอยากจะให้ของขวัญ ท่านก็..."
ขงเจี๋ยกำลังจะอ้าปากค้าน ทว่าหลี่อวิ๋นหลงก็จัดการกอดคอเขาเสียก่อน
"เอาล่ะ ตกลงตามนี้ กลับไปข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าเอง!"
พูดพลาง หลี่อวิ๋นหลงก็ไม่สนใจการดิ้นรนของขงเจี๋ย แล้วลากเขาตรงไปยังจวนตระกูลฉินทันที
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่รับถังย่านเอ๋อร์เป็นอนุภรรยา รางวัลที่ได้รับ: สุราเอ้อกัวโถววันละหนึ่งร้อยขวด!"
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ปลดล็อกความสำเร็จ 'คู่พี่น้อง' รางวัลที่ได้รับ: สายการผลิตจักรยานสองสาย!"