- หน้าแรก
- ไขคดีปริศนา ผมได้ยินเสียงหัวใจฆาตกร
- บทที่ 20 ผู้เลียนแบบที่แสนเงอะงะ
บทที่ 20 ผู้เลียนแบบที่แสนเงอะงะ
บทที่ 20 ผู้เลียนแบบที่แสนเงอะงะ
ร่างของเกาฝานผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่อาจควบคุมจนชนเข้ากับกรอบประตู
แววตาเย้ยหยันและสะใจของเขาแตกสลายลงอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนั้น หลงเหลือเพียงความรู้สึกตีรวนสับสนและ... ความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้
เฉินม่อไม่ได้ปรายตามองเขาอีกแม้แต่น้อย
เขาเดินตรงผ่านเกาฝานไป การเมินเฉยอย่างสิ้นเชิงนั้นเจ็บแสบยิ่งกว่าการถูกตบหน้าฉาดใหญ่
เหล่าตำรวจหน้าประตูที่แต่เดิมรอดูเรื่องสนุก บัดนี้กลับหลีกทางให้โดยสัญชาตญาณราวกับทะเลแดงที่แหวกออกต่อหน้าโมเสส
แววตาของพวกเขาปราศจากความดูแคลนอีกต่อไป หลงเหลือเพียงความยำเกรงราวกับกำลังมองดูภูตผี
"ผู้กองจ้าว"
เสียงของเฉินม่อดังแว่วมาจากนอกประตู ฟังดูราบเรียบและไร้ซึ่งระลอกอารมณ์ใดๆ โดยสิ้นเชิง
"ผมต้องการรถบัญชาการ และพิมพ์เขียวโครงสร้างของชุมชนซันไชน์"
"รับทราบ!"
จ้าวต้าไห่ได้สติกลับคืนมา แววตาลุกโชนด้วยความฮึกเหิม
เขาคว้าเสื้อแจ็กเก็ตแล้วก้าวฉับๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านเกาฝาน
เขาไม่ได้พูดอะไร
เพียงแค่ปรายตามองอดีตอัจฉริยะแห่งโรงเรียนตำรวจคนนี้ด้วยสายตาที่ใช้มองขยะ
ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก... ความมืดมิดยามราตรีถูกฉีกกระชากด้วยเสียงไซเรนตำรวจที่แผดก้อง ทิ้งรอยริ้วสีแดงฉานบาดตาไว้เบื้องหลัง
รถเกราะจู่โจมหน่วยสวาทหลายคันพร้อมด้วยรถบัญชาการเคลื่อนที่ เคลื่อนขบวนดุจเกลียวคลื่นเหล็กกล้าสีดำทะมึน คำรามลั่นมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันตกของเมือง
ภายในรถบัญชาการ
เฉินม่อนั่งอยู่ตรงตำแหน่งสั่งการ บนหน้าจอเบื้องหน้าปรากฏแผนผังโครงสร้างอย่างละเอียดของห้อง 701 อาคารเอ ในชุมชนซันไชน์
ซูชิงเสวี่ยยืนอยู่เคียงข้างเขา คอยรายงานข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาอย่างรวดเร็ว
"เป้าหมายชื่อ หลินเฟิง มีประวัติการเข้าสังคมไม่ซับซ้อน อาศัยอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีงานทำ และเพิ่งเช่าห้องนี้เมื่อสามเดือนก่อน"
"เจ้าของห้องพักให้การว่าเขาแทบไม่ออกจากห้องเลย ของใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมดล้วนสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์"
นิ้วของเฉินม่อลากไล้ไปบนหน้าจอเบาๆ ก่อนจะหยุดลงตรงตำแหน่งระเบียงห้อง 701
"พลซุ่มยิงเข้าประจำที่หรือยัง" เขาเอ่ยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
"เข้าประจำที่แล้ว"
เสียงหัวหน้าหน่วยสวาทรายงานผ่านชุดหูฟัง "บนดาดฟ้าอาคารบีฝั่งตรงข้าม มีจุดซุ่มยิงสองจุด ครอบคลุมวิสัยทัศน์หน้าต่างทุกบานของเป้าหมายอย่างสมบูรณ์แบบ"
"ดีมาก"
เฉินม่อพยักหน้ารับก่อนจะออกคำสั่งต่อไป
"ตัดกระแสไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตของอาคารเอทั้งหมดซะ"
"ทำไมล่ะ" ซูชิงเสวี่ยถามด้วยความสับสน "แบบนั้นจะไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือคะ"
"เขาไม่ใช่งู"
นัยน์ตาเยียบเย็นของเฉินม่อยังคงจับจ้องอยู่บนหน้าจอ
"เขาคือนักแสดง... เป็นคนวิกลจริตที่โหยหาผู้ชมต่างหาก"
"ตอนนี้เขาต้องกำลังออนไลน์อยู่แน่ๆ โดยใช้บัญชีนิรนามถ่ายทอดสดทุกความเคลื่อนไหวของพวกเรา"
"เขาต้องการให้คนทั้งโลกเห็นว่าตัวเองปั่นหัวตำรวจเป็นหุ่นเชิดได้อย่างไร"
ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นปราดขึ้นมาตามแนวสันหลังของซูชิงเสวี่ย
"ผมจะพังเวทีของเขา และดับไฟสปอตไลต์นั่นเดี๋ยวนี้"
... สิบนาทีต่อมา
ชุมชนซันไชน์
ชั้นล่างของอาคารเอมืดสนิท
เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทสิบกว่านายในชุดปฏิบัติการรบสีดำทะมึน พร้อมอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมครบมือ ซ่อนเร้นกายแนบชิดไปกับเงามืดบริเวณประตูทางเข้าอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี
จ้าวต้าไห่นำทีมด้วยตนเอง เขายืนอยู่รั้งท้ายกลุ่มจู่โจม คอยรับคำสั่งจากรถบัญชาการผ่านไมโครโฟนขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ตรงลำคอ
"ทุกหน่วยเตรียมพร้อม เป้าหมายอยู่บนชั้นเจ็ด"
เสียงของเฉินม่อดังชัดเจนผ่านช่องสัญญาณที่เข้ารหัสเข้าสู่หูของเจ้าหน้าที่หน่วยสวาททุกคน
"เขารู้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่ ห้ามบุกพังประตูเข้าไปเด็ดขาด"
"ทีมหนึ่ง ไปเคาะประตู"
เคาะประตูเนี่ยนะ?
เจ้าหน้าที่หน่วยสวาททุกคนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
นี่มันยุทธวิธีบ้าบออะไรกัน?
ทว่าคำสั่งย่อมเป็นคำสั่ง เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทสองนายลดอาวุธลง เดินตรงไปยังประตูนิรภัยของห้อง 701 แล้วเงื้อมือขึ้นเคาะ ราวกับเป็นเพียงตำรวจสายตรวจตระเวนชุมชน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะที่ดังกังวานฟังดูชวนขนลุกเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบสงัดของโถงทางเดิน
หนึ่งวินาที
สองวินาที
แกร๊ก
ประตูบานนั้นถูกเปิดออกจาดด้านในจริงๆ
ชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบโลหะในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ผู้มีลุคสุภาพและดูภูมิฐาน ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพและเยือกเย็น ราวกับคาดการณ์การมาเยือนของพวกเขาก่อนหน้านี้ไว้นานแล้ว
สายตาของเขากวาดไล่ผ่านบรรดาเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทหน้าประตู คล้ายกับกำลังมองหาใครบางคน
"ในที่สุดพวกคุณก็มาเสียที"
หลินเฟิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงช่างนุ่มนวลราวกับกำลังต้อนรับมิตรสหาย
"แต่ตัวเอกของผมอยู่ที่ไหนล่ะ ทำไมเขาถึงไม่มาด้วย"
ในมือของเขาถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง หน้าจอกำลังแสดงผลแอปพลิเคชันถ่ายทอดสด
การถูกตัดไฟและสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ขัดจังหวะ "การแสดง" ของเขาเข้าอย่างจัง
"จับตัวเขาไว้!"
จ้าวต้าไห่ตะโกนลั่น เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทหลายนายพุ่งทะยานไปข้างหน้าในทันที
"อย่าขยับ"
หลินเฟิงชูมืออีกข้างขึ้นมา ในมือกระชับรีโมทคอนโทรลขนาดจิ๋วเอาไว้
"ผมติดตั้งระเบิดแรงสูงไว้ทั่วห้องแล้ว"
เขายิ้มแย้มราวกับนักมายากลผู้เปี่ยมด้วยความสง่างาม
"แค่ผมกดปุ่มนี้ พวกเราทุกคนก็จะได้กลายเป็นดอกไม้ไฟที่ตระการตาที่สุดบนผืนฟ้ายามราตรี"
ความเคลื่อนไหวของเหล่าเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทหยุดชะงักลงทันควัน
จ้าวต้าไห่กำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นกรอบแกรบ
"แกต้องการอะไรกันแน่!"
"ผมไม่ได้ต้องการอะไรเลย"
หลินเฟิงขยับแว่นตา สายตายังคงสอดส่ายทะลุฝูงชนเพื่อค้นหาเป้าหมาย
"ผมก็แค่ต้องการพูดคุยกับ 'ผู้พิพากษา' ของผมเป็นการส่วนตัว"
"ผมอยากให้เขายอมรับออกมาจากปากตัวเอง... ว่าผลงานสร้างสรรค์ของผมนั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ"
โถงทางเดินตกอยู่ในสถานการณ์คุมเชิงอันตึงเครียดจนแทบขาดใจ
ทันใดนั้นเอง
น้ำเสียงราบเรียบและกระจ่างชัดก็ดังแทรกขึ้นมาจากวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่ด้านหลังของจ้าวต้าไห่
เสียงถูกส่งผ่านลำโพงตรงหน้าอก สะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งโถงทางเดิน
"กำลังตามหาผมอยู่งั้นหรือ"
นั่นคือเสียงของเฉินม่อ
นัยน์ตาของหลินเฟิงทอประกายวาบขึ้นมาทันที!
ท่าทีของเขาราวกับได้พานพบมิตรแท้ที่รู้ใจ รอยยิ้มคลั่งไคล้ฉายชัดขึ้นบนใบหน้า
"ใช่! คุณนั่นเอง! ผู้พิพากษาของผม! จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันของผม!"
เขาพึมพำกับความว่างเปล่าอย่างตื่นเต้น
"มาเร็วเข้า! มาร่วมเป็นพยานให้ผลงานชิ้นเอกของผม! พวกเรามันก็คนประเภทเดียวกัน!"
"ไม่หรอก"
เสียงของเฉินม่อที่ตอบกลับผ่านวิทยุสื่อสารนั้น ราวกับน้ำเย็นเฉียบถังใหญ่ที่สาดโครมลงมากลางศีรษะ
"พวกเราไม่เหมือนกัน คุณมันก็เป็นแค่... ผู้เลียนแบบที่แสนเงอะงะเท่านั้น"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟิงพลันแข็งค้าง
"คุณว่าไงนะ"
"ผมบอกว่า ผลงานที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมาน่ะ... มันเต็มไปด้วยช่องโหว่"
น้ำเสียงของเฉินม่อที่ส่งผ่านมาตามคลื่นสัญญาณนั้น คมกริบราวกับมีดผ่าตัดที่ชำแหละศักดิ์ศรีของหลินเฟิงออกมาอย่างแม่นยำ
"ฆาตกรคนก่อนเมื่อสิบปีที่แล้ว ลงมือฆ่าเพราะเขาเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่านั่นคืองานศิลปะแขนงหนึ่ง เขาเพลิดเพลินไปกับทุกขั้นตอน"
"แต่สำหรับคุณ สิ่งแรกที่ทำหลังจากก่อเหตุฆาตกรรม คือการวิ่งไปเช็กกล้องวงจรปิด ตามเช็ดรอยนิ้วมือ และคิดหาวิธีลอยนวลจากการรับโทษ"
"ทุกการกระทำของคุณล้วนอัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกจับได้"
"คุณไม่กล้าแม้แต่จะฮัมเพลงตามจังหวะของตัวเองด้วยซ้ำ ทำได้เพียงเลียนแบบจังหวะการเคลื่อนไหวของพนักงานกวาดถนนที่เดินผ่านกล้องวงจรปิด เพื่อปกปิดความตื่นตระหนกของตัวเอง"
"คุณทำได้เพียงลอกเลียนแบบเทคนิคของเขา แต่คุณจะไม่มีวันเข้าถึงจิตวิญญาณของเขาได้"
"คุณไม่ใช่ศิลปิน คุณมันก็แค่... ไอ้ตัวน่าสมเพชที่เรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น"
"หุบปาก!!"
ในที่สุดหลินเฟิงก็ฟิวส์ขาด
เขาแผดเสียงคำรามก้องราวกับสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่ง
"แกจะไปรู้อะไร! แกมันไม่รู้อะไรเลยสักนิด!"
มือที่กุมรีโมทคอนโทรลสั่นเทาอย่างหนักด้วยแรงอารมณ์ นิ้วหัวแม่มือของเขาจ่อค้างอยู่เหนือปุ่มจุดชนวน!
บรรยากาศภายในโถงทางเดินตึงเครียดจนถึงขีดสุด!
มือของจ้าวต้าไห่ทาบลงบนปืนพกข้างเอวเตรียมพร้อมแล้ว
"ผมไม่รู้อะไรเลยงั้นหรือ"
น้ำเสียงของเฉินม่อที่ลอดผ่านวิทยุสื่อสารออกมา จู่ๆ ก็เจือไปด้วยความเวทนา
"งั้นผมขอถามคุณสักคำ ทำไมจดหมายที่คุณส่งมาให้ผมถึงต้องเขียนด้วยตัวอักษรวิจิตร"
หลินเฟิงชะงักงัน
"ก็เพราะ... เพราะเขียนแบบนั้นมันดูสละสลวยกว่าน่ะสิ!"
"ผิดแล้ว"
น้ำเสียงของเฉินม่อดังกังวานราวกับคำพิพากษาจากยมโลก
"เหตุผลก็เพราะว่า งานศิลปะที่ 'จักรพรรดิ' โปรดปรานการสะสมมากที่สุด คือเอกสารต้นฉบับในยุคกลางที่เขียนด้วยตัวอักษรวิจิตรต่างหาก"
ตู้ม!
สมองของหลินเฟิงขาวโพลน ราวกับถูกระเบิดของจริงอัดกระแทกเข้าอย่างจัง!
ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา มือที่กำรีโมทคอนโทรลแข็งค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
"กะ... แกไปรู้มาได้ยังไง?!"
นี่คือความลับขั้นสุดยอดของเขา! มันเป็นเบาะแสเพียงชิ้นเดียวเกี่ยวกับองค์กรในตำนาน ที่เขาอุตส่าห์ขุดคุ้ยเจอจากเว็บบอร์ดลับเฉพาะในดาร์กเว็บ!
มันคือรหัสลับที่เขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าจะมีเพียงเขาและ "จักรพรรดิ" ผู้ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดเท่านั้นที่เข้าใจ!
"ผมยังรู้อีกอย่างหนึ่งด้วยนะ"
น้ำเสียงของเฉินม่อบดขยี้ปราการทางจิตใจด่านสุดท้ายของเขาจนแหลกละเอียด
" 'จักรพรรดิ' ไม่เคยคัดเลือกพวกชอบลอกเลียนแบบเข้าร่วม"
"เขาชื่นชมแค่... ผลงานต้นฉบับของแท้เท่านั้น"
"ในการประลองเพื่อคัดเลือกครั้งนี้ คุณน่ะถูกปัดตกไปตั้งแต่แรกเริ่มแล้วล่ะ"
เคร้ง...
รีโมทคอนโทรลที่หลินเฟิงถือมั่นว่าเป็นไพ่ตายใบสุดท้าย หลุดร่วงจากมือที่ไร้เรี่ยวแรงลงไปกระแทกกับพื้น
ร่างของเขาทรุดฮวบลงตรงหน้าประตู ทั่วทั้งร่างอ่อนปวกเปียกราวกับถูกสูบเอาโครงกระดูกออกไปจนหมดสิ้น
ความบ้าคลั่งและความจองหองโอหังที่เคยมีย่อยยับลงจนหมดสิ้น
หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า... และความสิ้นหวังอันไร้จุดสิ้นสุด
"บุกชาร์จ!"
สิ้นคำสั่งของผู้กองจ้าว เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทหลายนายก็กรูทะลวงเข้าไป กดร่างของเขาตรึงราบลงกับพื้นอย่างแน่นหนา
กุญแจมือเย็นเยียบสับล็อกเข้าที่ข้อมือของเขา พร้อมกับปิดตายความฝันลมๆ แล้งๆ เกี่ยวกับ "อาชญากรรมสมบูรณ์แบบ" ไปตลอดกาล
เขาถูกควบคุมตัวคุมเข้มเดินไปตามโถงทางเดิน
เขาไม่แม้แต่จะดิ้นรนขัดขืน ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้น
นัยน์ตาที่ว่างเปล่าเลื่อนลอยทอดมองลงไปยังรถบัญชาการสีดำทะมึนซึ่งจอดอยู่เบื้องล่าง
เขารู้ดีว่าชายผู้บดขยี้ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขานั่งอยู่ภายในรถคันนั้น
"แกคิดว่าเกมจบลงแล้วงั้นสิ!"
จู่ๆ เขาก็รีดเร้นพละกำลังเฮือกสุดท้ายแผดเสียงตะโกนลั่น
น้ำเสียงของเขาอาบย้อมไปด้วยคำสาปแช่งอันมาดร้าย
"ไม่มีทาง! เกมของ 'จักรพรรดิ' เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากโว้ย!"
"เขาต้องมองเห็นแก! เขาจะตามหาแกเจออย่างแน่นอน!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ ฉันจะคอยดูว่าผู้พิพากษาอย่างแกจะมีจุดจบทรมานตายโหงยังไง!"