- หน้าแรก
- วิกฤตวันสิ้นโลก ยอดนักสู้พันล้านสกิลผู้กอบกู้โลก
- บทที่ 20: ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความแตกต่าง
บทที่ 20: ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความแตกต่าง
บทที่ 20: ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความแตกต่าง
เมื่อทำโต๊ะเสร็จ ซูฮั่นก็ใช้ไม้ที่เหลือทำเก้าอี้ให้ตัวเองทันที
เมื่อเทียบกับโต๊ะไม้ตัวใหญ่แล้ว เขาใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีในการสร้างเก้าอี้หนึ่งตัว!
ประสิทธิภาพอันน่าทึ่งนี้ทำเอาทุกคนแทบจะอ้าปากค้าง
"อะไรนะ? ผู้เข้าแข่งขันประเทศเรายังต้องหลบฝนอยู่เลย แต่หมอนี่ทำเฟอร์นิเจอร์เสร็จแล้วเหรอ? นี่มันเกมจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย..."
"???"
"บ้าเอ๊ย... ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศมังกรใช้โปรแกรมโกงหรือเปล่าเนี่ย?"
"พระเจ้าช่วย ขอให้ผู้เข้าแข่งขันคนนี้ช่วยผู้เข้าแข่งขันของเราหน่อยได้ไหม?"
"เดี๋ยวนะ? ที่นี่คือที่พักเหรอ... หืม? นี่มัน... ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า? เพิ่งจะวันที่สี่เองนะ เขาสร้างที่พักเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่? คงไม่ได้เป็นของที่เกมเอาชีวิตรอดเดิมพันชะตาประเทศเสกมาให้หรอกนะ..."
เมื่อต้องเผชิญกับความงุนงงของพวกชาวต่างชาติ
ผู้ชมชาวประเทศมังกรก็พากันหัวเราะจนท้องแข็ง
"กลัวล่ะสิ? พวกเรามีคำกล่าวที่ว่า 'บางครั้งความห่างชั้นระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ยังมากกว่าความห่างชั้นระหว่างมนุษย์กับหมาซะอีก...'"
"ช่วยพวกแกงั้นเหรอ? ไสหัวไปเลยไป ดูสารรูปพวกแกสิ สมัยตอนที่มีสงคราม พวกต่างชาติอย่างพวกแกนี่แหละปล้นสะดมไปเยอะที่สุด แถมยังไม่ยอมคืนโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอีกต่างหาก..."
"วันที่สี่แล้วไงล่ะ? ผู้เข้าแข่งขันของเราก็แค่เก่งกาจขนาดนั้นแหละ ในขณะที่พวกแกยังหิวโซอยู่ ฝั่งเราก็ได้กินไก่ป่ากันแล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความแตกต่าง..."
ในเวลานี้ มีชาวต่างชาติจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่กำลังถ่ายทอดสดไลฟ์สตรีมของซูฮั่นกลับไปยังประเทศของตน
ส่งผลให้จำนวนผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว
จากเดิม 300 ล้านคน พุ่งพรวดเป็น 1 พันล้านคนในพริบตา
และตัวเลขก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บนหน้าจอ
หลังจากซูฮั่นทำโต๊ะและเก้าอี้เสร็จ เขาก็อดไม่ได้ที่จะนั่งลงเพื่อทดสอบความสะดวกสบาย
แม้พนักพิงและที่นั่งของเก้าอี้จะยังดูหยาบๆ ไปบ้าง
แต่ความรู้สึกตอนที่นั่งลงไปก็ยังคงสบายมากๆ อยู่ดี
"ไม่เลวเลย ถึงจะแข็งไปนิดจนเจ็บก้นก็เถอะ..."
"เดี๋ยวพอหาหนังสัตว์มาบาะรองนั่งได้เมื่อไหร่ ก็จะนุ่มสบายน่านั่งขึ้นเยอะเลย!"
เมื่อได้ยินซูฮั่นพูดกับตัวเอง พวกชาวต่างชาติก็อดไม่ได้ที่จะอยากเยาะเย้ยเขา
แต่พอพวกเขาเห็นหนังหมาป่าแขวนอยู่ใกล้ๆ พวกเขาก็หุบปากฉับทันที
ไอ้หมอนี่มันถึงขนาดฆ่าหมาป่ามาแล้ว การจะหาหนังสัตว์มาอีกสักผืนมันจะไปยากอะไรนักหนา?
ในตอนนั้น ชาดอกไม้ก็ต้มเสร็จพอดี
นี่เป็นชาชุดสุดท้ายแล้ว
ถ้าเขาอยากจะดื่มอีกในภายหลัง เขาคงต้องออกไปเก็บเพิ่ม
ซูฮั่นยกชาที่กำลังเดือดปุดๆ มาวางไว้บนโต๊ะ เขาจิบชาดอกกุหลาบป่าพลางศึกษาหาความรู้จากสารานุกรมไปด้วย
ท่าทีที่ผ่อนคลายและสงบนิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อทุกคนที่เฝ้าดูอยู่
อย่างที่คำกล่าวที่ว่า ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความแตกต่าง
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ถ้าไม่อดอยากจนสามวันกินเก้ามื้อ ก็ไม่มีแม้แต่ที่หลบฝน สภาพดูไม่ได้ราวกับคนป่า
"ตอนแรกฉันก็คิดว่าแบร์ กริลส์ทำงานหนักแล้วนะ แต่พอเอามาเทียบกับผู้เข้าแข่งขันคนนี้ เขากลายเป็นตัวตลกไปเลยแฮะ"
"ใช่ คุณปู่เอ็ดคือไอดอลของฉัน ตลอดสี่วันที่ผ่านมาเขาทำอะไรมาตั้งเยอะแยะ ทั้งล่าสัตว์ ปั่นไฟด้วยไม้ แล้วก็กรองน้ำจืด แต่พอเอามาเทียบกับผู้เข้าแข่งขันคนนี้ ความห่างชั้นมันมากเกินไปจริงๆ
เหมือนพวกเขาเป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในสองยุคสมัยที่แตกต่างกันเลย
มิน่าล่ะ ผู้เข้าแข่งขันซูฮั่นถึงล่าหมาป่าได้ เขาแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ..."
"ได้ยินมาว่ามีคนจากประเทศมังกรอพยพไปอยู่อังกฤษตั้งเยอะ ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนั้นจะรู้สึกเสียใจบ้างไหมน้า ฮี่ๆ (#^.^#)..."
...ในขณะเดียวกัน ที่ประเทศอังกฤษ
โซนทาส
บรรดา "สุนัขรับใช้ฝรั่ง" จำนวนนับไม่ถ้วนที่อพยพมา กำลังหดตัวเบียดเสียดกันอยู่ในมุมที่สกปรกโสมมเพื่อดูไลฟ์สตรีม
ตอนแรกข้อความบรรทัดสุดท้ายในช่องแชตก็ไม่ได้เด่นชัดอะไรนัก
แต่ผู้กำกับจงใจขยายขนาดและเปลี่ยนให้เป็นเอฟเฟกต์สีทองอร่าม
พวก "สุนัขรับใช้ฝรั่ง" ที่ตอนนี้เสียใจจนลำไส้เขียวปัดไปหมดแล้ว ทันทีที่เห็นคอมเมนต์นั้นก็เริ่มเห่าหอนราวกับหมาที่ถูกเหยียบหาง
"พ่อมึงตาย จะขยายขนาดทำไมวะ... กูมองเห็นเว้ย เสียใจงั้นเหรอ? ต่อให้ต้องกินขี้ กูก็ไม่เสียใจหรอกที่มาอยู่อังกฤษ ไอ้สัส..."
"อากาศเมืองนอกแม่งโคตรสดชื่น พวกแกมันก็แค่พวกโง่เง่าล้าหลัง จะมาทำตัวหยิ่งยโสอะไรนักหนาวะ..."
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะด่าได้นาน คนอื่นๆ ก็เข้ามารุมล้อมพวกเขา
"ไอ้เวรหวังคุน... ก็เพราะมึงนั่นแหละ ไอ้ลูกหมา มึงบอกว่าผู้เข้าแข่งขันชาวอังกฤษเก่งนักเก่งหนา กูถึงพาครอบครัวมาที่นี่ แล้วนี่คือ 'เก่ง' ของมึงเหรอ? ผ่านมาสี่วันแล้ว แม่งยังสร้างบ้านไม่ได้เลยสักหลัง..."
"ใช่! ถ้ากูไม่เชื่อคำตอแหลของไอ้หวังคุน ป่านนี้กูคงได้กินเป็ดย่างไปแล้ว ไม่ใช่แค่ไก่ป่าโง่ๆ หรอก..."
เมื่อต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาของทุกคน
หวังคุนก็สบถด่าอยู่ในใจเช่นกัน
พวกนั้นรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าหลังจากอพยพมาแล้ว พวกฝรั่งจะแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเลย
บ้าเอ๊ย โดนหลอกซะแล้ว...
ฝนในฤดูใบไม้ร่วงแต่ละครั้งจะนำพาความหนาวเย็นระลอกใหม่มาด้วย
พายุฝนครั้งนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนโหมโรงก่อนที่ฤดูหนาวจะมาเยือน
เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างที่พัก หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากพายุฝนในฤดูใบไม้ร่วงครั้งนี้ ทุกคนต่างก็สาบานในใจว่าจะต้องสร้างที่พักให้เร็วที่สุดทันทีที่ฝนหยุดตก
วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าแจ่มใส
ซูฮั่นเดินออกจากที่พักและตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของหลังคาอย่างละเอียด
แม้จะมีน้ำซึมผ่านชั้นแรกมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่เปลือกไม้ในชั้นที่สองก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"อืม ดูเหมือนปัญหาเรื่องระบบกันซึมจะได้รับการแก้ไขแล้วนะ"
"ตอนนี้ ฉันแค่ต้องเสริมความแข็งแรงเป็นครั้งที่สองเพื่อความอุ่นใจอย่างเต็มที่"
ซูฮั่นกลับเข้าไปในที่พักและนำต้นหอมป่าทั้งหมดที่รวบรวมมาได้เมื่อวานไปปลูกไว้ที่หน้าประตู
ส่วนสะระแหน่นั้น เขาไม่สนใจที่จะนำไปปลูกข้างนอก
เพราะมันจะเหี่ยวเฉาเมื่ออากาศหนาวเย็น เขาจึงปลูกมันไว้ที่มุมหนึ่งภายในที่พัก
แบบนี้ก็เหมาะเลยที่จะเอามาชงชาดื่มตอนไหนก็ได้ตามใจชอบ
หลังจากจัดการงานบ้านเสร็จ
เนื้อหมาป่าข้างในก็ใกล้จะตุ๋นเสร็จพอดี
ซูฮั่นเปิดฝาหม้อ ไอน้ำร้อนๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของต้นหอมก็พวยพุ่งเข้าใส่หน้าเขาเต็มๆ
"ซี้ด... หอมจัง หอมสุดๆ ไปเลย..."
"พอใส่เครื่องเทศลงไป รสชาติก็เปลี่ยนไปเลยจริงๆ"
เมื่อวานเช้าเขายังรู้สึกว่ามันเลี่ยนเกินไปอยู่เลย
แต่วันนี้ พอใส่ต้นหอมป่าลงไปกำหนึ่ง รสชาติก็เปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง
ซูฮั่นคีบชิ้นเนื้อขึ้นมาจากหม้อเพื่ออวดให้ผู้ชมดู เนื้อหมาป่าถูกเคลือบไปด้วยเศษต้นหอม แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว
เนื่องจากถูกตุ๋นเป็นเวลานาน น้ำซุปในหม้อจึงเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น
ในห้องถ่ายทอดสด
ผู้ชมต่างก็หิวจนตาลายและอยากจะลิ้มลองรสชาติกันสุดๆ
และปิงปิงก็ถามขึ้นเบาๆ
"ศาสตราจารย์คะ คุณไม่คิดว่าผู้เข้าแข่งขันของเราดูอวบขึ้นนิดหน่อยเหรอคะ?"
หลี่เฉิงถึงกับผงะ อวบขึ้นเหรอ?
จากนั้นเขาก็หันไปมองซูฮั่น
อืม พอมาคิดดูแล้ว
พ่อหนุ่มคนนี้ดูจะมีน้ำมีนวลขึ้นจริงๆ แฮะ
"อะแฮ่ม... เขาใช้ชีวิตสุขสบาย มีเนื้อหมาป่าเสิร์ฟทุกมื้อ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาแหละครับที่เขาจะดูอวบอั๋นขึ้นมาบ้าง"
ผู้ชมต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น
นั่นไม่ใช่ความจริงหรอกเหรอ?
ตั้งแต่ซูฮั่นเข้ามาในดินแดนเถื่อน เสบียงเนื้อสัตว์ของเขาก็แทบจะไม่เคยขาดแคลนเลย
และเวลาที่เขาไม่ได้กินเนื้อ เขาก็จะกินไข่เป็ดเป็นของว่าง
ช่างเป็นชีวิตที่สุขสบายอะไรเช่นนี้
ต้องเข้าใจนะว่า ตอนนี้คนที่อยู่ในหลุมหลบภัยยังต้องกินอาหารเละๆ อยู่เลย
ด้วยการเพิ่มต้นหอมป่าลงไป ซูฮั่นก็ยิ่งเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารมากขึ้นไปอีก เขาตัดสินใจแล้วว่าพอกินอิ่มเมื่อไหร่ เขาจะออกไปรวบรวมทรัพยากร
อาหารที่บ้านเริ่มร่อยหรอลงแล้ว
แม้จะมีเนื้อหมาป่าอยู่เยอะ แต่มันก็เก็บไว้ได้ไม่นาน
ส่วนไข่เป็ด เขาก็ฟาดเรียบไปตั้งนานแล้ว
เนื่องจากฤดูหนาวยังมาไม่ถึง เขาคิดว่าน่าจะยังพอหาไข่เป็ดเจอได้บ้างตามกอหญ้า
ซูฮั่นวางแผนการเดินทางสำหรับวันนี้
ในตอนเช้า เขาตั้งใจจะไปทางทิศตะวันออกเพื่อหาไข่เป็ดและเห็ด
หลังจากฝนตกแบบนี้ จะต้องมีเห็ดราโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินมากมายแน่ๆ ถ้าไม่ออกไปเก็บตอนนี้ก็ถือว่าเสียของเปล่าๆ
พอตกบ่าย พื้นดินเริ่มแห้งลงบ้าง
เขาก็จะสำรวจฝั่งตะวันตกของทะเลสาบต่อไป
เมื่อวานนี้ ซูฮั่นได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณต่างๆ มากมายจากสารานุกรม
พืชหลายชนิด แม้หน้าตาจะดูแปลกประหลาด แต่จริงๆ แล้วสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเทศหรือยารักษาโรคได้