- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 27 นี่เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 27 นี่เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 27 นี่เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย
บทที่ 27 นี่เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย
"รวยแล้วโว้ย"
หวังเย่ยกนาฬิกาข้อมือสำหรับเดินป่าขึ้นเล็งไปที่ซากปีศาจต้นไม้ระดับดุร้ายขั้นสูง เพื่อทำการปักหมุดตำแหน่ง
เปลือกไม้จากต้นไม้สูงยี่สิบเมตรที่แทบจะไม่มีรอยขีดข่วนเลยนี้ สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุสำหรับสร้างอุปกรณ์ป้องกันชั้นยอดได้หลากหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นการบุผนังห้องฝึกซ้อม ทำเกราะหุ้มรถยนต์ หรือแม้กระทั่งนำไปตัดเย็บเป็นชุดรบแบบหนา
ถ้าคำนวณจากสูตรพื้นที่ผิวข้างของทรงกระบอก S = 2πrh เปลือกไม้นี้น่าจะมีพื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร ถ้าตีราคาคร่าวๆ ตารางเมตรละ 3,000 หยวน ส่วนแบ่ง 50% ที่เขาจะได้ก็ตกราวๆ 150,000 หยวนเลยทีเดียว
พืชที่ผ่านการวิวัฒนาการนี่มันเป็นขุมทรัพย์เดินได้จริงๆ ไม่ได้พูดเล่นเลยนะเนี่ย
"ฆ่าข้ามระดับ ได้โบนัสอีก 50%"
"แสดงว่าแต้มศักยภาพมาตรฐานของสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายขั้นสูงคือ 4 แต้มสินะ"
หวังเย่ก้มลงมองดาบสุริยันชาดในมือที่บิ่นไปหมดแล้ว
ของสำหรับมือใหม่ คุณภาพมันก็ตามราคานั่นแหละ
ขนาดชุดรบแสงสีนิลยังทนแรงกระแทกของปีศาจต้นไม้ระดับดุร้ายขั้นสูงไม่ไหวเลย...
ของถูกๆ ราคาแค่แสนเดียวก็งี้แหละ!
"อาวุธกับชุดเกราะนี่มันสำคัญจริงๆ แฮะ" หวังเย่รู้สึกโชคดีที่เขายังมีสิทธิ์สั่งตัดชุดอุปกรณ์ประจำตัวจากศูนย์อนาคตอีกชุดหนึ่ง
ศูนย์วิจัยพันธุกรรมตั้งอยู่ภายในฐานที่มั่น พรุ่งนี้พอกลับไปถึงก็คงไปวัดตัวสั่งตัดได้เลย
...
อพาร์ตเมนต์สำหรับผู้วิวัฒนาการ
"ครับ เข้าใจแล้วครับ ผมจะรับไว้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนนะครับ" หวังเย่กดวางสาย
"โทรมาทาบทามคุณอีกแล้วเหรอคะ" ซูเมิ่งโอวกำลังทำแผลให้หวังเย่อย่างเบามือ
"อืม จากหน่วยลาดตระเวนภายนอกน่ะ" หวังเย่ตอบพลางครุ่นคิด
ซูเมิ่งโอวเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่อง "เมื่อวานพวกเขาก็เพิ่งจะส่งคนมาหาคุณถึงที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ"
หวังเย่หัวเราะเบาๆ "ก็พวกเขาเล่นเสนอมาว่า ถ้าผมอยากได้อะไร หรือมีข้อเรียกร้องพิเศษอะไร ก็ให้บอกมาได้เลย พวกเขาพร้อมจะประเคนให้ทุกอย่างน่ะสิ"
"ใจป้ำขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ซูเมิ่งโอวหลุดขำ "แล้วทำไมคุณไม่ลองขอเลขาหน้าห้องหุ่นสะบึมๆ ผิวขาวๆ สวยๆ ดูสักคนสองคนล่ะคะ"
"เห็นผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง" หวังเย่ตีหน้าขรึม
ก็มีอยู่คนนึงแล้วไงล่ะ
"เอาล่ะๆ เข้าเรื่องกันดีกว่า ตกลงคุณตัดสินใจได้หรือยังคะว่าจะไปอยู่หน่วยไหน" ซูเมิ่งโอวมองหวังเย่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมหลงใหล
อันดับหนึ่งในการทดสอบมือใหม่ เป็นที่หมายปองของทั้งสามองค์กรหลัก
อนาคตของเขาช่างสว่างไสวเหลือเกิน
"คงต้องเลือกไม่ศูนย์อนาคตก็หน่วยกู้ภัยล่ะมั้ง" หวังเย่เลื่อนดูข้อมูลในเว็บบอร์ดผู้วิวัฒนาการไปพลางๆ
แม้ข้อมูลในเว็บบอร์ดจะดูสะเปะสะปะและไม่ค่อยมีสาระ แต่ถ้าตั้งใจอ่านดีๆ มันก็พอจะมีข้อมูลที่มีประโยชน์ซ่อนอยู่เหมือนกัน
"เอ๊ะ?"
ซูเมิ่งโอวอุทานด้วยความแปลกใจ "ฉันนึกว่าคุณจะเลือกไปอยู่กองกำลังป้องกันฐานที่มั่นซะอีก"
"จริงๆ กองกำลังป้องกันฐานที่มั่นก็เหมาะกับผมที่สุดนั่นแหละ" หวังเย่รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
ผลการทดสอบข้อเขียนของการสอบจบการศึกษาออกมาตั้งนานแล้ว
ผลปรากฏว่าหน่วยงานที่เหมาะสมกับเขามากที่สุดคือกองกำลังป้องกันฐานที่มั่น รองลงมาคือค่ายวิวัฒนาการ ส่วนศูนย์วิจัยพันธุกรรมนั้นรั้งท้ายเลย
"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะคะ" ข้อดีอย่างหนึ่งของซูเมิ่งโอวก็คือ เธอไม่เคยพยายามก้าวก่ายหรือยัดเยียดความคิดของตัวเองให้เขาเลย
"เรื่องมันยาวน่ะ" หวังเย่ยิ้มบางๆ
"เป็นเพราะหน่วยลาดตระเวนภายนอกใช่ไหมคะ" ซูเมิ่งโอวหัวไวไม่เบา
หวังเย่พยักหน้ารับ
การที่หน่วยลาดตระเวนภายนอกจู่ๆ ก็โผล่มาทาบทามเขาแบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้ มันดูมีลับลมคมในเกินไป
ติ๊ง
เสียงข้อความเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ เป็นข้อความจากหวงจื่อรุ่ยนั่นเอง
"นี่คือข้อมูลที่นายขอ"
"ขอบใจมาก"
"ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยน่ะ ถ้านายมีอะไรให้ช่วยก็บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"
"ได้เลย"
หวังเย่ไม่ได้ต่อความยาวสาวยืดอะไร
อีกฝ่ายก็แค่พูดตามมารยาทเท่านั้นแหละ
ที่หวงจื่อรุ่ยยอมช่วยเขาง่ายๆ แบบนี้ ก็เพราะเขาเคยช่วยชีวิตอวี๋สุ่ยชินเอาไว้ หวงจื่อรุ่ยก็เลยถือโอกาสนี้ตอบแทนบุญคุณซะเลย
ไฟล์ที่ส่งมาถูกเข้ารหัสเอาไว้
หวังเย่พิมพ์รหัสผ่านเปิดไฟล์
มันคือรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของกองกำลังป้องกันฐานที่มั่น ฝั่งตะวันออก
หวังเย่กวาดสายตาหาชื่อผู้วิวัฒนาการระดับกลางที่แซ่ 'อวี๋' อย่างรวดเร็ว และก็พบอยู่สองคน คนแรกคือหัวหน้าหน่วยป้องกันภัย ส่วนอีกคนคือรองหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนภายนอก
"อวี๋หานเฉา เพศชาย อายุ 20 ปี จบการศึกษาจากค่ายวิวัฒนาการฝั่งเหนือ รุ่นที่ 78..."
ต้องเป็นหมอนี่แน่ๆ
อวี๋ไห่เทาเคยคุยโวในห้องเรียนให้ฟังบ่อยๆ ว่าเขามีพี่ชายเป็นผู้วิวัฒนาการอยู่คนหนึ่ง
"เป็นแค่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนระดับสูง แต่กลับได้ขึ้นเป็นถึงรองหัวหน้าหน่วย แสดงว่าฝีมือและเส้นสายคงไม่ธรรมดาแน่ๆ" หวังเย่ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในที่สุด
ถ้าเดาไม่ผิด อวี๋หานเฉาคงจะเริ่มสงสัยแล้วล่ะว่าเขาเป็นคนฆ่าอวี๋ไห่เทา
ถึงแม้ว่าเขาจะจัดการกลบเกลื่อนร่องรอยเอาไว้เนียนกริบจนไม่เหลือหลักฐานอะไรไว้มัดตัวก็ตาม
แต่อีกฝ่ายแค่ไปไล่ต้อนถามพวกเด็กห้อง 23 ทีละคน ก็คงจะพุ่งเป้ามาที่เขาได้ไม่ยาก
ถ้าขืนหลวมตัวเข้าไปอยู่หน่วยลาดตระเวนภายนอกล่ะก็ มีหวังได้เอาชีวิตไปทิ้งแน่ๆ
แล้วถ้าไปอยู่หน่วยพิทักษ์ที่อยู่ในสังกัดกองกำลังป้องกันฐานที่มั่นเหมือนกัน มันก็ไม่ได้ปลอดภัยขึ้นสักเท่าไหร่หรอก
"อุตส่าห์ยื่นข้อเสนอที่แสนจะเย้ายวนใจมาให้ซะขนาดนี้ ถ้าผมเกิดปฏิเสธไม่ยอมเข้ากองกำลังป้องกันฐานที่มั่นล่ะก็... มันก็แปลว่าผมร้อนตัวน่ะสิ" หวังเย่เหลือบมองซูเมิ่งโอวที่เอนศีรษะซบไหล่เขาอยู่ เธอรู้ตื้นลึกหนาบางทุกอย่าง แต่ก็เลือกที่จะรูดซิปปากเงียบ
นี่มันแผนลวงให้มาติดกับดักชัดๆ
แต่วิธีแก้เกมก็ง่ายนิดเดียว
ก็แค่เลี่ยงการปะทะซึ่งๆ หน้า แล้วแอบซุ่มเก็บเวลไปเงียบๆ ก่อน
รอจนกว่าปีกกล้าขาแข็ง มีความแข็งแกร่งมากพอก่อนแล้วค่อย—
ตลบหลังมันซะเลย!
"ก่อนอื่นก็ต้องหาตอใหญ่ๆ ไว้คอยคุ้มกะลาหัวก่อน จะได้ฟาร์มได้อย่างสบายใจ"
"ก็แค่ผู้วิวัฒนาการระดับกลาง ไม่คณามือหรอก"
เมื่อศัตรูที่เคยหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดเผยตัวออกมา ภัยคุกคามก็ลดฮวบลงไปเยอะ
ก็แค่ผู้วิวัฒนาการระดับกลางคนนึง
ต่อให้จะเส้นใหญ่ หรือฝีมือร้ายกาจแค่ไหน มันจะแน่สักแค่ไหนเชียว
"ศูนย์อนาคตเน้นให้อิสระในการฝึกฝน แถมยังตั้งอยู่ในฐานที่มั่นด้วย ขืนไปอยู่ที่นั่นก็เหมือนเอาตัวเองไปวางไว้ใต้จมูกมัน จะแอบซุ่มฟาร์มก็คงลำบาก" หวังเย่ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
เข้าหน่วยกู้ภัยนี่แหละเวิร์กสุด!
ที่นั่นมีหัวหน้าหน่วยที่เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับกลาง แถมเพื่อนร่วมทีมก็มีแต่พวกหัวกะทิทั้งนั้น
ต่อให้อวี๋หานเฉาคิดจะเล่นตุกติก มันก็คงต้องคิดหนักหน่อยล่ะ
แถมหน่วยกู้ภัยถึงจะมีภารกิจให้ทำเยอะ แต่ก็ต้องออกไปตระเวนอยู่ในเขตป่าตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝนและการฟาร์มแต้มศักยภาพของเขาเลยสักนิด
ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟกต์ที่สุดแล้วในตอนนี้
"ผมส่งใบสมัครเข้าหน่วยกู้ภัยไปแล้วล่ะ" หวังเย่บอกการตัดสินใจของเขาให้ซูเมิ่งโอวฟัง
"อืม" ซูเมิ่งโอวครางรับเบาๆ ในลำคอ
"ไม่อยากรู้เหตุผลหน่อยเหรอ" หวังเย่ถามยิ้มๆ
"ก็... คงอยากจะออกไปช่วยเหลือพวกผู้ลี้ภัยล่ะมั้งคะ" ซูเมิ่งโอวพูดจบก็หลุดขำออกมา ขนาดตัวเธอเองยังไม่เชื่อเหตุผลนี้เลย ก่อนที่เธอจะสวมกอดหวังเย่เอาไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ "รอให้ถึงวันที่คุณพร้อมจะเล่าเมื่อไหร่ ฉันจะรอฟังนะคะ"
หวังเย่ไม่ได้ตอบอะไร แต่จู่ๆ ซูเมิ่งโอวก็รู้สึกเย็นวาบที่ท่อนบน จนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"อ๊ะ ไม่ได้นะ!"
"คุณยังมีแผลอยู่นะ..."
—--------------------------------------------------------
ฐานที่มั่นฝั่งตะวันออก ภายในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรู
ห้องฝึกซ้อมชั้นใต้ดิน
ชายหนุ่มหญิงสาวที่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก กำลังประลองฝีมือกันอย่างดุเดือด เงาทวนสีเงินพุ่งทะยานเป็นสาย แต่ก็ไม่อาจเจาะทะลุเกราะพลังงานอันแข็งแกร่งเข้าไปได้เลย
ผ่านไปพักใหญ่ ทั้งคู่ถึงได้หยุดการประลองลง
"หืม?" หวงจื่อรุ่ยก้มดูข้อความในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"มีอะไรเหรอ" อวี๋สุ่ยชินดื่มน้ำดับกระหาย หยาดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนผิวขาวเนียนละเอียด ยิ่งขับเน้นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
"หวังเย่สมัครเข้าหน่วยกู้ภัยไปแล้วล่ะ" หวงจื่อรุ่ยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แต่พอนึกถึงตอนที่หวังเย่ขอให้เขาช่วยสืบข้อมูลของพวกเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของกองกำลังป้องกันฐานที่มั่น เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้างแล้ว
"ก็ไม่แปลกนี่นา เขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงามและมีเมตตา การเข้าหน่วยกู้ภัยก็คงเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาได้ทำตามอุดมการณ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ไงล่ะ" อวี๋สุ่ยชินจิบน้ำไปพลาง ส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปพลาง
จิตใจดีงาม...
มีเมตตา...
นี่เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย... หวงจื่อรุ่ยแทบอยากจะกุมขมับ
ถ้าเสี่ยวชินรู้ว่าหวังเย่จับเธอแก้ผ้าจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะก็...
ช่างเถอะ
พูดไปเธอก็คงไม่เชื่อหรอก
ต่อให้เชื่อ เธอก็คงจะมองว่าหวังเย่ทำไปเพราะความจำเป็น เพื่อช่วยชีวิตเธอ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอยู่ดี
เผลอๆ... อาจจะยิ่งทำให้เธอประทับใจในตัวเขามากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ
ความประทับใจแรกนี่มันมีอิทธิพลมากจริงๆ แฮะ
"พี่คะ หนูตัดสินใจแล้ว" จู่ๆ อวี๋สุ่ยชินก็พูดขึ้น
"ตัดสินใจอะไรเหรอ" หวงจื่อรุ่ยยังคงคิดไม่ตกหาวิธีเปลี่ยนมุมมองที่อวี๋สุ่ยชินมีต่อหวังเย่อยู่
"หนูจะเข้าหน่วยกู้ภัยด้วยเหมือนกัน หนูอยากจะเป็นคนที่รู้จักเสียสละเพื่อคนอื่นเหมือนหวังเย่ อยากจะออกไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ตาดำๆ พวกนั้นให้ได้เยอะๆ" นัยน์ตาของอวี๋สุ่ยชินเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
"..."
...
กองกำลังป้องกันฐานที่มั่น หน่วยลาดตระเวนภายนอก
อวี๋หานเฉานั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวม โทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะต่างก็สว่างวาบขึ้นมา
เขาเพิ่งจะได้รับรายงานข่าวเมื่อสักครู่นี้เอง
"เป็นฝีมือแกจริงๆ ด้วยสินะ"
อวี๋หานเฉาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นิ้วมือเคาะเป็นจังหวะลงบนโต๊ะ เสียงดังกุกกักท่ามกลางความมืดมิด
"ที่ปฏิเสธ ก็เพราะกลัวฉันสินะ"
"หึ"
แววตาของอวี๋หานเฉาเปลี่ยนไปมา ระหว่างความเย็นชาและความอบอุ่น ภาพความทรงจำสมัยเด็กที่เขาเติบโตมาพร้อมกับน้องชาย ภาพที่พวกเขากอดคอกันฝ่าฟันมหาภัยพิบัติวันสิ้นโลก ภาพที่พวกเขาให้คำมั่นสัญญากันว่าจะต้องก้าวขึ้นเป็นผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งที่สุดให้จงได้ และภาพที่พวกเขาพากันปีนป่ายขึ้นมาจนถึงจุดนี้...
แต่มันจบลงแล้ว
"ไม่มีอีกแล้ว!!" อวี๋หานเฉาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเกรี้ยวกราด สองมือระดมทุบลงบนโต๊ะทำงานอย่างบ้าคลั่ง
เสียงดังกัมปนาท โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งถูกทุบจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นัยน์ตาของเขาแดงฉาน แผ่ซ่านรังสีอำมหิตและจิตสังหารอันรุนแรง
[จบตอน]