- หน้าแรก
- ทะลุมิติสามก๊ก ยอดกุนซือลับแห่งค่ายโจโฉ
- บทที่ 41 - ยั่วยุให้โกรธ!
บทที่ 41 - ยั่วยุให้โกรธ!
บทที่ 41 - ยั่วยุให้โกรธ!
บทที่ 41 - ยั่วยุให้โกรธ!
เมืองหลวงแห่งกังตั๋ง เมืองเกี๋ยนเงียบ
จูกัดเหลียงเดินทางมาถึงได้หลายวันแล้ว ทว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขากลับไม่ได้เข้าพบซุนกวนผู้เป็นนายแห่งกังตั๋ง ซ้ำยังไม่ได้พบหน้าเหล่าขุนนางกังตั๋งเลยแม้แต่คนเดียว
แต่เขาก็เข้าใจดีว่านี่คือการข่มขวัญจากซุนกวน เพื่อให้เขาตระหนักว่าถึงแม้ซุนกวนจะยินยอมร่วมมือในนามพันธมิตรซุนเล่า ทว่ากังตั๋งก็ยังคงเป็นฝ่ายกุมอำนาจนำอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้จูกัดเหลียงจึงไม่ร้อนใจ เขาเฝ้ารออย่างสงบ ในขณะที่โลซกแวะเวียนมาพูดคุยปลอบใจเขาอยู่เป็นระยะ
ในที่สุดหลังจากผ่านไปห้าวัน ซุนกวนก็เรียกตัวจูกัดเหลียงเข้าพบพร้อมกับเหล่าขุนนางกังตั๋ง
"ขงเบ้ง การไปครั้งนี้ท่านต้องจำคำพูดของข้าไว้ให้มั่น ห้ามเอ่ยถึงความได้เปรียบของกองทัพโจโฉเป็นอันขาด เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นเกิดความหวาดกลัว"
โลซกเอ่ยเตือน ซึ่งคนเหล่านั้นที่เขาพูดถึงย่อมหมายถึงบรรดาขุนนางฝ่ายบุ๋นแห่งกังตั๋ง
จูกัดเหลียงพยักหน้าช้าๆ บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ "ข้ารู้ดี"
ทั้งสองเดินทางมาถึงจวนอู๋โหวอย่างรวดเร็ว ภายในจวนเวลานี้มีการเตรียมพร้อมต้อนรับอย่างเป็นทางการ ซุนกวนนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ส่วนสองข้างซ้ายขวาคือเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊แห่งกังตั๋ง
"นายท่าน นี่คือกุนซือของเล่าปี่ นามว่าจูกัดเหลียง" โลซกก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะหันมากล่าวกับจูกัดเหลียง "ท่านนี้คือนายท่านซุนกวนผู้เป็นนายของข้า"
จูกัดเหลียงแสดงท่าทีสง่าผ่าเผยไม่แข็งกร้าวแต่ก็ไม่อ่อนน้อมจนเกินไป เขายกพัดขนนกขึ้นพร้อมกับค้อมตัวคารวะเล็กน้อย "คารวะท่านขุนพลซุน"
ซุนกวนมีรอยยิ้มบนใบหน้า เขาลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว "ได้ยินมานานแล้วว่าขงเบ้งเดินทางมาเยือน วันนี้เพิ่งจะได้พบหน้า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
จากนั้นทุกคนก็นั่งลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จูกัดเหลียง ทว่าจูกัดเหลียงกลับโบกพัดขนนกเบาๆ ด้วยท่าทีสบายใจ
ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปาก ซุนกวนก็เป็นฝ่ายตั้งคำถามขึ้นก่อน "ใต้เท้าเล่านำทัพปะทะกับกองทัพโจโฉในดินแดนเกงจิ๋วมาหลายครั้ง ย่อมต้องรู้จำนวนไพร่พลของกองทัพโจโฉเป็นอย่างดี ไม่ทราบว่าพอจะบอกกล่าวให้พวกเราฟังได้หรือไม่"
ในฐานะนายแห่งกังตั๋ง สิ่งที่เขาใส่ใจมากที่สุดย่อมเป็นขุมกำลังรบของกองทัพโจโฉ เพื่อที่เขาจะได้ประเมินสถานการณ์ในใจได้ถูกต้อง
โลซกที่อยู่ด้านข้างถึงกับใจหายวาบ ตลอดทางเขาพร่ำเตือนจูกัดเหลียงก็เพื่อเรื่องนี้ หากปล่อยให้คนของกังตั๋งรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ของกองทัพโจโฉ พวกเขาย่อมเกิดความคิดที่จะยอมจำนนก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอน
แม้แต่จิตใจของซุนกวนก็อาจจะสั่นคลอน ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบขยิบตาให้จูกัดเหลียง
ใครจะรู้ว่าจูกัดเหลียงกลับเมินเฉยต่อสายตาของโลซกโดยสิ้นเชิง เขาประสานมือคารวะพร้อมกับปั้นหน้าเคร่งเครียด "ในเมื่อท่านขุนพลเอ่ยปากถาม ข้าย่อมต้องตอบตามความจริง"
เขาลุกขึ้นยืน มองไปทางซุนกวนก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าขุนนางกังตั๋งรอบหนึ่ง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"แย่แล้ว!" โลซกเห็นท่าทางของจูกัดเหลียงก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิด
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่จูกัดเหลียงเอ่ยปาก เขาก็เปิดเผยความจริงออกมาจนหมดสิ้น
"กองทัพโจโฉเพียบพร้อมไปด้วยทัพเรือ ทัพบก และทัพม้า รวมไพร่พลแล้วมีมากถึงหนึ่งล้านนาย อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นทหารชาญศึกที่กล้าหาญชาญชัย ในมุมมองของข้า กังตั๋งไม่มีทางต้านทานบารมีอำนาจของกองทัพโจโฉได้อย่างแน่นอน!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งโถงประชุมก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที เหล่าแม่ทัพต่างพูดคุยกันอื้ออึง ส่วนพวกขุนนางบุ๋นต่างก็มีสีหน้าตื่นตะลึง
โลซกไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ทว่าในใจกลับรู้สึกกังวลอย่างลึกซึ้ง เขาหันไปมองซุนกวนและพบว่าใบหน้าของซุนกวนมืดทะมึนลงไปแล้ว เห็นได้ชัดว่ากำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง
แต่ถึงอย่างไรซุนกวนก็เป็นนายแห่งกังตั๋ง เขากระแอมเบาๆ สองครั้งเพื่อสะกดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้เงียบลง จากนั้นจึงหันไปมองจูกัดเหลียง
"กองทัพโจโฉแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ หากเป็นไปตามที่ท่านว่า กองทัพโจโฉก็ไร้เทียมทานในแผ่นดินแล้วสิ"
โลซกที่อยู่ด้านข้างแกล้งไอกระแอมสองครั้ง คล้ายต้องการเตือนสติจูกัดเหลียง ทว่าจูกัดเหลียงกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
"ในสายตาของข้า กองทัพโจโฉร้ายกาจมากจริงๆ นอกจากไพร่พลจะมหาศาลแล้ว บรรดาแม่ทัพนายกองใต้สังกัดล้วนเป็นยอดฝีมือแห่งยุค ไม่ว่าจะเป็นโจหยิน โจหอง สองพี่น้องตระกูลแฮหัว เคาทู ซิหลง เตียวเลี้ยว หรือเตียวคับ..."
"โจโฉมีไพร่พลและขุนพลมากมาย ซ้ำยังยึดครองเกงจิ๋วไว้ได้ เวลานี้ตั้งท่าพร้อมจะกลืนกินกังตั๋งอยู่รอมร่อ อีกทั้งยังเร่งฝึกทัพเรือและสร้างเรือรบ คาดว่าอีกไม่นานคงจะยกทัพข้ามแม่น้ำมาบดขยี้กังตั๋งเป็นแน่"
"ตามความเห็นของข้า ท่านขุนพลซุนมีเพียงหนทางเดียวคือต้องยอมจำนนเท่านั้น"
จูกัดเหลียงร่ายยาวไม่หยุดปาก จงใจปั้นแต่งให้กองทัพโจโฉดูน่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุด ทำให้สีหน้าของซุนกวนยิ่งดำทะมึนลงไปอีก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เดิมทีบรรดาตระกูลใหญ่ในกังตั๋งต่างคาดหวังจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากจูกัดเหลียง ทว่าเมื่อได้ฟังคำพูดเย้ยหยันที่บอกว่ากังตั๋งทำได้เพียงยอมแพ้ พวกเขากลับรู้สึกระคายหูอย่างบอกไม่ถูก
"พอได้แล้ว! หากเป็นไปตามที่ท่านว่า กังตั๋งของข้าคงมีแต่ต้องคุกเข่าศิโรราบให้โจโฉเพียงทางเดียวงั้นสิ แล้วเหตุใดกองทัพเล่าปี่ของพวกท่านถึงไม่ยอมจำนนเล่า"
ต่อให้ซุนกวนจะเป็นคนอารมณ์ดีเพียงใด แต่เมื่อได้ยินคำพูดแฝงแววเยาะเย้ยของจูกัดเหลียง เขาก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป
จูกัดเหลียงยิ้มบางๆ ประสานมือแล้วกล่าว "นายท่านของข้ากับท่านขุนพลนั้นต่างกัน นายท่านเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นที่ชอบธรรม ส่วนโจโฉคือโจรเฒ่าผู้แย่งชิงแผ่นดินฮั่น ย่อมอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้"
"ยิ่งไปกว่านั้น แม้นายของข้าจะเผชิญหน้ากับโจโฉและพ่ายแพ้มาหลายครา ทว่าก็ไม่เคยยอมแพ้ที่จะต่อต้านโจโฉ พวกเรามีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หากจะถามว่าในแผ่นดินนี้ใครคือคนที่มีโอกาสยอมจำนนต่อโจโฉน้อยที่สุด ย่อมต้องเป็นนายของข้าอย่างไม่ต้องสงสัย"
"ต่อให้ต้องแหลกสลายกลายเป็นผุยผง นายของข้าก็จะขอปกป้องความชอบธรรมแห่งราชวงศ์ฮั่นเอาไว้!"
แม้ทุกถ้อยคำจะกล่าวถึงเล่าปี่ ทว่าทุกถ้อยคำก็แฝงนัยยะเย้ยหยันกังตั๋งอยู่ด้วยเช่นกัน
เล่าปี่มีไพร่พลและขุนพลเพียงน้อยนิดก็ยังกล้าต่อกรกับโจโฉ ทว่ากังตั๋งกลับคิดจะชูธงขาวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้
กองทัพเล่าปี่มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพหรือทหารเลวต่างก็มีใจมุ่งมั่นเพียงหนึ่ง ทว่าเหล่าขุนนางกังตั๋งกลับมีใจโลเลและคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง
ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคนี้ ทำให้เหล่าขุนนางกังตั๋งถึงกับละอายใจจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
สีหน้าของซุนกวนดูไม่ได้เอาเสียเลย เขาลุกพรวดขึ้นทันทีโดยไม่สนว่าจะมีใครหน้าไหนอยู่ตรงนั้น แล้วเดินสะบัดแขนเสื้อจากไปด้วยความโทสะ
ส่วนขุนนางกังตั๋งคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพอย่างอุยกายและเทียเภา หรือขุนนางบุ๋นอย่างเตียวเจียวและโกะหยง ต่างก็ส่งสายตาเย็นชาดุดันไปที่จูกัดเหลียง
"ในสายตาจูกัดเหลียงอย่างท่าน กังตั๋งของพวกเราคงเทียบไม่ติดเลยสินะ"
อุยกายทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวก่อนจะเดินจากไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
รอจนทุกคนจากไปหมดแล้ว โลซกถึงได้พาจูกัดเหลียงเร่งฝีเท้าจากไป เมื่อกลับถึงที่พักเขาก็เริ่มบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดหย่อน
"ขงเบ้งเอ๋ย การกระทำของท่านคราวนี้เล่นเอาผิดใจกับทุกคนจนหมดสิ้นแล้ว ข้าก็อุตส่าห์เตือนท่านแล้วแท้ๆ เหตุใดถึงไม่ทำตามที่ข้าบอก"
จูกัดเหลียงยังคงโบกพัดขนนกเบาๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ
"จื่อจิ้งไม่ต้องกังวลไป ทุกอย่างเป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ไว้แล้ว"
โลซกเห็นท่าทางของจูกัดเหลียงก็อ้าปากคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วหันหลังเดินจากไป
ภายในจวนอู๋โหว ความโกรธแค้นในใจของซุนกวนพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ในคำพูดของจูกัดเหลียง ดินแดนกังตั๋งอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา กลับเทียบไม่ได้แม้แต่กองทัพเล่าปี่ที่ต้องระหกระเหินหนีตายไปทั่วอย่างนั้นหรือ
"บัดซบ หยามเกียรติกันเกินไปแล้ว!"
ในจังหวะนั้นเอง โลซกก็รีบรุดเข้ามา ทันทีที่มาถึงเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น
"นายท่านโปรดระงับโทสะด้วย!"
"ระงับโทสะหรือ ท่านจะให้ข้าหายโกรธได้อย่างไร จูกัดเหลียงคิดว่าข้าไม่กล้าสังหารเขางั้นสิ ตามที่เขาพูดมา กังตั๋งของข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนนอย่างนั้นหรือ" ซุนกวนเอ่ยด้วยความเคียดแค้น
โลซกรีบเอ่ยตอบ "นายท่าน เราจะยอมจำนนไม่ได้เด็ดขาด หากยอมจำนน ผู้อื่นอาจเอาตัวรอดได้ หรือแม้แต่ข้าเองก็สามารถลาออกจากราชการเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดได้ ทว่าจุดจบของนายท่านจะต้องเหมือนกับเล่าจ๋องแห่งเกงจิ๋ว ที่ถูกส่งตัวไปฮูโต๋และถูกกักบริเวณไปชั่วชีวิตเป็นแน่!"
"ที่ขงเบ้งกล่าวเช่นนั้น ก็เพียงเพื่อต้องการกระตุ้นให้นายท่านมีจิตใจที่แน่วแน่ในการต่อต้านโจโฉเท่านั้น!"
[จบแล้ว]