เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - จูกัดเหลียงเยือนกังตั๋ง

บทที่ 37 - จูกัดเหลียงเยือนกังตั๋ง

บทที่ 37 - จูกัดเหลียงเยือนกังตั๋ง


บทที่ 37 - จูกัดเหลียงเยือนกังตั๋ง

แม้ซุนกวนจะรู้สึกรังเกียจกลุ่มอำนาจของตระกูลใหญ่ที่มีเตียวเจียวเป็นผู้นำอย่างสุดซึ้ง ทว่าเขาก็รู้ดีว่ากังตั๋งในยามนี้ยังต้องพึ่งพาคนเหล่านี้ค้ำจุนอยู่ เขาจึงยังไม่อาจลงมือขั้นเด็ดขาดกับพวกมันได้ ทำได้เพียงแค่อดทนกล้ำกลืนไว้

เขาอุตส่าห์รับช่วงต่อภาระอันหนักอึ้งของกังตั๋งมาจากบิดาและพี่ชายด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กังตั๋ง เขาเรียกใช้งานคนเก่งอย่างจิวยี่และโลซก ทว่าเหตุใดจึงไม่อาจต้านทานกองทัพโจโฉได้เลย

บรรดาบ่าวไพร่เมื่อเห็นซุนกวนกำลังโมโหก็ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปใกล้

ในเวลานั้นเอง มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกลและรีบคุกเข่าลงกับพื้น

"นายท่าน โลซกส่งคนมาแจ้งข่าวว่าจูกัดเหลียงแห่งทัพเล่าปี่ใกล้จะเดินทางมาถึงเมืองเกี๋ยนเงียบแล้วขอรับ"

เมื่อซุนกวนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างเป็นประกาย

เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของจูกัดเหลียง เจ้าของฉายามังกรหลับ ผู้มีสติปัญญาครอบคลุมทั้งแผ่นดินฟ้าและเป็นกุนซือคนสำคัญของเล่าปี่

"การเดินทางมาพร้อมกับโลซกในครั้งนี้ ย่อมต้องเป็นเรื่องการขอเป็นพันธมิตรอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าจูกัดเหลียงผู้นี้จะมีสติปัญญาเก่งกาจสมคำร่ำลือ และจะสามารถเกลี้ยกล่อมไอ้พวกตระหูลใหญ่หัวดื้อพวกนั้นได้หรือไม่"

"ในเวลานี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่เขาแล้ว"

บนถนนสายหนึ่งมุ่งสู่ดินแดนกังตั๋ง รถม้าคันหนึ่งกำลังแล่นไปอย่างราบรื่น ภายในห้องโดยสารคือโลซกและจูกัดเหลียง

พวกเขาออกเดินทางจากอำเภอหลัวเซี่ยน ข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงและเร่งรีบเดินทางมาโดยไม่หยุดพักเลยตลอดทาง

ดังนั้นเมื่อใกล้จะถึงเมืองหลวงเกี๋ยนเงียบ ทหารม้าเร็วผู้หนึ่งก็ตามมาทันและแจ้งข่าวเรื่องความพ่ายแพ้ของจิวยี่ให้โลซกทราบ

"แพ้อีกแล้วหรือ นี่มันแย่มาก"

โลซกตบต้นขาฉาดใหญ่ แม้จะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้ากังวลออกมา ในใจลอบตำหนิจิวยี่ที่ใจร้อนและวู่วามจนเกินไป

ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการสร้างพันธมิตรระหว่างซุนกวนและเล่าปี่เช่นนี้ เขายังกล้าทำเรื่องเช่นนี้ลงไปได้อย่างไร

จูกัดเหลียงเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "จื่อจิ้ง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ"

โลซกเล่าความจริงให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ท้ายที่สุดแล้วจูกัดเหลียงก็ต้องรับรู้เรื่องนี้อยู่ดี ถ้ารู้ตัวก่อนก็จะได้เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า

ตลอดการเดินทางพวกเขาได้สนทนากันมากมาย ทำให้โลซกรู้สึกเลื่อมใสในสติปัญญาของจูกัดเหลียงยิ่งนัก

"จูกัดเหลียงสมกับฉายามังกรหลับจริงๆ มีสติปัญญาความสามารถระดับบริหารแผ่นดินได้ น่าเสียดายที่เขาถวายความจงรักภักดีต่อเล่าปี่ไปแล้ว หากเขายอมมารับใช้กังตั๋งของพวกเราก็คงจะดีไม่น้อย"

นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในตอนนั้น ทว่าตอนนี้สิ่งที่เขาคิดมีเพียงการหาวิธีปลอบขวัญเหล่าขุนนางในกังตั๋งเท่านั้น

แม้จะเชื่อมั่นในตัวจูกัดเหลียง ทว่าเมื่อใกล้จะถึงเมืองเกี๋ยนเงียบ โลซกก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลใจ

"ขงเบ้ง ใกล้จะถึงแล้วนะ ท่านต้องจำไว้ให้ดี สถานการณ์ความยิ่งใหญ่ของกองทัพโจโฉนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ การรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมามีแต่จะไปเพิ่มความหวาดกลัวให้แก่พวกนั้นเปล่าๆ"

"ยิ่งไปกว่านั้น การที่จิวยี่นำทัพไปรบกับโจโฉแล้วพ่ายแพ้กลับมา ยิ่งทำให้ผู้คนในกังตั๋งอกสั่นขวัญแขวน หากท่านยังขืนพูดเรื่องความน่ากลัวของโจโฉอีกล่ะก็ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟเสียมากกว่า"

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ โลซกก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว

"ดันมาเกิดเรื่องในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เดิมทีคนพวกนั้นก็อยากจะยอมจำนนต่อโจโฉอยู่แล้ว ข่าวนี้ยิ่งทำให้ความตั้งใจของพวกเขาแน่วแน่ขึ้นไปอีก การจะเกลี้ยกล่อมพวกเขาคงจะยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก"

จูกัดเหลียงพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า เขาโบกพัดขนนกสีขาวในมือไปมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "โลจื่อจิ้งโปรดวางใจ ข้ารู้ดีว่าควรทำสิ่งใด"

การเดินทางมากังตั๋งในครั้งนี้ เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นก็มาจากความเชื่อมั่นในสติปัญญาของตนเอง

ทว่าโลซกกลับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ท่านยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของกังตั๋งดีพอ มิเช่นนั้นท่านคงไม่มั่นใจถึงเพียงนี้หรอก"

จูกัดเหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยกลั้วหัวเราะ "ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ ข้าได้ศึกษาเรื่องราวของกังตั๋งมาอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว ข้าเดาว่าผู้ที่ต้องการจะยอมจำนนต่อโจโฉมากที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มขุนนางอาวุโสอย่างเตียวเจียวสินะ"

"พวกเขาแค่อยากจะปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลตนเอง โดยไม่ยอมสนใจความเป็นไปของกังตั๋งเลย การเดินทางมาในครั้งนี้ เป้าหมายหลักของข้าก็คือคนพวกนี้นี่แหละ"

ดวงตาของโลซกเป็นประกายขึ้นมาทันที "ถูกต้อง คนพวกนี้ถือดีว่าตนเองมีอำนาจบารมี ไม่ยอมเห็นแม้กระทั่งนายท่านของข้าอยู่ในสายตา ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก หากท่านขงเบ้งสามารถเกลี้ยกล่อมพวกเขาได้ ย่อมเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อทั้งสองกองทัพของเรา"

จูกัดเหลียงพยักหน้าเบาๆ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

"ก็แค่พวกหนูขี้ขลาดตาขาวกลุ่มหนึ่งเท่านั้น กังตั๋งที่มีคนพวกนี้คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง จะเติบโตยิ่งใหญ่ได้อย่างไร มันก็แค่การย่ำอยู่กับที่เท่านั้นแหละ"

"แม้นายท่านของข้าจะมีอำนาจน้อยที่สุด ทว่ากลับเป็นผู้ที่ครองใจประชาชนมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นที่ถูกต้องตามสายเลือด ภายใต้การช่วยเหลือของข้า นายท่านจะต้องสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่สะท้านแผ่นดินได้อย่างแน่นอน"

เขาคิดในใจเงียบๆ โดยไม่แสดงออกทางสีหน้า

ในที่สุดรถม้าก็แล่นมาถึงเมืองเกี๋ยนเงียบ ซุนกวนได้ส่งคนมารอรับพวกเขาแต่เช้าตรู่และเชิญพวกเขาเข้าสู่ตัวเมืองอย่างสมเกียรติ

...

ไกลออกไปในเมืองกังแฮแห่งเกงจิ๋ว ทันทีที่ตกดึก โจโฉก็เรียกประชุมเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ให้มาพบที่กระโจมบัญชาการ

แม้ก่อนหน้านี้จะรับมือกับการลอบโจมตีของกังตั๋งได้อย่างงดงาม ทว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สถานการณ์ของทั้งกังตั๋งและเล่าปี่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย

"ท่านอัครมหาเสนาบดี สายลับรายงานมาว่าจูกัดเหลียงได้เดินทางกลับกังตั๋งไปพร้อมกับโลซกแล้ว ความเคลื่อนไหวนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าซุนกวนและเล่าปี่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกันแล้วขอรับ"

เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว เทียหยกก็รีบรายงานข่าวที่ตนได้รับมาให้ทุกคนทราบ

บรรดากุนซือคนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้า พวกเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วซุนกวนแห่งกังตั๋งและเล่าปี่ก็ไม่ใช่คนโง่

โจโฉรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจี๊ดๆ

"ช่างไม่ยอมอยู่อย่างสงบกันเสียเลย ถึงขั้นนี้แล้วก็ยังดิ้นรนอยู่อีก" เขาแค่นเสียงหยัน

ซุนฮิวรีบก้าวออกมาข้างหน้า "ท่านอัครมหาเสนาบดี โปรดอย่าได้ชะล่าใจ กังตั๋งนั้นมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ส่วนเล่าปี่นั้นก็รอดพ้นจากความตายมาได้หลายครั้งหลายครา เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้มีโชคชะตาคอยหนุนหลังอยู่"

"การจับมือเป็นพันธมิตรของสองกองทัพนี้ อาจสร้างความยากลำบากให้แก่กองทัพของเราได้ พวกเราจะต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างรัดกุมขอรับ"

กาเซี่ยงก็ก้าวออกมากล่าวสมทบ "นายท่าน ด้วยสติปัญญาของจูกัดเหลียง ผนวกกับความสามารถของจิวยี่แห่งกังตั๋ง การร่วมมือของสองคนนี้จะต้องเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ของกองทัพเราอย่างแน่นอน จะประมาทไม่ได้เลยนะขอรับ"

โจโฉโบกมือและพยักหน้ารับ "นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ข้าย่อมไม่ประมาทพวกมันแน่"

จากนั้นเขาก็หันไปมองแฮหัวตุ้นและเอ่ยถาม "เหยียนร่าง ข้ามอบหมายให้เจ้าไปกำชับชัวมอและเตียวอุ๋นให้เร่งฝึกทหารเรือ ตอนนี้การฝึกฝนคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว"

แฮหัวตุ้นถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืน "ท่านอัครมหาเสนาบดี เรื่องนี้ไม่อาจสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืนจริงๆ ขอรับ ข้าได้ไปตรวจสอบมาแล้ว ทหารของเราส่วนใหญ่เป็นคนเหนือ อย่าว่าแต่จะให้ทำศึกทางน้ำเลย แค่ยืนบนเรือก็ยังทรงตัวกันไม่อยู่เลยขอรับ"

"หากจะให้ข้าประเมิน คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะฝึกกองทัพเรือให้พอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ขอรับ"

โจโฉถอนหายใจยาว สีหน้าเคร่งเครียดลงเล็กน้อย การตัดสินแพ้ชนะระหว่างพวกเขากับกังตั๋ง ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องไปตัดสินกันบนผืนน้ำ ทว่าการรบทางน้ำของพวกเขากลับย่ำแย่ถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่

ยิ่งไปกว่านั้น กังตั๋งและเล่าปี่ยังจับมือกันเพื่อหมายหัวพวกเขาอีก ไม่แน่ว่าสงครามชี้ชะตาอาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดก็เป็นได้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - จูกัดเหลียงเยือนกังตั๋ง

คัดลอกลิงก์แล้ว