- หน้าแรก
- เลือดล้างบัลลังก์ฉิน
- บทที่ 19 - มองเห็นในสิ่งที่ข้าเห็น
บทที่ 19 - มองเห็นในสิ่งที่ข้าเห็น
บทที่ 19 - มองเห็นในสิ่งที่ข้าเห็น
บทที่ 19 - มองเห็นในสิ่งที่ข้าเห็น
สวี่จือเดินไปส่งหลี่เสียนออกจากพระราชวัง ภายในทางเดินทอดยาวมีเพียงเสียงฝีเท้าของคนทั้งสองดังก้อง ไร้ซึ่งสรรพเสียงอื่นใด เมื่อจวนจะถึงประตูพระราชวัง แสงตะวันรอนสาดส่องลงมาราวกับเปลวเพลิง อาบไล้เส้นทางเบื้องหน้าของเขาและเธอให้กลายเป็นสีทองอร่าม
แสงแดดสาดส่องกระทบนัยน์ตาของเธอโดยตรง แม้จะหรี่ตาลงก็ไม่อาจบรรเทาอาการหน้ามืดตาลายได้
เธอก้มหน้าลงมองเห็นเส้นลายบนผิวหนังของตนเองอย่างชัดเจน
"การปลอมแปลงม้วนไม้ไผ่ ไม่กลัวว่าทางฝั่งเจิ้งกั๋วจะจับพิรุธได้หรือ"
"เจิ้งกั๋วพยายามทุกวิถีทางเพื่อส่งของเข้ามา หากพึ่งพาสมองของเขาเพียงอย่างเดียว ย่อมเป็นเรื่องยาก"
สวี่จือทอดมองแผ่นหลังของคนตรงหน้า แผ่นหลังนั้นช่างดูลึกล้ำประดุจขุนเขาสูงตระหง่านและห้วงมหาสมุทร
หลี่เสียนหันกลับมา เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของเธอ เขาก็แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า
"หานเฟยรู้ดีว่าเจิ้งกั๋วเป็นคนเช่นไร เรื่องเล่นเล่ห์เพทุบาย เขาไม่มีทางทำได้หรอก หานเฟยย่อมต้องสงสัยม้วนไม้ไผ่ในมือข้า ย่อมต้องสงสัยท่านพ่อของข้า ทว่าเขาจะไม่มีวันสงสัยม้วนผ้าไหมที่ส่งมาจากราชวงศ์หานอย่างแน่นอน หากแคว้นหานต้องการให้พวกเขาเป็นเพียงหมากที่ถูกทิ้ง การทำให้หานเฟยได้รับรู้ก่อนที่เขาจะยอมพลีชีพเพื่อแคว้นหานว่า ตนเองถูกแคว้นหานทอดทิ้งมาตั้งแต่ก่อนจะเดินทางมายังแคว้นฉินเสียอีก นี่จะถือเป็นการชำระล้างจิตใจรูปแบบใดกันเล่า"
"แล้วหากหานเฟยยังคงดึงดันที่จะยอมตายเพื่อแคว้นหานล่ะ"
"ผู้ที่สามารถนำศาสตร์แห่งราชันย์มาใช้ได้อย่างถึงแก่นแท้ การยอมสละชีวิตโดยไม่เกรงกลัวความตายส่วนใหญ่ล้วนทำไปเพื่ออุดมการณ์ หากอุดมการณ์ของเขาทอดทิ้งเขาไปแล้ว เขาจะยังมีความคิดเช่นนั้นอยู่อีกหรือ เขาจะยังยินยอมปลิดชีพตนเองอยู่อีกหรือ" นัยน์ตาของหลี่เสียนหม่นแสงลง "ในทางกลับกัน ลองมองดูเสด็จพ่อขององค์หญิงสิ ศัตรูที่หานเฟยคิดว่าเป็นศัตรู...อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ไม่ได้คิดจะสังหารเขาจริงๆ องค์หญิงคิดว่าเขาจะรู้สึกเช่นไรล่ะ"
"ท่านอยากให้เขารู้ว่า นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างแว่นแคว้น ทว่าต้องการให้เขาค้นพบคุณค่าในตนเอง และบรรลุอุดมการณ์ที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ"
"พ่ะย่ะค่ะ" หลี่เสียนระบายยิ้มบางๆ "ข้าอยากจะถามองค์หญิงมาตลอด ข้าทำลงไปเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพื่อกอบกู้โศกนาฏกรรมของตระกูลข้า แล้วเหตุใดองค์หญิงจึงต้องทุ่มเทกายใจเพื่อประสานรอยร้าวของความสัมพันธ์ที่แตกหักเหล่านี้ด้วยเล่า"
"นั่นก็เพราะข้าต้องการมอบตอนจบที่ควรจะเป็นให้แก่อาณาจักรต้าฉิน นี่คือตอนจบที่ข้าเคยเฝ้าฝันถึงยามที่อ่านหนังสือยังไงล่ะ"
สวี่จือโบกมืออำลาเขา
แววตาของเธอเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงตะวัน สุกสกาวขานตายิ่งกว่าทางช้างเผือก
วินาทีที่หลี่เสียนพลิกตัวขึ้นหลังม้า เขาอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองแผ่นหลังของเธอ เขาลอบถอนหายใจยาว เขาไม่อาจเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังเช่นเดียวกับเธอได้ มีเพียงผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาแล้วเท่านั้นจึงจะเข้าใจดีว่า เส้นทางที่ก้าวเดินมานี้เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดเนื้อเพียงใด
อีกทั้งยังมีภยันตรายที่ไม่อาจคาดเดาแฝงตัวอยู่รอบด้าน
ทว่าบางทีการที่โชคชะตาในชาตินี้ของเขามีนางเข้ามาพานพบ เขาอาจจะไม่ต้องเดินซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป เสียงกีบเท้าม้าเหยียบย่ำลงบนโคลนเลนดังกึกก้อง หลี่เสียนกระชับกล่องอาหารที่สวี่จือมอบให้ไว้แน่น
พระราชวังเสียนหยางแห่งแคว้นฉิน เร้นกายอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาลี่ซาน
ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้น คือระยะทางอันห่างไกลนับปีแสงที่ไม่อาจทอดสายตาไปถึงได้
[จบแล้ว]