- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 30 - สายลับ
บทที่ 30 - สายลับ
บทที่ 30 - สายลับ
บทที่ 30 - สายลับ
"ฉันทิ้งภาระก้อนใหญ่ไว้ให้มินาโตะ ถึงแม้เขาจะมาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดาและทำให้นินจาชาวบ้านรู้สึกสนิทใจด้วยตามธรรมชาติ แต่ถ้าไม่มีตระกูลนินจาคอยสนับสนุน คำสั่งของเขาก็ยากที่จะนำไปปฏิบัติได้จริง"
"ความแข็งแกร่งสามารถแก้ไขปัญหาได้หลายอย่าง แต่ไม่อาจช่วยเขาปกครองหมู่บ้านได้"
"ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเพื่อนเก่าทั้งสามคนของฉันอยู่อีก..."
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "โคฮารุกับโฮมุระมีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่เบื้องหลังมากมาย มีหลายตระกูลนินจาที่เกี่ยวโยงกับพวกเขา หรือแม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูลซารุโทบิเองก็ตาม ส่วนดันโซแม้จะขีดเส้นแบ่งกับตระกูลนินจาอย่างชัดเจน แต่เขากุมอำนาจในหน่วยรากและคุ้นเคยกับการใช้วิธีการอันมืดมิดจัดการทุกสิ่ง ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด"
ยังไงเสีย ไม่ว่าจะเป็นโฮคาเงะหรือที่ปรึกษาทั้งสองคน พวกเขาก็ต้องคอยรักษาชื่อเสียงและระมัดระวังผลกระทบจากการกระทำของตัวเอง แต่ดันโซไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย
คนที่ทำอะไรตามอำเภอใจและไม่เลือกวิธีการ มักจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดเสมอ
ท่าทีที่ดันโซมีต่อตระกูลนินจาก็คือมองเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้งานได้ดี ไม่เคยคิดจะประนีประนอมด้วย หากไม่มีฮิรุเซ็นคอยคานอำนาจอยู่เบื้องบน ตระกูลนินจาทั้งหลายคงทนไม่ไหวและลงมือจัดการกับดันโซไปนานแล้ว
เพราะยอดฝีมือหลายคนในหน่วยราก ล้วนถูกดันโซบีบบังคับให้ดึงตัวมาจากตระกูลนินจาทั้งนั้น!
"คุชินะเคยมาบ่นกับฉัน ว่าทำไมถึงไม่ปลดพวกเขาสามคนออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ผลลัพธ์ก็คงยากจะคาดเดา"
หากถูกพวกตระกูลนินจาและหน่วยรากมองว่านั่นคือสัญญาณแห่งการกวาดล้าง โคโนฮะก็คงต้องเผชิญกับสงครามกลางเมืองเป็นแน่
และพวกเขาก็ไม่อาจรับมือกับความสูญเสียระดับนั้นได้
เว้นเสียแต่ว่าจะสามารถกำจัดทั้งสามคนไปพร้อมกับถอนรากถอนโคนอำนาจเบื้องหลังได้ในคราวเดียว หรือไม่ก็ปล่อยให้พวกเขาตายด้วยน้ำมือของศัตรูภายนอก มิเช่นนั้นทั้งสามคนนี้ก็คงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงของโคโนฮะไปอีกนานแสนนาน เผลอๆ จะนานกว่าวาระของโฮคาเงะเสียอีก...
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปมองนินจาฮิวงะอีกคนที่อยู่ที่นั่น
"มินาโตะสนิทสนมกับผู้นำตระกูลอุจิวะคนปัจจุบัน คุชินะเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลอุจิวะ ผนวกกับได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฮิวงะและพวกชิกาคุ เขาก็จะสามารถค่อยๆ นั่งเก้าอี้โฮคาเงะได้อย่างมั่นคง"
เขาไม่ได้พูดรวมถึงสามตระกูลอิโนะชิกะโจ เพราะถึงแม้ชิกาคุและเพื่อนอีกสองคนจะเป็นผู้นำตระกูล แต่พวกเขาก็เหมือนกับฮิวงะ ฮิอาชิ ที่ไม่สามารถเป็นตัวแทนของคนทั้งตระกูลได้ทั้งหมด
"บางทีเราอาจจะทำอะไรตระกูลนินจาที่ฝังรากลึกในโคโนฮะไม่ได้แล้ว แต่มินาโตะที่เป็นเพียงนินจาชาวบ้านธรรมดาก็คงไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ ฉันเคยตัดสินใจผิดพลาดมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้จะพลาดอีกไม่ได้เด็ดขาด"
"ลำบากเธอหน่อยนะ โทคุมะ"
"ถ้าไม่มีฉันคอยกดดัน ดันโซต้องพยายามทำอะไรบางอย่างแน่ รบกวนเธอช่วยจับตาดูเขาให้ฉันที ส่วนเรื่องอักขระสาปบนหน้าผากของเธอ ฉันจะเป็นคนจัดการให้เอง รวมถึงเรื่องที่เธอละทิ้งหน้าที่ในครั้งนี้ ฉันก็จะช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วย"
"ครับ! ท่านรุ่นที่สาม!" ฮิวงะ โทคุมะตอบรับเสียงหนักแน่น
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปหาฮิอาชิ
"ขออภัยด้วย ท่านผู้นำฮิอาชิ คำพูดของฉันเมื่อครู่นี้อาจจะมีบางส่วนที่พาดพิงถึงตระกูลฮิวงะไปบ้าง หวังว่าท่านจะเข้าใจ"
ฮิวงะ ฮิอาชิส่ายหน้า "ผมเข้าใจดีครับ ภายในของตระกูลนินจากำลังเน่าเฟะ หากปล่อยให้พวกเขากุมอำนาจในโคโนฮะต่อไป ไม่ช้าก็เร็ว โคโนฮะกับพวกเขาก็คงต้องพบกับจุดจบอันน่าเศร้าไปพร้อมกัน"
เหมือนกับที่ตระกูลหลักโดนสายเลือดตัวเองย้อนรอยเล่นงานก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือไง
ฮิวงะ ฮิอาชิลอบยิ้มขื่นในใจ ปรับอารมณ์ให้เข้าที่ แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ท่านโฮคาเงะ ทำไมท่านถึงให้โทคุมะแฝงตัวเข้าไปในหน่วยรากครับ ถ้าแค่ต้องการจับตาดูดันโซ ก็น่าจะมีคนที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ใช่หรือครับ"
"สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตระกูลฮิวงะในระยะนี้ สามารถเป็นข้ออ้างให้โทคุมะแฝงตัวเข้าไปในหน่วยรากในฐานะคนของตระกูลสาขาที่เคียดแค้นตระกูลหลักได้โดยไม่ดูผิดสังเกต หากส่งคนอื่นเข้าไปในตอนนี้มีแต่จะสร้างความสงสัย และด้วยความที่ดันโซรู้จักฉันดี เขาก็ต้องเดาออกแน่ว่าเป็นแผนของฉัน"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นอธิบายเสียงเบา
"อีกอย่าง อักขระสาปแบบใหม่ของหน่วยรากก็ดัดแปลงมาจากอักขระปักษาในกรง ซึ่งอักขระปักษาในกรงนั้นดันโซก็ทำเป็น ฉันกลัวว่าเขาจะหาวิธีคลายอักขระสาปที่ฉันกับซึนาเดะร่วมกันสร้างขึ้น แล้วหันไปเล่นงานตระกูลฮิวงะแทน การมีโทคุมะเป็นสายลับอยู่ข้างใน จะได้ไหวตัวทัน"
เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดันโซเองก็จ้องตระกูลสาขาฮิวงะตาเป็นมันเหมือนกัน เพราะการที่ถูกตระกูลหลักฝึกฝนมานับร้อยปีจนไร้ซึ่งความคิิดที่จะต่อต้าน นับเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่ใช้งานได้ดีที่สุด
แม้ว่าช่วงนี้จะเกิดการปะทะกันขึ้นบ้าง แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็วภายใต้มาตรการของเขาเอง
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นเหลือบมองใบหน้าที่เรียบเฉยของฮิวงะ โทคุมะ ทั้งที่ชีวิตของเขาตกอยู่ในกำมือของดันโซแล้ว แต่เขากลับยังคงภักดีต่อตระกูลหลักอย่างไม่เสื่อมคลาย
สิ่งที่ยอมจำนนไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจด้วย
วิชาปักษาในกรง... ช่างน่ากลัวจริงๆ
"ท่านกังวลว่าดันโซจะลงมือกับตระกูลหลัก เพื่อเข้าควบคุมตระกูลสาขาอย่างนั้นหรือครับ"
ฮิวงะ ฮิอาชิหน้าซีดเผือด กัดฟันกรอด "เขากล้าทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นถอนหายใจเสียงต่ำ "ไม่มีอะไรที่เขาไม่กล้าทำหรอก แค่ทำให้มันดูเหมือนเป็นความขัดแย้งภายในตระกูล โฮคาเงะก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงแล้ว"
ขีดจำกัดสายเลือดอย่างเนตรสีขาว หากตกไปอยู่ในมือของหน่วยราก ดันโซก็จะสามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวได้ทั้งหมู่บ้านโคโนฮะ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่อยากได้มันมาล่ะ
...
หลังจากกลับมาที่ตระกูลพร้อมกับฮิอาชิที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ฮิวงะ โทคุมะก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่บ้านนานนัก เขาเดินทางไปยังสถานที่ที่ไร้ผู้คนทันที
จากถ้ำที่หลบซ่อนสายตาผู้คน เขาเดินลึกเข้าไปยังชั้นใต้ดิน และที่ปลายทางนั้นก็มีร่างหนึ่งยืนรอเขาอยู่
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า อีกฝ่ายก็หันกลับมามอง
ฮิวงะ โทคุมะคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วรายงาน "ท่านฮาเนะ ผมแฝงตัวเข้าไปในหน่วยรากสำเร็จแล้วครับ"
ฮิวงะ ฮาเนะมองดูลูกน้องของตน แล้วพยักหน้า
"ลำบากหน่อยนะ ลุกขึ้นเถอะ"
ข้อมูลที่เขาเคยบอกมินาโตะไป มีคำอธิบายตัวตนของฮิวงะ โทคุมะตกหล่นไปคำหนึ่ง นั่นคือคำว่า อดทนซ่อนเร้น!
ในหมู่คนของตระกูลฮิวงะ คนแรกที่มาสวามิภักดิ์ต่อเขา ไม่ใช่ฮิวงะ ยูซึเกะ แต่เป็นฮิวงะ โทคุมะที่เคยติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนนินจาต่างหาก
นินจาผู้มีความสุขุมเป็นผู้ใหญ่และจะกลายมาเป็นองครักษ์ของฮินาตะในอนาคตคนนี้ มีความไม่พอใจต่อตระกูลหลักมากจนเหนือความคาดหมาย
"เด็กหนุ่มที่มาพร้อมกับคุโรสุกิ ไรงะ ผมได้ส่งตัวเขาเข้าไปในห้องทดลองหมายเลขสามของท่านแล้วครับ"
ฮิวงะ โทคุมะลุกขึ้นยืน ก่อนจะรายงานเรื่องต่อไปให้ฮาเนะฟัง "ส่วนทางด้านท่านรุ่นที่สาม ท่าทีของเขาค่อนข้างแปลก เหมือนว่าเขาจะกังวลกับการเคลื่อนไหวของดันโซมากเป็นพิเศษครับ"
แต่ท่านรุ่นที่สามก็อยู่ในโคโนฮะ สามารถกดดันดันโซได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แล้วทำไมถึงต้องให้เขาแฝงตัวเข้าไปในหน่วยรากด้วยล่ะ
ฮิวงะ โทคุมะสรุปคำพูดของท่านรุ่นที่สามอย่างคร่าวๆ แล้วนำมารายงานให้ฮาเนะฟัง
เมื่อฟังจบ ฮิวงะ ฮาเนะก็ไม่ได้คาดเดาเจตนาของท่านรุ่นที่สาม แต่กลับเอ่ยว่า
"อีกสองวันท่านรุ่นที่สี่จะเดินทางไปที่แนวหน้า"
ฮิวงะ โทคุมะชะงักด้วยความงุนงงในตอนแรก ไม่เข้าใจว่าทำไมฮาเนะถึงพูดเรื่องนี้ แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ "ท่านรุ่นที่สามก็จะไปแนวหน้าด้วยหรือครับ"
แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี โฮคาเงะที่สละตำแหน่งไปแล้ว มีความจำเป็นอะไรต้องไปที่แนวหน้าด้วย
"หากต้องการให้คนของตระกูลซารุโทบิลดจำนวนลง สนามรบกับหมู่บ้านคิริก็คือโอกาสที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือ"
คำถามกลับของฮาเนะทำให้โทคุมะเข้าใจทุกอย่างในชั่วพริบตา ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดจับขั้วหัวใจ
ใช่แล้ว สงครามที่นำทัพโดยโฮคาเงะรุ่นที่สี่ซึ่งมีโอกาสชนะสูงลิ่ว คนที่มีความมั่นใจในฝีมือตัวเองย่อมอยากไปที่แนวหน้าเพื่อกอบโกยความดีความชอบกันทั้งนั้น
คนตระกูลซารุโทบิไม่มีทางคาดคิดเลยว่า ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นผู้นำตระกูลของพวกเขา จะใช้เหตุผลนี้มาลดทอนกำลังรบของตระกูลตัวเอง!
แต่ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นมีความกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดนั้นเลยหรือ
ฮิวงะ ฮาเนะกล่าวต่อ "ข่าวกรองจากแนวหน้าแจ้งว่า หลังจากจิไรยะนำทัพหน้าไปสนับสนุน มิซึคาเงะรุ่นที่สามก็ลงสู่สนามรบด้วยตัวเอง และยังมีการส่งสัตว์หางถึงสองตัวเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้"
"ส่วนเหล่ายอดฝีมือที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้านคิริก็ทยอยปรากฏตัวในสนามรบ ถึงขั้นทำให้แนวรบต้องถอยร่นกลับมาหนึ่งครั้ง นินจาทั่วไปหากเข้าไปที่นั่น ก็รังแต่จะกลายเป็นแค่เศษเนื้อในเครื่องบดเนื้อเท่านั้น"
เรื่องอื่นไม่สำคัญ แต่จากที่ฮาเนะรู้ ท่านรุ่นที่สามไม่ได้พูดโกหกเกี่ยวกับเรื่องของท่านรุ่นที่สองเลย
เกมทำลายล้างตระกูลตัวเอง ในโลกนินจาไม่ได้มีแค่อิทาจิคนเดียวที่ทำ
และตอนนี้ ท่านรุ่นที่สามก็คิดจะเลียนแบบอาจารย์ของตัวเอง และทำมันอีกครั้ง
ความรู้สึกหนาวเหน็บในใจของโทคุมะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เป็นไปได้มากว่าท่านรุ่นที่สามรู้ข่าวกรองพวกนี้ดีอยู่แล้วถึงได้ตัดสินใจลงมือ!
[จบแล้ว]