- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 12 - โฮคาเงะสละตำแหน่ง ถอยเพื่อรุก
บทที่ 12 - โฮคาเงะสละตำแหน่ง ถอยเพื่อรุก
บทที่ 12 - โฮคาเงะสละตำแหน่ง ถอยเพื่อรุก
บทที่ 12 - โฮคาเงะสละตำแหน่ง ถอยเพื่อรุก
บริเวณใกล้กับประตูหมู่บ้านโคโนฮะ
หน่วยนินจาที่เพิ่งถอนกำลังกลับมาจากแนวหน้า กำลังเดินฝ่าฝูงชนที่มายืนตั้งแถวรอต้อนรับอย่างเนืองแน่น
"คนพวกนั้นคือฮีโร่ที่ไปทำลายสะพานคันนาบิ แล้วบีบให้แคว้นหินต้องยอมถอยทัพใช่ไหม"
"ฉันว่าแล้วเชียว ขอแค่มีท่านมินาโตะอยู่ หมู่บ้านของเราจะต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน! ตอนนี้ก็เหลือแค่แคว้นหมอกที่ยังดื้อด้านอยู่ สงครามใกล้จะจบลงเต็มทีแล้ว"
"ฉันล่ะอยากจะไปทำภารกิจร่วมกับท่านมินาโตะในครั้งนี้จริงๆ เลย"
ชาวบ้านต่างได้รับข่าวดีจากอาคารโฮคาเงะมาล่วงหน้าแล้ว ว่าหลังจากที่ปิดฉากสงครามกับแคว้นคุโมะไปได้ นามิคาเสะ มินาโตะ ก็ได้นำพากองทัพโคโนฮะไปคว้าชัยชนะมาได้อีกครั้ง
ในเวลานี้ ทุกคนต่างพากันพูดคุยถึงสันติภาพที่กำลังจะมาเยือนด้วยความตื่นเต้นดีใจ
แน่นอนว่าในหมู่เสียงชื่นชมเหล่านั้น ก็มีเสียงซุบซิบนินทาแปลกๆ ปะปนอยู่บ้าง
"ท่านมินาโตะหล่อจังเลย"
"ท่านมินาโตะเป็นของฉันย่ะ นังบ้า!"
"หา หน้าตาอย่างหล่อนเนี่ยนะ ยัยหัวรังนก!"
"บอกแล้วไงว่าห้ามเรียกฉันด้วยฉายานั้น!"
มินาโตะเดินนำรินและคาคาชิฝ่าฝูงชนที่กำลังโห่ร้องยินดี พร้อมกับแจกจ่ายรอยยิ้มอันอบอุ่นไปทั่ว
เมื่อได้ยินบทสนทนาที่เริ่มจะออกทะเล รอยยิ้มของเขาก็เริ่มจะเจื่อนลง
"ท่านโฮคาเงะครับ ถึงมันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้คนในหมู่บ้านก็เถอะ แต่เล่นจัดฉากต้อนรับยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ผมก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะครับ"
มินาโตะแอบถอนหายใจ พยายามเมินเฉยต่อรังสีอำมหิตสีแดงฉานที่แผ่พุ่งมาจากทิศทางหนึ่ง เขาปั้นหน้าขรึมแล้วก้าวเดินต่อไปจนสุดทาง
และที่ตรงนั้น ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น กำลังยืนมองเขาด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มใจ
"มินาโตะ เธอทำได้ดีมาก"
มินาโตะเอื้อมมือไปด้านหลัง ดึงตัวลูกศิษย์ทั้งสองคนที่กำลังทำหน้าเศร้าหมองให้ก้าวออกมายืนข้างหน้า "ความดีความชอบทั้งหมดนี้เป็นของคาคาชิกับคนอื่นๆ ครับ แล้วก็โอบิโตะ เด็กคนนั้น..."
พูดถึงตรงนี้ มินาโตะก็ชะงักไป เขาหันไปมองสีหน้าของคาคาชิและริน ความเศร้าโศกที่แสดงออกอย่างชัดเจนทำให้มินาโตะต้องถอนหายใจออกมา
เขาลูบหัวลูกศิษย์ทั้งสองเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปพูดกับรุ่นที่สาม "ท่านรุ่นสามครับ พวกเขาเหนื่อยล้าจากการทำภารกิจมามากแล้ว ให้พวกเขาไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ"
"แบบนั้นไม่ได้หรอกนะ"
ท่ามกลางสายตางุนงงของมินาโตะ รุ่นที่สามส่งยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้า "ตอนแรกฉันตั้งใจไว้ว่ารอให้สงครามจบลงเสียก่อนแล้วค่อยมอบโคโนฮะให้เธอดูแลต่อ แต่ฉันคิดว่าตอนนี้แหละคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรู้สึก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ฝูงชนชาวโคโนฮะ "ฉันในฐานะโฮคาเงะรุ่นที่สามขอเสนอชื่อ นามิคาเสะ มินาโตะ ให้ดำรงตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่สี่!"
"ข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติจากท่านไดเมียวแล้ว และทุกท่านที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้... พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่"
ความเงียบปกคลุมฝูงชนไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงโห่ร้องกึกก้องกัมปนาทจะดังกระหึ่มขึ้น
"โฮคาเงะรุ่นที่สี่!"
"โฮคาเงะรุ่นที่สี่!"
"โฮคาเงะรุ่นที่สี่!"
ตำนานความเก่งกาจของมินาโตะแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่เหล่านินจาแนวหน้าจากแคว้นคุโมะเดินทางกลับมาถึง
เขาคือคนที่บีบให้ไรคาเงะรุ่นที่สี่ที่เพิ่งจะรับตำแหน่งต้องยอมถอยทัพกลับไป และเป็นนินจาที่น่าสะพรึงกลัวจนศัตรูถึงกับออกกฎว่า หากพบเจอเขาสามารถละทิ้งภารกิจแล้วหนีเอาชีวิตรอดได้เลย
ไม่มีใครคัดค้าน โคโนฮะที่บอบช้ำจากสงครามมาอย่างยาวนาน ต้องการโฮคาเงะคนใหม่
โฮคาเงะที่ยังหนุ่มแน่นและแข็งแกร่ง!
"มินาโตะ เธอคือความหวังของทุกคนนะ"
โฮคาเงะรุ่นที่สามเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "รับภาระอันหนักอึ้งนี้ไปเถอะ!"
"ท่านรุ่นสาม..."
มินาโตะมองฮิรุเซ็นด้วยความอึ้งงัน พลางเงี่ยหูฟังเสียงเรียกร้องจากผู้คนรอบด้าน
'โฮคาเงะ เขาจะได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่สี่แล้วอย่างนั้นหรือ'
รอยยิ้มอันสดใสราวกับแสงตะวันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมินาโตะอีกครั้ง เขาสวมหมวกใบนั้นลงบนศีรษะ ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันจะใช้ชื่อของโฮคาเงะ นำพาชัยชนะครั้งสุดท้ายมาสู่โคโนฮะให้จงได้!"
เสียงโห่ร้องยินดีของชาวโคโนฮะดังกึกก้องถึงขีดสุดในวินาทีนั้นเอง
...
ในขณะที่พิธีแต่งตั้งโฮคาเงะกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก บรรยากาศภายในเขตหวงห้ามของตระกูลฮิวงะกลับเงียบสงัดผิดปกติ
เหล่านินจาตระกูลฮิวงะมารวมตัวกันที่ลานกว้าง พวกเขาต่างจ้องมองร่างที่ยืนอยู่บนแท่นสูงด้วยความสับสนงุนงง
คนคนนั้นไม่ใช่ผู้นำตระกูลฮิวงะ แต่เป็นโฮคาเงะรุ่นที่สาม ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น
'ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้'
'ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับทำพิธีประทับอักขระปักษาในกรงรูปแบบใหม่หรอกหรือ'
"ฉันเข้าใจถึงความสงสัยของทุกคนดี คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ร่างต้น แต่เป็นเพียงแค่ร่างแยกเงาเท่านั้น"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น กวาดสายตามองเนตรสีขาวนับไม่ถ้วนเบื้องล่าง ก่อนจะประกาศกร้าว "ฉันมันเป็นโฮคาเงะที่ไม่ได้เรื่อง!"
"ตลอดระยะเวลาที่ฉันดำรงตำแหน่ง ฉันไม่สามารถจัดการความสัมพันธ์กับอีกห้าแคว้นใหญ่ให้ดีได้ ทำให้โคโนฮะต้องตกเป็นเป้าโจมตีจากทุกสารทิศทุกครั้งไป"
"ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนอกแคว้นหรอก แม้แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนพ้องในหมู่บ้านเดียวกัน ฉันก็ยังจัดการไม่ได้เลย"
"คำขอโทษมันไม่มีความหมายอะไรกับพวกเธอหรอก แต่เรื่องมันบานปลายมาจนถึงจุดนี้แล้ว ในฐานะโฮคาเงะ ฉันขอปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โค้งตัวลงต่ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด "ฉันขอโทษ"
"ขอโทษจริงๆ!"
เหล่านินจาตระกูลสาขาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก โฮคาเงะก้มหัวขอโทษพวกเขาด้วยตัวเอง... นี่เป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ทำให้หลายคนทำตัวไม่ถูก
ส่วนมิยูกินั้นจ้องมองซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เขม็ง หัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิด
"อักขระปักษาในกรงรูปแบบใหม่นี้ เป็นผลงานการวิจัยร่วมกันของนินจาหลายคน และท้ายที่สุด ซึนาเดะกับฉันก็เป็นคนปรับปรุงมันให้สมบูรณ์"
"ฉันขอรับรองเลยว่า อักขระรูปแบบใหม่นี้จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อทรมานผู้ที่ถูกประทับตราอย่างแน่นอน แต่มันจะเป็นวิชาที่คอยปกป้องเนตรสีขาวอย่างแท้จริง!"
เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่คนตระกูลสาขาทันที หลายคนถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา
ผู้เป็นแม่คนหนึ่งมองดูเด็กร้องไห้งอแงที่เธอต้องอุ้มกระเตงมาด้วย น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอเบ้า "ปลายเดือนนี้แล้ว ดีใจจังเลย ดีใจจริงๆ..."
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ยังคงโค้งตัวอยู่ "โฮคาเงะที่ไร้ความสามารถอย่างฉัน จะสละตำแหน่งในวันนี้"
"และโฮคาเงะคนใหม่ก็คือ นามิคาเสะ มินาโตะ ประกายแสงสีเหลืองแห่งโคโนฮะ!"
"ตระกูลฮิวงะ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสาขาหรือตระกูลหลัก ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของโคโนฮะ ฉันหวังว่าด้วยความช่วยเหลือจากเขา ทุกคนจะสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหมู่บ้านได้อย่างแท้จริง"
โดยไม่ปล่อยให้พวกเขามีเวลาตั้งตัวรับข้อมูล ข่าวดีก็หลั่งไหลพรั่งพรูลงมาราวกับห่าฝน ทำเอานินจาตระกูลสาขารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป
สำหรับพวกเขาแล้ว ชื่อของนามิคาเสะ มินาโตะ ไม่ใช่ชื่อที่แปลกหูเลยสักนิด
เพราะผู้บัญชาการสูงสุดคนแรกของสมรภูมิรบแคว้นหมอก ก็คือจิไรยะ อาจารย์ของนามิคาเสะ มินาโตะ นั่นเอง
และด้วยความได้เปรียบด้านความคล่องตัวของวิชาเทพอัสนี ในช่วงต้นของสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม นามิคาเสะ มินาโตะ จึงรับหน้าที่เป็นกำลังเสริม คอยช่วยเหลืออยู่ตามสมรภูมิต่างๆ มากมาย
และในหมู่คนตระกูลสาขาก็มีหลายคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาก่อน
'ชายหนุ่มผู้เจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์คนนั้นน่ะหรือ'
'ถ้าเป็นเขาล่ะก็...'
โจนินตระกูลสาขาคนหนึ่งก้าวเท้าออกไปข้างหน้า และทำความเคารพโฮคาเงะที่ยืนอยู่บนแท่นสูง "ท่านโฮคาเงะครับ โปรดอย่าด้อยค่าตัวเองเลยครับ"
"ท่านคือคนแรกที่หยิบยื่นความเปลี่ยนแปลงมาให้พวกเรา ขอบคุณมากครับ!"
เพราะโฮคาเงะสองรุ่นก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้พวกเขาเลยสักนิด!
"ใช่แล้วครับ ท่านโฮคาเงะ เงยหน้าขึ้นเถอะครับ ผมยินดีที่จะรับอักขระปักษาในกรงที่ท่านโฮคาเงะเป็นคนปรับปรุงให้ครับ"
"ใช่ครับ ท่านรุ่นสาม เงยหน้าขึ้นเถอะครับ พวกเรา... จะลองพูดคุยปรึกษาหารือกับพวกตระกูลหลักดูครับ"
ผู้คนมากมายก้าวออกมาร่วมแสดงจุดยืนที่จะให้อภัย
มิยูกิมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า เธอกำหมัดแน่น รู้สึกสิ้นหวังจับใจ
'ทำไมถึงยอมให้อภัยกันง่ายๆ แบบนี้ล่ะ'
'แค่หย่อนโซ่ตรวนให้หลวมนิดหน่อย พวกแกก็พอใจกันแล้วงั้นหรือ'
'โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่เคยบอกเลยสักคำนะ ว่าอักขระปักษาในกรงจะสูญเสียอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายพวกเราไปน่ะ!'
ผู้ที่รู้สึกแบบเดียวกับเธอก็คือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง... ฮิวงะ ยูซึเกะ ผู้ลงมือสังหารผู้อาวุโสสี่ของตระกูลหลักนั่นเอง
เขายืนมองโฮคาเงะรุ่นที่สามนิ่งเงียบ แววตาไร้ซึ่งความหวังใดๆ
รุ่นพี่ฮาเนะเคยบอกไว้ว่า โฮคาเงะรุ่นที่สามแอบค้นคว้าหาวิธีคลายอักขระปักษาในกรงอยู่อย่างลับๆ
ตอนนั้นเขายังแอบตั้งความหวังไว้ลึกๆ โดยคิดว่าโฮคาเงะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเขา
แต่การกระทำของโฮคาเงะในวันนี้กลับทำให้เขาตาสว่าง ว่าแท้จริงแล้ว โฮคาเงะไม่ได้คิดค้นวิธีคลายอักขระขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือพวกเขาเลย!
[จบแล้ว]