เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - พายุฝนที่สาดซัดกะทันหัน

บทที่ 3 - พายุฝนที่สาดซัดกะทันหัน

บทที่ 3 - พายุฝนที่สาดซัดกะทันหัน


บทที่ 3 - พายุฝนที่สาดซัดกะทันหัน

มืดมิด น่าจะเป็นยามค่ำคืน

เฮ่อซานเยว่ฟื้นคืนสติท่ามกลางความปวดหนึบที่ศีรษะ สติยังไม่ค่อยแจ่มใสนัก เบื้องหน้าถูกปิดทับด้วยผ้ากระสอบสีดำ มืดสนิทและสับสนวุ่นวาย ทำได้เพียงคาดเดาเวลาจากเสียงจักจั่นที่ดังอยู่ข้างหู

มือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังไว้อย่างแน่นหนาด้วยเชือกป่านเส้นหยาบเปียกชื้น การดิ้นรนล้วนไร้ผล

เฮ่อซานเยว่รีบหยิกเนื้อตรงเอวตัวเองอย่างแรง ออกแรงจนเล็บทื่อๆ จิกผ่านเสื้อผ้าป่านบางๆ ทะลุเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดช่วยเรียกสติให้แจ่มใสขึ้น

มีคนอยู่ข้างๆ

เฮ่อซานเยว่รีบกลั้นหายใจ ท่ามกลางความเงียบสงบในยามวิกาล นอกจากเสียงล้อรถบดทับกิ่งไม้หักดังกุกกักแล้ว ยังมีเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเบาๆ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ

มีคนอยู่ข้างๆ แถมยังมีอีกหลายคนด้วย

คงจะสลบไสลไม่ได้สติเหมือนกับเธอเมื่อครู่นี้

"ท่านแม่..." เฮ่อซานเยว่ร้องเรียกเสียงแผ่ว

ไร้เสียงตอบรับ

หัวใจของเฮ่อซานเยว่บีบรัดแน่นขึ้นอย่างเชื่องช้าทว่าเจ็บปวด

"สุ่ย สุ่ย สุ่ยกวง..." เฮ่อซานเยว่เพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย

"พี่ ข้า ข้าอยู่นี่..."

เสียงเรียกได้รับการตอบกลับด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน

เสียงตอบรับดังมาจากที่ที่ไม่ไกลนัก

เฮ่อซานเยว่พ่นลมหายใจออกมายาวๆ อย่างโล่งอก

เสียงลมหายใจของคนข้างกายหลายคนเริ่มหนักหน่วงขึ้น

มีคนกำลังจะตื่นแล้ว

เฮ่อซานเยว่กดเสียงต่ำ "สุ่ยกวง ห้ามพูดอะไรอีกนะ" จากนั้นเธอก็กลั้นหายใจทันที

ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้ก็ดังระงมขึ้นเซ็งแซ่

"ที่นี่ที่ไหน!"

"ปล่อยข้านะ!"

"ฮือๆๆๆๆ!"

"ท่านแม่! ท่านแม่! ข้าจะหาท่านแม่!"

เสียงร้องอู้อี้ดังก้องอยู่ในตู้รถม้า พัวพันกันจนแยกไม่ออก

เฮ่อซานเยว่ก้มหน้าลงเล็กน้อย เอียงหูพยายามแยกแยะทิศทางของเสียง ในจำนวนนั้นมีทั้งเสียงผู้หญิง เสียงเด็ก และเสียงเด็กหนุ่มวัยรุ่น

เด็กหนุ่มวัยรุ่นงั้นหรือ

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเฮ่อซานเยว่

เสียงสุดท้ายที่ดังขึ้นคือ "เยว่เหนียง! สุ่ยกวง! เยว่เหนียง! สุ่ยกวง!..."

ท่านแม่ก็อยู่ด้วย

ความสงสัยของเฮ่อซานเยว่เพิ่มขึ้นจากสามส่วนเป็นห้าส่วน นี่ไม่ใช่ฝีมือแก๊งลักพาตัวหรอกหรือ พวกแก๊งลักพาตัวมักจะชอบเด็กผู้หญิงอายุน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่โตพอจะจำความได้และมีเรี่ยวแรง มักไม่ใช่เป้าหมายของพวกมัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหญิงวัยกลางคนที่หลังค่อมและล่วงเลยวัยสาวมานานอย่างมารดาของเธอเลย

หากไม่ใช่แก๊งลักพาตัว แล้วพวกมันเป็นใคร

เฮ่อซานเยว่เริ่มตื่นตระหนก หากเป็นแก๊งลักพาตัวก็ยังพอทำใจได้ อย่างน้อยพวกมันก็ไม่เอาชีวิต ค่อยๆ วางแผนหาทางหนี เธอมีความมั่นใจถึงแปดส่วนว่าจะสามารถพาน้องสาวหนีรอดไปได้

แต่หากไม่ใช่แก๊งลักพาตัว แล้วพวกมันจับตัวพวกเธอมาทำไม ต้องการสิ่งใด มุ่งหวังอะไร

หนทางเบื้องหน้ามืดมนราวกับมีหมอกขาวหนาทึบปกคลุม ทำเอาเธอเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดกลัว

เสียงร้องไห้ระงมดังต่อเนื่องไม่ขาดสายดังก้องไปทั่วทั้งรถ

เฮ่อซานเยว่นับเวลาในใจอย่างเงียบๆ

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง รถม้าก็หยุดนิ่ง เสียง "ฟึ่บ" ดังขึ้น ม่านประตูรถถูกเลิกขึ้น ผู้คนถูกลากถูลู่ถูกังลงไป เสียงร้องไห้พลันแหลมสูงและดังขึ้น ท่อนแขนยาวข้างหนึ่งคว้าตัวเฮ่อซานเยว่แล้วลากลงไปอย่างแรง เธอเสียหลักเซถลา ก่อนที่ผ้าดำปิดตาจะถูกกระชากออกอย่างหยาบคาย!

เฮ่อซานเยว่ข่มตาที่พร่ามัวจากการไม่เห็นแสงสว่างมาเป็นเวลานาน เบิกตากว้างขึ้นทันทีและกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว

ป่าลึก

ตอนนี้พวกเธออยู่กลางป่าลึก

ต้นไม้ขึ้นทึบเต็มภูเขา

ป่าที่ควรจะมืดมิด บัดนี้กลับสว่างไสวเจิดจ้า ต้นไม้ทุกต้นถูกแขวนด้วยโคมไฟน้ำมันคลุมด้วยผ้าแพรสีแดงหลายดวง แสงสีแดงสาดส่องเจิดจ้าอาบย้อมผืนป่าทึบสูงตระหง่านให้ดูสว่างไสวทว่าแฝงความน่าสะพรึงกลัว

ท่ามกลางหมู่แมกไม้ มีลานกว้างขนาดใหญ่ที่ถูกถางจนเตียนโล่ง

บนลานกว้างนั้น มีตอไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว ด้านข้างตอไม้มีกองฟางแห้งวางเรียงรายเป็นแนวยาวหลายสิบกอง

กองฟางแห้งถูกนำมาเรียงซ้อนกันเป็นแท่นสูงระดับเอว บนแท่นนั้นมีบางสิ่งถูกกองสุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อม คลุมทับด้วยผ้าแพรสีแดงสดอย่างมิดชิด

บนผ้าแพรผืนนั้นปักลวดลายหญิงงาม หญิงงามเหล่านั้นดูราวกับมีชีวิต สวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา หน้าตาสะสวย บ้างก็จับกลุ่มเก็บดอกบัว บ้างก็นั่งเล่นตามระเบียงทางเดิน บ้างก็ขี่ม้าตีคลี ล้วนเป็นท่วงท่าอันสง่างามที่เฮ่อซานเยว่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แม้กระทั่งผ้าแพรผืนยักษ์นั้น เธอเองก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นผ้าชนิดใด

ต่อหน้าความมั่งคั่งอันน่าตื่นตะลึงนี้ ไม่มีคนจนคนใดกล้าร้องไห้โวยวายอีกต่อไป

สายตาของเฮ่อซานเยว่กวาดมองข้ามหัวผู้คนที่กำลังหวาดกลัวตัวสั่นเทาไปทีละคน

คนเยอะมาก ราวสามถึงสี่สิบคน

บนพื้นมีรอยล้อรถม้าสองสาย แสดงว่าคนเหล่านี้ถูกแบ่งขนส่งมาสองรอบ

เฮ่อซานเยว่หลุบตาลงต่ำ ซ่อนประกายตาไว้ใต้แพขนตา

เฮ่อสุ่ยกวงสายตาดี มองเห็นพี่สาวที่อยู่ไม่ไกลนักตั้งแต่แวบแรก เด็กน้อยเบะปากเตรียมจะวิ่งเข้าไปหา ทว่ากลับเห็นพี่สาวหรี่ตาส่งสัญญาณให้อย่างแนบเนียน

เฮ่อสุ่ยกวงชะงักฝีเท้าทันที มุมปากที่เบะลงถูกรั้งกลับให้เป็นเส้นตรง สายตาหวาดหวั่นเปลี่ยนไปจดจ้องยังทิศทางอื่น

ไข่ไม่ควรใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว

ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเพิ่งเปิดเผยความสัมพันธ์

แม้เฮ่อสุ่ยกวงจะไม่เข้าใจเหตุผล แต่สิ่งที่พี่สาวทำล้วนมีเหตุผลเสมอ

ตรงกันข้ามกับชิวเอ้อร์เหนียงที่หน้าตาตื่นตระหนก รวบรวมความกล้าเขย่งปลายเท้าสอดส่ายสายตามองหาลูกสาวทั้งสองไปทั่ว

ชิวเอ้อร์เหนียงยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงอันดังก้องกังวานก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกกระชากท้องฟ้า

"ทุกท่าน ทุกท่าน!"

ทุกคนสะดุ้งสุดตัว

ทันใดนั้น คบเพลิงนับไม่ถ้วนก็ถูกจุดพรึ่บขึ้นพร้อมกับเสียง "ฟึ่บ" ดังมาจากที่ไกลๆ เปลวเพลิงลุกโชนสว่างวาบ ราวกับจะแผดเผาเส้นขอบฟ้าอันมืดมิดให้ลุกเป็นไฟ

สว่างจ้าขึ้นไปอีก

"ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ยินดีด้วย!"

เฮ่อซานเยว่มองหาแหล่งกำเนิดเสียงได้อย่างแม่นยำ มันคือลำโพงทองเหลืองที่ยื่นออกมาทุกๆ ระยะสามฟุตบริเวณรอบลานกว้าง

เสียงนั้นดังมาจากที่นั่น

"ขอแสดงความยินดีที่ทุกท่านได้มาเยือนภูเขาฝูโซ่ว และได้รับโอกาสครอบครองเงินแท่งนับหมื่นตำลึง!"

ชายชุดดำสองคนพุ่งตัวออกมาจากเงามืด กระชากผ้าแพรที่คลุมสิ่งของบนแท่นกองฟางออก เผยให้เห็น... เงินแท่ง? ที่กองพะเนินเป็นภูเขาลูกย่อม

เงินแท่งสีขาวสว่างวางซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ราวกับภูเขาสลับซับซ้อน ทอดยาวราวกับบันไดเมฆที่ทอดขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ทุกคนไม่เคยเห็นเงินมากมายมหาศาลขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!

ไม่สิ ไม่เคยเห็นเงินก้อนใหญ่ ก้อนกลม และเรียบเนียนขนาดนี้มาก่อนต่างหาก!

บางคนถึงกับไม่เคยเห็นเงินแท่งของจริงเลยด้วยซ้ำ!

ในพริบตาเดียว ความหวาดกลัวตัวสั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นความจดจ่อ ความขลาดเขลาแปรเปลี่ยนเป็นความโลภโมโทสัน!

สายตาของเฮ่อซานเยว่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภูเขาเงินแท่งนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอกลับปรายตามองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้านหลังที่อยู่ไม่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่หลังฝูงชน ค่อยๆ ขยับตัวเข้าใกล้มารดาและน้องสาวอย่างแนบเนียน

"สองชั่วโมง! โดยใช้ภูเขาฝูโซ่วเป็นเขตแดน ผู้ใดที่มีชีวิตรอดเป็นคนสุดท้าย จะได้รับโอกาสนำเงินเหล่านี้กลับไป!"

คนสุดท้าย?

หมายความว่าอย่างไร?

ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"โอกาสมาถึงเพียงชั่วพริบตา พวกเราขอรับรองว่าจะไม่มีการค้นตัว ไม่มีการบังคับ และไม่มีการก้าวก่าย!

ไม่ว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีใด ไม่ว่าพวกเจ้าจะลงมือฆ่าใครหรือไม่ ขอเพียงเจ้าเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า เจ้าก็จะได้นอนหลับอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองนี้! จะได้เสวยสุขกับความมั่งคั่งและเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่าไปตลอดชีวิต!"

เสียงนั้นค่อยๆ ดังก้องกังวานขึ้นเรื่อยๆ

น้ำเสียงอันกึกก้องนั้นแฝงไปด้วยมนตร์สะกดแห่งการล่อลวง

แววตาของผู้คนที่ชุมนุมกันอยู่ใต้แท่นประรำพิธี ค่อยๆ ฉายแววบ้าคลั่งออกมาทีละน้อย

ชายชุดดำนับไม่ถ้วนพุ่งตัวออกมาจากความมืดอย่างต่อเนื่อง พวกมันลงมือแก้มัดเชือกที่ไพล่หลังให้ทุกคนอย่างหยาบคาย จากนั้นก็สวมเสื้อคลุมผ้าป่านหยาบๆ ที่มีตัวเลขเขียนกำกับไว้ให้

เฮ่อซานเยว่ก้มมองตัวเลข "สิบห้า" บนหน้าอกของตนเอง มองไปที่น้องสาวคือหมายเลข "ยี่สิบเจ็ด" และมารดาคือหมายเลข "สี่"

การเรียงลำดับเป็นไปอย่างสุ่ม

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงแหลมเล็กทว่าเจือความตื่นเต้นของชายหนุ่ม "ช่วงเวลาแห่งการเข่นฆ่ามาถึงแล้ว! เหล่าลูกหมูทั้งหลาย วิ่งหนีสุดชีวิตซะ!"

ทุกคนยังคงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ไม่มีใครขยับเขยื้อน

ลูกธนูส่งสัญญาณพุ่งแหวกอากาศมา ปักทะลุกลางอกของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

"เริ่มได้!" เสียงตะโกนแหลมปรี๊ดดังขึ้น

ทุกคนราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน รีบวิ่งหนีตายกันกระเจิดกระเจิง!

เฮ่อซานเยว่คว้าแขนซ้ายขวาของน้องสาวและมารดาไว้แน่น ออกแรงกระชากลากถูไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว "วิ่งตามข้ามา!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - พายุฝนที่สาดซัดกะทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว