- หน้าแรก
- หนึ่งพันปีแห่งการหวนคืน
- บทที่ 14 - ปิดประตูท้าทาย
บทที่ 14 - ปิดประตูท้าทาย
บทที่ 14 - ปิดประตูท้าทาย
บทที่ 14 - ปิดประตูท้าทาย
༺༻
ปฏิทินเมฆาม่วงปีที่ 1227 วันที่ 21 เดือน 12 ช่วงเที่ยง
คนหกคนควบม้าตัวใหญ่ฝีเท้าเร็ว วิ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวาง มุ่งหน้าตรงไปยังที่ตั้งของสมาคมการค้าอวี้หลานอย่างเอิกเกริกผ่านย่านการค้า
สุดท้าย ม้าทั้งหกตัวก็หยุดกั้นขวางอยู่หน้าประตูใหญ่ของสมาคมการค้าอวี้หลาน ดูน่าเกรงขามและอวดดีอย่างถึงที่สุด
ผู้นำกลุ่มคือชายชราผู้มีร่างกายกำยำ ใบหน้าเต็มไปด้วยเคราสีขาวรุงรัง เส้นผมสีขาวสั้นตั้งชันราวกับสิงโตเผือก
ด้านหลังของชายชรา มีเด็กหนุ่มหนึ่งคน ชายวัยกลางคนสองคน และชายชราอีกสองคนที่คนหนึ่งอ้วนและอีกคนหนึ่งผอม
"นั่นคนของตระกูลหวางนี่นา!"
ผู้คนรอบข้างที่มายืนมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นเริ่มมากขึ้น และหลายคนก็จำคนทั้งหกที่ขวางประตูสมาคมการค้าอวี้หลานได้
"นั่นไม่ใช่หวางตานเฮ่อ เจ้าตระกูลหวางหรอกรึ? เขายังต้องตามหลังเลย... ชายชราที่เป็นผู้นำนั่น หรือว่าจะเป็นเจ้าตระกูลรุ่นก่อนของตระกูลหวาง คนที่ได้รับฉายาว่า 'เพชฌฆาตหัตถ์โลหิต' หวางอวี้คุน?"
คนเดินถนนคนหนึ่งเบิกตากว้างมองดูชายชราที่เป็นผู้นำแล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ
และเมื่อเขากล่าวเช่นนั้น ฝูงชนที่มุงดูอยู่ก็เริ่มส่งเสียงฮือฮากันทันที:
"หวางอวี้คุนงั้นรึ? คนคนนั้นน่ะนะ... ที่เคยใช้พลังเพียงลำพังกวาดล้างกลุ่มโจรที่มีคนเป็นร้อยได้เพียงคนเดียว เพชฌฆาตหัตถ์โลหิตคนนั้นน่ะนะ?"
"ได้ยินมาว่า หัวหน้ากลุ่มโจรนั่นมีพลังเกือบจะถึงรวบรวมปราณขั้นที่สองแล้ว และยังมีรองหัวหน้าระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งอีกห้าคน... ทั้งหกรุมล้อมหวางอวี้คุนเพียงคนเดียว แต่กลับถูกหวางอวี้คุนฆ่าตายหมด! ตั้งแต่นั้นมา หวางอวี้คุนก็ได้ฉายาว่า 'เพชฌฆาตหัตถ์โลหิต' มาครอง"
"สวรรค์! นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นเขาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน... แต่วันนี้ เขากลับไม่เพียงปรากฏตัว แต่ยังมาปิดล้อมหน้าประตูสมาคมการค้าอวี้หลาน ดูเหมือนเขาจะมาล้างแค้นให้หวางเฟิง หลานชายของเขาจริงๆ!"
"มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่รึ? หวางเฟิงที่ถูกโจวตงหวง ลูกชายของหลินหลานประธานสมาคมการค้าอวี้หลานหักแขนไปข้างหนึ่งน่ะ ก็ยืนอยู่ข้างหลังเขานั่นไง"
...
หวางเฟิง นายน้อยใหญ่แห่งตระกูลหวาง ยืนอยู่ข้างหลังหวางอวี้คุน จ้องมองเข้าไปในประตูที่เปิดกว้างของสมาคมการค้าอวี้หลาน ในดวงตาเต็มไปด้วยแววตากระหายเลือด
"โจวตงหวง แกทำข้าแขนหัก วันนี้ข้าจะให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!"
ภายในใจของหวางเฟิงเต็มไปด้วยความแค้น
"เมื่อวานข่าวเรื่องที่สมาคมการค้าอวี้หลานสูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลหลินเมืองเจ้าเมืองเพิ่งจะแพร่ออกไป วันนี้คนตระกูลหวางก็บุกมาล้างแค้นถึงที่เลย... ดูท่าวันนี้โจวตงหวง ลูกชายประธานสมาคมการค้าอวี้หลานคงจะดวงกุดเสียแล้ว"
"ได้ยินมาว่าหัวหน้าองครักษ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สองของสมาคมการค้าอวี้หลานก็กลับตระกูลหลินไปแล้ว... วันนี้ ต่อให้ไม่มีหวางอวี้คุนอยู่ด้วย แค่คนอื่นๆ ของตระกูลหวางก็เพียงพอที่จะถล่มสมาคมการค้าอวี้หลานให้ราบคาบได้แล้ว!"
"นั่นก็แน่อยู่แล้ว ข้างหลังหวางอวี้คุนยังมีหวางตานเฮ่อ เจ้าตระกูลหวาง หวางจู๋เฮ่อ นายรองตระกูลหวาง แล้วยังมีผู้อาวุโสสองกับผู้อาวุโสสามของตระกูลหวางอีก... ทั้งสี่คนนั่นน่ะ เป็นนักรบระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งกันหมด! ในขณะที่สมาคมการค้าอวี้หลานตอนนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงหลินหลานคนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักรบระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่ง?"
"ข้าได้ยินมาว่า ยายแก่ข้างกายประธานหลินหลานเองก็เป็นนักรบระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งเหมือนกันนะ"
"ต่อให้เป็นอย่างนั้น ก็สู้กับนักรบระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งทั้งสี่คนของตระกูลหวางไม่ได้หรอก"
...
ตอนนี้ ผู้คนเดินถนนที่มามุงดูเริ่มพากันไว้อาลัยให้โจวตงหวงล่วงหน้าไปแล้ว
"ตอนนี้โจวตงหวงไม่ได้เป็นเจ้าของหอสุราอวิ๋นเซวียนหรอกรึ? ก่อนเจ้าซันจะไปเขาก็ยกหอสุราอวิ๋นเซวียนให้เขาแล้วนี่นา ดูท่าทางความสัมพันธ์ของพวกเขาน่าจะไม่ธรรมดานะ?"
"ตระกูลหวางไม่กลัวว่าเจ้าซันจะกลับมาเช็คบิลทีหลังรึไง?"
"เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าคิดได้ ตระกูลหวางจะคิดไม่ได้งั้นรึ? ในเมื่อวันนี้ตระกูลหวางกล้ามาปิดประตูสมาคมการค้าอวี้หลาน ก็แสดงว่าเจ้าซันต้องไม่มาช่วยโจวตงหวงแน่นอน"
"แต่ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าซันคิดอะไรอยู่... ทำไมถึงยกหอสุราอวิ๋นเซวียนให้โจวตงหวง? นั่นมันกิจการที่ทำเงินได้มากที่สุดในเมืองชิงซานเลยนะ"
"ความคิดของเจ้าซัน พวกเราไม่มีทางเดาถูกหรอก"
...
จำนวนคนที่มามุงดูเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อข่าวแพร่ออกไป ผู้คนจากทั่วมุมเมืองชิงซานก็แห่กันมาที่นี่
แม้แต่คนจากตระกูลขุนนางระดับล่างอีกสองตระกูลในเมืองชิงซาน เมื่อได้รับข่าวแล้ว หากไม่มีธุระสำคัญติดพัน ต่างก็พากันมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ฉินเฟย นายน้อยใหญ่ตระกูลฉิน เมื่อได้รับข่าวก็รีบมาทันที
"ดูท่า โจวตงหวง เจ้าก็แค่ดวงดีแบบฟลุ๊กๆ ที่ได้รับช่วงต่อหอสุราอวิ๋นเซวียนมา... ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับเจ้าซันเลยจริงๆ ด้วย"
เมื่อเห็นคนของตระกูลหวางกล้ามาปิดล้อมหน้าประตูสมาคมการค้าอวี้หลาน ฉินเฟยก็คาดเดาจุดนี้ได้ไม่ยาก เขายืนอยู่ในฝูงชนด้วยสีหน้าสะใจ
"ฉินเฟย!"
ในขณะเดียวกัน ร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉินเฟยในระยะไม่ไกลนัก นั่นคือจงกัง นายน้อยใหญ่ตระกูลจง จงอี้ นายน้อยรอง และจงซิ่ว คุณหนูสาม เห็นชัดว่าพวกเขาก็รีบตามมาดูหลังจากได้รับข่าวเช่นกัน
"ว่าไง? มาดูเรื่องสนุกเหมือนกันรึ?"
ฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม
"ฮ่าๆ... เรื่องสนุกแบบนี้ จะพลาดได้ยังไงกัน?"
จงอี้หัวเราะลั่น
"วันนั้นที่ได้ยินว่าโจวตงหวงกลายเป็นเจ้าของหอสุราอวิ๋นเซวียน ข้ายังนึกว่าเขากับเจ้าซันมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเสียอีก... แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากไปเอง ถ้าเขากับเจ้าซันมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ตระกูลหวางคงไม่กล้ามาคิดบัญชีกับสมาคมการค้าอวี้หลานอย่างเอิกเกริกขนาดนี้หรอก"
จงกังเองก็มีสีหน้าสะใจไม่แพ้กัน
"เมื่อวานก่อน ที่หอสุราอวิ๋นเซวียน โจวตงหวงนั่นอวดดีเหลือเกิน... วันนี้ข้า จงซิ่ว อยากจะรู้นักว่าเขาจะจบเรื่องนี้ยังไง!"
จงซิ่วแสยะยิ้มเย็นชา
"แม้แต่เจ้าตระกูลรุ่นก่อนของตระกูลหวางอย่างหวางอวี้คุนยังออกหน้าเอง... ตามความเห็นข้า วันนี้โจวตงหวงไม่น่าจะรอดชีวิตไปได้ เพชฌฆาตหัตถ์โลหิตคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความใจดำอำมหิตและการปกป้องพวกพ้องที่สุด"
ฉินเฟยยิ้มอย่างเบิกบานใจ
ทว่า เพียงไม่นาน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็จางหายไป
เพราะเขาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง อายุราวสิบเอ็ดสิบสองปี หน้าตาสวยน่ารักและหมดจด กำลังควงแขนชายวัยกลางคนเดินตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่
ฉินเฟยผละจากพี่น้องตระกูลจงทั้งสามคนแล้วเดินเข้าไปต้อนรับ "เสี่ยวอวี่ ท่านอาเจิ้น"
คนที่มาคือฉินเสี่ยวอวี่ และฉินเจิ้น บิดาของนาง
เดิมทีฉินเจิ้นเป็นเพียงคนจากสายรองของตระกูลฉินที่ไม่ค่อยมีความสำคัญอะไร แต่เมื่อหลายปีก่อนเขาได้บรรลุถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่ง จึงได้กลายเป็นผู้อาวุโสหกของตระกูลฉิน
ในตระกูลขุนนางระดับล่างทั้งสามแห่งเมืองชิงซาน แม้จะเป็นคนสายรอง หากสามารถบรรลุถึงระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่ง กลายเป็นนักรบระดับรวบรวมปราณได้ ก็จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อาวุโสของตระกูลทันที
"นายน้อยใหญ่"
ฉินเจิ้นทักทายฉินเฟย ในขณะที่ฉินเสี่ยวอวี่เพียงแค่กวาดตามองฉินเฟยแวบหนึ่งโดยไม่กล่าวทักทาย
เหตุการณ์เมื่อวานก่อนที่หอสุราอวิ๋นเซวียน การที่ฉินเฟยตัดความสัมพันธ์กับโจวตงหวง ทำให้นางไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"เสี่ยวอวี่!"
สุดท้าย ภายใต้เสียงดุและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของฉินเจิ้น ฉินเสี่ยวอวี่จึงยอมกล่าวทักทายฉินเฟยอย่างไม่เต็มใจนัก
หลังจากทักทายส่งๆ กับฉินเฟยแล้ว ฉินเสี่ยวอวี่ก็มองไปยังกลุ่มคนที่หน้าประตูสมาคมการค้าอวี้หลานด้วยสีหน้ากังวล "ท่านพ่อ ตอนนี้พี่ตงหวงเป็นเจ้าของหอสุราอวิ๋นเซวียนแล้ว คนตระกูลหวางมาหาเรื่องพี่ตงหวงแบบนี้ ไม่กลัวว่าเจ้าซันจะมาเอาเรื่องทีหลังหรือคะ?"
"เสี่ยวอวี่"
ยังไม่ทันที่ฉินเจิ้นจะได้ตอบ ฉินเฟยก็แย่งพูดขึ้นมาก่อน "คนตระกูลหวางกล้ามา ก็แสดงว่าพวกเขารู้ดีว่าเจ้าซันจะไม่ช่วยโจวตงหวงแน่นอน"
"ท่านพ่อ เรื่องจริงหรือคะ?"
เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินเฟยพูด ฉินเสี่ยวอวี่ก็หันไปถามฉินเจิ้นด้วยความกังวลยิ่งกว่าเดิม และเมื่อเห็นฉินเจิ้นพยักหน้า สีหน้าของนางก็กลายเป็นซีดเผือดทันที
"ท่านพ่อ... ท่านช่วยพี่ตงหวงหน่อยได้ไหมคะ?"
ฉินเสี่ยวอวี่ขอร้องฉินเจิ้น
"เสี่ยวอวี่ ถึงพ่อจะอยากช่วยแค่ไหน ก็เกินกำลัง... คนตระกูลหวางหกคนนี้ นอกจากหวางเฟิงแล้ว พ่อสู้ใครไม่ได้สักคนเดียว"
ฉินเจิ้นยิ้มอย่างขมขื่น
แม้อยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่หนึ่งเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งก็มีช่องว่างที่ต่างกันมาก
"พี่ฉินเฟย พี่ต้องมีวิธีแน่ๆ... ใช่ไหมคะ?"
ฉินเสี่ยวอวี่หันมามองฉินเฟย เพื่อพี่ตงหวงของนางแล้ว ตอนนี้นางไม่สนใจจะงอนฉินเฟยอีกต่อไป นางเพียงต้องการให้พี่ตงหวงของนางปลอดภัยเท่านั้น
"เสี่ยวอวี่ แม้แต่เพชฌฆาตหัตถ์โลหิตของตระกูลหวางยังมาเอง... เว้นเสียแต่ท่านปู่ของข้าจะยอมลงมือเอง ไม่อย่างนั้นไม่มีใครหยุดเขาได้หรอก"
ฉินเฟยส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น "ทว่าท่านปู่ของข้า ไม่มีทางที่จะยอมล่วงเกินตระกูลหวางเพื่อคนอย่างโจวตงหวงเพียงคนเดียวหรอก"
"ถ้าอย่างนั้น... พี่ตงหวง ก็ไม่มีทางรอดเลยหรือคะ?"
ฉินเสี่ยวอวี่หน้าซีดเผือด พึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดี
และในตอนนั้นเอง
ท่ามกลางฝูงชนก็มีเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจ "มีคนออกมาแล้ว!"
"คือประธานสมาคมการค้าอวี้หลาน หลินหลาน!"
ต่อสายตาผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ มีร่างสองร่างเดินออกมาจากภายในสมาคมการค้าอวี้หลาน หนึ่งคือหญิงงามที่ดูสง่างามและสูงศักดิ์ และมีหญิงชราเดินตามหลังมา
คนคนนั้นคือประธานสมาคมการค้าอวี้หลาน หลินหลาน และแม่เฒ่าเหลียนที่อยู่ข้างกายนาง
"ท่านพ่อ นางคือประธานสมาคมการค้าอวี้หลาน หลินหลานขอรับ"
ในจังหวะที่หลินหลานพาแม่เฒ่าเหลียนเดินออกมา หวางตานเฮ่อ เจ้าตระกูลหวางคนปัจจุบันก็บอกกับหวางอวี้คุนที่ขี่ม้านำอยู่หน้าสุด
หวางอวี้คุนได้ถอนตัวออกจากวงการไปนานแล้ว จึงไม่เคยพบเจอหลินหลานที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองชิงซานได้เพียงสิบกว่าปีในฐานะประธานสมาคมการค้าอวี้หลาน
"เจ้าคือหลินหลานรึ?"
หวางอวี้คุนมองสำรวจหลินหลานด้วยสายตาเย็นชาและกล่าวเสียงกระด้าง "วันนี้ข้าไม่ได้มาหาเจ้า... โจวตงหวง ลูกชายของเจ้าล่ะ? ให้มันไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
"หลินหลาน คารวะท่านเจ้าตระกูลอาวุโสหวาง"
หลินหลานยืนอยู่ห่างจากหวางอวี้คุนไม่ไกลนัก นางก้มศีรษะลงทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ท่านเจ้าตระกูลอาวุโสหวาง ท่านเป็นผู้อาวุโส ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีเหตุมีผล"
"โจวตงหวง ลูกชายของข้า แต่ก่อนมักถูกหวางเฟิงหลานชายของท่านรังแกอยู่เป็นประจำ แต่เขาก็ไม่เคยปริปากบอกข้าที่เป็นแม่เลยแม้แต่คำเดียว... เมื่อวันก่อน ก็เป็นหวางเฟิงหลานชายท่านที่มาท้าทายเขาก่อน เขาจึงได้พลั้งมือทำให้แขนของหวางเฟิงหักไปข้างหนึ่ง"
"หากท่านเจ้าตระกูลอาวุโสไม่เชื่อ ท่านสามารถถามผู้คนในที่เกิดเหตุตอนนั้น..."
ยังไม่ทันที่หลินหลานจะพูดจบประโยค ก็ถูกเสียงคำรามลั่นของหวางอวี้คุนขัดจังหวะเสียก่อน "เลิกพูดจาไร้สาระกับข้าได้แล้ว!"
"ความถูกหรือผิด ข้าเป็นคนกำหนดเอง!"
"วันนี้ ข้าบอกว่ามันผิด มันก็คือผิด! จงพามันออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจเจ้า!"
เมื่อหวางอวี้คุนพูดจบ ดวงตาที่มองมายังหลินหลานก็วาวโรจน์ไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น
"อวดดี! อวดดีเกินไปแล้ว!"
ในตอนนี้ ผู้คนที่มามุงดูต่างก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจ รู้สึกว่าหวางอวี้คุนนั้นอวดดีและเผด็จการเกินไปจริงๆ
ทว่า พวกเขาก็รู้ดีว่า:
หวางอวี้คุนมีสิทธิ์ที่จะอวดดี
เพราะเขาคือนักรบระดับรวบรวมปราณขั้นที่สอง ในเมืองชิงซานแห่งนี้ คนที่จะสามารถต่อกรกับเขาได้นั้นมีเพียงไม่กี่คน และไม่มีใครที่สามารถข่มเขาได้เลย
"ท่านเจ้าตระกูลอาวุโสหวาง ในเมื่อท่านเห็นว่าลูกชายของข้าผิด เขาก็คือคนผิด... ทว่า ความผิดของลูกชายข้า เป็นเพราะข้าผู้เป็นแม่สั่งสอนไม่ดีเอง"
ตอนที่หลินหลานพูดคำนี้ ในดวงตาของนางเก็บกดไปด้วยเพลิงโทสะแห่งความอัปยศ นางกัดฟันพูด "ดังนั้น ความผิดใดๆ ก็ตาม ให้ข้าผู้เป็นแม่เป็นคนรับไว้เองเถอะค่ะ!"
"จะฆ่าหรือจะแกง ก็สุดแต่ท่านจะจัดการ!"
ตอนนี้หลินหลานมีความคิดเพียงอย่างเดียว คือต่อให้ต้องสละชีวิตของตัวเอง นางก็ต้องปกป้องโจวตงหวง ลูกชายของนางให้ปลอดภัยให้ได้
ในตอนนี้ ผู้คนที่มุงดูหลายคนถึงกับน้ำตาคลอ
"ประธานหลินหลาน เป็นเพียงมารดาบุญธรรมของโจวตงหวงไม่ใช่หรือ? เพื่อปกป้องลูกบุญธรรมคนหนึ่ง ถึงกับไม่เสียดายชีวิตตัวเอง ช่างเป็นแบบอย่างของความเป็นแม่จริงๆ!"
ผู้คนเดินถนนหลายคนต่างพากันถอนหายใจและชื่นชม แต่ก็ทำได้เพียงพึมพำเบาๆ เพราะเกรงว่าจะไปทำให้คนตระกูลหวางโกรธเคืองเข้า
"คุณอาหลินหลาน"
ฉินเสี่ยวอวี่น้ำตาไหลนองหน้า
"ฮ่าๆๆๆๆ..."
หวางอวี้คุนระเบิดเสียงหัวเราะลั่นพร้อมกับกระโดดลงจากหลังม้า เมื่อเท้าแตะพื้นเขาจึงหยุดหัวเราะ "ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจจริงๆ!"
"ถ้าอย่างนั้น ข้าหวางอวี้คุนจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง หลินหลาน"
"หากเจ้าสามารถรับการโจมตีจากข้าได้สามกระบวนท่าโดยไม่ตาย วันนี้ข้าจะยอมละเว้นชีวิตลูกชายของเจ้า!"
༺༻