- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแห่งโลกคู่ขนาน
- บทที่ 23 - การเตรียมตัวก่อนออกรบ
บทที่ 23 - การเตรียมตัวก่อนออกรบ
บทที่ 23 - การเตรียมตัวก่อนออกรบ
บทที่ 23 - การเตรียมตัวก่อนออกรบ
༺༻
การแสดงออกทางใบหน้าของฟริตซ์ราวกับว่าเขาได้เห็นฉากที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกนี้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง...
"แค็ก! แค็ก!"
ด้วยความกลัวและความกระวนกระวาย ฟริตซ์ถูกบังคับให้กระอักเลือดสดๆ ออกมาเต็มโต๊ะที่พังอยู่เบื้องหน้า
เมื่อนั้นเอง วงเวทในดวงตาของทั้งโคลด์และฟริตซ์จึงสลายไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเช่นนั้น ใบหน้าของรองแม่ทัพก็ยังคงซีดเซียวราวกับศพ
เวทมนตร์ของโคลด์อาจไม่ส่งผลกระทบถาวรต่อเขาเพราะเขายังเป็นจอมเวทแรงก์ผสานระดับ 5 แต่ในตอนนี้ เขาต้องการเวลามากกว่านี้ในการพักฟื้น
"จะส่งกำลังเสริมมาหรือไม่?" โคลด์ถามอย่างดุดัน
อัญมณีลึกลับธาตุมืดของเขาลอยอยู่บนฝ่ามือราวกับว่าเขาจะไม่ลังเลที่จะใช้เวทมนตร์หากฟริตซ์ปฏิเสธ
"ไอ้สารเลว!" ฟริตซ์คำราม ใบหน้าของเขาแสดงท่าทางดุร้ายซึ่งไม่ใช่สิ่งที่รองแม่ทัพควรจะทำ
อัญมณีลึกลับธาตุไฟของฟริตซ์ลอยออกมาจากบ่อมนตรา แต่ก่อนที่เขาจะได้ร่ายเวทมนตร์ใดๆ คมดาบอันเยือกเย็นก็จ่ออยู่ที่คอของเขาแล้ว
การบ่มเพาะของจอมเวทจะไม่พัฒนาสมรรถภาพทางกายมากนักแม้ว่าพวกเขาจะบรรลุถึงแรงก์สูงก็ตาม
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีวิธีที่จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งเหมือนกับพวกสัตว์ร้าย
เพียงแต่ว่ามันต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลและการฝึกฝนที่เข้มงวด
โคลด์เป็นหนึ่งในจอมเวทที่มีร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและเสริมแกร่งมาอย่างชัดเจน ดูได้จากความเร็วที่เขาชักดาบออกมาจ่อที่คอของฟริตซ์โดยตรง
"ผมขอย้ำอีกครั้ง จะส่งกำลังเสริมมาหรือไม่?" โคลด์พูดซ้ำ น้ำเสียงของเขาฟังดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม ราวกับปีอสูรจากนรกกำลังทวงถามบางอย่างจากมนุษย์ธรรมดา
แต่นั่นคือตอนที่มีแรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาที่พวกเขาทั้งสอง
แรงกดดันนี้ไม่ใช่ทางกายภาพ แต่เป็นแรงกดดันที่จู่โจมจิตวิญญาณของพวกเขา
โคลด์อยู่ในสภาพที่ดีกว่าเพราะเขาเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ฟริตซ์นั้นต่างออกไป
เขารู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของเขาสั่นสะท้านจากแรงกดดันนั้น
"หยุดทำเรื่องวุ่นวายได้แล้ว"
ที่ประตูห้องทำงานมีชายร่างกำยำยืนอยู่ แรงกดดันที่เขาปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าจอมเวทแรงก์ผสานระดับ 5
"ท่านแม่ทัพลีออน" โคลด์เอ่ยทักทายพร้อมกับเก็บดาบของเขา และเมื่อนั้นฟริตซ์จึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"รองแม่ทัพ ถ้าคุณยังอยากจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ ผมแนะนำว่าอย่าทำอะไรให้ตัวเองต้องอับอายขายหน้า" ท่านแม่ทัพกล่าว และฟริตซ์ทำได้เพียงก้มหน้าด้วยความละอาย
"ผู้กองโคลด์ ผมไม่สนว่าคุณจะโด่งดังหรือแข็งแกร่งแค่ไหน แม้แต่ก่อนเข้ากองทัพ คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีลำดับขั้นที่เข้มงวด ในฐานะผู้กอง จงแสดงความเคารพต่อรองแม่ทัพด้วย"
"รับทราบครับท่านแม่ทัพ แต่คำขอของผมยังคงเดิม ผมต้องการกำลังเสริมที่เทือกเขาราตอยส์ ผมเกรงว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด มันจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก"
"ผมเข้าใจ แต่ถึงแม้รองแม่ทัพจะผิดที่ส่งไปแค่พวกมือใหม่ 20 นาย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบียบการทางทหารไม่อนุญาตให้เราส่งจอมเวทระดับสูงไปได้ ผมส่งไปได้แค่พวกไร้ระดับและแรงก์ผสานระดับ 1 เพิ่มเติมเท่านั้น"
ในเรื่องนั้น โคลด์ไม่ได้โต้แย้งอีกต่อไปเพราะเขาก็รู้ดีว่ากองทัพขับเคลื่อนอย่างไร
ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่สร้างความเสียหายมากพอ กองทัพจะไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาออกไป
ท้ายที่สุด หากในทุกเหตุการณ์พวกเขาต้องส่งผู้เชี่ยวชาญออกไป แล้วจะส่งใครไปได้หากเกิดอันตรายที่แท้จริงขึ้นมา?
"ขอบคุณครับ ท่านแม่ทัพ" โคลด์กล่าวจบก่อนจะขอตัวลา ในขณะที่แม่ทัพลีออนมองตามหลังเขาไป
'เขายังหนุ่มแท้ๆ แต่จิตวิญญาณของเขากลับบรรลุถึงระดับ 6 แล้ว...' ท่านแม่ทัพคิดในใจ
"เฮ้อ... ในที่สุดฉันก็บ่มเพาะเสร็จเสียที!" เรเซนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อมองออกไปข้างนอก เขาเห็นดวงอาทิตย์เกือบจะขึ้นแล้ว
ตลอดทั้งคืน สิ่งเดียวที่เขาทำคือขุดหลุมในฟาร์มเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์หลายพันเมล็ด
หลังจากนั้น เขาก็รอจนกว่าพวกมันจะโตเต็มที่ และเมื่อนั้นเขาจึงเก็บเกี่ยวพวกมันทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การเก็บเกี่ยวพืชผลไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีเวลาว่างในที่สุด
เนื่องจากส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งสุกแล้ว เรเซนจึงกินพวกมันไปหนึ่งพันลูก และเมื่อนั้นเขาก็อัปเกรดบ่อมนตราของเขาจนมีความจุสูงสุดถึง 4 อัญมณีลึกลับ! ท้องของเขาเกือบจะระเบิดอยู่หลายครั้ง แต่ใครจะไปคิดว่ายาฟื้นฟูจะทำให้เขากลับมามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ได้?
หลังจากนั้น เรเซนก็สลัดความง่วงเหงาหาวนอนด้วยความช่วยเหลือของยาฟื้นฟูเพิ่มเติม เพื่อควบแน่นตัวอ่อนอัญมณีลึกลับธาตุน้ำสองดวง ก่อนจะผสานพวกมันเป็นอัญมณีลึกลับธาตุน้ำแรงก์ผสานระดับ 1
ปัจจุบัน ความเข้าใจในธาตุน้ำของเขาดีที่สุด และเรเซนก็ได้ทำการเสียสละครั้งใหญ่ (การอดนอนหนึ่งคืนที่ได้รับการบรรเทาด้วยยา) เพื่อให้ได้อัญมณีลึกลับแรงก์ผสานระดับ 1 มา
เมื่อภารกิจทั้งหมดเสร็จสิ้น มันก็เป็นเวลาเช้าตรู่แล้ว ถ้าเขามีไก่ในฟาร์ม พวกมันคงจะปลุกเขาไปนานแล้ว
"ทำไมการบ่มเพาะมันถึงยากขนาดนี้?" เรเซนบ่น ทั้งที่เขาพึ่งจะอดนอนเพียงคืนเดียว ในขณะที่คนอื่นต้องใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะ ไม่ต้องพูดถึงว่ายาของเขาช่วยบรรเทาความง่วงไปได้มากแล้ว
"ในเมื่อมันเช้าแล้ว การนอนตอนนี้คงไม่คุ้มค่า เพราะเดี๋ยวฉันต้องไปกำจัดสัตว์ร้ายอีก..."
เนื่องจากการนอนไม่ใช่ทางเลือก เรเซนจึงโทรหาเพื่อนของเขา
"นี่ยังถือโทษโกรธฉันเรื่องที่คิดว่านายตัดต่อวิดีโอนั่นอยู่อีกเหรอ? เรเซน นายนี่มันขี้งอนจริงๆ!" นีลพูดทันทีที่รับสาย
'อะไรวะ? ฉันลืมเรื่องนั้นไปสนิทแล้ว! ไอ้หมอนี่มันมองฉันแย่แค่ไหนกันเนี่ย?!'
เรเซนแค่โทรหานีลเพื่อให้เขามารับพืชจิตวิญญาณ เพราะเดี๋ยวเขาต้องไปที่อื่น ไอ้ความแค้นที่หมอนี่พูดถึงมันคืออะไรกัน?
เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน อารมณ์ของเรเซนจึงไม่ค่อยดีนักและเขาก็ทำหน้าบึ้ง
"แค่มาที่นี่แล้วเอาพืชจิตวิญญาณไปซะ!" เขาพูดก่อนจะวางสาย
เนื่องจากยังพอมีเวลาก่อนที่ 'โครงการกำจัดสัตว์ร้าย' จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เรเซนจึงตัดสินใจไถอินเทอร์เน็ตไปพลางๆ เมื่อเขานึกถึง 'วิดีโอไวรัล' ของเขาได้ และเขาก็เข้าไปเช็คในยูทูบ หรือพูดให้ถูกคือเขาเข้าไปเช็คคอมเมนต์เพื่อดูว่าผู้คนคิดยังไงกับเขา
[ว้าว... มีแค่ฉันหรือเปล่าที่คิดว่าจอมเวทคนนั้นหล่อจัง?]
[+1 ให้คนข้างบนเลย!]
[+2!]
"ชิ... พวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน? ฉันก็แค่ดูดีกว่ามาตรฐานนิดหน่อยเอง!"
คำชมของชาวเน็ตทำให้เรเซนอารมณ์ดีขึ้นมาก ความทะเยอทะยานของเขาได้รับการตอบสนอง
ท้ายที่สุด ใครล่ะจะไม่ยากมีชื่อเสียงโดยที่มีคนคิดว่าตัวเองหล่อมาก?
ใครจะรู้สึกแย่ที่ได้รับคำชมเหล่านี้?
อย่างไรก็ตาม อารมณ์ดีๆ ของเรเซนก็พังทลายลงในไม่ช้า
[เหอะ ก็งั้นๆ แหละ]
[จริง! เขาใช้เป็นแค่เวทมนตร์เดียวเอง!]
[เขาอาจจะเป็นพวกโรคจิตที่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเรียนรู้เวทมนตร์แค่บทเดียวเพื่อเอาไว้โชว์ออฟก็ได้!]
"พวกแกนี่มัน! ฉันพยายามแทบตายเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์นั้น! กล้าดียังไงมาดูถูกฉัน?!" เรเซนโกรธจัด
พวกเขารู้ถึงความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์ [ระเบิดสุริยา] ไหม?
ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ตอนที่สู้กับพวกหมาป่าสีเทาเหล่านั้น และเขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด!
ยิ่งไปกว่านั้น การได้ท้อลึกลับมาก็มีโอกาสต่ำมาก!
"ในบรรดาจอมเวททั้งหมดในโลกนี้ ใครจะทำงานหนักเท่าฉันบ้าง? พวกเขาแค่ต้องใช้ทรัพยากรแล้วนั่งลงอ่านหนังสือทฤษฎีเวทมนตร์อย่างสงบ ในขณะที่หลังของฉันต้องทำงานหนักทุกวันจากงานฟาร์ม!"
เรเซนรู้สึกขุ่นเคืองชาวเน็ตเหล่านี้ที่ดูถูกเขาโดยที่ไม่รู้ว่าเขาทำงานหนักแค่ไหนเพื่อให้มีความก้าวหน้าแม้เพียง 'เล็กน้อย'
"อินเทอร์เน็ตนี่มันโลกที่น่าเกลียดจริงๆ!" เรเซนแสดงความเห็นและเขาก็ออกจากแอปยูทูบเพราะรู้สึกท้อแท้กับคอมเมนต์เหล่านั้น
เขาตัดสินใจไถดูมีมแทนจนกระทั่งนีลมาถึงบ้านด้วยดวงตาที่แดงก่ำราวกับว่าเรเซนเพิ่งจะฆ่าล้างโคตรเจ็ดชั่วโคตรของตระกูลเขามา
"เป็นอะไรไป? ทำไมมองฉันแบบนั้น?"
"เรเซน นายนี่มันร้ายนัก! นายจงใจบังคับให้ฉันมาเช้าขนาดนี้ใช่ไหม?"
"มาปรักปรำฉันได้ยังไง! ฉันมีที่ที่ต้องไปทีหลัง และฉันมีเวลาว่างแค่ตอนเช้านี้เท่านั้น!"
"ชิ ฉันไม่เชื่อนายหรอก!"
"ช่างเถอะ! แค่เอาพืชจิตวิญญาณไปซะ!"
เรเซนให้นีลเข้ามาในบ้าน และชายหนุ่มก็เห็นกองหญ้าวิสเมียน ถั่วฉีกวิญญาณ และส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งวางอยู่บนพื้นราวกับพวกมันเป็นของไร้ค่า
นี่เป็นวิธีเก็บรักษาที่ไร้หัวใจจริงๆ แต่เพื่อเป็นการปกป้องตัวเอง เรเซนก็อ้างว่าเขา 'ง่วง' และ 'เหนื่อย' เกินกว่าจะเอาพวกมันใส่กล่องพลาสติก นอกจากนี้ ด้วยปริมาณพืชจิตวิญญาณขนาดนี้ เรเซนก็ไม่มีกล่องพลาสติกพอที่จะเก็บพวกมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
"นายซื้อกล่องพลาสติกมาแล้วใช่ไหม?"
"เปล่า!"
"แล้วนายจะเอาพวกมันไปยังไงล่ะ? ฉันบอกนายไปแล้วเมื่อคืนว่าให้ใช้เงินบางส่วนซื้อกล่องพลาสติกเพิ่ม! นายอมเงินไปหมดเลยเหรอ? เดี๋ยวฉันจะฟ้องลุง!"
"โธ่! ใครจะไปคิดว่านายจะปฏิบัติกับพืชจิตวิญญาณที่เกือบจะเป็นสาเหตุให้ร้านของเราโดนทุบทิ้งแบบนี้กันล่ะ?!"
"ก็แค่กลับไปเอากล่องพลาสติกในเมืองแล้วรีบกลับมาทันที! ฉันยุ่งจริงๆ นะ!"
"ฉันว่าแล้ว นายต้องถือโทษโกรธฉันแน่ๆ! นายอยากทำให้มันยากสำหรับฉัน!"
ในที่สุด นีลก็ยังคงถูกบังคับให้ขับรถกลับเข้าไปในเมืองก่อนจะกลับมาที่บ้านของเรเซน
เรเซนคาดหวังว่านีลจะกลับมาพร้อมกับกล่องพลาสติก แต่ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับกล่องใส่สมุนไพรขนาดใหญ่
แต่ในเมื่อเรเซนมีความสุขตราบเท่าที่สินค้าของเขาถูกรับไป ใครล่ะจะมาจู้จี้เรื่องเล็กน้อย?
เรเซนมุ่งหน้าไปยังเชิงเขาเร็วกว่าเวลาที่กำหนดเพราะเขาตระหนักถึงบางอย่าง
แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีอัญมณีลึกลับธาตุน้ำแล้ว แต่เขายังไม่รู้เวทมนตร์ธตุน้ำในแรงก์ผสานระดับ 2 เลย!
แน่นอนว่าด้วยความเข้าใจในระดับที่ 2 เรเซนสามารถสร้างเวทมนตร์ของเขาเองได้ เนื่องจากเวทมนตร์คือการนำทฤษฎีเวทมนตร์มาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม นั่นต้องใช้เวลามากกว่านี้อีกหน่อย และมันจะเร็วกว่าถ้าเรียนรู้เวทมนตร์ที่มีอยู่แล้ว
ยังไงเขาก็รู้สึกว่าเขาสามารถเข้าใจเวทมนตร์ธตุน้ำที่ไม่เกินแรงก์ผสานระดับ 2 ได้อย่างง่ายดาย
"พี่โคลด์ พี่พอจะมีหนังสือเวทมนตร์ธตุน้ำบ้างไหมครับ?" เรเซนถามเพื่อลองเสี่ยงโชคดู
"เวทมนตร์ธตุน้ำเหรอ? อืม รอฉันเดี๋ยวนะ" โคลด์ตอบพลางหันไปคุยกับลูกน้องคนหนึ่งของเขา
เขาไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องที่เรเซนต้องการหนังสือเวทมนตร์เหล่านั้น
ยังไงเสีย จอมเวทหลายคนในแรงก์ต่ำๆ ก็มักจะพยายามเรียนรู้เวทมนตร์หลายประเภทเพื่อดูว่าประเภทไหนเหมาะกับพวกเขาที่สุด
จอมเวทที่มีอัญมณีลึกลับ 1 และ 2 ดวงในระดับของพวกเขานั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะตราบใดที่จิตวิญญาณของพวกเขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของแรงก์ พวกเขาก็สามารถเก็บอัญมณีลึกลับได้ 2 ดวงในระดับนั้น
แต่แน่นอนว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว อัญมณีลึกลับสองดวงนั้นจะเป็นประเภทเดียวกัน เนื่องจากต้องใช้สองดวงเพื่อเลื่อนระดับไปสู่แรงก์ถัดไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามและทรัพยากรบางอย่าง บ่อมนตราของจอมเวทก็สามารถอัปเกรดให้ถือครองอัญมณีลึกลับได้ถึง 4 ดวง
แต่แน่นอนว่าอีกครั้ง ทั้ง 4 ดวงนั้นจะมีเพียงสองประเภทเท่านั้น ถ้าไม่เช่นนั้น จอมเวทจะเลื่อนระดับอัญมณีไปยังแรงก์ถัดไปได้ยังไง?
ส่วนที่เกินกว่า 4 ช่องนั้น ไม่ค่อยมีจอมเวทคนไหนทำได้
พวกเขาไม่เพียงต้องใช้สมบัติล้ำค่า แต่ยังต้องใช้เวลานานในการบำรุงบ่อมนตราของตนเอง เนื่องจากพลังจิตวิญญาณของจอมเวทก็สามารถใช้แทนสมบัติเหล่านั้นได้ แม้ว่าการใช้เพียงพลังจิตวิญญาณจะไม่ค่อยได้ผลจริงในทางปฏิบัติก็ตาม
จอมเวทที่ไม่มีทรัพยากรทำได้เพียงพึ่งพาการฟื้นฟูมนตราอัตโนมัติของบ่อมนตราเพื่อควบแน่นอัญมณีลึกลับ และพึ่งพาการฟื้นฟูอัตโนมัติของพลังจิตวิญญาณเพื่อบำรุงบ่อมนตราของตนเอง
หากจอมเวทพึ่งพาเพียงตัวเองเท่านั้น แม้จะมีความหวังว่าจะก้าวหน้าในแรงก์ได้ แต่ความเร็วของพวกเขาก็จะช้าอย่างเจ็บปวด!
ในเมื่อเรเซนได้รับโชคลาภมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ โคลด์คงจะไม่แปลกใจเลยถ้าเด็กคนนี้จะอัปเกรดบ่อมนตราของเขาจนมีความจุถึง 6 อัญมณีลึกลับ
โคลด์เห็นเรเซนมีอัญมณีลึกลับธาตุสุริยาและธาตุดินแล้ว ประเภทที่สามของเขาอาจจะเป็นธตุน้ำก็ได้
หลังจากโคลด์คุยกับลูกน้องครู่หนึ่ง เขาก็ได้รับหนังสือบางเล่มมาแล้วส่งให้เรเซน
"นี่ นายอ่านพวกนี้ไปก่อนได้ แต่ฉันต้องเอาไปคืนเพราะพวกนี้ไม่ใช่ของฉัน แต่เดี๋ยวฉันจะให้คนส่งหนังสือมาให้นายเพิ่ม และนายไม่ต้องเอามาคืน"
༺༻