- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแห่งโลกคู่ขนาน
- บทที่ 18 - เครื่องจักรสงครามมนุษย์
บทที่ 18 - เครื่องจักรสงครามมนุษย์
บทที่ 18 - เครื่องจักรสงครามมนุษย์
บทที่ 18 - เครื่องจักรสงครามมนุษย์
༺༻
“อะไรนะ? ไม่ได้! นายทำแบบนั้นไม่ได้!”
“ใช่ๆ มันอันตรายนะ!”
เป็นไปตามคาด ทหารใหม่ปฏิเสธ แต่เรเซนยังคงยืนกราน
“ผมสัญญาว่าผมจะไม่เป็นตัวถ่วงใคร ผมจะร่ายเวทจากระยะไกลเท่านั้น แบบนี้ความคืบหน้าของเราจะไม่เร็วขึ้นเหรอครับ? ยิ่งสัตว์อสูรตายมากเท่าไหร่ พื้นที่อยู่อาศัยก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้นนะ”
แม้จะรู้สึกผิดในใจ แต่เรเซนก็ทำได้เพียงโกหก อย่างไรก็ตาม แม้เป้าหมายของเขาคือซากสัตว์อสูร แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่าด้วยความช่วยเหลือของเขา พื้นที่อยู่อาศัยจะปลอดภัยขึ้น ไม่มีใครสามารถโต้แย้งเหตุผลของเขาได้ และทหารก็ทำได้เพียงตกลงอย่างไม่เต็มใจ
กลุ่มของพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังจากที่เรเซนเก็บซากทั้งหมดไว้ในมิติของเขา สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือหมาป่าทุกตัวยังสามารถใส่ลงในช่องเดียวกันได้! ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างภูเขากับฟาร์มหลายรอบ! เขาดีใจกับผลลัพธ์นี้มาก! แค่คิดถึงแต้มพรและตั๋วสุ่มที่เขาจะได้รับ อารมณ์ของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เทือกเขาราตอยส์มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย และส่วนใหญ่เป็นหมาป่าสีเทา หลังจากค้นหาเพียงไม่กี่นาที กลุ่มของเรเซนก็พบกับกลุ่มสัตว์อสูรอีกกลุ่มหนึ่ง คราวนี้เป็นกลุ่มสัตว์อสูรสิบตัว
“ถ-ถอยก่อน! แจ้งพวกรุ่นพี่เร็ว!” หัวหน้ากลุ่มรีบพูดอย่างร้อนรน ถ้ามีสัตว์อสูรแค่สิบตัวก็ว่าไปอย่าง ปัญหาก็คือมีหมาป่าสีเทาขั้นผสานที่ 1 อยู่ถึงสามตัว! นี่ไม่ใช่กลุ่มสัตว์อสูรที่พวกเขาจะเอาชนะได้ด้วยตัวเอง! ถ้าไม่ถอยตอนนี้ พวกเขาอาจจะถูกกวาดล้างจนหมด!
ใบหน้าของทหารทุกคนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล และนั่นคือตอนที่ลูกกลมสีเหลืองอ่อนพุ่งขึ้นไปในอากาศ
ปัง!
ลูกกลมนั้นกระทบเข้ากับหมาป่าขั้นผสานที่ 1 ตัวหนึ่งและระเบิดออก แสงแดดที่เจิดจ้าปกคลุมไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่น
“อึก!!” เรเซนแทบจะอาเจียนกับภาพที่เขาเป็นคนก่อขึ้นเอง หัวของหมาป่าสีเทาทั้งหัวระเบิดกลายเป็นชิ้นเนื้อเล็กๆ! เลือดและเศษสมองกระเซ็นไปทั่วหมาป่าที่ตอนนี้ไร้หัวไปแล้ว
แม้ว่า [ระเบิดสุริยา] ของเรเซนตอนที่เขายังอยู่แรงก์ไร้ระดับจะสร้างภาพที่น่าสยดสยองมาแล้ว แต่นี่มันอยู่อีกระดับหนึ่งเลย! พลังเวทมนตร์ของเขาเพิ่มขึ้นหลังจากเข้าสู่ขั้นผสานที่ 1 มันระเบิดหัวหมาป่าได้ราวกับมันเป็นลูกแตงโม
เหตุการณ์นี้ทำให้ทหารตะลึงงัน ไม่นึกเลยว่าจริงๆ แล้วเรเซนเป็นจอมเวทขั้นผสานที่ 1 ในขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของพวกเขายังเป็นแค่แรงก์ไร้ระดับ! ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากรูปการณ์แล้ว เรเซน ‘ไม่ใช่’ จอมเวทขั้นผสานที่ 1 หน้าใหม่ เวทมนตร์ของเขาชัดเจนว่ามีความเชี่ยวชาญในระดับที่สูงมากแล้ว! พวกเขาจะไม่ตะลึงได้อย่างไร ในเมื่อพลเรือนที่พวกเขาคิดว่าอ่อนแอและต้องการการปกป้อง จู่ๆ ก็ระเบิดพลังขนาดนี้ออกมา?
เรเซนทำราวกับมองไม่เห็นสายตาที่จับจ้องมาที่เขาขณะที่เขาร่ายเวทอีกครั้ง [ระเบิดสุริยา] ลูกแล้วลูกเล่าพุ่งออกไปและพวกมันไม่เคยพลาดที่จะฆ่าพวกหมาป่า เนื่องจากบ่อมนตราของเรเซนได้รับการอัปเกรดและสามารถบรรจุอัญมณีลึกลับได้สามเม็ด มนตราในบ่อมนตราของเขาจึงเพิ่มขึ้นด้วย และเขาก็จัดการฆ่าหมาป่าทั้งหมดได้ด้วยมนตราที่เขามี อย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย หัวของเขาปวดหนึบราวกับว่าเขาเพิ่งจะใช้แรงจนเกินขีดจำกัด
“เชี่ยอะไรเนี่ย? นี่คือสิ่งที่เรียกว่าผลข้างเคียงจากการใช้มนตรามากเกินไปเหรอ? นี่มันโคตรไม่สบายตัวเลย!” เรเซนบ่นพลางกุมหัวที่ปวดตุบๆ ของเขา ความรู้สึกนี้คล้ายกับอาการปวดหัวตอนเป็นไข้ไม่มีผิด!
เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองต้องทรมาน เรเซนจึงหยิบยาฟื้นฟูออกมาหนึ่งเม็ดจากมิติและโยนเข้าปาก
“อ้าว ลืมเอาน้ำมาด้วยแฮะ ช่างเถอะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่จะกินยาโดยไม่มีน้ำไม่ได้สักหน่อย”
เรเซนกลืนยาลงไปและเขาก็ต้องประหลาดใจที่ฤทธิ์ยาเห็นผลทันที! ไม่ว่าจะเป็นมนตรา พลังกาย หรือจิตวิญญาณ ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ที่สุด! นี่เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมาก! คำอธิบายของยาไม่ได้โกหกเลย! มันสามารถพาผู้ใช้กลับสู่สภาพที่สมบูรณ์ที่สุดได้จริงๆ!
“โฮ่ๆๆ ฉันว่าจริงๆ แล้วระบบก็ไม่ได้ขี้เหนียวขนาดนั้นนะ! มันถึงกับให้ถั่วเซียนมาเลยเหรอเนี่ย! ด้วยยาฟื้นฟูพวกนี้ ฉันจะไม่กลายเป็นเครื่องจักรสงครามมนุษย์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยไปเลยเหรอ?”
เรเซนนึกภาพตัวเองอยู่ในสนามรบ ร่ายเวทใส่ศัตรู และเมื่อมนตราหมดลง เขาก็จะโยนยาเข้าปากแล้วร่ายเวทต่อ ถ้าโลกนี้มีเวทมนตร์ต้องห้าม ประเภทที่ลบเมืองทั้งเมืองได้แต่ต้องใช้มนตราทั้งหมดของผู้ใช้ล่ะก็ มันคงจะดีกว่านี้มาก! เรเซนสามารถร่ายเวทต้องห้ามใส่ศัตรูซ้ำๆ แล้วใครจะหยุดเขาได้?
เขาตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน จินตนาการว่าตัวเองได้รับการยกย่องจากทุกคน แม้แต่พี่โโคลด์ที่หล่อเหลาและสง่างามของเขาก็ยังมองเขาเหมือนว่าเขาเป็นผู้มาโปรดมวลมนุษยชาติ! เมื่อเรเซนเลิกเพ้อเจ้อ เขาก็สังเกตเห็นทหารกำลังจ้องมองเขาเหมือนเห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ
“พี่ๆ ครับ ไม่ต้องมองผมแบบนั้นก็ได้ ผมก็แค่พลเมืองที่สมถะคนหนึ่งเท่านั้นเอง” เรเซนพูด ‘อย่างถ่อมตัว’ พลางตบบ่าทุกคน ก่อนจะเก็บซากสัตว์อสูรไว้ในแหวนมิติ
———
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่องอยู่ในป่า ทุกเสียงระเบิดหมายความว่าสัตว์อสูรได้ตายลงตัวหนึ่ง
“ส-สัตว์ประหลาด...”
“ฉ-ฉันรู้สึกเหมือนกำลังฝันไปเลย...”
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย...”
“เหลือเชื่อ...”
ทหารทั้งสี่คนที่อยู่กับเรเซนไม่มีใครไม่อยู่ในสภาพอึ้งกิมกี่ ขณะที่พวกเขามองเขาใช้เวทมนตร์รัวๆ ราวกับแค่ขว้างก้อนหินเล็กๆ พวกเขาเลิกนับไปแล้วว่าเรเซนจัดการสัตว์อสูรไปกี่ตัวด้วย [ระเบิดสุริยา] ของเขา การได้เห็นการเข่นฆ่ามันก็น่าเบื่ออยู่บ้างเมื่อผู้ล่าใช้เวทมนตร์เพียงประเภทเดียว แต่เอฟเฟกต์ภาพก็ช่วยชดเชยเรื่องนั้นได้
เรเซนดูชิลมากราวกับการร่ายเวทเหล่านั้นเหมือนกับการหายใจสำหรับเขา พวกทหารยังเห็นเขาเคี้ยว ‘ขนม’ ระหว่างการต่อสู้ด้วย อันที่จริง ยาฟื้นฟูนั้นดูเหมือนขนม และทหารก็ไม่ได้เชื่อมโยงพวกมันเข้ากับสมบัติระดับเดียวกับถั่วเซียน ท้ายที่สุดแล้ว เท่าที่พวกเขาทราบ ในโลกนี้ไม่มีสมบัติที่ดูเหมือนขนมที่ช่วยให้จอมเวทกลับสู่สภาพสมบูรณ์ได้ ต่อให้มี คนจะปฏิบัติกับพวกมันเหมือนขนมสุ่มๆ ที่ซื้อได้ตามร้านค้าเหรอ?
“น่าเบื่อ...” เรเซนพึมพำเบาๆ ในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากค้นหาสัตว์อสูร ร่ายเวท และเก็บซากสัตว์อสูร ตราบใดที่เป็นซากจากสายพันธุ์และแรงก์เดียวกัน ทั้งหมดก็จะใช้พื้นที่เพียงช่องเดียว และตอนนี้ก็มีซากอยู่ค่อนข้างมากในมิติของเรเซน เทือกเขาราตอยส์แห่งนี้คือขุมทรัพย์สำหรับเขาชัดๆ! มันเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับต่ำที่จะตายด้วย [ระเบิดสุริยา] เพียงครั้งเดียว ความจริงแล้ว เรเซนยังฆ่าสัตว์อสูรขั้นผสานที่ 2 ไปได้สองสามตัวด้วย ถ้า [ระเบิดสุริยา] ลูกเดียวไม่ได้ผล เขาก็จะร่ายสองลูก สามลูก สี่ลูก หรือมากกว่านั้น! ความเชี่ยวชาญในเวทมนตร์อย่างสมบูรณ์นั้นน่ากลัวจริงๆ เพราะเรเซนสามารถร่ายเวทได้ในทันที
“อ๊ะ เปล่าครับ โทษที ผมไม่ได้หมายความว่าพวกพี่น่าเบื่อนะ สัตว์อสูรพวกนี้มันอ่อนแอเกินไปจนผมเบื่อต่างหาก” เรเซนพูดเมื่อ ‘นึกได้’ ว่าตัวเองพูดผิดไป และพวกทหารก็ถึงกับพูดไม่ออก
พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะโกรธส่วนไหนดี ส่วนที่ว่าพวกเขาน่าเบื่อ หรือส่วนที่พวกเขารู้สึกเหมือนเรเซนกำลังตบหน้าพวกเขาและเรียกพวกเขาว่าอ่อนแอกลายๆ พี่ครับ ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรมันอ่อนแอนะ! พี่นั่นแหละที่ผิดปกติเกินไปที่ร่ายเวทได้ทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น! พี่ถึงกับเคี้ยวขนมไปพลางฆ่าพวกมันไปพลางด้วยซ้ำ! นี่มันทำให้พวกเราเริ่มจะสงสารสัตว์อสูรที่มาเจอกับพี่แล้วนะ!
ทหารมีคำด่าเต็มหัวแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดออกมา ตอนนี้พวกเขาคิดว่ามีเหตุผลที่กัปตันโโคลด์ให้เรเซนมาช่วยพวกเขาแล้ว!
“พ-พี่ครับ พี่ชื่อเรเซนใช่ไหม? ผมปิแอร์ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?” ทหารขั้นผสานที่ 1 เพียงคนเดียวพูดกับเรเซนที่พยักหน้ารับ
“มีอะไรเหรอ?” เขาตอบหลังจากร่าย [ระเบิดสุริยา] อีกครั้ง ซึ่งระเบิดหัวสัตว์อสูรไปอีกตัว
“คือ... พี่ช่วยบอกพวกเราหน่อยได้ไหมว่าทำได้ยังไง?”
“ทำอะไร?”
“ร่ายเวทได้ทันทีแถมมีพลังขนาดนั้น แล้วพี่ยังดูเหมือนมนตราไม่มีวันหมดด้วย”
ปิแอร์เป็นจอมเวทขั้นผสานที่ 1 เหมือนกัน แต่เขาไม่มีพลังทำลายล้างระดับนั้น! ยิ่งไปกว่านั้น การร่ายเวทของเขาก็ไม่ได้เร็วเท่าเรเซน และมนตราของเขาก็มีขีดจำกัด! ถ้าเขาสามารถเรียนรู้บางอย่างจากเรเซนได้ นั่นคงจะเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างมาก
“อ้อ เรื่องนั้นเหรอ? ผมฝึกเวท [ระเบิดสุริยา] จนเชี่ยวชาญน่ะครับ แล้วพอรู้ตัวอีกที พลังและความเร็วในการร่ายเวทของผมก็อยู่ระดับนั้นแล้ว ส่วนเรื่องมนตรา... ทั้งหมดต้องขอบคุณยาฟื้นฟูของผมครับ มันช่วยฟื้นฟูมนตราให้ผม” เรเซนตอบอย่างจริงใจ และเขายังโชว์ยาฟื้นฟูที่ดูเหมือนขนมให้ดูด้วย
ตอนแรกพวกทหารคาดหวังคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากเรเซน แต่เขาสู้ไม่ตอบคำถามซะยังดีกว่า! แน่นอนว่าการฝึกเวทมนตร์จนเชี่ยวชาญจะช่วยเพิ่มพลังทำลายล้างและความเร็วในการร่าย แต่ถ้ามันง่ายขนาดนั้น จอมเวททุกคนในโลกก็คงเชี่ยวชาญเวทมนตร์กันไปหมดแล้วสิ! ถ้าไม่อยากตอบก็แค่บอกมาเถอะ! ใครในโลกนี้ไม่มีความลับบ้าง? ไม่จำเป็นต้องโกหกแล้วบอกว่าขนมช่วยฟื้นฟูมนตราหรอก!
ทหารอยากจะด่าเรเซนสำหรับการโกหกอย่างหน้าไม่อายของเขา แต่พวกเขาจะทำอะไรได้ล่ะ? ในฐานะทหาร มันเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องปกป้องพลเรือน ไม่ใช่ทำร้ายพวกเขา!
———
อีกด้านหนึ่งของภูเขา ทหารอีกกลุ่มหนึ่งที่มีกัน 4 คน กำลังเผชิญกับการโจมตีจากสัตว์อสูร
“ห-หัวหน้าครับ เราจะทำยังไงดี?” ทหารคนหนึ่งถามด้วยใบหน้าที่วิตกกังวล เดิมทีกลุ่มของพวกเขาต่อสู้กับหมาป่าสีเทาที่บ้าคลั่งเพียงสามตัวเท่านั้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะฆ่าพวกมันได้หมด หมาป่าสิบห้าตัวก็ปรากฏขึ้นและล้อมรอบพวกเขาไว้
“ส่งสัญญาณแจ้งรุ่นพี่เร็ว! เราต้องทำเต็มที่เพื่อยื้อเวลาจนกว่าพวกเขาจะมา!” หัวหน้ากลุ่มกล่าว และทหารคนหนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ส่วนพวกเขาจะรอดจนกว่ารุ่นพี่จะมาถึงหรือไม่... พวกเขาทำได้เพียงแค่หวัง
“ใช้แต่เวทมนตร์จำกัดการเคลื่อนไหวหรือเวทป้องกันเท่านั้น! ฉันจะพยายามฆ่าและลดจำนวนพวกมันลง! เราต้องยืนหยัดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้!” หัวหน้ากลุ่มตะโกน และคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงเชื่อฟัง
“[หนามปฐพี!]”
“[ลมพัด!]”
[หนามปฐพี] ทำให้ขาของหมาป่าบาดเจ็บ ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ลง ส่วน [ลมพัด] ก็ทำให้หมาป่าเสียการทรงตัว แต่นั่นกลับทำให้พวกมันคลั่งยิ่งกว่าเดิม
“โฮก!”
หมาป่าที่บ้าคลั่งเข้าโจมตีโดยไม่สนอาการบาดเจ็บของร่างกาย และด้วยจำนวนและพลังที่เหนือกว่า ใช้เวลาไม่นานทหารทั้งหมดก็ถูกฆ่าตาย หลังจากที่ทหารตายลง แสงวูบหนึ่งก็พุ่งออกมาจากหน้าผากของหมาป่าและเข้าไปในหน้าผากของมนุษย์ที่ตายแล้ว และเช่นเดียวกับตอนที่หมาป่าตาย บางอย่างออกมาจากตัวมนุษย์ก่อนจะมุดลงดินและหายไป
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายหนุ่มในชุดที่ทำจากเงาก็มาถึงที่เกิดเหตุ แต่เขาก็สายไปเสียแล้ว ทหารกลุ่มนี้ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
“บ้าจริง!” โโคลด์สบถออกมาด้วยความโกรธ หัวใจของเขารู้สึกปวดแปลบให้กับทหารที่ล่วงลับไปซึ่งทำดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนแล้ว เขามาสายไป! ถ้าเขามาเร็วกว่านี้ เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น! ทหารหนุ่มเหล่านี้คงไม่ต้องตาย!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะรู้สึกเศร้าโศกเพียงใด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โโคลด์เห็นทหารที่ล่วงลับไป สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือเก็บกู้ร่างของทหารเพื่ออย่างน้อยจะได้ประกอบพิธีศพให้พวกเขาอย่างเหมาะสม
༺༻