- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแห่งโลกคู่ขนาน
- บทที่ 15 - อัญมณีลึกลับธาตุดิน
บทที่ 15 - อัญมณีลึกลับธาตุดิน
บทที่ 15 - อัญมณีลึกลับธาตุดิน
บทที่ 15 - อัญมณีลึกลับธาตุดิน
༺༻
ตอนแรก เรเซนต้องการที่จะควบแน่นอัญมณีลึกลับประเภทใหม่ แต่เมื่อคิดดูอีกที เขาตัดสินใจที่จะควบแน่นอัญมณีลึกลับประเภทสุริยาเป็นเม็ดที่สอง ไม่ว่าเรเซนจะมีอัญมณีลึกลับกี่เม็ด ตราบใดที่พวกมันยังไร้ระดับ พลังของเขาก็จะไม่มีทางเพิ่มขึ้นมากนัก วิธีเดียวที่จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นในเชิงคุณภาพคือการก้าวไปสู่แรงก์ถัดไป
อย่างน้อยเรเซนก็ต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานที่ 1 คุณภาพของทรัพยากรที่เขามีสามารถสนับสนุนเขาได้จนถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานที่ 1 เนื่องจากทรัพยากรคุณภาพที่ 1 มีไว้สำหรับจอมเวทแรงก์ไร้ระดับและขั้นผสานที่ 1 แน่นอนว่าเรเซนยังคงสามารถใช้ทรัพยากรเหล่านี้ได้เมื่อเขาถึงขั้นผสานที่ 2 แต่ผลของพวกมันจะลดลงอย่างมาก เขาใช้ทรัพยากรไปมากกว่าคนที่มีพรสวรรค์ระดับสูงตั้งไม่รู้กี่เท่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาต้องใช้ทรัพยากรคุณภาพที่ 1 เมื่อเขาอยู่ที่ขั้นผสานที่ 2 แล้ว?
“ฉันยังจนเกินไป” เรเซนบ่นก่อนจะเริ่มบ่มเพาะพลังต่อ เนื่องจากเขามีประสบการณ์มาก่อนแล้ว และการเชี่ยวชาญเวทมนตร์ [ระเบิดสุริยา] ก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจในพลังแห่งดวงอาทิตย์ของเขา การควบแน่นอัญมณีลึกลับประเภทสุริยาเม็ดที่สองจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา แม้ว่ามันจะไม่ได้เพิ่มพลังให้เขามากนักก็ตาม เรเซนทำได้เพียงรอจนกว่าพืชผลของเขาจะเติบโต เพราะเขาได้ใช้ถั่วฉีกวิญญาณทั้งหมดเพื่อบำรุงจิตวิญญาณจนถึงจุดสูงสุดของแรงก์ไร้ระดับไปแล้ว
———
หลังจากรอคอยอยู่หลายชั่วโมง เมล็ดพืชทั้งหมดที่เรเซนปลูกก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว แต่เขาไปตรวจสอบส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งก่อน เพราะมันเป็นของใหม่และเขาไม่รู้ว่ามันมีผลอย่างไร เมื่อเทียบกับหญ้าวิสเมียนที่ให้ผลผลิต 10 ต้น และต้นถั่วฉีกวิญญาณที่ให้ถั่ว 30 เม็ด ต้นส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งให้ผลส้มเพียงห้าลูกเท่านั้น และนั่นยิ่งทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของเรเซนเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากกลิ่นอายมนตราที่บริสุทธิ์ที่ส้มมอบให้แล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของมันก็เหมือนกับส้มเคลเมนไทน์ทั่วไป มันดูเหมือนส้มแมนดารินขนาดเล็ก ขนาดที่พอจะกินได้ในคำเดียว
เรเซนเด็ดผลไม้มาหนึ่งลูกแล้วแกะเปลือกออกด้วยความสงสัย ตอนนี้เขาได้เรียนรู้แล้วว่าทำไมสิ่งนี้ถึงถูกเรียกว่าส้มเคลเมนไทน์สายรุ้ง! เนื้อของส้มถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดส่วน แต่ละส่วนมีสีที่แตกต่างกันตามสีของรุ้ง!
“หืม กลิ่นหอมจัง!” เรเซนชมก่อนจะตัดสินใจตรวจสอบคำอธิบายของมัน
[ชื่อ: ส้มเคลเมนไทน์สายรุ้ง]
[คุณภาพ: คุณภาพเกรดชั้นเลิศ ระดับ 1]
[- พืชจิตวิญญาณประเภทส้มที่ช่วยบำรุงบ่อมนตรา]
มันเป็นคำอธิบายที่สั้นมาก แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เรเซนมีความสุข! ก่อนที่เขาจะรู้สึก ‘เศร้า’ ที่มีอัญมณีลึกลับเพียงประเภทเดียว นี่ก็มีทรัพยากรที่จะช่วยแก้ปัญหาของเขามาพอดี! ตราบใดที่เขา ‘อัปเกรด’ บ่อมนตราของเขา เรเซนก็สามารถบรรจุอัญมณีลึกลับได้มากขึ้น! ไม่ต้องพูดถึง การอัปเกรดนี้จะคงอยู่ไปจนกว่าเขาจะอยู่ที่ขั้นผสานที่ 1!
เรเซนเก็บเกี่ยวผลผลิตในวันนี้อย่างตื่นเต้นก่อนจะกลับเข้าห้องเพื่อบ่มเพาะพลัง เขาเริ่มกินส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งเข้าไปทั้งลูกทันที ทำให้ปากของเขาเต็มไปด้วยรสชาติที่หวานแบบ ‘สายรุ้ง’ เขารู้สึกเหมือนกำลังลื่นไถลไปบนสายรุ้งเลยทีเดียว! บ่อมนตราของเรเซนเต็มไปด้วยพลังงานสายรุ้งขณะที่พวกมันแทรกซึมและถูกดูดซับ เมล็ดพันธุ์ปลูกได้ส้มเพียงห้าลูกและเรเซนก็กินมันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการแจ้งเตือนแล้วว่าเมล็ดส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งมีวางจำหน่ายในร้านค้าของระบบแล้ว และเขาก็แค่ซื้อพวกมันมาเพิ่มได้
หลังจากบริโภคส้มไปห้าลูก เรเซนก็สามารถควบแน่นอัญมณีลึกลับเพิ่มได้อีกเม็ด! หากเขากินส้มเพิ่มขึ้นอีก เป็นไปได้ที่บ่อมนตราของเขาจะบรรจุอัญมณีลึกลับได้สี่เม็ดหรือมากกว่านั้น! เมื่อเขาถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานที่ 1 เขาก็สามารถมีอัญมณีลึกลับระดับขั้นผสานที่ 1 ได้สองเม็ดที่ต่างประเภทกัน และเป็นไปได้ที่จะมีสี่เม็ดเพื่อที่เขาจะได้ก้าวไปสู่ขั้นผสานที่ 2 ด้วยอัญมณีลึกลับสองประเภทที่ต่างกัน! ด้วยเหตุนี้ เรเซนจึงไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เขากลืนหญ้าวิสเมียนลงไปราวกับว่ามันเป็นลูกกวาดทั่วไปเพื่อเติมมนตราที่เขากำลังใช้ในการควบแน่นตัวอ่อนอัญมณีลึกลับอีกเม็ด
เนื่องจากอัญมณีลึกลับเม็ดแรกของเรเซนเป็นประเภทสุริยา คราวนี้ เรเซนจึงตัดสินใจมอบพลังแห่งปฐพีให้แก่อัญมณีลึกลับประเภทที่สองของเขา ส่วนสาเหตุเหรอ? มันเป็นความขี้เกียจของเรเซนเอง มันค่อนข้าง ‘ยาก’ และ ‘เหนื่อย’ สำหรับเขาที่ต้องขุดหลุมในฟาร์มทุกครั้งที่ปลูกผัก หากเขาได้รับอัญมณีลึกลับธาตุดินและซื้อเวทมนตร์สำหรับการทำฟาร์มซึ่งราคาถูกและเรียนรู้ง่ายกว่าเวทโจมตี การปลูกผักในอนาคตคงจะเป็นเรื่องง่ายอย่างแน่นอน!
เช่นเดียวกับครั้งก่อนๆ ตัวอ่อนสั่นพ้องกับกฎธรรมชาติของโลก และเรเซนนึกถึงดิน ผู้มอบชีวิต และตัวอ่อนของเขาก็เริ่มสูบฉีดพลังแห่งปฐพี ในไม่ช้า ตัวอ่อนที่ทื่อและไร้ชีวิตก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขณะที่มันกลายเป็นอัญมณีลึกลับธาตุดิน เรเซนมองดูอัญมณีนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันไว้ นอกเหนือจากเวทมนตร์สายน้ำพื้นฐานแล้ว เรเซนยังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ธาตุดินอื่นๆ ได้ในตอนนี้ และเขาก็ตัดสินใจที่จะปลูกส้มเคลเมนไทน์เพิ่มก่อน
เมื่อเรเซนตรวจสอบร้านค้าของระบบ เขาแทบอยากจะต่อยระบบเข้าที่หน้าเมื่อเห็นราคา ไม่นึกเลยว่าเมล็ดส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งจะมีราคาถึง 20 หินมนตรา ทั้งที่มันให้ผลผลิตเพียงห้าลูกเท่านั้น! ขูดเลือดขูดเนื้อชัดๆ! เรเซนเหลือหินมนตราอยู่เกือบ 300 ก้อนหลังจากปลูกและเติมเงินเพื่อขอพรทั้งหมดแล้ว!
“ระบบ แม่งเอ๊ย ทำไมมันแพงขนาดนี้วะ?”
ด้วยหัวใจที่เลือดซิบ เรเซนซื้อเมล็ดส้มเคลเมนไทน์สายรุ้งสิบเมล็ดในราคา 200 หินมนตราและเขาก็ปลูกพวกมันทั้งหมด
———
วันต่อมา
“แค่ผ่านไปวันเดียว ความรุนแรงของสัตว์อสูรระลอกนี้ก็เพิ่มขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ!” โคลด์พึมพำหลังจากสังหารสัตว์อสูรทั้งหมดที่ลงมาจากเขา
“กัปตันครับ เราจะทำยังไงดี? ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พื้นที่อยู่อาศัยอาจถูกโจมตีได้ในเร็วๆ นี้” ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งของโคลด์พูดด้วยความกังวล
พูดตามตรง ด้วยจอมเวทระดับโคลด์ การเอาชนะกลุ่มสัตว์อสูรนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา ปัญหาก็คือขนาดของภูเขา! สัตว์อสูรสามารถลงมาได้ในหลายพื้นที่ของภูเขา และคนเพียงสิบกว่าคนไม่สามารถครอบคลุมตีนเขาได้ทั้งหมด พวกเขาทำได้เพียงแค่ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าสัตว์อสูรยังคงถูกยั่วยุและตัดสินใจลงมาจากภูเขา นี่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพลเรือน
“ฉันรู้แล้ว เฝ้าระวังต่อไปอีกสักพัก ถ้าวันนี้เรายังหาต้นตอของปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือเราต้องเลิกตั้งรับเฉยๆ ในเมื่อสัตว์อสูรระดับสูงยังคงทำตัวปกติ และมีเพียงพวกระดับต่ำที่เริ่มบ้าคลั่ง เราอาจจะต้องกำจัดสัตว์อสูรระดับต่ำก่อนที่พวกมันจะทำร้ายพลเรือน”
ในตอนนี้ ทีมของโคลด์เพียงแค่ตั้งรับอย่างเฉยเมย ตราบใดที่พวกเขามองเห็นสัตว์อสูรลงมาจากภูเขา พวกเขาก็จะเข้าโจมตีและฆ่าพวกมัน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น หากสัตว์อสูรยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลุดรอดเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยได้ ดังนั้นพวกเขาจึงอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการตั้งรับแบบรับเฉยไปเป็นการรุกเพื่อสังหารสัตว์อสูร
“เรียกกำลังเสริมจากกองทัพ ให้พวกเขาส่งกำลังพลมาให้เรา ไม่จำเป็นต้องเป็นจอมเวทระดับสูง เพราะสัตว์อสูรที่บ้าคลั่งเป็นเพียงพวกไร้ระดับจนถึงขั้นผสานที่ 2 และมีน้อยมากที่อยู่ขั้นผสานที่ 3” โคลด์สั่ง และผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็ทำตามคำสั่ง ก่อนที่ชายคนนั้นจะกลับมาด้วยใบหน้าที่ดูแปลกประหลาด
“ก-กัปตันครับ...”
“ทำไมเหรอ?”
“เกิดการจลาจลขึ้นอีกครั้งในแผนกทหารครับ...”
“คราวนี้เรื่องอะไรอีก?”
โคลด์ขมวดคิ้ว เมื่อวานเพิ่งเกิดเหตุจลาจลไป แต่วันนี้เกิดอีกแล้วเหรอ? ไม่ว่ายังไง ทหารก็ยังเป็นทหาร และต้องการระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด!
“ก-กัปตันครับ จำถั่วฉีกวิญญาณที่กัปตันบริจาคให้ได้ไหมครับ...”
“ถั่วพวกนั้นมันทำไม?” โคลด์มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้
“อ-เอ่อ... ก็เหมือนกับหญ้าวิสเมียนเลยครับ พวกมันเป็นที่นิยมมาก... แถมมันยังไม่ทำให้รากฐานของจอมเวทสั่นคลอนด้วยครับ”
แม้ว่าโคลด์จะประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะเขาได้ลองใช้หญ้าวิสเมียนแล้ว แต่ถั่วฉีกวิญญาณที่ไม่ทำให้รากฐานของจอมเวทสั่นคลอนก็ไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจมากนักอีกต่อไป
“ถ้าพวกเขาต้องการเพิ่ม บอกแผนกทหารไปว่าฉันได้ร่วมมือกับซัพพลายเออร์แล้ว เดี๋ยวฉันจะซื้อเพิ่มให้ทีหลัง”
โคลด์มีปัญหาที่ใหญ่กว่าเด็กแสบในกองทัพให้ต้องจัดการ!
“ค-คือว่า... ครับกัปตัน พ-พวกเขาบอกว่าถั่วไม่ทำให้รากฐานสั่นคลอนก-แต่มันมีผลข้างเคียงอีกอย่างครับ...”
“ผลข้างเคียง?”
“ค-ครับ พ-พวกคนที่กินถั่วเข้าไป... เอ่อ... พ-พวกเขาบอกว่าพวกเขาร้องครางออกมาอย่างน่าละอายครับ...”
“ร้องคราง? ถั่วฉีกวิญญาณมันทำให้ผู้บริโภคเจ็บปวดไม่ใช่เหรอ? แทนที่จะร้องคราง มันควรจะเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสิ?”
“ค-คือว่า พ-พวกเขาก็บอกว่าความเจ็บปวดจากถั่วพ-พวกนั้นมันแตกต่างออกไปครับ...”
“แตกต่าง?”
“ครับ พวกทหารใหม่... ช-ชอบมันครับ... แ-แถมจอมเวทระดับสูงที่ได้ลองก็กำลังเรียกร้องขอเพิ่มอีกครับ...”
ชอบเหรอ? ความเจ็บปวดมันจะไปน่าชอบได้ยังไง? ความคิดนั้นปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าของโคลด์ ยิ่งไปกว่านั้น จอมเวทระดับสูงพวกนั้นเป็นอะไรไป? ถั่วพวกนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเขาแล้วนะ ทำไมถึงยังมาเรียกร้องขออีก?
“ฉันไม่เข้าใจ ทางเบื้องบนควรจะกวดขันวินัยให้มากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?”
“อ-เอ่อ... เรื่องนั้นกัปตันครับ... ผลของถั่วนั้นดีกว่าท้องตลาดจริงๆ และอ-เอ่อ... คนใหญ่คนโตบางคนก็ได้ลองกินถั่วแล้ว และพ-พวกเขาก็กำลังเร่งให้กัปตันไปซื้อมาเพิ่ม... ผ-ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมจะเหมาะสมไหม แต่จากวิธีที่พวกเขาพูด มันเหมือนกับพ-พวกเขาเริ่มจะมีรสนิยมแบบมาโซคิสม์น่ะครับ...”
โคลด์แทบจะอาเจียนทุกอย่างในกระเพาะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามองดูผู้ใต้บังคับบัญชาราวกับมองคนบ้า ถ้าเป็นพวกทหารใหม่ก็พอว่า พวกเขาอาจจะมี... รสนิยมที่แปลกประหลาด แต่คนระดับสูงเนี่ยนะ? มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ?
“ก-กัปตันครับ ผ-ผมเซ็นเซอร์คำพูดของพวกเบื้องบนไปแล้วครับ... ค-ความจริงแล้ว พ-พวกเขากำลังสั่งให้เอาถั่วพวกนั้นมาเพิ่มอีกครับ...”
โคลด์ถึงกับอึ้ง เชี่ยอะไรเนี่ย? เพียงเพราะ... ความแปลกประหลาดของถั่วฉีกวิญญาณที่ไม่มีผลอะไรกับพวกระดับสูงด้วยซ้ำ พวกเขาถึงกับต้องสั่งให้เอามาเพิ่มเหรอ? กองทัพกำลังถูกใครหรืออะไรบางอย่างปั่นหัวอยู่หรือเปล่า?
“ก-กัปตันครับ... โปรดไปซื้อถั่วฉีกวิญญาณเพิ่มเถอะครับ... กัปตันไม่รู้หรอกว่าพวกเบื้องบนด่าผมขนาดไหนตอนที่ผมบอกว่ากัปตันกำลังยุ่งกับการสืบสวนเทือกเขาราตอยส์อยู่”
โคลด์เป็นคนอารมณ์ดี แต่ในขณะนี้ เขามีความรู้สึกอยากจะตบกะโหลกพวกเบื้องบนจริงๆ พวกเขาไม่เข้าใจหรือไงว่าสถานการณ์ในเทือกเขาราตอยส์มันวิกฤตแค่ไหน ถึงได้มาสั่งให้เขาไปซื้อถั่วฉีกวิญญาณเนี่ย?! พวกเขาบ้าไปแล้วหรือไง? ชีวิตคนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายเลยนะ! น่าเสียดายที่ไม่ว่าโคลด์จะรู้สึกขุ่นเคืองแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมทำตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเห็นใบหน้าที่วิงวอนอย่างสิ้นหวังของผู้ใต้บังคับบัญชา อันที่จริง ลูกน้องคนอื่นๆ ของเขาก็ได้รับโทรศัพท์แบบเดียวกัน และทุกคนก็เร่งให้เขาไปซื้อถั่วเหล่านั้นมา
ด้วยหัวใจที่ทุกข์ระทม โคลด์ทำได้เพียงมุ่งหน้าไปยังบ้านของเรเซนเพื่อซื้อถั่วบ้านั่นเพิ่ม เมื่อโคลด์มาถึง เขาเห็นเรเซนกำลังวิ่งเล่นรอบฟาร์มของเขาพร้อมกับมีอัญมณีลึกลับสามเม็ดวนรอบตัว สองเม็ดเป็นธาตุสุริยา และอีกเม็ดเป็นธาตุดิน เมื่อเห็นเช่นนั้น โคลด์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในเมื่อเรเซนสามารถขายพืชจิตวิญญาณให้เขาได้เป็นพันต้น ‘โชคลาภ’ ที่เขาพบอาจจะดีมากทีเดียว คงไม่แปลกถ้าเรเซนจะสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าคนส่วนใหญ่ เนื่องจากโคลด์ไม่ใช่คนประเภทที่อิจฉาโชคลาภของคนอื่น เขาจึงไม่คิดที่จะทำร้ายเรเซนเพื่อค้นหาความลับของเขา
༺༻