- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้ ราชวงศ์ของข้าไร้เทียมทาน
- บทที่ 33 - ความตายของหุนถงจื่อ ไป๋ฉี่สังหารปีศาจทะลวงระดับทะลวงสุญตา
บทที่ 33 - ความตายของหุนถงจื่อ ไป๋ฉี่สังหารปีศาจทะลวงระดับทะลวงสุญตา
บทที่ 33 - ความตายของหุนถงจื่อ ไป๋ฉี่สังหารปีศาจทะลวงระดับทะลวงสุญตา
บทที่ 33 - ความตายของหุนถงจื่อ ไป๋ฉี่สังหารปีศาจทะลวงระดับทะลวงสุญตา
ทั้งสองคนเดินออกจากตำหนักหลวง
ต่างคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
หลี่อวิ้นไม่ได้จำกัดอิสรภาพของฟางเสียง ปล่อยให้เขาออกไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์ตามแคว้นต่างๆ ในดินแดนร้อยแคว้น เพื่อเป็นการเฟ้นหาบุคลากรเข้าร่วมหอทงเทียน
ผู้ที่มีโชคชะตาโดดเด่นมักจะมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มักจะดึงดูดผู้มีพรสวรรค์หรือสิ่งของพิเศษเข้ามาหาตัวเสมอ
รอให้เขากลับมาเมื่อไหร่ ค่อยส่งเขาไปยังดินแดนรกร้างตะวันออกก็ยังไม่สาย
ที่นั่นมีเวทีที่ใหญ่กว่ารอให้เขาไปแสดงฝีมืออยู่
ส่วนองค์หญิงหก
ปล่อยให้นางเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า หากนางยังทำตัวว่านอนสอนง่าย ก็ยังคงเป็นองค์หญิงหกแห่งต้าเฉียนต่อไป หากขาดแคลนทรัพยากรก็แค่ประทานให้ก็สิ้นเรื่อง
ณ เมืองเถี่ยเจี่ย ดินแดนรกร้างตะวันออก
เมืองแห่งนี้เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงล้านคน
ทว่าเมืองแห่งนี้กลับมีเจ้าเมืองผู้หนึ่งที่ทำให้เมืองเล็กๆ โดยรอบต้องหวั่นเกรง
หุนถงจื่อ
เขาก้าวเข้าสู่ระดับทะลวงสุญตาขั้นต้นมาหลายปีแล้ว มีวิธีการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมอำมหิตจนคนทั่วไปไม่กล้าตอแย แม้ในเมืองจะมีผู้ฝึกตนระดับสุญตาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับเขาได้เลย ทำให้ผู้คนทั้งเมืองต้องยอมจำนนต่ออำนาจมืดของเขา
แต่วันนี้ เมืองแห่งนี้กลับมีผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
ชายผู้หนึ่งถือทวนยาวปรากฏตัวขึ้นหน้าจวนเจ้าเมือง
เพียงตวัดทวนคราเดียว ประตูจวนเจ้าเมืองก็แหลกละเอียดเป็นผุยผง
"ผู้ใดบังอาจมาลบหลู่จวนเจ้าเมือง รู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด" ร่างสองร่างพุ่งพรวดออกมา
คนหนึ่งอยู่ระดับหลอมสุญตาขั้นต้น อีกคนอยู่ขั้นกลาง
ทั้งสองล้วนเป็นสมุนรับใช้ของหุนถงจื่อ
"พวกขยะ ไม่คู่ควรให้ข้าใช้เพื่อพิสูจน์มรรคา" ไป๋ฉี่เอ่ยอย่างดูแคลน เพียงตวัดทวนออกไป ทั้งสองคนก็ถูกแทงทะลุร่างและตรึงติดกับกำแพงจวนราวกับปิ้งไก่ โดยไม่ทันได้ดิ้นรนต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น
ในเมืองมีกลิ่นอายของผู้ฝึกตนระดับสุญตาหลายสายพุ่งทะยานขึ้นมา พวกเขาเป็นชาวเมืองเถี่ยเจี่ย แต่ไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของหุนถงจื่อ
"กลิ่นอายสังหารพุ่งทะลุฟ้า ฝึกฝนมรรคาแห่งการฆ่าฟัน คนผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่ ดูจากระดับพลังน่าจะยังไม่ถึงระดับทะลวงสุญตา ไม่รู้ว่าจะรับมือกับหุนถงจื่อไหวไหม"
"ก็เป็นไปได้นะ ฆ่ายอดฝีมือระดับหลอมสุญตาขั้นกลางได้ง่ายดายเหมือนเชือดไก่ คนผู้นี้ไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อกล้ามาหาเรื่องหุนถงจื่อถึงที่ คงต้องมีความมั่นใจอยู่บ้าง"
ผู้ฝึกตนระดับสุญตาหลายคนเริ่มซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กัน พวกเขาเอนเอียงไปทางเชื่อว่าไป๋ฉี่จะสามารถกำจัดหุนถงจื่อได้
"บังอาจนัก เป็นแค่ระดับหลอมสุญตาแต่กล้ามาท้าทายข้า ข้าจะให้โอกาสเจ้า" เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากในจวน
ร่างเล็กๆ สูงเพียงเมตรกว่าเดินออกมา แต่กลิ่นอายรอบตัวเขากลับน่าเกรงขามยิ่งนัก จนทำให้พลังลมปราณโดยรอบจับตัวกันเป็นก้อน
"ตัวประหลาดครึ่งคนครึ่งผีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรหรอก ฆ่าเจ้าแล้วข้าจะไปหาเป้าหมายต่อไป" ไป๋ฉี่ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หุนถงจื่อโกรธจัด
เขาสะอิดสะเอียนที่สุดเมื่อมีคนมาวิจารณ์รูปลักษณ์ภายนอกของเขา แม้แต่ฉายา "หุนถงจื่อ" ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นตั้งให้
"เจ้าทำให้ข้าโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว บอกมาสิว่าเจ้าอยากตายแบบไหน"
หุนถงจื่อแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือปรากฏธงสีดำสนิทที่มีหมอกควันสีดำปกคลุม พร้อมกับเสียงภูตผีโหยหวนดังออกมาเป็นระลอก
นี่คือธงวิญญาณที่เขาหลอมรวมขึ้นจากวิญญาณมนุษย์นับล้านดวง อานุภาพเทียบเท่าอาวุธระดับวิญญาณขั้นกลาง นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผู้ฝึกตนระดับสุญตาหลายคนต้องหวาดหวั่น
"หนวกหู รับทวนข้าให้ได้สามกระบวนท่าก่อนเถอะ ถ้าไม่ตาย ข้าจะเหลือศพไว้ให้ดูต่างหน้า" ไป๋ฉี่กระโดดวูบเดียวก็หายไปจากจุดเดิม
ทวนยาวพุ่งเข้าใส่หุนถงจื่อในพริบตา
หุนถงจื่อไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาสะบัดธงวิญญาณ ปล่อยหมอกควันสีดำออกมาห่อหุ้มร่างเอาไว้อย่างหนาแน่น ทวนยาวไม่อาจทะลวงเข้าไปได้แม้แต่คืบเดียว
"หึหึหึ วิญญาณนับล้านดวงของข้า รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง" เสียงหัวเราะของหุนถงจื่อดังออกมาจากกลุ่มหมอกควันสีดำ
ไป๋ฉี่สีหน้าไม่เปลี่ยน ทวนยาวสั่นสะท้านปลดปล่อยแสงสีแดงฉานออกมา กลืนกินหมอกควันสีดำเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กลิ่นอายสังหารอันหนักหน่วงก็กดทับลงมายังหุนถงจื่อราวกับขุนเขาลูกใหญ่
"กลิ่นอายสังหารรุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร อาวุธระดับวิญญาณขั้นสูงหรือ เป็นไปไม่ได้ เจ้าเพิ่งจะอยู่ระดับหลอมสุญตา จะครอบครองอาวุธเช่นนี้ได้อย่างไร" เสียงร้องตื่นตระหนกของหุนถงจื่อดังขึ้นจากในหมอกควัน
ไป๋ฉี่แสยะยิ้มเย็นชา ดึงทวนกลับมา พลังลมปราณอันมหาศาลปะทุขึ้นจากร่าง
"กวาดล้างพันทัพ"
ทวนยาวตวัดกวาดออกไป พลังทำลายล้างทำลายหมอกควันสีดำจนหมดสิ้น เผยให้เห็นร่างของหุนถงจื่อที่ถูกทวนฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างจัง
ศีรษะของเขาแตกกระจายราวกับแตงโมที่ถูกทุบ
ส่วนร่างกายที่เหลือก็ถูกกลิ่นอายสังหารบดขยี้จนกลายเป็นหมอกเลือด
"ไอ้สวะ" ไป๋ฉี่ทิ้งคำพูดไว้เพียงสองคำ ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าไปหาเป้าหมายต่อไปเพื่อพิสูจน์มรรคา
หลังจากเงียบกริบไปชั่วอึดใจ เมืองเถี่ยเจี่ยก็เกิดเสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นหวั่นไหว
"หุนถงจื่อตายแล้วหรือ"
"สวรรค์มีตา วีรบุรุษท่านใดเป็นผู้ลงมือกัน ข้าจะสร้างป้ายวิญญาณอายุยืนยาวให้ท่านเลย"
"ไป ไปดูที่จวนเจ้าเมืองกันเถอะ มีคนบุกเข้าไปแล้ว พวกทหารยามก็หนีกันกระเจิงไปหมดแล้ว"
"ไอ้พวกลูกเต่าเอ๊ย คิดจะหนีหรือ ไม่มีทางรอดหรอก ข้าถูกไอ้พวกทหารยามแย่งลูกชายที่เพิ่งเกิดไปให้ไอ้สารเลวนั่นเอาไปหลอมอาวุธ"
"ไป ไปด้วยกัน ข้าเพิ่งแต่งภรรยาคนที่สามสิบหกเข้ามา อายุเพิ่งสิบหก ข้ายังไม่ได้ทันได้เชยชมก็ถูกพวกมันแย่งไปแล้ว"
ทันทีที่ไป๋ฉี่จากไป จวนเจ้าเมืองก็ถูกฝูงชนชาวเมืองเถี่ยเจี่ยที่โกรธแค้นพังพินาศ พวกทหารยามถูกจับตัวไว้ได้หมด ชาวเมืองแทบจะกินเลือดกินเนื้อพวกมันด้วยความเคียดแค้น
ดินแดนรกร้างตะวันออกกว้างใหญ่ไพศาล เพียงแค่โจวเดียวก็มีเมืองใหญ่นับร้อยเมืองแล้ว เมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลเช่นนี้ แม้แต่ราชสำนักก็ยากที่จะควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง
แม้ว่าเจ้าเมืองเหล่านี้จะได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าเมืองประจำโจว แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้กำลังความแข็งแกร่งเป็นเครื่องตัดสิน ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าสามารถสังหารเจ้าเมืองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งได้ ข่าวคราวต่างๆ ก็มักจะไปไม่ถึงเมืองที่อยู่ห่างออกไปหมื่นลี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าเมืองประจำโจวเลย
ต่อให้ข่าวไปถึง แต่อาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาล ประชากรนับร้อยล้านคน และปัญหามากมายที่ต้องจัดการ เจ้าเมืองประจำโจวก็คงไม่มีเวลามาใส่ใจเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงล้านคนหรอก
ในขณะที่ชาวเมืองเถี่ยเจี่ยกำลังเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข ไป๋ฉี่ก็เดินทางมาถึงภูเขาทมิฬซึ่งอยู่ห่างออกไปสองพันลี้แล้ว
บนภูเขาลูกนี้มีปีศาจตนหนึ่งนามว่าเฒ่าปีศาจเฮยซาน
แม้ดินแดนรกร้างตะวันออกจะถูกปกครองโดยมนุษย์ แต่ก็มีเผ่าปีศาจอาศัยอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะที่แดนปีศาจซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน
แต่ก็ไม่ใช่ว่าปีศาจทุกตนจะมีสิทธิ์เข้าไปในแดนปีศาจได้
ต้องมีทะเบียนราษฎร ไม่ก็ต้องมีปีศาจผู้ยิ่งใหญ่คอยคุ้มครอง
มิเช่นนั้นหากเข้าไปในแดนปีศาจ ก็จะต้องกลายเป็นทาสรับใช้ของปีศาจตนอื่น
ดังนั้น เผ่าปีศาจจึงกระจายตัวอยู่ตามโจวต่างๆ ทั่วไป
ตราบใดที่พวกมันไม่ทำตัวเหิมเกริมเกินไป ไม่ไปแหย่ขุมกำลังใหญ่ๆ และไม่โชคร้ายไปเจอยอดฝีมือผู้ผดุงคุณธรรมที่ชอบล่าปีศาจ พวกมันก็มักจะใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย
บางครั้งก็แอบฆ่ามนุษย์กินเป็นอาหารว่างบ้าง
มนุษย์ในดินแดนรกร้างตะวันออกมีมากมายมหาศาล ในแต่ละวันมีคนเกิดและตายเป็นล้านคน ไม่มีใครเสียเวลามาตามหาความจริงเพื่อคนนอกหรอก
แต่วันนี้ เฒ่าปีศาจเฮยซานกลับรู้สึกตื่นตระหนก
มันเป็นปีศาจที่สุขุมรอบคอบมาตลอด ไม่เคยก่อเรื่องวุ่นวายในเมือง และไม่เคยไปยุ่งกับขุมกำลังใหญ่ๆ
แม้กระทั่งตอนที่จับคาราวานพ่อค้าที่ไม่รู้ประสีประสามากิน มันก็ยังทำอย่างเงียบเชียบที่สุด
แต่ตอนนี้ ชายผู้แผ่รังสีอำมหิตที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
มันสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้มีระดับพลังต่ำกว่ามันถึงสองระดับ แต่มันกลับรู้สึกว่าตัวเองเอาชนะไม่ได้เลย
ถ้าถามว่าทำไม คงเป็นสัญชาตญาณของการเป็นต้นไม้ล่ะมั้ง
"ไม่เลว เก่งกว่าหุนถงจื่อ ฆ่าเจ้าแล้วข้าน่าจะก้าวเข้าสู่ระดับทะลวงสุญตาได้" ไป๋ฉี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"สหาย ข้าไม่อยากสู้กับท่าน ท่านรีบจากไปตอนนี้ยังทันนะ" เสียงแหบพร่าของเฒ่าปีศาจเฮยซานดังขึ้น
รากไม้ขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน
ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ
ไป๋ฉี่ไม่เปลี่ยนสีหน้า
กลิ่นอายสังหารปรากฏขึ้น ทวนยาวกวาดออกไป รากไม้ที่สัมผัสกับคมทวนก็ถูกฟันขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย
ปีศาจต้นไม้ร้องโอดครวญและหดรากกลับไป
การโจมตีระลอกสองก็ตามมา
ต้นไม้แก่สั่นไหวอย่างรุนแรง ใบไม้จำนวนมหาศาลพุ่งออกมาราวกับห่าฝนลูกศร แหวกอากาศพุ่งตรงมา
"ไป" ไป๋ฉี่ตวาดเสียงดัง ทวนยาวพุ่งทะลวงผ่านห่าฝนใบไม้ มุ่งตรงไปยังลำต้นของเฒ่าปีศาจ
ส่วนร่างกายของไป๋ฉี่ก็เปล่งแสงสีแดงออกมา ป้องกันลูกศรใบไม้ทั้งหมดเอาไว้ได้
เฒ่าปีศาจคำรามด้วยความเจ็บปวด ทวนยาวปักลึกเข้าไปในลำต้นของมัน
ทันใดนั้น รากไม้จำนวนมหาศาลก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกมันกลับรีบถอยหนีไปทางด้านหลัง รากไม้นับสิบเส้นตะกุยดินจนฝุ่นตลบ
ไป๋ฉี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ตามไปโจมตีซ้ำ ทวนยาวยังคงปักคาอยู่ที่ลำต้นของปีศาจต้นไม้
จากนั้นแสงสีแดงก็แผ่ออกมาจากทวนยาว แทรกซึมเข้าไปในลำต้นของเฒ่าปีศาจ ทำลายล้างโครงสร้างภายในอย่างบ้าคลั่ง
เพียงชั่วครู่ ลำต้นของต้นไม้แก่ก็ถูกทำลายจนพรุนไปหมด พลังชีวิตที่เคยแข็งแกร่งค่อยๆ เหือดหายไป รากไม้บนพื้นดินก็สิ้นฤทธิ์
เสียงดังครืนใหญ่ ต้นไม้แก่ล้มตึงลงกับพื้น
ไป๋ฉี่ยืนขึ้น ยื่นมือขวาออกไป ทวนยาวก็ลอยกลับมาอยู่ในมือของเขา
หลังจากสังหารยอดฝีมือระดับทะลวงสุญตาสองคนติดต่อกัน ในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าสู่ระดับทะลวงสุญตาได้สำเร็จ