- หน้าแรก
- เริ่มจากหมาป่าหิวโซ สู่ราชันผู้กลืนดวงดาว
- บทที่ 11 - บทนำสู่สงคราม ลิงบาบูนปะทะมดคิงคอง!
บทที่ 11 - บทนำสู่สงคราม ลิงบาบูนปะทะมดคิงคอง!
บทที่ 11 - บทนำสู่สงคราม ลิงบาบูนปะทะมดคิงคอง!
บทที่ 11 - บทนำสู่สงคราม ลิงบาบูนปะทะมดคิงคอง!
ภายใต้การคุ้มครองของเทือกเขาสูงตระหง่าน พายุแห่งความโกรธเกรี้ยวและความไม่ยินยอมกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ บริเวณหน้าปราสาทของเผ่าลิงบาบูนตาสีมรกต พญาวาบูนตาสีมรกตผู้มีดวงตาสีเขียวมรกตและร่างอันใหญ่โตมหึมายืนตระหง่านอยู่บนยอดปราสาท เสียงคำรามของมันดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดฟันสั่นสะเทือนไปทั้งเผ่าพันธุ์
"โฮก ฮึ่มมม" เสียงของมันทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ แฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจโต้แย้งได้ "เพื่อนบ้านของเรา เผ่ามดคิงคอง ไอ้พวกทรยศที่ตอนนี้กลายไปเป็นสมุนรับใช้ของเผ่าแมลง พวกมันกล้าดีหยามเกียรติด้วยการขยายอาณาเขตลุกล้ำเข้ามาในดินแดนของเรา แถมยังบุกประชิดแนวป้องกันเจ็ดหมื่นลี้ของเราแล้วด้วย! นี่คือการท้าทายและเหยียบย่ำเกียรติยศของเผ่าลิงบาบูนตาสีมรกตของเราอย่างโจ่งแจ้ง!"
สิ้นคำประกาศกร้าว เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งปราสาท ลิงบาบูนตาสีมรกตระดับดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดตัวก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกันราวกับภูเขาสูงตระหง่านเจ็ดลูก ในดวงตาของพวกมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น
"หมัดเหล็ก!" ลิงบาบูนตาสีมรกตที่มีรูปร่างกำยำล่ำสันตัวหนึ่งก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก กล้ามเนื้อของมันแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไปราวกับจะทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน "ข้าขอเป็นผู้นำเหล่านักรบ บุกทะลวงกองทัพของเผ่ามดคิงคองให้ราบคาบประดุจพายุคลั่ง และจะบดขยี้พวกมันให้แหลกเป็นจุณ!"
เสียงตะโกนดังกึกก้องประดุจเสียงกลองศึกที่ฮึกเหิมเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ทันใดนั้นลิงบาบูนระดับดาวเคราะห์อีกตัวก็ก้าวออกมายืนเคียงข้าง
มันมีรูปร่างปราดเปรียว ขนบนตัวพลิ้วไหวไปตามสายลม นัยน์ตาสาดประกายคมกริบ "วายุคลั่งขอร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับหมัดเหล็ก พวกเราจะเป็นฝันร้ายของศัตรู จะไล่ล่าจนพวกมันไม่มีที่ให้ซุกหัวซ่อนตัว!" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเผยให้เห็นถึงความกระหายในชัยชนะและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากนักรบทั้งสองก้าวออกมา จอมปราชญ์ก็ค่อยๆ เดินตามออกมาอย่างเชื่องช้า มันมีรูปร่างผอมบางแต่แววตากลับส่องประกายแห่งปัญญาอันเฉียบแหลม "จอมปราชญ์ขออาสาวางแผนกลยุทธ์ให้กับเผ่าพันธุ์ จะใช้สติปัญญาของข้าชี้นำเส้นทางให้กับเหล่านักรบ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเราจะคว้าชัยชนะมาครอบครอง"
ส่วนลิงบาบูนระดับดาวเคราะห์อีกสี่ตัวที่เหลือแม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร แต่แววตาของพวกมันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นเช่นกัน พวกมันยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างเตรียมพร้อมรับคำสั่งเพื่ออุทิศกำลังให้กับเผ่าพันธุ์ทุกเมื่อ
พญาวาบูนตาสีมรกตพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เสียงทุ้มต่ำดังกังวาน "ดีมาก! ความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวของพวกเจ้าคือความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์เรา ขอมอบหมายให้นักรบผู้กล้าอย่างหมัดเหล็กและวายุคลั่งเป็นผู้นำกองกำลังทหารหัวกะทิของเผ่าเราไปประจัญบานกับเผ่ามดคิงคอง จอมปราชญ์ เจ้าจงรั้งอยู่ที่นี่คอยช่วยข้าดูแลภาพรวมทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวหลังของเราจะมั่นคงปลอดภัย ส่วนนักรบระดับดาวเคราะห์อีกสี่ท่าน พวกเจ้าจงแยกย้ายกันไปประจำการยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งสี่ทิศของเผ่าเรา เพื่อป้องกันไม่ให้เผ่ามดคิงคองลอบโจมตีจากทิศทางอื่น"
"ไปคัดเลือกคนในเผ่าเถอะ คืนนี้เราจะออกเดินทางกันเลย พยายามไปให้ถึงชายแดนภายในครึ่งเดือน" พญาวาบูนตาสีมรกตเผื่อเวลาไว้ค่อนข้างยืดหยุ่นเพราะคำนึงถึงว่าลิงบาบูนธรรมดาในเผ่ามีพลังอยู่แค่ระดับผู้ฝึกหัดเท่านั้น
"น้อมรับบัญชา องค์ราชัน"
"น้อมรับบัญชา องค์ราชัน"
สิ้นเสียงรับสั่งของพญาวาบูนตาสีมรกต หมัดเหล็กและวายุคลั่งผู้เป็นนักรบระดับดาวเคราะห์ก็ขานรับพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะหันหลังเดินจากไปเพื่อเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
หมัดเหล็กเดินออกจากปราสาทมุ่งหน้าไปยังยอดเขาอันสูงตระหง่านอีกลูกหนึ่ง
ที่นี่คือลานฝึกซ้อมของเผ่าลิงบาบูนตาสีมรกตและเป็นจุดรวมพลของบรรดาลิงบาบูนหนุ่มฉกรรจ์ เมื่อเขาก้าวเท้าเหยียบลงบนผืนแผ่นดินที่คุ้นเคย สายตาของลิงบาบูนตาสีมรกตตัวสูงสามสี่เมตรนับไม่ถ้วนก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว แววตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและเคารพเทิดทูน
หมัดเหล็กยืนตระหง่านอยู่บนที่สูง รูปร่างของเขาดูใหญ่โตน่าเกรงขามเป็นพิเศษภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สิ่งที่เห็นคือคนในเผ่ากำลังขะมักเขม้นกับการฝึกซ้อมประจำวัน บ้างก็กำลังฝึกทักษะการต่อสู้ บ้างก็กำลังปีนป่ายหน้าผาสูงชัน บ้างก็กำลังจำลองสถานการณ์การรบเพื่อฝึกซ้อมยุทธวิธี ถึงแม้พวกมันจะเป็นถึงผู้มีอิทธิพลที่ครอบครองอาณาเขตกว้างไกลนับแสนลี้ แต่พวกมันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและยังคงรักษามาตรฐานการฝึกฝนเอาไว้อย่างดีเยี่ยม
หมัดเหล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียงของเขาดังกังวานราวกับเสียงระฆังใบใหญ่ "พี่น้องทั้งหลาย เผ่ามดคิงคองได้บุกรุกเข้ามาในดินแดนของเราแล้ว นี่คือการหยามเกียรติเผ่าลิงบาบูนตาสีมรกตของเราอย่างโจ่งแจ้ง! ในฐานะนักรบของเผ่าพันธุ์ พวกเรามีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของเราเอาไว้!"
สิ้นสุดถ้อยคำปลุกใจของหมัดเหล็ก ฝูงลิงบาบูนตาสีมรกตบนลานฝึกซ้อมก็เดือดดาลขึ้นมาทันที พวกมันชูอาวุธสำหรับฝึกซ้อมในมือขึ้นฟ้าพร้อมกับส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมา ราวกับต้องการจะปลดปล่อยความโกรธแค้นและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาให้หมดสิ้น
"โฮก ฮึ่มมม"
เสียงคำรามต่ำๆ ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขาประดุจเสียงสัตว์ป่านับหมื่นตัวกำลังส่งเสียงร้องพร้อมกัน ช่างเป็นภาพที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นและจับขั้วหัวใจยิ่งนัก ลิงบาบูนเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาตญาณกระหายเลือดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อให้ตอนนี้พวกมันจะวิวัฒนาการกลายเป็นปีศาจไปแล้ว แต่สัญชาตญาณนักสู้ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดก็ยากที่จะลบเลือนหายไป
นัยน์ตาของฝูงลิงบาบูนตาสีมรกตลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ พวกมันพากันวิ่งมากรูล้อมรอบหมัดเหล็กเพื่อรอฟังคำสั่งต่อไปจากเขา
"ตอนนี้ข้าจะคัดเลือกนักรบที่กล้าหาญที่สุดเพื่อร่วมเดินทางไปยังชายแดนและประจัญบานกับเผ่ามดคิงคองไปพร้อมกับข้า!" หมัดเหล็กตะโกนก้อง
สิ้นคำประกาศ ฝูงลิงบาบูนตาสีมรกตที่อยู่ด้านล่างลานประลองก็พากันกระตือรือร้นอยากจะแสดงฝีมือ พวกมันแกว่งอาวุธในมือไปมาเพื่อแย่งกันโชว์พละกำลังและความกล้าหาญ ลิงบาบูนบางตัวงัดเอาพละกำลังมหาศาลออกมาโชว์ด้วยการชกหินก้อนยักษ์จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง บางตัวก็โชว์ความคล่องแคล่วว่องไวด้วยการวิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางไปมาอย่างรวดเร็ว ส่วนบางตัวก็โชว์ทักษะการต่อสู้ขั้นสูงด้วยการประลองฝีมือกับเพื่อนร่วมเผ่าอย่างดุเดือด
หมัดเหล็กไม่ได้เข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด เพราะนี่ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย
ภายใต้ระบบสังคมที่ยังคงความป่าเถื่อนอยู่บ้าง พวกเขาไม่มีหรอกนะไอ้การจัดเวทีประลองอย่างเป็นทางการหรือการจับฉลากเลือกคนน่ะ
คนเก่งได้ไปต่อ คนอ่อนแอก็ต้องถอยไป
มีเพียงกฎเหล็กข้อนี้ข้อเดียวเท่านั้น!
"โฮก ฮึ่มมม"
เสียงร้องคำรามดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา
เมื่อการคัดเลือกดำเนินมาจนเกือบจะเสร็จสิ้น วายุคลั่งที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ก็กลับมาพร้อมกับลิงบาบูนตาสีมรกตรูปร่างผอมบางสิบกว่าตัวเดินตามหลังมา ลิงบาบูนเหล่านี้คือช่างตีเหล็กประจำเผ่าและตอนนี้ทุกคนต่างก็แบกอาวุธมัดใหญ่ไว้บนหลัง
อาวุธที่วายุคลั่งนำมาสาดประกายเย็นเยียบภายใต้แสงอาทิตย์ ทุกเล่มล้วนแผ่ซ่านรังสีอำมหิตที่ไม่ธรรมดาออกมา
อาวุธเหล่านี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตจากต้นไม้ประหลาดที่มีชื่อว่า 'ไม้ใบมีด' ถึงแม้เผ่าลิงบาบูนตาสีมรกตจะยังไม่รู้จักเทคโนโลยีการถลุงโลหะที่ซับซ้อน แต่ความแข็งแกร่งและความเหนียวทนทานตามธรรมชาติของไม้ใบมีดก็ทำให้อาวุธเหล่านี้สามารถแสดงอานุภาพทำลายล้างบนสนามรบได้อย่างมหาศาลเช่นกัน
สำหรับเผ่าลิงบาบูนตาสีมรกตแล้ว อาวุธเหล่านี้ถือเป็นทรัพยากรทางทหารที่ทรงคุณค่าและอาวุธทุกชิ้นล้วนเป็นของล้ำค่า และเพราะสงครามครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด วายุคลั่งจึงสามารถเบิกของวิเศษออกมาจากคลังอาวุธได้มากขนาดนี้
"เอาล่ะ ข้าขอเลือกพวกเจ้าห้าสิบคนนี้แหละ!"
เมื่อการตะลุมบอนวงสุดท้ายจบลง หมัดเหล็กก็ใช้อุ้งเท้าเนื้อสีดำทะมึนชี้ไปยังผู้ที่ผ่านการคัดเลือกด้วยความพึงพอใจ ส่วนบรรดาลิงบาบูนตาสีมรกตที่ถูกชี้ตัวก็พากันส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด
"ตอนนี้ทุกคนจงไปเลือกอาวุธกันคนละชิ้น"
ลิงบาบูนตาสีมรกตผู้ถูกคัดเลือกทั้งห้าสิบตัวต่างพากันกรูเข้าไปหาช่างตีเหล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังวายุคลั่ง พวกมันรุมล้อมอาวุธเหล่านั้นด้วยแววตาที่ส่องประกายตื่นเต้นและคาดหวัง
ช่างตีเหล็กรีบปลดอาวุธบนหลังลงมาวางเรียงรายไว้บนพื้นอย่างเป็นระเบียบ
อาวุธเหล่านี้มีรูปทรงแตกต่างกันไป มีทั้งดาบคมกริบ ขวานศึกอันหนักอึ้ง และหอกปลายแหลม...
รูปทรงของอาวุธแต่ละชิ้นไม่ซ้ำกันเลย ต่อให้เป็นอาวุธประเภทเดียวกันก็ยังมีหน้าตาไม่เหมือนกัน มองแวบเดียวก็รู้ว่าคืองานแฮนด์เมดล้วนๆ... อาวุธบางชิ้นยังมีคราบสีแดงคล้ำติดอยู่ตามร่อง ซึ่งนั่นก็คือร่องรอยของเลือดที่แห้งกรังและทำปฏิกิริยากับออกซิเจนนั่นเอง
ดิบเถื่อนและไร้การขัดเกลา
นี่แหละคือภาพสะท้อนที่แท้จริงของเผ่าปีศาจ
[จบแล้ว]