เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 69 : แวร์วูฟท้องเสียได้ยังไง

ตอนที่ 69 : แวร์วูฟท้องเสียได้ยังไง

ตอนที่ 69 : แวร์วูฟท้องเสียได้ยังไง


ตอนที่ 69 : แวร์วูฟท้องเสียได้ยังไง

จ้าวฉีเฉิงโบกมือพร้อมลมที่พัดกลิ่นเหม็นที่นั่นกระจายออกไป

“เรียกทุกคนมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น?”

หลินลั่วถามขึ้นมา “พวกคุณเป็นใคร ?”

เจ้าหน้าที่ข้าง ๆ จ้าวฉีเฉิงเอาเอกสารออกมาแสดงและพูดขึ้น “เราเป็นผู้พิทักษ์และเป็นผู้ปลุกพลัง เรามีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่”

“ผู้พิทักษ์ ?” คนคุ้มกันตระกูลเหลียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบหันไปมองทางซ้ายขวา

“ผมเป็นสมาชิกของตระกูลเหลียน ผมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ผมขอตัวก่อน !”

จ้าวฉีเฉิงและพวกปล่อยคนคุ้มกันตระกูลเหลียนไปโดยไม่ห้ามแม้แต่น้อย จากนั้นพวกเขาก็หันไปมองหลินลั่วและถังเฉิง

“พวกนายคงเป็นผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ที่เพิ่งผ่านการสอบเข้ามหา’ลัย พวกนายบอกเราได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ?”

ถังเฉิงรีบพูดขึ้นมา “ยังมองไม่ออกอีกเหรอ ? เราโดนพวกนอกกรีตโจมตี...”

หลินลั่วขัดขึ้นมา “เราถูกโจมตีโดยพวกนอกรีต ต้องขอบคุณลุงคนเมื่อกี้....มันคือเขาที่ทำให้เราฆ่าพวกนอกรีตทั้งสามคนได้”

“เขาน่ะเหรอ?” ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งอึ้ง

เขาไปตรวจสอบศพของพวกนอกรีตทั้งสามคนก่อนที่จะคิ้วขมวด “หัวของแวร์วูฟโดนมีดตัดขาด แผลเรียบแต่ก็มีร่องรอยการบิด มันน่าจะถูกตัดโดยคนที่ใช้ขวานและอาวุธหนักอื่น ๆ ตอนที่กำลังหลบหนี”

“สภาพศพของผี13 นั้นหันหลังอยู่ ตัวกว่าครึ่งถูกพิษจากหนามพิษของต้นไม้กินคนของเสี่ยวม่าน”

“สำหรับตู้เสี่ยวม่านแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะโดนโจมตีจากด้านหลัง และตัดหัวขาดไป อาวุธดูคล้ายจะเป็นใบมีดลม ?”

“อย่าบอกนะว่าชายคนนั้นรู้จักสกิลใบมีดลมด้วย ?”

หลินลั่วพูดขึ้นมาด้วยท่าทีใสซื่อ “คุณลุง พวกผมไม่เข้าใจ”

จ้าวฉีเฉิงมองไปที่หลินลั่วเพื่อมองหาพิรุธแต่ก็ไม่พบอะไร

เขาถอนหายใจออกมาและพูดขึ้น “งั้นพวกนายก็ไปได้แล้ว”

“ทุก ๆ ปี ก่อนและหลังการสอบเข้ามหา’ลัย พวกนอกรีตมักจะเคลื่อนไหว พวกนายควรอยู่ที่บ้านไม่ก็ในเมือง อย่าออกไปไหนเพียงลำพัง”

“เข้าใจแล้วครับ !” หลินลั่วและถังเฉิงตอบกลับ ก่อนจะรีบออกจากที่นั่น

“โอ้ ใช่สิ ยังมีอีกเรื่อง พวกนายมาลงชื่อกันไว้ พวกนอกรีตไม่ใช่คนธรรมดา พวกนายอาจจะถูกเรียกมาสอบสวนเรื่องนี้ต่อ”

“อีกอย่างแล้วถ้าพวกนายฆ่าพวกนอกรีต พวกนายก็จะได้รางวัล พวกนายจะได้รับข้อความแจ้งให้มารับรางวัลเมื่อคดีเสร็จสิ้นแล้ว”

“ก็ควรจะเป็นแบบนั้นล่ะนะ” ถังเฉิงพูดขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “รางวัล ? รางวัลอะไร ?”

จ้าวฉีเฉิงพูดขึ้นมา “เหรียญทองรึไอเท็มฟื้นฟู, ของที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ปลุกพลัง”

“...” ถังเฉิงพึมพำออกมา “ฉันได้ยินจากเหล่าหลี่ว่าการเงินของกิลด์ผู้ปลุกพลังน่ะดี ไม่รู้ว่าพวกเขาจะให้รางวัลอะไรกับเรา....”

จากนั้นทั้งสองคนก็พากันไปลงชื่อก่อนจะออกจากที่นั่น

จ้าวฉีเฉิงมองไปทางที่หลินลั่วและถังเฉิงเดินออกไป พร้อมกับครุ่นคิดไปตาม

“หัวหน้า เราจะไม่ตามไปเหรอ ?”

จ้าวฉีเฉิงส่ายหน้าและพูดขึ้น “ตู้เสี่ยวม่านอยู่ระดับกลาง ๆ ในหมู่ผู้พิทักษ์รัตติกาล ฐานะของเธอน่ะสูงกว่าฉันซะด้วยซ้ำ !”

“เมื่อเธอเป็นคนนำทีมมา งั้นมันก็หมายความว่าไม่มีพวกนอกรีตคนอื่น ๆ มาอีก”

“งั้นเรา...” ,

“เอาศพของทั้งสามคนนี้กลับไปก่อน ตัวตนของตู้เสี่ยวม่านน่ะไม่ธรรมดา ยังมีผู้ปลุกพลังระดับอีปิคอยู่เบื้องหลังเธอ ให้หัวหน้าตัดสินใจเรื่องนี้ดีกว่า”

“อีกอย่างแล้วสามคนนี้ก็ตายอย่างแปลกประหลาด เราจะเอาศพพวกเขาไปตรวจสอบ”

“ได้ครับ หัวหน้า !”

ทั้งสามคนรีบทำการเก็บศพของพวกนอกรีตและกลับไปยังฐานผู้พิทักษ์

ถังเฉิงและหลินลั่วที่กำลังเดินทางกลับก็ยังพูดคุยกันไปด้วย

ถังเฉิงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “บอส พวกนั้นเป็นถึงผู้พิทักษ์เลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นพวกเขาตัวเป็น ๆ โคตรเท่เลย !”

“ผู้พิทักษ์ ?” หลินลั่วจำข่าวลือเกี่ยวกับผู้พิทักษ์และชื่อเสียงของพวกเขาได้บ้าง

พวกเขาเป็นผู้ปลุกพลังของทางการที่ถูกส่งมาประจำตามเมืองต่าง ๆ พวกเขามีอำนาจสูงส่ง บางเมืองยังถูกพวกเขาดูแลเลยด้วยซ้ำ

แต่ในเวลาเดียวกันสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป โดยเฉพาะกับทางกิลด์ผู้ปลุกพลัง พวกเขาน่ะต่อต้านพวกผู้พิทักษ์

ในความเห็นของพวกเขาแล้ว ผู้ปลุกพลังนั้นควรจะเป็นอิสระ ทุกอย่างควรถูกตัดสินโดยกิลด์ผู้ปลุกพลัง

ดังนั้นทั้งสองกลุ่มจึงมักจะขัดแย้งกันบ่อย ๆ บางตระกูลถึงกับไม่พอใจทางพวกผู้พิทักษ์

“บอส !” ถังเฉิงพูดขึ้น “ที่พวกนอกรีตบอกว่าผู้เฒ่าพิษสนใจในตัวนาย นายคิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้ ?”

ผู้เฒ่าพิษนั้นคือ 1 ใน 13 ยักษ์ใหญ่ของกลุ่มผู้พิทักษ์รัตติกาล เขาเป็นถึงผู้ปลุกพลังระดับอีปิค

ด้วยสกิลพิษที่มี แม้แต่พวกผู้ปลุกพลังระดับตำนานก็ยังอาจจะตายได้

“ผู้เฒ่าพิษ ?” หลินลั่วยิ้มออกมา “นายจะไปกลัวอะไร ? เราอยู่ในเมืองปิ้นไห่ มันอาจจะมีพวกปลาซิวปลาสร้อยแอบเข้ามาได้ ทว่าผู้ปลุกพลังระดับอีปิคอย่างผู้เฒ่าพิษน่ะไม่มีทางลอบเข้ามาได้แน่ !”

“ก็จริง ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีพวกนอกรีตที่มาหาเรา พวกมันคิดจะดึงนายเข้ากลุ่มด้วย น่าแปลกใจจริง ๆ”

ในการสอบแทบทุก ๆ ปี มันจะมีพวกนอกรีตเคลื่อนไหวเสมอ

ทั้งลอบสังหารพวกที่เป็นดาวเด่นในการสอบเข้ามหา’ลัย รึใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อดึงเด็ก ๆ เข้าร่วมองค์กรนอกรีต

ดังนั้นระหว่างการสอบในทุก ๆ ปี ผู้พิทักษ์และกลุ่มผู้พิทักษ์รัตติกาลจึงมัจะเกิดการต่อสู้กันทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผย

“กลุ่มผู้พิทักษ์รัตติกาลโจมตีผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ที่เข้าร่วมการสอบเข้ามหา’ลัยมา ถ้าพวกนั้นไปหาเหลียนอี้หนิงล่ะ ?” หลินลั่วรีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ก็พบกว่าเหลียนอี้หนิงส่งข้อความมาให้เขาก่อนแล้ว

“หลินลั่ว ฉันได้ยินจากคนคุ้มกันว่านายเพิ่งจะถูกพวกนอกรีตโจมตี นายเป็นอะไรรึเปล่า ?”

“ฉันไม่เป็นอะไร....” หลินลั่วตอบกลับ จากนั้นร่างของเขาก็หายไปกับความมืดมิดยามค่ำคืน

ที่ฐานของผู้พิทักษ์

ภายนอกแล้วกั้วโฉวยี่นั้นเป็นรองนายกเทศมนตรี ทว่าอันที่จริงแล้วตำแหน่งของเขาจริง ๆ คือหัวหน้าผู้พิทักษ์ประจำเมืองปิ้นไห่ เขาคือคนที่คอยสั่งการผู้พิทักษ์ทั้งหมดในเมือง

“หัวหน้า มีผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ทั้งหมด 35 คนที่โดนโจมตีในวันนี้ !”

“มี 7 คนที่ตายไป ส่วนที่เหลือปลอดภัยดี !”

“พวกนอกรีตตายไป 27 คน มี 11 คนที่บาดเจ็บหนักและโดนจับไว้ได้ ส่วนที่เหลือหนีไปได้ !”

“ตายไป 7.... ” กั้วโฉวยี่กำเอกสารในมือไว้แน่น

เขารู้ดีว่าผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ที่โดนฆ่าไปในทุก ๆ ปีนั้นล้วนแต่เป็นคนที่พวกนอกรีตให้ความสนใจ

บางคนปลุกพลังอาชีพที่พิเศษขึ้นมาได้และได้รับการประเมินค่าไว้สูง บางคนมีสกิลพิเศษ บางคนมีพรสวรรค์รึไม่ก็แข็งแกร่งผิดปกติ

มันจึงไม่ได้น่าแปลกใจที่ผู้ปลุกพลังที่โดดเด่นแบบนั้นจะได้รับความสนใจจากพวกนอกรีต

บังคับให้เด็ก ๆ เข้าร่วมองค์กร ไม่ก็ฆ่าเด็ก ๆ ทิ้งซะ !

“แล้วหลินลั่วล่ะ? มีอะไรผิดปกติกับทีมแชมป์ปีนี้รึเปล่า ?”

จ้าวฉีเฉิงที่เพิ่งจะเดินเข้ามาได้พูดขึ้น “หัวหน้า หลินลั่วไม่ปกติแน่”

“พวกนอกรีตที่โจมตีเขาคือทีมที่นำโดยตู้เสี่ยวม่าน ทั้งสามคนเป็นผู้ปลุกพลังระดับทอง”

“ตอนนั้นมีคนคุ้มกันตระกูลเหลียนที่โดนขังไว้ในหมอกดำด้วย ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาคือพวกนั้นกลับเป็นฝ่ายที่ตายไปเอง รวมถึงตู้เสี่ยวม่านด้วย”

“หือ ?” กั้วโฉวยี่สนใจขึ้นมา “ตายได้ยังไง ?”

“หลังจากที่ตรวจสอบมาแล้ว เราพบว่าแวร์วูฟหยางเซียง หยางเซียงนั้นตายด้วยขวาน นี่น่าจะเป็นฝีมือคนของตระกูลเหลียน”

“แต่เราพบว่าหยางเซียงนั้นท้องเสียรุนแรง หนักซะจน....ตอนที่สู้ก็ยังถ่ายไปด้วย”

“ท้องเสีย ?” กั้วโฉวยี่สีหน้าแปลกไป “หมายความว่าหยางเซียง....อึราดไปด้วยสู้ไปด้วยงั้นเหรอ ?”

“น่าจะเป็นแบบนั้น...”  จ้าวฉีเฉิงสีหน้าดูแปลกยิ่งกว่าเก่า “แต่...เราต่างก็รู้ว่าผู้ปลุกพลังแวร์วูฟรึพวกที่ปลุกพลังสายเลือดขึ้นมานั้นล้วนแต่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง”

“ไม่ว่าจะเป็นเนื้อดิบรึแม้แต่พิษ ทว่าน้ำย่อยพวกเขาก็เพียงพอที่จะจัดการได้ มันมีคนที่มีสายเลือดแวร์วูฟในหมู่ผู้พิทักษ์ด้วย แต่เราไม่เคยได้ยินว่าเขาเคยมีอาการท้องเสียเลย”

“ดังนั้น...”

“นอกซะจากว่าจะมีคนใช้สกิลทำให้หยางเซียท้องเสียจนทำให้เขาไม่อาจจะกลั้นอึได้ระหว่างที่สู้ สุดท้ายคนของตระกูลเหลียนจึงฆ่าเขาไปได้”

“ในหมูสามคนที่นี่ คนของตระกูลเหลียนป็นนักสู้ระดับทอง อีกสองคนเป็นผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ระดับ C  อัศวินหิน”

“งั้นนายเลยสงสัยว่าเป็นฝีมือของหลินลั่วสินะ ?”

จ้าวฉีเฉิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อเขาใช้หมอกพิษในหอฝึกฝนได้ตั้งแต่ชั้น 21 ถึง 25 งั้นการทำให้หยางเซียงท้องเสียได้นั้นคงไม่ใช่เรื่องยาก”

“อาการท้องเสีย...” กั้วโฉวยี่ขนลุก

เขาคิดออกว่าภาพมันจะออกมาเป็นแบบไหน แวร์วูฟที่กำลังสู้อย่างคึกคักกลับปวดท้องจนอึราดออกมาไม่หยุด

แค่คิด...ก็รับไม่ได้แล้ว

“แล้วมีอะไรอีก ?” กั้วโฉวยี่ถามต่อ

จ้าวฉีเฉิงตอบกลับ “ส่วนผี-13 ตายด้วยฝีมือตู้เสี่ยวม่าน เขาโดนพืชพิษกินไปครึ่งตัว”

“ถ้าเข้าใจไม่ผิด ผมสงสัยว่าหลินลั่วน่ะจะเป็นนักบวชทมิฬ”

“นักบวชทมิฬ ?” กั้วโฉวยี่พึมพำออกมาเบา ๆ “นักบวชทมิฬเด่นในเรื่องควบคุมและทำให้ศัตรูอ่อนแอลง มันคล้ายกับที่นายคาดเดาเอาไว้ก็จริง”

“แต่การตายของตู้เสี่ยวม่านนั้นทำให้ผมแปลกใจยิ่งกว่า” จ้าวฉีเฉิงยิ้มแห้ง ๆ ออกมา “ตู้เสี่ยวม่านโดนฆ่าจากด้านหลัง !”

“เธอโดนตัดหัว แผลนั้นเรียบไม่มีรอยอื่น มันเกิดขึ้นจากใบมีดลมไม่ก็นักดาบที่มีทักษะสูงใช้ดาบตัดหัวของเธอโดยไม่ลังเล !”

กั้วโฉวยี่คิ้วขมวด “ลอบโจมตี ? นักดาบ ? รึว่าหลินลั่วจะมีสกิลโจมตีแบบนั้นด้วย ? รึว่ามีคนอื่นในหมอกดำนั่นด้วย ?”

จ้าวฉีเฉิงส่ายหน้า “ผมก็ไม่รู้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีคนอื่นอยู่ในหมอกดำนั่นด้วย”

“แต่ผมกังวลเรื่องอื่นมากกว่า”

“เรื่องอะไร ?”

“ตู้เสี่ยวม่านเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับผู้เฒ่าพิษ มันจะ..”

“หึหึ ผู้เฒ่าพิษไม่กล้ามาที่เมืองปิ้นไห่หรอก ถ้าเขากล้ามาจริง ๆ ฉันนี่และที่จะเป็นคนตัดขาเขาเอง !”

“หัวหน้านี่สุดยอดจริง ๆ !” จ้าวฉีเฉิงออกปากชม “งั้นหลินลั่ว...”

“รอดูวันพรุ่งนี้ก่อน ฉันอยากเห็นเหมือนกันว่าเขาจะรับมือกับการสู้แบบเดี่ยวยังไง ?” กั้วโฉวยี่ยิ้มออกมา “เด็กนี่น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ ....”

จบบทที่ ตอนที่ 69 : แวร์วูฟท้องเสียได้ยังไง

คัดลอกลิงก์แล้ว