เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 : 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก ! เริ่มการแข่งแบบเดี่ยว !

ตอนที่ 70 : 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก ! เริ่มการแข่งแบบเดี่ยว !

ตอนที่ 70 : 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก ! เริ่มการแข่งแบบเดี่ยว !


ตอนที่ 70 : 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก ! เริ่มการแข่งแบบเดี่ยว !

ตกดึก เหลียนอี้หนิงยืนอยู่กับชายวัยกลางคน พลังที่ชายคนนี้แผ่ออกมาเหมือนสายลมที่ก่อตัวเป็นพายุอันรุนแรง

“หนิงเอ๋อ ที่คนของพ่อพูดมาเป็นความจริงรึเปล่า ? ลูกไปใกล้ชิดกับคนที่ถูกประเมินแค่ระดับ D”

เหลียนอี้หนิงกัดฟันแน่นและพูดขึ้น “ไม่ใช่ ! พ่อคะ ถึงหลินลั่วจะเป็นแค่นักบวชระดับ D แต่เขาชนะการแข่งแบบทีมมา ! ถ้าไม่มีเขา งั้นหนูคง...”

“เงียบ !” เหลียนเจิ้งกัดฟันพูดขึ้นมา “อย่าลืมสิว่าลูกเป็นใคร ! ลูกเป็นคนของตระกูลเหลียน ลูก....ลูกหมั้นกับเกาะเก้าอสรพิษไว้แล้ว 1 ใน 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก !”

“ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพวกเขา แม้แต่พ่อก็คงรับมือกับพวกเขาไม่ไหว ! ”

เหลียนอี้หนิงเถียงขึ้นมา “หนูไม่ได้อยากแต่งงานกับพวกเขาสักหน่อย หนูชอบหลินลั่ว หนูอยาก....”

“หนิงเอ๋อ !” เหลียนเจิ้งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเฉยเมย “ตอนแรกพ่อคิดว่าลูกน่ะโตพอที่จะแบ่งเบาภาระของตระกูลได้ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าลูกจะยังเด็กแบบนี้”

“เกาะเก้าอสรพิษนั้นคือ 1 ใน 7 ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดใน 7 ทะเล แม้แต่ทางการก็ยังต้องไว้หน้าพวกนั้นด้วย !”

“พ่อหมั้นลูกกับคุณชายของพวกเขาก็เพราะความสัมพันธ์กับผู้ปกครองเกาะเก้าอสรพิษ ตอนเด็ก ๆ ลูกยังบอกว่าโอเคอยู่ไม่ใช่รึไง ?”

“นั่นมันตอนหนูอายุ 8 ขวบ !” เหลียนอี้หนิงพูดขึ้น “พ่อคะ หนูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง หนูคิดว่าหนูแค่เล่นสนุก ทว่าหนูถือว่าพี่จิ่วเฉอยี่เป็นแค่พี่ชาย หนูไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเขาจริง ๆ”

“หนิงเอ๋อ !” เหลียนเจิ้งอยากจะพูดบางอย่าง แต่ตอนนั้นประตูห้องกลับเปิดออกพร้อมเหลียนฉิงเอ๋อที่เดินเข้ามา

“ฉิงเอ๋อ มีเรื่องอะไร ?”

“พี่” เหลียนฉิงเอ๋อสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดขึ้น “ฉันเป็นคนสอนหนิงเอ๋อเอง”

“อะไรนะ ? ฉิงเอ๋อ เธอจะทำเกินไปแล้ว !”

เหลียนฉิงเอ๋อพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเฉยเมย “พี่ใหญ่ เราอยากไล่ตามความสุขตัวเองมันผิดตรงไหน ?”

“ทุกคนมีสิทธิ์จะไล่ตามความสุขของตัวเอง หนิงเอ๋อไม่ได้ชอบจิ่วเฉอยี่เลยแม้แต่น้อย คนที่เธอชอบคือหลินลั่วต่างหาก พี่ตามใจลูกหน่อยไม่ได้รึไง ?”

“รึอยากให้เขาเป็นเหมือนเจิ้งหมิงเซิ่น ? !”

“เธอว่าไงนะ ? !”

ในวันต่อมา ก่อนจะเช้า ทั้งลานก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว

ใจกลางลานแห่งนั้นมีสนามประลองถูกตั้งขึ้นมา  มันยาวและกว้าง 200 ม. พื้นเป็นดินธรรมดา มันเป็นเวทีที่เหมาะกับพวกผู้ปลุกพลังบางคน

อาวุธมีทั้งโจมตีใกล้และไกล ดังนั้นระยะห่างจึงสั้นเกินไปไม่ได้ ไม่งั้นแล้วพวกอาวุธระยะใกล้ก็จะได้เปรียบ

มันไกลเกินก็ไม่ได้ เพราะถ้าไกลเกินไป พวกผู้ปลุกพลังที่ใช้อาวุธระยะไกลก็สามารถใช้มีดบินของตัวเองโจมตีคู่ต่อสู้ไปเรื่อย ๆ จนเอาชนะได้

ดังนั้นระยะห่าง 200 ม.จึงถือว่าพอดีแล้ว

นอกจากนี้แต่ละสนามประลองนั้นก็มีผู้ปลุกพลังระดับทอง 2 คนคอยดูแล กรรมการกับหมออย่างละคนเพื่อให้ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่มั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรม

“การแข่งแบบเดี่ยวกำลังจะเริ่ม ! ทุก ๆ ปีการแข่งแบบเดี่ยวในเมืองปิ้นไห่นั้นจะมีคนดูเป็นร้อยล้านคน !”

“เร็วเข้า รีบไปจองที่ได้แล้ว !”

“ฉันจะเดิมพันข้างอัศวินมังกรตงฟางเหอ !”

“คิดจะเกาะเขารวยรึไง ? ฮ่าฮ่า...”

“ครั้งนี้ตงฟางเหอไม่พลาดแน่ ! ลงมือแค่ครั้งเดียวก็จัดการกับคู่แข่งได้แน่  !”

“ฉันจะเดิมพันข้างหลินลั่ว นักบวชระดับ D ! ฉันว่าเขาต้องพลิกมาเอาชนะทุกคนได้แน่  !”

“ฉันจะเดิมพันข้างมู่หรงเสวี่ยเหิน ! เธอเป็นเทวทูต ! เธอแข็งแกร่งอย่างมาก !”

“ฉันจะเดิมพันข้างเฉินผิงอัน ! เขาเป็นนักดาบไร้เทียมทาน พลังโจมตีก็สูง !”

“ฉันจะเดิมพันข้างหยางเฉินหลี่ ตัวแทนของตระกูลเรา !”

“ตัวแทนของตระกูล ? แค่พวกคนรากหญ้า”

“ดูนั่น ! พวกเขามากันแล้ว...”

ไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากทางเข้า พวกเขาคือผู้ปลุกพลัง 10 อันดับแรกที่ถูกเลือกจากการสอบแบบทีมเมื่อวานนี้

คนที่เดินนำหน้ามาคือหลินลั่ว, เหลียนอี้หนิง และถังเฉิง

เมื่อเห็นผู้ชมล้นหลาม ถังเฉิงก็ได้แต่ก้มหน้า

“คนเยอะจริง ๆ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าฉันจะได้เข้าร่วมการแข่งแบบเดี่ยวด้วย !”

ถึงเขาจะเป็นแค่ผู้ปลุกพลังอาชีพระดับ C ทว่าเขาก็เป็นไม่กี่คนที่ไปถึงชั้น 26 ได้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีกี่คนที่อยากทำให้ได้แบบเขา

เหลียนอี้หนิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเฉิง นายต้องทำใจให้พร้อมเพื่อที่จะต่อสู้ อย่าลนลาน !”

ถังเฉิงกัดฟันพูดขึ้นมา “ฉันเลเวล 25 แล้ว สูงกว่าคนอื่น ๆ เกือบ 10 เลเวล ถึงเป็นผู้ปลุกพลังอาชีพระดับ A แต่ฉันก็เอาชนะได้แน่  !”

หลินลั่ว, เหลียนอี้หนิง และถังเฉิงเดินหน้าตั้งแต่ชั้น 21 ถึง 25 ด้วยการใช้ไวรัสโรคห่าฆ่ามอนเตอร์ทั้งชั้น เลเวลของทั้งสามคนจึงพุ่งพรวดขึ้นมา

นี่ไม่ต้องพูดถึงตัวหลินลั่วเอง แม้แต่เหลียนอี้หนิงและถังเฉิงก็ยังมีเลเวลถึง 25 !

ในหมู่ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ พวกเขาน่ะเลเวลนำโด่ง !

ตงฟางเหอที่เลเวลสูงที่สุดในหมู่ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ก็ยังแค่เลเวล 22 !

“นักเรียนทุกคน...” เสียงแก่ ๆ ดังขึ้นพร้อมชายวัยกลางคนร่างสูงที่ปรากฏตัวขึ้นบนเวที

รองนายกเทศมนตรี กั้วโฉวยี่ !

“นักเรียนทุกคน วันนี้เป็นการแข่งแบบเดี่ยวประจำปีของเมืองปิ้นไห่ ในที่สุดพวกนายก็จะได้แสดง....ว่าเรียนรู้และความพยายามกว่าสิบปีที่ผ่านมานั้นทำอะไรได้บ้าง”

ตอนที่นายกพูดเปิดงานอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาหาหลินลั่วและคนอื่น ๆ

เธอสวมเกราะทอง มีผมสีดำที่พาดลงมา เธอคือมู่หรงเสวี่ยเหิน

“สวัสดีหลินลั่ว ฉันขอแนะนำตัวก่อน ฉัน มู่หรงเสวี่ยเหินจากโรงเรียนที่ 2 ยินดีที่ได้พบ”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นมือออกมา เขาก็รู้สึกเจ็บ ๆ เพราะโดนหยิกที่แขน ก่อนที่หลินลั่วจะยื่นมือออกไปจับมือกับเธอ

“สวัสดี ฉันหลินลั่วจากโรงเรียนที่ 12”

อีกฝ่ายเป็นถึงอัจฉริยะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้พูดคุยกับอีกฝ่ายแบบนี้

มู่หรงเสวี่ยเหินมองไปที่เหลียนอี้หนิงและยิ้มออกมา “หลินลั่ว ฉันจะไม่อ้อมค้อม ที่ฉันมาหานายก็เพื่อชวนนายเข้าโจมตีดันเจี้ยนของผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ เพื่อที่เราจะได้อันดับหนึ่งของดันเจี้ยนนั้น”

ผู้ปลุกพลังแต่ละคนต่างก็มีนิสัยที่แตกต่างกันไป

หลินลั่วน่ะดูเป็นคนเจ้าวางแผนและเด็ดขาด เขาต้องมีความสามารถอยู่แน่

การถามไปตรง ๆ แบบนี้จะได้สร้างมิตรภาพและอาจจะขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายได้

ไม่งั้นแล้วถ้าอ้อมค้อมไปอาจจะทำให้ตัวเองโดนดูถูกเสียเอง

“หือ ?” หลินลั่วเลิกคิ้ว “ทำไมถึงเลือกฉัน ?”

มู่หรงเสวี่ยเหินยิ้มออกมา “แค่ดันเจี้ยนเลเวล 30 แต่ฉันคิดจะท้าทายระดับฝันร้าย เพราะมันเป็นเคลียร์ครั้งแรก ดังนั้นมันจึงมีโอกาสสูงที่จะดรอปใบเปลี่ยนอาชีพ”

“เพื่อการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ ฉันเลยมองหาผู้ปลุกพลังดี ๆ ที่เลเวลต่ำกว่า 30 นายคือแชมป์แบบทีมของปีนี้ นายน่ะเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ”

“ตราบใดที่เคลียร์ดันเจี้ยนระดับฝันร้ายได้ งั้นฉันก็จะมีสิทธิ์เลือกใบเปลี่ยนอาชีพ ส่วนนายก็จะมีสิทธิ์ในการเลือกอุปกรณ์สวมใส่และไอเท็มอื่น ๆ นายคิดว่าไง ?”

เมื่อได้ยินเงื่อนไขที่อีกฝ่ายยื่นมา หลินลั่วก็ตอบกลับโดยไม่ลังเล “ฉันปฏิเสธ”

มู่หรงเสวี่ยเหินอึ้ง

ดันเจี้ยนนี่เพิ่งกำเนิดขึ้นมา เธออุตส่าห์ไปหามันมาจนได้ แต่หลินลั่วกลับปฏิเสธเธอ !

ในดันเจี้ยน มันอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้

พวกเขาจะได้สู้ด้วยกัน, รวมกลุ่มกัน พวกเขาอาจจะช่วยเหลือกันจนทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นไปด้วย

ไม่ใช่ว่าพวกผู้ชายชอบโชว์ความแข็งแกร่งต่อหน้าสาว ๆ รึไง

ถ้าแสดงความสามารถออกมาได้ดี ก็อาจจะทำให้สาว ๆ ตกหลุมรักเลยก็ได้

ถึงจะไม่ได้นอนด้วย ทว่าก็ยังเพียงพอที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นเพื่อนรึคนรักเลยก็ได้

ไม่คิดเลยว่า...

.

“ทำไม ?” มู่หรงเสวี่ยเหินถามขึ้นมาด้วยท่าทีไม่พอใจ “หลังจากการสอบสิ้นสุดลง เรามีเวลา 2 เดือนเพื่อจะเคลียร์ดันเจี้ยน เราต้องพยายามเก็บเลเวลให้ถึงเกณฑ์ของการเข้ามหา’ลัย”

....

“ยิ่งผู้ปลุกพลังเปลี่ยนอาชีพได้ก่อนที่จะเข้ามหา’ลัย...”

“ฉันรู้อยู่แล้ว” หลินลั่วขัดมู่หรงเสวี่ยเหินขึ้นมาและพูดขึ้น “แต่ฉันเปลี่ยนอาชีพไปแล้ว”

“ว่าไงนะ ? !”  มู่หรงเสวี่ยเหินตกใจขึ้นมาจริง ๆ

ผ่านมาไม่ถึง 15 วันตั้งแต่ที่ปลุกพลัง หลินลั่วจะเปลี่ยนอาชีพขั้น 2 ได้ยังไง ?

ในอีกความหมายคือตอนนี้เขาเลเวลอย่างน้อย 30 !

“มันจะเป็นไปได้ยังไง....”

“หลินลั่ว !” ตอนนั้นเองก็มีอีกเสียงดังขึ้นมา

เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นตงฟางเหอ, หยางห้าวหราน และฟางหยวนที่เดินเข้ามา ตงฟางเหอที่อยู่ด้านหน้าสุดนั้นเหมือนจะโกรธจัด

“นายเป็นใคร ?” หลินลั่วหันกลับไปมองตงฟางเหอตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็มองไปที่หยางห้าวหรานที่อยู่ด้านหลัง

หยางห้าวหรานเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกับหลินลั่ว หยางห้าวหรานถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะในโรงเรียนทัดเทียมกับเหลียนอี้หนิง

ตอนนี้เขาทำตัวเหมือนเป็นลูกน้องของตงฟางเหอ

ตงฟางเหอสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดขึ้น “หลินลั่ว! ฉันถามหน่อยว่าเมื่อวานนายทำอะไรกับมังกรฉัน ?”

“ว่าไงนะ ? มังกรที่อึราดน่ะเหรอ ฮ่าฮ่า...”

เมื่อวานนี่ หลินลั่วใช้สกิลกับมังกรของเขา

ตอนที่เขาออกมาจากหอฝึกฝน มันเหมือนกับว่าหลินลั่วได้ใช้สกิลกับมังกรของเขา

ตอนนั้นเขาคิดว่ามันจะไม่ได้ผล ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าสกิลจะมาแสดงผลตอนที่อยู่นอกหอฝึกฝน

“หัวเราะอะไร !” ตงฟางเหอกัดฟันพูดขึ้น “บอกฉันมาว่าฝีมือนายรึเปล่า !”

สายตาของหลินลั่วเปลี่ยนไป เขาแสดงท่าทีเฉยเมยออกมา “ถ้าใช่แล้วจะทำไม ?”

“ดี ดี !” ตงฟางเหอกัดฟัน “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน  !”

หลังจากที่พูดจบ ตงฟางเหอกับพวกก็เดินออกไปทันที สายตาของหลินลั่วดูเย็นชาขึ้นมา

“กล้าโจมตีฉันในหอฝึกฝน นี่ก็ยังมาขู่ฉันอีก ดูเหมือนว่าฉันจะปล่อยเขาไว้ไม่ได้...”

“หลินลั่ว” เหลียนอี้หนิงดึงชายเสื้อหลินลั่ว “นายอยากไปหาพ่อฉันมั้ย ยังไงซะ....ตงฟางเหอก็...”

จบบทที่ ตอนที่ 70 : 7 จักรพรรดิแห่งทะเลลึก ! เริ่มการแข่งแบบเดี่ยว !

คัดลอกลิงก์แล้ว