เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 67 : ต้นกำเนิดของหมอกดำ !

ตอนที่ 67 : ต้นกำเนิดของหมอกดำ !

ตอนที่ 67 : ต้นกำเนิดของหมอกดำ !


ตอนที่ 67 : ต้นกำเนิดของหมอกดำ !

“เฮ้ ! พี่ลั่ว รสชาติจูบของเทพธิดาเหลียนเป็นยังไงบ้าง ?”

“ไม่คิดเลยว่าเทพธิดาเหลียนจะใจกล้าแบบนี้ !”

ตกดึก หลินลั่วและถังเฉิงก็พากันกลับบ้านด้วยกันสองคน

การแข่งแบบทีมของการสอบเข้ามหา’ลัยสิ้นสุดแล้ว ทีมของหลินลั่ว, เหลียนอี้หนิง และถังเฉิงได้อันดับ 1 ไปครอง ! ตอนที่รองนายกเทศมนตรีกั้วโฉวยี่ประกาศข่าวนี้ ผู้ปลุกพลังและผู้ชมหลายหมื่นคนก็พากันฮือฮากันทันที

คนส่วนมากรับไม่ได้กับผลลัพธ์นี้

โชคร้ายที่สุดท้ายนี่ก็เป็นความจริงที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้

นอกจากนี้แล้วรองนายกกั้วโฉวยี่ก็ยังได้ประกาศกฎสำหรับการแข่งขันแบบเดี่ยวในวันพรุ่งนี้ด้วย

ตั้งแต่ชั้น 25 ถึงชั้น 30 ผู้ปลุกพลัง 100 อันดับแรกตัดสินตามตัวเลขของชั้น, เวลาในการอยู่หอฝึกฝน และอาการบาดเจ็บ พวกเขาถึงจะมีสิทธิ์ที่จะต่อสู้แบบเดี่ยว

และจะทำการสุ่มผู้ปลุกพลังมาต่อสู้กันจนกระทั่งเหลือ 10 คนสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะต่อไป !

หลังจากที่ได้แชมป์มา เราจะกลายเป็นแชมป์จริง ๆ ในการสอบเข้ามหา’ลัยของเมืองปิ่นไห่ !

นอกจากนี้แล้วยังได้รับรางวัลพิเศษจากกิลด์ผู้ปลุกพลังและเมืองอีกต่างหาก สำหรับว่ารางวัลอะไรนั้น หลินลั่วรู้มาจากปากเหลียนอี้หนิงแล้ว

มันคือโลกวิเศษ !

หลินลั่วส่ายหน้าและพูดขึ้นมา “หนิงเอ๋อ ทำแบบนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ฉันมีปัญหา...”

ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ว่าเหลียนอี้หนิงเป็นสมาชิกของตระกูลเหลียน ฐานะของเธอไม่ธรรมดา

ในหอฝึกฝน เขาใช้หมอกพิษเพื่อไล่ผู้ปลุกพลังออกมาอย่างน้อยหลายพันคน เขาน่ะโดนคนมากมายโกรธแค้น จากเลเวลและสกิลที่เขามีแล้ว แม้สุดท้ายเขาจะได้โลกวิเศษมาครอง ทว่าผู้ปลุกพลังและตระกูลต่าง ๆ คงหาทางแย่งชิงมันไปจากเขาแน่

เหลียนอี้หนิงทำแบบนี้ก็เพื่อสร้างโล่ป้องกันให้กับเขา !

เบื้องหลังเขามีตระกูลเหลียนคอยสนับสนุนอยู่ !

ถังเฉิงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ฮี่ฮี่ บอส นายเรียกเธอด้วยชื่อต้นแล้ว เธอกับนายพัฒนาไปถึงไหนแล้วล่ะ ?”

“อีกอย่างแล้วฉันคิดว่านายเหมือนจะให้ของแทนความรักไว้กับเธอแล้วนะ ?”

“มันก็แค่อุปกรณ์สวมใส่” หลินลั่วพูดขึ้น “เธอถึงกับยอมปกป้องฉัน ทำไมฉัน....”

ตอนที่พูดนั้น อยู่ ๆ หลินลั่วก็หยุดเท้าและมองไปข้างหน้า

ถังเฉิงสีหน้าเปลี่ยนไป เขารีบไปยืนขวางหน้าหลินลั่วไว้ทันที “นั่นใคร ?”

ชายในสูทดำเดินออกมาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ฉันมาจากตระกูลเหลียน !”

“เจ้านายบอกให้ฉันมาบอกกับนาย คางคกอย่าคิดกินเนื้อหงส์”

“นายเป็นแค่ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ที่ได้อาชีพระดับ D มา ถึงนายจะได้แชมป์ในการสอบแบบทีมเพราะวิธีการพิเศษที่นายมี ทว่านายก็ไม่คู่ควรกับคุณหนู !”

หลินลั่วคิ้วขมวดและพูดขึ้น “เรื่องระหว่างฉันกับหนิงเอ๋อ ฉันไม่จำเป็นให้ใครต้องมาชี้นิ้วสั่ง...”

เขาหยุดและมองไปรอบ ๆ

“นายถือว่าคุณหนูเป็นเพื่อนก็ได้ แค่นี้....ก็ดีสำหรับนายแค่ไหนแล้ว”

“หุบปาก !” หลินลั่วยื่นมือออกมากำมือพร้อมคทาสีแดงปรากฏขึ้นมาในมือ

“ฮี๋อี่ คิดจะลงมือกับฉันเหรอ ? ฉันเป็นคนคุ้มกันของตระกูลเหลียน ฉันเป็นผู้ปลุกพลังระดับทอง ฉันนี่แหละที่จะสั่งสอนบทเรียนนายเอง...”

“...”

เสียงหึ่งแปลก ๆ ดังขึ้น หมอกดำปะทุขึ้นมาโดยรอบเปลี่ยนเป็นปากแปลก ๆ ที่พุ่งกลืนทั้งสามคนเข้าไป  หลินลั่วยื่นมือออกมาและสะบัดมือ โล่น้ำแข็ง 9 อันปรากฏขึ้นรอบตัวคอยปกป้องเขากับถังเฉิงเอาไว้

ผู้ปลุกพลังระดับทองของตระกูลเหลียนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “นี่มันสกิลของจ้าวแห่งหมอกทมิฬ ไอ้เด็กบัดซบนี่...”

“....”  หมอกดำปะทุออกมาพร้อมร่างของทั้งสามคนที่หายไปเหลือไว้แต่เพียงแสงสีดำ

ในพริบตาก็มีคนสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่นั่น สีหน้าพวกเขาต่างก็บิดเบี้ยว

“หัวหน้า ! ทำยังไงดี ! จ้าวแห่งหมอกทมิฬลงมือ ! แค่ผู้ปลุกพลังอาชีพระดับ D เพียงพอให้เขาลงมือด้วยเหรอ ?”

“ไม่ ไม่ใช่ฝีมือจ้าวแห่งหมอกทมิฬ !” จ้าวฉือเฉิง หัวหน้าผู้พิทักษ์คิ้วขมวดและพูดขึ้นมา “มันน่าจะเป็นไอเท็มพิเศษที่มีความสามารถคล้ายกับสกิลของจ้าวแห่งหมอกทมิฬ มันแยกมิติได้ชั่วคราว”

“แล้วเราจะทำยังไงดี ? รองนายกสั่งให้เราคอยปกป้องเด็กนี่...”

“จะรีบร้อนไปไหน?” จ้าวฉือเฉิงเปิดปากพูด “ตะกี้เป็นแค่ผู้ปลุกพลังระดับทองไม่ใช่เหรอ ? ถึงเขาจะฝีมือแย่แค่ไหน ทว่าเขาก็เป็นถึงผู้ปลุกพลังระดับทอง เขาน่าจะทนได้สัก 3-5 นาที”

“รอไปก่อน คอยฟังคำสั่งฉัน เราสามคนจะโจมตีหมอกดำนี่และพยายามทำลายมิตินี่ซะ”

“ได้ หัวหน้า !”

ภายในหมอกดำ

ภายในมิติสีเทา มีโล่โผล่มาในมือถังเฉิง เขามองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้ากังวล “พี่ลั่ว ที่นี่มันที่ไหนกัน ?”

แม้แต่คนคุ้มกันของตระกูลเหลียนก็เริ่มระวังตัวขึ้นมา เขายื่นมือออกมาพร้อมขวานเล่มใหญ่ปรากฏขึ้นมาในมือ เขากัดฟันพูดขึ้น “ไอ้ห่านี่ ! นั่นมิติหมอกดำ ! พลังของจ้าวแห่งหมอกทมิฬของพวกนอกรีต มันไม่น่าใช่ตัวจ้าวแห่งหมอกทมิฬเอง....”

“พวกนอกรีต ? จ้าวแห่งหมอกทมิฬ !” ถังเฉิงอุทานออกมา “ฉันรู้จัก ! มันมีบันทึกไว้ในสารานุกรมผู้ปลุกพลังว่าชายคนนี้โด่งดังเมื่อ 200 ปีก่อน เขาคือพวกนอกรีตที่แกร่งที่สุด เขาเป็นผู้ปลุกพลังระดับอีปิคเมื่อ 100 ปีก่อน !”

คนคุ้มกันตระกูลเหลียนกัดฟันแน่นและพูดขึ้น “เพื่อไว้หน้าคุณหนู ฉันจะจัดการแกทีหลัง ! ฝาก....ฝากไว้ก่อนเถอะ !”

“หึหึหึ...” เสียงหัวเราะอันเย็นชาดังขึ้นมาจากความมืดมิดไกลออกไป มันมีร่างที่เอนไปมาค่อย ๆ ปราฏตัวขึ้นตรงหน้าทั้งสามคน

“คิดจะออกไปเหรอ ? อย่าฝันไปหน่อยเลย !”

“เมื่อเราถึงกับใช้ต้นกำเนิดหมอกดำที่ทำขึ้นโดยจ้าวแห่งหมอกทมิฬ แน่นอนว่าเราไม่มีทางปล่อยพวกแกไปง่าย ๆ” หัวหน้าของพวกเขาเป็นผู้หญิงสวมผ้าคลุมสีดำบาง ๆ มีรูปร่างที่เย้ายวน

“พวกนอกรีต !” คนคุ้มกันตระกูลเหลียนกัดฟันแน่น สายตาเขาดูระวังขึ้นมา

แสงสีเงินส่องประกายออกมาจากตัวก่อตัวเป็นเกราะรอบตัวเขา

“จิตวิญญาณนักสู้ ? นักสู้ระดับทอง ?”  ผู้หญิงคนนั้นพึมพำออกมาเบา ๆ “หมาป่า-13 ฉันให้นายจัดการ !”

“ได้ หัวหน้า !” ชายร่างสูงตอบกลับและพุ่งออกมาในทันที เขาเปลี่ยนร่างเป็นแวร์วูฟที่สูงกว่า 3 ม.พุ่งเข้าใส่คนคุ้มกันตระกูลเหลียน

คนคุ้มกันตระกูลเหลียนก็พุ่งเข้าใส่เช่นกัน

“นักสู้เก่งระยะประชิดงั้นเหรอ ? ฮ่าฮ่า ฉันก็ชอบพวกสู้ระยะประชิดที่สุด ! ฉันจะได้ฉีกร่างแกได้สะดวก !”

“ระวังตัวด้วย !” ถึงปากจะด่าออกมาแต่คนคุ้มกันตระกูลเหลียนก็ยังใช้ขวานฟันออกไป

“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ !”

“หึหึหึ...” ผู้หญิงในชุดดำเดินไปหาหลินลั่วและถังเฉิงช้า ๆ เธอพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “น้องชาย พี่สาวชื่อเสี่ยวม่าน นายคือหลินลั่วใช่รึเปล่า ?”

หลินลั่วพยักหน้าและพูดขึ้น “ไม่ผิดคน”

เสี่ยวม่านยิ้มและพูดขึ้น “น้องชาย นายสนใจเข้าร่วมกลุ่มผู้พิทักษ์รัตติกาลของเรารึเปล่า ?”

“ผู้พิทักษ์รัตติกาล ? องค์กรที่ใหญ่ที่สุดของพวกนอกรีตน่ะเหรอ ?”

“หึหึ พี่สาวไม่ใช่พวกนอกรีต” เสี่ยวม่านหัวเราะคิกคักออกมาและพูดขึ้น “เราคือผู้กอบกู้ที่แท้จริง โลกนี้กำลังจะตาย ยามค่ำคืนกำลังมาเยือน เทพปิศาจจะมา เราแค่มีศรัทธา ด้วยการบูชาและอ้อมกอดเทพปิศาจที่จะทำให้เราใช้ชีวิตต่อไปในโลกใบนี้และมีอนาคตต่อไปได้...”

“พวกนอกรีต !” ถังเฉิงออกปากด่า

“หึหึหึ.....คนหนุ่มสาวนี่ขี้ใจร้อน พี่สาวจะดับไฟร้อนให้เอง คิคิคิ...” เสี่ยวม่านยิ้มออกมาและพูดขึ้น “น้องชาย นายควบคุมหมอกพิษได้ เรามีผู้เฒ่าพิษ 1 ใน 13 ยักษ์ใหญ่ของกลุ่มเรา เขาอยากจะรับนายเป็นลูกศิษย์ นายว่ายังไง ?”

“ผู้เฒ่าพิษ ?”

ห่างไปไม่ไกลนัก คนคุ้มกันตระกูลเหลียนที่กำลังสู้กับแวร์วูฟอยู่ก็ต้องสีหน้าเปลี่ยนไป

ในองค์กรของพวกนอกรีต มันมีผู้เฒ่าพิษที่อยู่ระดับเดี่ยวกับจ้าวแห่งหมอกทมิฬ เขาเองก็เป็นผู้ปลุกพลังระดับอีปิคเช่นกัน !

เขามองไปที่หลินลั่ว ถ้าเด็กนี่ตกลง ถึงเขาจะต้องทิ้งชีวิตตัวเอง แต่เขาก็ต้องฆ่าหลินลั่วให้ได้ !

“แกมองไปทางไหนกัน ?” แวร์วูฟกรีดร้องออกมาและใช้กงเล็บตะบบสร้างแผลใหญ่ที่อกของคนคุ้มกันตระกูลเหลียนพร้อมเลือดจำนวนมากที่พุ่งออกมา

คนคุ้มกันตระกูลเหลียนได้สติกลับมาและต้องเพ่งสมาธิไปกับการรับมือแวร์วูฟตรงหน้า

หลินลั่วพูดขึ้นด้วยท่าทีเฉยเมย “ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ ?”

เขาไม่ได้สนใจพวกนอกรีตจริง ๆ เขาไม่สนจะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกนี้ด้วย

“หึหึ....” เสี่ยวม่านยิ้มออกมา “ไม่ตกลงเหรอ ? มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายจะตัดสินเรื่องนี้ !”

“ถ้าลากนายกลับไปที่องค์กรของเราได้ ผู้เฒ่าพิษก็มีทางที่จะทำให้นายคุกเข่าและรับเขาเป็นอาจารย์ !”

“ผี-27 จับตัวเขา !”

“ได้เลย !” ด้านหลังนั้นมีร่างหนึ่งยื่นมือออกมาและพึมพำบางอย่าง

อยู่ ๆ ก็มีผีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ทหารผีหลายตัวพร้อมอาวุธครบมือปรากฏตัวขึ้นมา

“ทุกคน จับตัวเขา....”

ทว่าก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็เห็นหลินลั่วยกคทาในมือขึ้นชี้มาที่เขา

[ อัลไซเมอร์ ] !

“....” วินาทีต่อมา ผี-27กลับต้องชะงัก

สกิลที่เขาต้องร่ายต่อกลับหยุดชะงักไป เขาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อยู่กับที่

“เรียกผีนรก คาถาส่วนต่อไปคือ... ”

ในหัวเขามีรูนแปลก ๆ ที่แทนถึงสกิลโลกนรกที่ระเบิดออกภายใต้พลังที่เขาไม่เข้าใจ !

ปัง !

เสียงระเบิดแปลก ๆ ดังขึ้นในอากาศ ผีนรกที่ก่อตัวขึ้นมานั้นกลับเสียการควบคุมเพราะสกิลที่ใช้ไม่สมบูรณ์

ผีพวกนี้กลับเปลี่ยนเป็นพายุใบมีดพุ่งเข้าใส่ผี-27และเสี่ยวม่าน !

“อ๊า...” ภายใต้ใบมีดลมที่กระจายออกมา เสี่ยวม่านก็ได้แต่ตะโกนออกมา “ผี-27 แกทำอะไรของแก ?”

“ท่องสกิลไม่เสร็จ ? ไอ้ห่านี่ !”

เธอมองไปที่หลินลั่วด้วยสายตาแค้นเคืองพร้อมเลือดที่ไหลออกมาจากปาก

“ไอ้ห่านี่เชื่อถือไม่ได้เลย สุดท้ายฉันก็ต้องลงมือเอง !” เธอยื่นมือออกมาแล้วกำมือ ดินที่พื้นค่อย ๆ แตกออกพร้อมเถาวัลย์สีม่วงดำพุ่งออกม มันมีของเหลวพร้อมกับปากขนาดใหญ่โผล่ออกมาด้วย

ดอกไม้กินคน

“ไป !” ดอกไม้กินคนและถาวัลย์ได้พุ่งเข้าใส่หลินลั่วและถังเฉิง

แสงสีเหลืองส่องออกมาจากตัวถังเฉิงสร้างโล่ขึ้นกันตรงหน้าหลินลั่วเอาไว้

“พี่ลั่ว หนีไป !”

ต่อหน้าการโจมตีนี้ หลินลั่วไม่ได้หลบ เขาแค่เหวี่ยงคทาในมือออกไปอีกรอบ

[ จิตสับสน ] !

“....”

จบบทที่ ตอนที่ 67 : ต้นกำเนิดของหมอกดำ !

คัดลอกลิงก์แล้ว