เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 : เบื้องหลัง ! ตระกูลเหลียน ?

ตอนที่ 66 : เบื้องหลัง ! ตระกูลเหลียน ?

ตอนที่ 66 : เบื้องหลัง ! ตระกูลเหลียน ?


ตอนที่ 66 : เบื้องหลัง ! ตระกูลเหลียน ?

“เกือบได้เวลาแล้ว ทำไมเขายังไม่ออกมาอีก ?”

“ใช่ นี่มันก็ผ่านมา 12 ชม.แล้ว เด็กนั่นยังอยู่ในชั้น 30 อยู่เหรอ ?”

“มัน....เหลืออีก 2 นาทีสุดท้าย”

ที่ลานหอฝึกฝน ผู้คนพากันมารวมตัวกัน

แม้ว่าตอนนี้จะมืดแล้ว ทว่าทั้งลานก็ยังเปิดไฟสว่าง มีผู้ปลุกพลังกับผู้ชมร่วมหมื่นคนที่มารอคอยกันอย่างกังวล

นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปีกับการสอบเข้ามหา’ลัยที่กินระยะเวลานานขนาดนี้ !

12 ชม. ! !

พิธีกรปิงปิงดูเหนื่อยล้านิด ๆ แต่เธอก็ยังคึกคัก เธอยังคงยืนอยู่หน้ากล้องและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

“เพื่อน ๆ ทุกคน ตอนนี้เหลือเวลาแค่ 2 นาทีก่อนจะครบ 12 ชม.ในการสอบเข้ามหา’ลัย แชมป์ในการแข่งแบบทีมในปีนี้กำลังจะปรากฏตัวแล้ว !”

“น่าแปลกใจจริง ๆ !”

“ไม่คิดเลยว่าแชมป์ของเมืองปิ้นไห่ปีนี้จะเป็นทีมที่มีผู้ปลุกพลังระดับ D !”

“มันพิสูจน์ได้ว่าไม่มีผู้ปลุกพลังคนไหนที่อ่อนแอ มีแค่คนที่อ่อนแอ ตราบใดที่หาทางใช้ความสามารถที่มีได้อย่างเหมาะสมและพยายามอย่างหนัก แม้จะได้คะแนนประเมินที่ต่ำ ทว่าเราก็ยังแสดงฝีมือที่เก่งกาจออกมาได้ !”

“เราได้ข่าวมาจากโรงเรียนที่ 12 ว่าหลินลั่วคนนี้น่ะขยันเรียนตั้งแต่เด็ก เขาอ่านหนังสือถึงดึกทุกวัน เขายังได้เกรดสูงในทุกวิชาด้วย เพื่อน ๆ ทุกคนที่อยู่หน้าทีวี ตราบใดที่พวกเธอขยันพอ งั้น...ก็จะเป็นแบบหลินลั่วได้ !”

ปิงปิงรายงานข่าวออกมาด้วยท่าทีกระตือรือร้น สีหน้าของคนดูบางคนก็ตื่นเต้นไปตาม

“พี่ลั่วขยันเรียนและฝึกฝนอย่างหนักงั้นเหรอ ? ผลการเรียนของเขาได้คะแนนดี ฉันไม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ?” ถังเฉิงฟังที่ปิงปิงประกาศก็ต้องแสดงสีหน้าสับสนออกมา

ในฐานะเพื่อนสนิทของหลินลั่วแล้ว เขาไม่เคยเห็นหลินลั่วขยันมาก่อน

สำหรับผลการเรียนแล้ว ถ้า 20 อันดับแรกถือว่าได้คะแนนดี งั้นถือว่าหลินลั่วได้คะแนนดีก็ได้

ครูหลี่หยูที่อยู่ข้าง ๆ แสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกมาและพูดขึ้น “อะแฮ่ม บางทีความจริงกับสิ่งที่รายงานนั้นอาจจะต่างกันเล็กน้อย....”

ในหลาย ๆ มุม ผู้ปลุกพลังจากโรงเรียนอื่น ๆ ต่างก็พากันเงยหน้ามองไปที่หอฝึกฝน

“บ้าเอ้ย! ฉันไปตรวจสอบกับเพื่อนมา หลินลั่วเป็นแค่นักบวชระดับ D จริง ๆ ในโรงเรียนที่ 12 เขาไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลยด้วยซ้ำ !”

“แล้วมันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน ? ตอนแรกฉันคิดว่าตอนที่อยู่ชั้น 21 ฉันจะไปที่ชั้น 22 ได้ แต่ใครจะไปคิดว่าฉันจะต้องหนีออกมาเพราะหมอกพิษของเขา”

“ฉันก็ด้วย ! จางหยางกับฉันน่ะเก็บเลเวลอยู่ที่ชั้น 22 ถ้าอยู่ถึงตอนที่หมดเวลา อย่างน้อยเราคงเลเวล 18 ! ใครจะไปคิดว่าเราต้องโดนบีบออกมาเพราะหมอกพิษ...”

“ฉันลองไปถามครูมาแล้ว ครูบอกว่าสกิลของเขาคือการควบคุมหมอกพิษให้หมุนเวียนในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างเขตแดนลับและดันเจี้ยน มันคงใช้กับโลกภายนอกไม่ได้”

“ใช่ ครูเราก็บอกว่าหมอกพิษที่เขาควบคุมได้เรียกว่าไวรัสโรคห่า ไม่ใช่ว่ามันคือโรคระบาดที่แค่ซื้อยาแก้พิษจากนักปรุงยาก็แก้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ รวมถึงยาต้านพิษของพวกหอการค้าด้วย ตราบใดที่มียาพวกนี้ ไวรัสโรคห่าก็ทำอะไรเราไม่ได้ !”

“บ้าชิบ ! การแข่งแบบเดี่ยวพรุ่งนี้ ฉันต้องเอาคืนมันให้ได้ !”

“ฉันก็ด้วย ! ฉันไปถึงชั้น 23 แล้ว ฉันมีสิทธิ์ที่จะท้าสู้กับเขา !”

“ในการแข่งแบบเดี่ยว มีแค่ 100 อันดับแรกใน 3 ชั้นสุดท้ายเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้สู้ เขาไปถึงชั้น 30 ได้ พวกที่มีสิทธิ์ที่จะสู้กับเขามีแค่คนที่ไปถึงชั้น 28-30 ได้เท่านั้น คนที่ขึ้นไปสูงได้ขนาดนั้นจะมีสักกี่คน ไม่ถึง 10 คนเลยด้วยซ้ำ !”

“เฮ้อ !”

“รอดูก่อน รัฐมนตรีกรมศึกษาและหัวหน้ากิลด์ผู้ปลุกพลังต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้แน่ !”

“ฉันไม่สน ! การแข่งเดี่ยวในวันพรุ่งนี้ ฉันจะท้าเขาสู้ !”

หลายคนพากันถกเถียงกัน บนเวทีเองก็มีการถกเถียงกันเกิดขึ้นเช่นกัน

“ตรวจสอบมาแล้ว ! หลินลั่วคนนี้ไม่มีภูมิหลังอะไรพิเศษ พ่อเขาตายตั้งแต่เขายังเด็ก แม่เขาเป็นนักเดินเรือ ตอนนี้เธอเป็นหัวหน้านักเดินเรือของเรือสำราญ”

“ไม่มีภูมิหลังพิเศษ ? งั้นความลับในตัวเด็กนี่ก็ยิ่งเปิดเผยได้ง่าย ! หาทางดึงตัวเขาเข้ามา ไม่ว่าจะต้องทุ่มอะไรก็ทุ่มไป !”

“ครับ !”

“ฉันได้ยินมาว่าตระกูลตงฟางทำการตรวจสอบเด็กนี่ ถ้าพวกนั้นเคลื่อนไหว....”

“ตระกูลตงฟาง ? ตางฟางไต่ซ่งไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ทว่าบรรพชนของพวกเขาน่ะเป็นคนเจ้าเล่ห์ โชคร้ายที่เขาบาดเจ็บหนักเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตอนนี้สภาพเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”

“ช่างเรื่องนั้น ดึงตัวเด็กนี่มาให้ได้ก่อน !”

“ครับ !”

เสียงสั่งการยังดังออกมาจากมุมเวทีอย่างต่อเนื่อง

หลายคนมองไปที่แสงที่หอฝึกฝนพร้อมใจที่คาดหวัง

พวกเขาไม่อยากจะปล่อยให้เด็กนี่หลุดมือไป !

ที่ตรงหน้าเวที กั้วโฉวยี่ รองเทศมนตรีนั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมนิ้วที่เคาะที่พักแขน  มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับเขาด้วยท่าทีเคารพ “รองนายก มีอย่างน้อย 7 ตระกูลที่คิดจะแย่งตัวหลินลั่ว”

กั้วโฉวยี่พูดขึ้นมาเบา ๆ “ไม่ต้องไปขวางพวกนั้น หลินลั่วน่ะโผล่มาโดยที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้ามีอุปสรรคชิ้นใหญ่ขวางหน้าเขา โอกาสจะกลายเป็นหายนะแทน !”

“หวังว่าเขาจะผ่านพ้นอุปสรรคพวกนี้ไปได้”

“ครับ !”

“มีอีกเรื่อง....” พนักงานโน้มตัวเข้ามากระซิบกับกั้วโฉวยี่ “มี....เรื่องพวกเด็ก ๆ ด้วย”

“เรื่องอะไร ?” กั้วโฉวยี่สายตาสั่นไหว  “ตงฟางเหอมีเรื่องกับหลินลั่ว แต่พวกคนในตระกูลใหญ่ต้องมีคนคอยปกป้องอยู่แน่ ถ้าเด็ก ๆ พวกนี้คิดจะหมายหัวหลินลั่วที่เป็นอัจฉริยะในหมู่คนธรรมดาแล้ว เขาคง...”

“ส่งคนคุ้มกันสองคนไปดูแลเขา”

“ได้ครับ !”

คนคุ้มกันที่ว่าคือผู้พิทักษ์ของมนุษย์ นี่คือผู้ปลุกพลังที่เป็นเจ้าหน้าที่ราชการที่ถูกส่งมาดูแลเมืองต่าง ๆ

อำนาจที่พวกเขามีเหนือกว่านายกเทศมนตรีด้วยซ้ำ

กั้วโฉวยี่มองไปที่หอฝึกฝนพร้อมยกมือขึ้นลูบเครา “หลินลั่ว หลินลั่วเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น ! เราคือผู้พิทักษ์ของมนุษย์ เรามีเป้าหมายเพื่อ....”

“ออกมาแล้ว !” มู่หรงเสวี่ยเหินในเกราะทองยืนอยู่บนหลังคามองไปที่หอฝึกฝนที่รายล้อมไปด้วยผู้คน

สายตาคู่งามของเธอสะท้อนแสงออกมา

“แฮ่ก แฮ่ก....บัดซบ  ! เจ้านั่นออกมาแล้ว !”

“เหี้ย !”

“ไอ้ห่านี่ !”

“ไปตายซะไป !”

ในห้องสูทของตระกูลตงฟาง ตงฟางเหอกำลังสบถออกมาไม่รู้จบ คนที่ร่วมมือกับเขาอย่างหลี่เหมยนั้น เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผล  หลี่เหมยทนความเจ็บตามตัวจากการที่โดนตงฟางเหอลงโทษ เธอกัดฟันแน่นและพยายามไม่ส่งเสียงออกมา

“นังคนชั้นต่ำ !”

“ตายไปซะ ! ไอ้ห่านั่นด้วย !”

“ตงฟางเหอ! เธอรับปากฉันแล้วไม่ใช่เหรอ ? ไหนว่าเธอกับฉันจะร่วมมือกันเพื่อยึดเมืองนี้เป็นของเราไง !”

“อ๊ะ....” หลี่เหมยมองไปที่แผ่นหลังของตงฟางเหอพร้อมเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก ทว่าเธอก็ยังทนความเจ็บเอาไว้ สายตาของเธอสะท้อนความแค้นเคืองและอาฆาตออกมา

“มู่หรงเสวี่ยเหิน ! มู่หรงเสวี่ยเหิน ! เป็นความผิดของเธอ ! ฉันต้องฆ่าเธอทิ้ง สุดท้ายพี่เหอจะได้มาเป็นของฉัน !”

“หลินลั่วนั่นด้วย ! แกกล้ามาแย่งแชมป์ของพี่เหอ ฉันจะฆ่าแก !”

“ออกมาแล้ว !”

“เขาออกมาแล้ว !”

ในมุมของลาน เฉินผิงอันค่อย ๆ ดมกลิ่นตามแขนขาเพื่อยืนยันว่าตัวเขาไม่ได้มีกลิ่นเหม็นติดตัวอีก  ทว่าสายตาของเขาก็ยังจับจ้องไปที่หอฝึกฝนไม่ละสายตา

“ห้าวจ้าว มีอีกอย่างที่น่าสนุก”

“อะไร ?” ห้าวจ้าวที่อยู่ข้างๆถามขึ้นมา

“จนถึงตอนนี้เราเคยเห็นแต่รูปหลินลั่ว เราไม่รู้เลยว่าหน้าตาเขาจริง ๆ เป็นแบบไหน !”

ห้าวจ้าวยิ้มออกมา “ฮี่ฮี่ ดูจากรูปก็ดูหล่อดีนะ หล่อกว่านาย !”

เฉินผิงอันฮึดฮัดออกมา “หล่อแล้วจะไปมีประโยชน์อะไร ? เขาใช้หมอกพิษมาตั้งหลายชั้น ดาบฉันน่ะกำลังหาที่ลับคมอยู่พอดี ฉันอยากเห็นว่าเขามีความสามารถจริง ๆ รึแค่ฉวยโอกาสได้เก่ง ? !”

“ออกมาแล้ว...”

ในห้องหนึ่ง หยางเฉินหลี่เก็บเครื่องมือทำนายที่โต๊ะมองไปทางหอฝึกฝน

ข้าง ๆ เขามีคนอีกสองคนยืนขนาบข้างอยู่

“ฉันให้ตำแหน่งกับพวกนายไปแล้ว รีบไป”

ชายร่างสูงพูดขึ้นมา “ฮี่ฮี่ น้องหยาง นายอายุเท่าไหร่แล้ว ถ้าขืนนายยังทำหน้าตาถมึงทึงแบบนี้ นายหาแฟนไม่ได้แน่ !”

“นายอยากอยู่คนเดียวไปตลอดรึไง ?”

“ฉันบอกแล้วไง เราจะเป็นเพื่อนร่วมมหา’ลัยเดียวกันในอนาคต นายอยากให้ฉันแนะนำสาว ๆ ให้มั้ย”

“ไม่ ไม่ต้องเลย !” หยางเฉินหลี่ยังหน้านิ่งดังเดิม อยู่ ๆ เขาก็คิ้วขมวด “พวกนายจะไปจัดการกับปัญหานี้รึเปล่า ?”

“ไม่จำเป็นหรอก” ชายคนหนึ่งโน้มตัวพิงเก้าอี้และพูดขึ้น “มีภารกิจใหม่มา เราสองคนไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้นแล้ว เราแค่ต้องไปจับตาดูหลินลั่วนั่น...”

ตอนที่พูดนั้นเขาก็ชี้ไปที่หอฝึกฝน

“หลินลั่ว....” หยางเฉินหลี่กระจ่างขึ้นมาทันที “ดูเหมือนว่าฉันคงต้องหามหา’ลัยใหม่แล้ว...”

“ออกมาแล้ว !” เหลียนฉิงเอ๋อมองไปที่เหลียนอี้หนิงพร้อมกับวิ่งไปที่หอฝึกฝนด้วยสายตาคาดหวัง

“ถ้าตอนนั้นฉันใจกล้าเหมือนหนิงเอ๋อก็คงดี”

“...”

ด้านบนหอฝึกฝน อยู่ ๆ ก็มีคลื่นแผ่กระจายออกมา

คนบนเวทีพากันหันกลับไปมอง

“ออกมาแล้ว !”

แสงสีขาวจาง ๆ ค่อย ๆ ร่วงลงมาจากด้านบนตัวหอฝึกฝนลงมาที่ใจกลางลาน  มีร่างที่สูงโปร่งปรากฏขึ้นมาตอนที่แสงสลายไป

เด็กหนุ่มในชุดขาวถือคทาแดง มันเหมือนมีแสงสีแดงเลือดส่องประกายออกมาจากด้านหลังเขาด้วย

หลินลั่วได้ออกมาจากหอฝึกฝนแล้ว

“นั่นหลินลั่ว !”

“เด็กนี่เป็นนักบวชระดับ D !”

“หล่อจริง ๆ !”

“ไอ้หนู ฉันขอท้าสู้กับนาย !”

“หลินลั่ว ! ฉันไปถึงชั้น 22 แล้วแท้ ๆ แต่กลับต้องโดนแกบีบออกมา....”

“ไอ้ห่านี่...”

เสียงโวยวายดังขึ้น ก่อนที่หลินลั่วจะได้ตั้งตัว มันก็มีร่างเล็ก ๆ วิ่งเข้ามาโผกอดเขา

เขารู้สึกถึงความนุ่มและชื้นที่แก้ม

เขา....กลับโดนขโมยจูบงั้นเหรอ ?

เมื่อลืมตาขึ้นมองก็พบกับเหลียนอี้หนิงที่หน้าแดง เธอพยายามก้มหน้าและปิดตา

“...”

“บัดซบ ! เทพธิดาเหลียน !”

“ลูกสาวคนเล็กของตระกูลเหลียน !”

“เบื้องหลังหลินลั่วมีตระกูลเหลียนคอยหนุนหลัง !”

“ไม่แปลกใจเลย.....”

จบบทที่ ตอนที่ 66 : เบื้องหลัง ! ตระกูลเหลียน ?

คัดลอกลิงก์แล้ว