- หน้าแรก
- ระบบทองคำ เริ่มต้นด้วยไซเฟอร์
- บทที่ 16 ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมถูกต้อง
บทที่ 16 ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมถูกต้อง
บทที่ 16 ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมถูกต้อง
บทที่ 16 ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมถูกต้อง
ในแง่หนึ่ง คำพูดของไซเฟอร์ดูจะได้ผลชะงัดยิ่งกว่าการหว่านล้อมแบบขอไปทีของเอลิเซียเมื่อครู่นี้เสียอีก ดวงตาของแคสซี่เบิกกว้างขึ้น "เรื่องนี้... เป็นไปได้จริงๆ หรือคะ?"
หากจะบอกว่านางไม่ต้องการล้างแค้น ย่อมเป็นการโกหกคำโต นั่นคือศัตรูที่พรากชีวิตพ่อแม่ของนางไป! จนถึงทุกวันนี้ แคสซี่ยังคงจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้อย่างแจ่มชัด!
หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ เอลิเซียก็รีบสำทับ "แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง พวกเราจะช่วยเจ้าล้างแค้นเอง! คนชั่วช้าเช่นนั้นสมควรตายที่สุด!"
แคสซี่ขมวดคิ้ว พยายามนึกย้อนถึงความทรงจำอันเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าจำได้ว่า ฆาตกรผู้นั้นมีรูปร่างกำยำล่ำสัน เป็นบุรุษเพศ และเขามีรอยแผลเป็นรูปตัวเอ็กซ์อยู่ที่ข้อมือซ้ายค่ะ..."
หลังจากกล่าวจบ แคสซี่ก็เงียบเสียงลง เห็นได้ชัดว่านางรับรู้ข้อมูลเพียงเท่านี้
เบาะแสเหล่านี้มีอยู่น้อยนิด และการจะตามหาเป้าหมายให้พบย่อมเป็นงานที่ยากเข็ญแสนสาหัส แต่ไซเฟอร์ก็ยังคงตอบตกลงอย่างเด็ดเดี่ยว "ข้าเข้าใจแล้ว พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อตามหาเขาให้พบ!"
นี่คือคำลวง เหตุผลที่เธอนิ่งนอนใจตอบตกลงไปเช่นนั้น ก็เพราะเธอไม่ได้คิดจะออกตามหาจริงๆ ตั้งแต่แรก
บุรุษรูปร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นที่ข้อมือ การจะตามหาคนด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้ มิใช่การงมเข็มในมหาสมุทรหรอกหรือ? พวกเธอคงไม่อาจเริ่มจากหมู่บ้านนี้แล้วไปไล่จับผู้ชายในหมู่บ้าน ตำบล หรือเมืองระแวกใกล้เคียงทั้งหมดมาตรวจดูข้อมือได้หรอก
ยิ่งไปกว่านั้น เหตุฆาตกรรมนี้ผ่านมานานถึงหนึ่งปีแล้ว เวลาเนิ่นนานขนาดนี้ ฆาตกรย่อมหลบหนีไปอยู่ที่ใดแล้วก็สุดแท้จะรู้ได้ หากพูดกันตามตรง เป้าหมายของเธอในตอนนี้มีเพียงการทำให้เด็กสาวที่ชื่อแคสซี่เลิกล้มความคิดที่จะฆ่าตัวตายเท่านั้น
เพื่อให้เจ้าตัวมีความหวังและใช้ชีวิตต่อไปได้
หลังจากไซเฟอร์กล่าวจบ เอลิเซียก็พยักหน้าหงึกหงักราวกับลูกไก่จิกข้าว "อืมๆ เชื่อใจพวกเราเถอะ พวกเราจะช่วยเจ้าล้างแค้นให้ได้แน่นอน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น แคสซี่ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และปล่อยโฮออกมา แต่มิใช่การสะอื้นไห้อย่างเงียบเชียบเหมือนคราแรก ทว่าเป็นการร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง เอลิเซียจึงขยับเข้าไปโอบกอดนางไว้พลางตบหลังเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
กว่าจะปลอบจนนางสงบและกลับเข้าห้องนอนได้ ก็ล่วงเลยไปอีกยี่สิบนาที ทว่าต่างจากท่าทางมั่นอกมั่นใจต่อหน้าแคสซี่เมื่อครู่ หลังจากนั่งลงบนเตียง อารมณ์ของเอลิเซียก็ดูจะหม่นหมองลงเล็กน้อย หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เธอจึงเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า "พี่สาวไซเฟอร์ ท่านคิดว่า... การหยุดนางไม่ให้ฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ หรือคะ?"
ไซเฟอร์แปลกใจเล็กน้อย "ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนั้นล่ะ?"
เอลิเซียกล่าวว่า "เพราะ... นางดูเจ็บปวดเหลือเกิน ทุกวันที่นางต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป มันคือการทรมานในอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับนางหรือเปล่า?"
ความจริงแล้ว สาเหตุหลักเป็นเพราะเอลิเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ของเธอมาก เมื่อลองเอาตัวเองไปเปรียบกับแคสซี่ หากเธอเป็นเพียงคนธรรมดาและต้องเห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์แบบกลับเหลือเพียงตัวคนเดียวในพริบตา เธอเองก็ไม่แน่ใจนักว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร
การฝืนช่วยชีวิตคนที่ตั้งใจจะตาย และบังคับให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ หรือ?
ไซเฟอร์นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "อันที่จริง เรื่องที่เจ้าช่วยนางไว้จะผิดหรือถูกนั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัวหรอก การตายอาจจะจบสิ้นความเจ็บปวดได้ทันที แต่ก็อย่างที่เจ้าว่าไว้ เมื่อตายไปแล้วก็ไม่เหลือสิ่งใดอีก การมีชีวิตอยู่ต่อไปอาจจะทุกข์ทรมานมาก แต่ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตนางอาจจะได้พบกับคนดีๆ หรือเรื่องราวดีๆ และชีวิตครึ่งหลังของนางอาจจะกลับมามีความสุขก็ได้"
"ดังนั้น จงเลือกทำตามที่หัวใจเจ้าต้องการเถอะ"
"อย่างนั้นหรือคะ..." เอลิเซียก้มหน้าลงพลางพึมพำแผ่วเบา
"เอาละ เจ้าไปนอนต่อเถอะ ข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย" ไซเฟอร์มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงอาทิตย์เริ่มส่องประกายเหนือยอดเขาแล้ว ซึ่งเป็นเวลาตื่นนอนปกติของเธอ
แม้ว่าหากเธอเอนกายลงนอนตอนนี้ก็น่าจะหลับต่อได้อีกสักชั่วโมง แต่หลังจากไตร่ตรองดูเธอก็ตัดสินใจไม่นอน และตั้งใจจะไปวิ่งออกกำลังกายยามเช้าตามปกติ
ไซเฟอร์ไปที่ห้องน้ำแล้ววักน้ำขึ้นล้างหน้า สัมผัสเย็นเยียบของน้ำที่ไหลผ่านแก้มและง่ามนิ้วทำให้ความง่วงเหงาหาวนอนอันตรธานหายไปสิ้น แค่การอดนอนเพียงคืนเดียว หากเป็นร่างกายในโลกก่อนเธอคงจะง่วงจนตาปิดไปแล้ว แต่ในตอนนี้เธอกลับรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลัง
โดยที่ไม่ได้สวมฮู้ดคลุมศีรษะ ไซเฟอร์ใช้หวีของเอลิเซียจัดแต่งทรงผมพลางผลักประตูเดินออกจากบ้านของแคสซี่ ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เธอเห็นใครคนหนึ่งกำลังก้มลงวางสิ่งของบางอย่างไว้ที่หน้าบ้าน
คนผู้นั้นดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าประตูจะเปิดออกมาอย่างกะทันหัน จึงยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
"ท่านคือ..." ไซเฟอร์ใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจำได้ว่าคนผู้นี้คือหนึ่งในผู้ติดตามสองคนที่มากับไพค์ผู้ว่าจ้างของพวกเธอ เขาคือคนที่ทำหน้าที่บังคับรถม้านั่นเอง "ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?"
ผู้ติดตามคนนั้นเมื่อรู้ว่าไซเฟอร์คือนักผจญภัยที่ถูกจ้างมาก็เอ่ยว่า "ท่าน... พักที่บ้านของแคสซี่เมื่อคืนนี้หรือ?"
หลังจากนิ่งไป เขาก็ถอนหายใจออกมา "เฮ้อ... จะว่าไปข้าก็เป็นญาติห่างๆ ของเด็กคนนี้ น่าเสียดายที่ครอบครัวของเราไม่ค่อยได้ติดต่อกัน และข้าก็มักจะยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาดูแลนางได้เต็มที่ ทำได้เพียงแวะเวียนมาส่งเงินให้นางบ้างเป็นครั้งคราว ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ข้าเดินทางผ่านมาพอดี จึงแวะมาด้วยตัวเอง"
'แคสซี่ยังมีญาติอยู่อีกหรือนี่?' ไซเฟอร์คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา
เธอไม่ได้ก้มลงไปหยิบ แต่ใช้หางม้วนกระเป๋าใบเล็กที่ผู้ติดตามเพิ่งวางไว้บนพื้นขึ้นมา หางของเธอแกว่งเบาๆ จนเกิดเสียงเหรียญกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง "วางไว้หน้าประตูเช่นนี้ ไม่กลัวคนอื่นมาหยิบไปหรือ? ต้องการให้ข้าช่วยนำไปวางไว้ข้างในให้ไหม?"
ผู้ติดตามกล่าวว่า "เงินไม่ได้มากมายอะไร เป็นเพียงเหรียญเงินสิงโตไม่กี่เหรียญ อีกอย่างคนในหมู่บ้านนี้ต่างก็เอ็นดูแคสซี่กันทั้งนั้น คงไม่มีใครขโมยของนางหรอก"
อย่างไรก็ตาม ไซเฟอร์ก็ยังคงเดินกลับเข้าไปข้างในและวางถุงเงินไว้บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น
หลังจากนั้น เธอและผู้ติดตามก็เดินกลับไปยังจุดที่รถม้าจอดอยู่ด้วยกัน ทว่าในระหว่างทางไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เพราะต่างคนต่างไม่คุ้นเคยกันจึงไม่มีเรื่องให้สนทนามากนัก
ไม่นานนัก ไซเฟอร์ก็พบดักลาสที่กำลังอยู่เวรยามกลางคืน เธอเล่าสถานการณ์ของแคสซี่ให้เขาฟังคร่าวๆ ก่อนจะถามว่า "มนตราศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคยใช้กับข้าก่อนหน้านี้ สามารถรักษาอาการของแคสซี่ได้หรือไม่?"
"อา เรื่องนี้..." ดักลาสเกาศีรษะ "ไซเฟอร์น้อย เจ้าช่างทำให้ข้าลำบากใจเสียจริง มนตราสงบจิตใจนั้นช่วยบรรเทาความหวาดกลัวได้ก็จริง แต่มันส่งผลเพียงสามสิบนาทีเท่านั้น โดยปกติมักใช้กับทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่สนามรบตอนที่กำลังจะบุกตะลุย เจ้าคงไม่คาดหวังให้ข้าอยู่กับเด็กที่ชื่อแคสซี่คนนั้น แล้วคอยร่ายมนตราให้ทุกครั้งที่นางจะนอนหรอกนะ?"
"อีกอย่าง มนตรานี้ข้าใช้ได้เพียงสี่ครั้งต่อวันเท่านั้นเอง..."
"อย่างนั้นหรือ..." ไซเฟอร์ถอนหายใจเบาๆ หากเป็นเช่นนั้นเธอก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว
หลังจากอำลาดักลาส ไไซเฟอร์ก็ทำความคุ้นเคยกับร่างกายและออกกำลังกายตามปกติ ในระหว่างที่เดินสำรวจไปรอบหมู่บ้าน เธอก็ล่ากระต่ายมาได้ตัวหนึ่งเพื่อนำมาทำเป็นอาหารเช้าเสริมในวันนี้
ทว่าเนื่องจากไม่มีเครื่องปรุงรสใดๆ รสชาติของเนื้อสัตว์ป่านี้จึงไม่อร่อยเท่าที่ควร
ราวแปดหรือเก้านาฬิกา เมื่อทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ขบวนรถม้าก็เริ่มออกเดินทางต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเป็นเพียงบทแทรกเล็กๆ ในการเดินทางเท่านั้น