เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ทำไมตามตัวเจ้าทึ่มถึงมีเลือดเยอะขนาดนี้?

บทที่ 40 ทำไมตามตัวเจ้าทึ่มถึงมีเลือดเยอะขนาดนี้?

บทที่ 40 ทำไมตามตัวเจ้าทึ่มถึงมีเลือดเยอะขนาดนี้?


ณ ที่พักยุวชนปัญญา บริเวณบ่อน้ำเก่า

"ไอ้หยา! แต่เช้าตรู่แบบนี้ เจอเรื่องอัปมงคลเข้าให้แล้ว!"

เสียงแผดด่าแหลมเล็กทำลายความเงียบสงบยามเช้าลงทันที

หยางหลินซงเพิ่งจะหยุดยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ พอหันกลับไปก็ปะทะเข้ากับจางกุ้ยหลานผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่พอดี

หญิงวัยกลางคนคนนี้ถืออ่างไม้ใบใหญ่ จ้องมองเขาเขม็งราวกับเห็นสิ่งสกปรกโสมมก็ไม่ปาน

ทว่าในเวลานี้ สภาพของหยางหลินซงก็น่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย

เสื้อนวมขาด ๆ ของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมันเครื่องสีดำสนิท ตามแขนเสื้อมีเศษหญ้าแห้งติดอยู่ ทั่วทั้งร่างอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่อง กลิ่นบุหรี่ และยังแฝงไปด้วยกลิ่นคาวสนิม

จางกุ้ยหลานในช่วงสองสามวันมานี้เกิดอาการอิจฉาตาร้อนอย่างหนัก ตั้งแต่แยกบ้านกันได้ไม่กี่วัน ชีวิตของหลานชายที่เคยโง่เง่ากลับดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งได้กินเนื้อ ทั้งได้ซื้อจักรยานใหม่ จนเธอเก็บเอาไปฝันด้วยความริษยาอยู่ทุกคืน

เธอกำลังกลุ้มใจว่าจะหาเรื่องเล่นงานเขาได้อย่างไร นึกไม่ถึงเลยว่าช่องโหว่จะเดินมาหาถึงที่แบบนี้

"ดีจริง ๆ! ไอ้คนไม่รักดี!"

จางกุ้ยหลานทุ่มอ่างไม้ลงบนพื้นจนผ้าที่ซักไว้กระจายเกลื่อน

เธอชี้หน้าด่าหยางหลินซง น้ำลายกระเด็นออกมาหลายฟุตด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

"หายหัวไปทั้งคืนไม่กลับบ้าน นี่แกไปมุดหัวทำชั่วอยู่ที่ไหนมา? หือ?"

เธอก้าวเข้าไปใกล้พลางย่นจมูกสูดดมกลิ่นสาบจากตัวหยางหลินซงอย่างแรง ใบหน้าเริ่มฉายแววตื่นเต้นยินดี

"กลิ่นประหลาดเต็มตัวไปหมด... หลานชาย แกบอกป้ามาตามตรงนะ ว่าไปทำเรื่องเลวระยำที่ไหนมาอีก? คราวนี้แหละฉันจับแกได้คาหนังคาเขาแล้ว!"

เสียงตะโกนนี้ปลุกคนในที่พักยุวชนปัญญาและชาวบ้านระแวกนั้นให้ตื่นขึ้นมาทันที

"ฉันว่าแกมาซุ่มดูอยู่แถวนี้ล่ะสิ? แต่เช้ามืดมาเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านยุวชนปัญญา แกคิดจะมาเกี้ยวพาราสีแม่นางจิ้งจอกเสิ่นอวี่ซีนั่นใช่ไหม? ไอ้คนหน้าไม่อาย!"

หยางหลินซงมองดูหญิงปากร้ายที่กำลังโวยวายอยู่ตรงหน้า ในใจของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมามากกว่า

เธอคิดว่าตัวเองจับจุดอ่อนสำคัญอะไรได้งั้นหรือ?

เรื่องหัวขโมยงั้นเหรอ?

ถ้าเธอรู้ว่าหลานชายที่เธอกำลังด่าว่าโง่เง่าคนนี้ เพิ่งจะกำจัดคนขายชาติไปหนึ่งคน และจัดการกับอาวุธร้ายแรงที่สามารถทำลายคนทั้งหมู่บ้านให้สิ้นซากไปเมื่อคืนนี้

เธอจะยังหัวเราะออกไหม? หรือจะตกใจจนปัสสาวะราดกางเกงนวมไปตรงนี้เลย?

"ป้าสะใภ้ใหญ่ ทำไมป้าตื่นเช้าจังครับ?"

หยางหลินซงสูดน้ำมูกหนึ่งครั้งแล้วฉีกยิ้มซื่อ แสร้งทำเป็นฟังคำด่าทอไม่รู้เรื่อง

"ผมไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีนะครับ ผมแค่... แหะ ๆ ไปเดินเล่นในป่ามา แล้วมีรถคันใหญ่..."

"เดินเล่นงั้นเหรอ? ฉันว่าแกไปหาที่ตายมากกว่า!"

จางกุ้ยหลานแค่นหัวเราะเยาะไม่หยุด น้ำเสียงแหลมสูงขึ้นเรื่อย ๆ หวังจะเรียกให้คนทั้งหมู่บ้านออกมาดูละครฉากใหญ่

"หลอกผีเถอะ! คนดีที่ไหนจะเข้าป่าตอนกลางคืนแล้วกลับออกมาด้วยสภาพเปื้อนน้ำมันเต็มตัวแบบนี้? ฉันว่าแกแอบไปขโมยน้ำมันรถแทรกเตอร์ของหลวงมาล่ะสิ! นี่มันคือการกัดกร่อนทรัพย์สินของส่วนรวม! แกมันพวกคนเลว! พวกอันธพาล!"

"มาดูเร็วทุกคน! มาดูเร็วเข้า! ตระกูลหยางมีหัวขโมยแล้ว! จับได้คาหนังคาเขาเลย!"

สิ้นเสียงโวยวายราวกับเรียกวิญญาณของเธอ ประตูที่พักยุวชนปัญญาก็เปิดออกดังเอี๊ยด

เสิ่นอวี่ซีที่สวมเสื้อคลุมทหารเดินออกมา เส้นผมของเธอดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย

ไกลออกไป ประตูรั้วของชาวบ้านอีกหลายหลังก็ถูกเปิดออก ชาวบ้านเริ่มชะโงกหน้าออกมาดูพลางสบถด่าด้วยความรำคาญ

"เอะอะอะไรกันแต่เช้ามืดเนี่ย คนจะหลับจะนอน"

"ไอ้หยา ไปดูสิ จางกุ้ยหลานเริ่มแสดงงิ้วอีกแล้วเหรอ?"

ไม่ถึงสองนาที รอบบ่อน้ำก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ชาวบ้านพากันเอามือซุกแขนเสื้อ พ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาวพลางวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา

"ทุกคนดูให้ชัด ๆ นะ!"

เมื่อเห็นคนเยอะขึ้น จางกุ้ยหลานก็ยิ่งได้ใจ เธอคว้าแขนเสื้อของหยางหลินซงไว้แน่นเพราะกลัวว่าปลาตัวใหญ่จะหลุดมือไป

"พวกคุณดมดูสิ ดมดูใกล้ ๆ! กลิ่นอะไร? นี่มันกลิ่นน้ำมันเครื่องชัด ๆ! แถมยังเป็นน้ำมันเครื่องที่ใช้จนดำสนิทแล้วด้วย! ในระแวกนี้ นอกจากรถแทรกเตอร์ของคอมมูนแล้ว จะไปมีของล้ำค่าแบบนี้ที่ไหนอีก?"

ถึงแม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่เคยได้แตะพวงมาลัยรถ แต่กลิ่นน้ำมันเครื่องนี้ช่างฉุนกึกเตะจมูก ซึ่งต่างจากกลิ่นน้ำมันถั่วเหลืองที่ใช้ทำอาหารอย่างสิ้นเชิง

ชายแก่สองสามคนเดินเข้ามาสูดดมใกล้ ๆ แล้วมองหน้ากันไปมา

"เป็นกลิ่นน้ำมันเครื่องจริง ๆ ฉุนมากเลย"

"แถมน้ำมันยังดำจนเป็นเงา ดูเหมือนจะถ่ายออกมาจากห้องเครื่องเลยนะ"

จางกุ้ยหลานได้ยินดังนั้นก็ตบขาตัวเองดังฉาด ยิ่งกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นไปอีก

"ฉันบอกแล้วไง! ไอ้เจ้าโง่นี่ต้องแอบย่องเข้าไปขโมยน้ำมันในคอมมูนตอนกลางดึกแน่นอน! ในยุคสมัยนี้ น้ำมันหนึ่งหยดก็เหมือนเลือดหนึ่งหยดนะ มันกำลังทำลายทรัพย์สินของส่วนรวม! ต้องจับมันไปประจาน! ต้องส่งเข้าคอกวัว!"

เธอพูดไปอย่างเมามัน หากทำให้หยางหลินซงกลายเป็นหัวขโมยได้จริง ทั้งจักรยานและเนื้อเต็มบ้านของเจ้าโง่นี่ ก็ต้องตกมาอยู่ในความ "ดูแล" ของครอบครัวลุงใหญ่ไม่ใช่หรือไง? ถึงตอนนั้นใครจะกล้ามาค้านอะไรได้?

ทันใดนั้น มีใครบางคนส่องไฟฉายไปที่ตัวหยางหลินซง

ฝูงชนที่กำลังซุบซิบกันพลันเงียบกริบลงทันที ตามมาด้วยเสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง

ภายใต้แสงไฟฉาย บนเสื้อนวมขาด ๆ ของหยางหลินซง นอกจากคราบน้ำมันเครื่องสีดำเป็นปื้นใหญ่แล้ว ตรงกลางยังมีรอยเปื้อนสีแดงคล้ำติดอยู่ด้วย

นั่นมันเลือดใช่ไหม?!

เลือดที่ติดอยู่ที่ข้อมือเสื้อ คือเลือดที่กระเด็นใส่ตอนที่เขาใช้มีดสปริงจ่อคออาคุนเมื่อคืนนี้เอง

"นี่... ทำไมตามตัวเจ้าทึ่มถึงมีเลือดเยอะขนาดนี้?"

ผู้หญิงคนหนึ่งในฝูงชนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ชาวบ้านพากันถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

คราวก่อนตอนเขาล่าหมาป่าจ่าฝูงยังไม่เห็นจะมีเลือดเปื้อนตัวขนาดนี้เลย แล้วเมื่อคืนนี้เจ้าโง่นี่ไปทำอะไรมากันแน่?

"แม่เจ้าโว้ย คงไม่ใช่ว่าไปฆ่าคนมาหรอกนะ?"

"อย่าพูดมั่วไป! บางทีเขาอาจจะไปล่าสัตว์ป่ามาอีกก็ได้ คราวนี้คงไปเจอตัวที่ดุร้ายกว่าเดิม"

มาถึงจุดนี้แล้ว หยางหลินซงยังคงยืนยิ้มบื้ออยู่อย่างนั้น

เขาสูดน้ำมูก สายตาเหม่อลอยมองไปรอบ ๆ พลางพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่รู้ความ

"รถ... รถคันใหญ่... คว่ำแล้ว... แหะ ๆ แดง... แดงไปหมดเลย..."

นั่นคือความจริงที่เกิดขึ้น

ทว่าในหูของชาวบ้าน นี่คือคำพูดเพ้อเจ้อของคนบ้าที่ฟังแล้วชวนให้ขนหัวลุกยิ่งนัก

ในจังหวะนั้นเอง เสียงตวาดอันทรงพลังก็ดังขึ้น

"หลีกไป!"

เสิ่นอวี่ซีแหวกฝูงชนพุ่งเข้ามาในวงล้อม

เธอเองก็ตื่นเต้นจนฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมา แต่เมื่อเห็นหยางหลินซงถูกรุมล้อมกดดัน เธอจึงกัดฟันยืนขวางหน้าเขาไว้ แล้วเผชิญหน้ากับจางกุ้ยหลานโดยตรง

"คุณป้าจางคะ มาอาละวาดหน้าที่พักยุวชนปัญญาแต่เช้ามืดแบบนี้ ไม่กลัวชาวบ้านเขาจะตราหน้าเอาหรือไง!"

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นอวี่ซีพูดจาแข็งกร้าวกับจางกุ้ยหลานเช่นนี้

จางกุ้ยหลานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

"อุ๊ยตาย ยุวชนเสิ่นเกิดอาการสงสารชู้รักขึ้นมาเหรอจ๊ะ? ฉันกำลังจับโจรนะ! แกจะมาขวางทำไม? หรือว่าแกร่วมมือกับมันด้วย?"

"โจรที่ไหน พูดอะไรต้องมีหลักฐาน!"

เสิ่นอวี่ซีจ้องหน้าเธอ ในสถานการณ์คับขัน สมองสั่งการให้เธอโพล่งคำโกหกออกมาทันที

"หยางหลินซงสภาพเป็นแบบนี้ เพราะเมื่อคืนเขามาช่วยพวกเราซ่อมหลังคาที่พักยังไงล่ะ!"

สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งลานกว้างเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

ซ่อมหลังคางั้นเหรอ?

หยางหลินซงมองแผ่นหลังอันบอบบางของเสิ่นอวี่ซีจากด้านหลังแล้วลอบถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง แม่สาวน้อยคนนี้ช่างมีน้ำใจเหลือเกิน เพียงแต่คำโกหกนี้มันดูจะฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย

"ซ่อมหลังคา?"

จางกุ้ยหลานหัวเราะจนตัวงอ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นบิดเบี้ยวไปหมด

"แม่เจ้าโว้ย! ทุกคนฟังนะ ผู้มีความรู้นี่มันต่างจากคนทั่วไปจริงๆ โกหกได้น้ำไหลไฟดับเชียวนะ!"

เธอเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมทันที พลางขยับเข้าไปใกล้เสิ่นอวี่ซี สายตาเหลือบมองอย่างเจ้าเล่ห์

"ยุวชนเสิ่น คุณเห็นพวกเราเป็นพวกหัวขี้เลื่อยหรือไง? หลังคาบ้านพักคุณน่ะมุงด้วยหญ้าแฝกกับกระเบื้องดินเผา แล้วมันจะมีน้ำมันเครื่องมาจากไหน? หรือหลังคาบ้านพักคุณมันทำจากรถแทรกเตอร์หรือไงจ๊ะ? ต้องเติมน้ำมันถึงจะทำงานได้?"

เสิ่นอวี่ซีใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดอะไรไม่ออก

เธอเองก็ลนลานจนลืมคิดไป ช่องโหว่นี้มันใหญ่เกินกว่าจะอุดได้จริง ๆ

"แล้วเลือดนี่ล่ะ!"

จางกุ้ยหลานชี้ไปที่ข้อมือเสื้อของหยางหลินซง แล้วกล่าวซ้ำด้วยความมุ่งร้าย "ซ่อมหลังคาบ้านภาษาอะไรถึงได้เลือดท่วมตัวขนาดนี้? เขาขึ้นไปฆ่าหมูบนหลังคาหรือไง?"

เธอกวาดสายตามองเสิ่นอวี่ซีตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วลดเสียงต่ำลง "ฉันว่านะ ไม่ใช่การซ่อมหลังคาหรอก แต่เป็นเพราะพวกแกสองคนแอบมุดผ้าห่มผืนเดียวกันตอนกลางคืน แล้วทำเรื่องสำส่อนจนเกิดเรื่องล่ะสิ? นี่คงเห็นเลือดกันแล้วสินะ?"

"คุณ! คุณพูดจาสกปรก!"

เสิ่นอวี่ซีโกรธจนร่างกายสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า ในยุคสมัยนี้ชื่อเสียงของยุวชนหญิงสำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก การถูกสาดโคลนเช่นนี้เท่ากับการบีบให้เธอไปตายชัด ๆ

"ฉันพูดสกปรกเหรอ?"

จางกุ้ยหลานได้ใจจึงรุกหนักขึ้น เธอผลักเสิ่นอวี่ซีออกไปให้พ้นทาง แล้วยื่นมือหมายจะกระชากเสื้อผ้าของหยางหลินซง

"ถอยไป! ตามตัวเจ้าโง่นี่ต้องซ่อนของโจรไว้แน่! นั่นมันเงินของส่วนรวมที่ขโมยมา ฉันจะค้นตัวมันเดี๋ยวนี้! ฉันจะทำเพื่อความถูกต้อง!"

มือของเธอมุ่งตรงไปที่อกเสื้อของหยางหลินซง ตรงตำแหน่งที่พองออกมาผิดปกติ

ซึ่งเป็นที่เก็บไฟแช็กเงินแท้อันนั้น

แววตาของหยางหลินซงเย็นยะเยียบลงทันที

ยายแก่คนนี้กำลังรนหาที่ตาย

กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาเกร็งแน่น เตรียมหาจังหวะทำให้มือสกปรกที่ยื่นเข้ามานี้ต้องหักละเอียดอย่างเป็นอุบัติเหตุ

ในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามอันกึกก้องก็ระเบิดขึ้นจากทางด้านหลังฝูงชน

"หยุดมือเดี๋ยวนี้!!!"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 40 ทำไมตามตัวเจ้าทึ่มถึงมีเลือดเยอะขนาดนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว