เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 : สกิลของฉันกลายพันธุ์ !

ตอนที่ 4 : สกิลของฉันกลายพันธุ์ !

ตอนที่ 4 : สกิลของฉันกลายพันธุ์ !


ตอนที่ 4 : สกิลของฉันกลายพันธุ์ !

ไม่นานหลินลั่วก็วิ่งกลับมาถึงบ้าน คนส่งพัสดุนั้นมารออยู่หน้าประตูอยู่แล้ว

“คุณลูกค้า นี่คือหนังสือสกิลที่คุณสั่ง...” สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา

ชัดแล้วว่าเขาไม่ใช่ผู้ปลุกพลัง  เขาได้แต่ทำงานเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

“ขอบคุณ !” หลินลั่วรับห่อพัสดุและรีบวิ่งกลับไปที่ห้องตัวเอง นี่คือบ้านที่มี 3 ห้องนอน 2 ห้องนั่งเล่น มันไม่ได้ใหญ่นัก ดูอบอุ่นดี เขาเปิดห่อพัสดุออกเผยให้เห็นของที่คล้ายกับม้วนคัมภีร์ 2 อัน

หนังสือสกิล

นี่คือหนังสือสกิลที่ผู้ปลุกพลังได้มาหลังจากที่ฆ่าสัตว์ประหลาดในดันเจี้ยน, เขตแดนลับรึในป่า

มันมีค่าจนประเมินราคาไม่ได้

ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่สกิลทั้งสองอันที่หลินลั่วเลือกนั้นเป็นสกิลขั้นต้นและเป็นสกิลสำหรับอาชีพที่แทบไม่มีค่าอย่างนักบวช เขาคงไม่อาจจะซื้อมันได้ !

หลินลั่วไม่ลังเลที่จะเปิดคัมภีร์ทั้งสองออกเพื่อเรียนรู้มัน

มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาในหัวเขา

นี่คือจิตของโลก

ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในโลกเมื่อ 300 ปีก่อน

หลังจากที่ก้าวมาเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว เราจะรับรู้ได้ถึงจิตของโลก

ผู้ปลุกพลังทุกคนจะได้ข้อมูลและความช่วยเหลือจากจิตโลก

[ คุณเรียนรู้สกิล - ฟื้นฟูเลือด....ซ่า....ระบบขัดข้อง... ]

[ ปรับแต่งสกิล... ]

[ ปรับแต่สำเร็จ ! ]

[ คุณได้เรียนรู้สกิล - ไข้โลหิต ! ]

[ คุณได้เรียนรู้สกิล – สงบจิต....ซ่า...ซ่า....ระบบขัดข้อง.... ]

[ ปรับแต่งสกิล.... ]

[ ปรับจูนสำเร็จ ! ]

[ คุณได้เรียนรู้สกิล : เพิ่มความเจ็บปวด ! ]

“นี่มันบ้าอะไรวะ ?” หลินลั่วอึ้ง

[ไข้โลหิต] !

[เพิ่มความเจ็บปวด] !

มันไม่ได้หายไปไหน นี่แหละคือรางวัลที่ได้จากการข้ามโลก !

สกิลนักบวช ไม่ว่าจะเป็นในผังสกิลรึสกิลที่เรียนรู้ผ่านหนังสือสกิล ทั้งหมดจะกลายพันธุ์!

มัน....เกินความคาดหมาย ?

เขาตรวจสอบสกิลทั้งสองที่เพิ่งเรียนรู้มา

[ ไข้โลหิต Lv.1 – สกิลกลายพันธุ์ที่จะเพิ่มอุณหภูมิของเลือดในตัวเป้าหมาย 2-5 องศา ทำให้บาดเจ็บภายในและทำให้เกิดผลด้านลบอย่างหมดสติ, เชื่องช้า, คลื่นไส้และอื่นๆ ]

“อะไรวะเนี้ย ?” หลินลั่วอึ้ง

[ไข้โลหิต] ?

เขารู้ว่าอุณหภูมิร่างกายของคนปกติอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส

มันเพราะเลือดนั้นอยู่ใกล้กับเซลล์เนื้อเยื่อ เซลล์เนื้อเยื่อจะออกซิไดซ์สารอาหารผ่านการออกซิเดชัน(การหายใจของเซลล์)เพื่อสร้างความร้อนขึ้นมา ดังนั้นเลือดของคนที่มีไข้จึงมีอุณหภูมิที่สูงกว่าตอนปกติ

ถ้าเพิ่มอุณหภูมิของเลือดได้ 2-5 องศา ไม่ใช่ว่าจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงถึง 40-44 องศาในทันทีรึไง ?

ไข้สูง 40 องศา รึ 44 องศา ?

คนธรรมดาจะทนได้ไหวรึไง ?

แค่เดินรึนั่งเฉยๆก็ยังยากแล้ว นี่ไม่ต้องนับการเคลื่อนไหวอื่นเลย

ดีบัฟ(สถานะที่ส่งผลเสีย) ?

ต้องรู้ก่อนว่า [ไข้โลหิต] นั้นอยู่แค่เลเวล 1

ถ้าเขามีคะแนนสกิลมากพอ ไม่ใช่ว่าเขาจะเพิ่มเลเวลสกิลจนเต็มได้ไม่ใช่รึไง ?

ตอนนั้นเขาจะเพิ่มอุณหภูมิของเลือดได้สูงแค่ไหน ?

50 รึ 60 ?

รึว่า....100 ?

ถ้าเลือดในตัวเป้าหมายเพิ่มไปถึง 100 ได้จริง งั้นมันก็เท่ากับฆ่าเป้าหมายในทันที !

หลินลั่วสูดหายใจเข้าลึกๆและตรวจสอบสกิลที่สอง

[ เพิ่มความเจ็บปวด Lv.1 – สกิลกลายพันธุ์ที่สามารถเพิ่มความเจ็บปวดที่เป้าหมายได้รับเป็นสองเท่า ]

“นี่มัน...”

“นี่เหมือนเอาเกลือโรยแผลชัดๆ..” หลินลั่วส่ายหน้า

ลองคิดดู ตอนที่สู้กับศัตรูอยู่ เขาก็ใช้สกิล [ระเบิดผิวหนัง] ก่อนที่จะมองข้ามการป้องกันของศัตรู จากนั้นก็ใช้ [เพิ่มความเจ็บปวด]

ไม่ว่าศัตรูจะมีจิตใจที่เข้มแข็งแค่ไหน ทว่าก็ต้องทนไม่ไหวอยู่ดี

ยิ่งกว่านั้นเขาก็ยังมีสกิล [ไข้โลหิต] อีก !

“ฉันเป็นนักบวช ทำไมสกิลของฉันถึงได้กลายเป็นสกิลดีบัฟ(ส่งผลเสียต่อเป้าหมาย)ได้ ?”

“รึว่าฉันกลายเป็นนักบวชทมิฬ ?”

แต่มันไม่น่าจะใช่ มันมีบันทึกไว้ในสารานุกรม สกิลของนักบวชทมิฬไม่ได้เป็นแบบนี้

หลินลั่วแปลกใจ ทว่าเขาก็เริ่มคิดถึงผังสกิล

สกิลที่ยังไม่เปิดให้ใช้งานนั้นจะทำให้เขาแปลกใจได้มากแค่ไหน ?

ติ๊ด ติ๊ด....

เสียงมือถือดังขึ้น หลินลั่วยกมือถือขึ้นมาดูและพบว่าครูหลี่หยูเพิ่มเขาเข้าในกลุ่มสนทนา

“กลุ่มผู้ปลุกพลังชั้น 3 ห้อง 3 โรงเรียนที่ 12 เมืองปิ้นไห่”

หลินลั่วดูรายละเอียดในกลุ่มและพบว่านอกจากครูหลี่หยูแล้ว มันก็ยังมีคนอื่นอีก 7 คน

เมื่อนับรวมเขาแล้วมี 7 คนในห้องที่ปลุกพลังสายต่อสู้ขึ้นมาได้

เหลียนอี้หนิงและถังเฉิงก็อยู่ในกลุ่มสนทนานี้ด้วย

ถ้าเขาจำไม่ผิด อีก 5 คนที่เหลือปลุกพลังได้สายอาชีพพื้นฐาน

เดาว่าพวกนั้นน่าจะอยู่อีกกลุ่ม

มันมีคนกว่า 50 คนในห้อง แต่มีแค่ 12 คนที่ปลุกพลังขึ้นมาได้ มันมีสายอาชีพต่อสู้ 7 คน

มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาชีพนั้นสำคัญที่สุดสำหรับโลกนี้ !

หลี่หยูได้ส่งข้อความเข้ามา “นักเรียนทุกคน จำไว้ว่าพวกเธอมีเวลาพัก 10 วัน หลังจากครบ 10 วัน พวกเธอต้องไปที่หอคอยทดสอบเพื่อรับการสอบเข้ามหาลัย ฉันหวังว่าพวกเธอจะได้เข้ามหาลัยที่ใฝ่ฝัน !”

“ใน 10 วันนี้ โรงเรียนจะส่งผู้ปลุกพลังสายต่อสู้ทั้งหมดให้ออกไปฝึก ครูหวังว่าทุกคนจะเข้าร่วมและเพิ่มเลเวลตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อนจะเข้าร่วมการสอบเข้ามหาลัยในอีก 10 วันจากนี้ !”

“นอกจากนี้ โรงเรียนก็ได้เตรียมวัสดุต่างๆให้ตามแต่ละอาชีพของแต่ละคน ถ้ามีปัญหาอะไรก็สอบถามกับทางโรงเรียนได้....”

“ใครที่อยากเคลื่อนที่อย่างอิสระรึมีแผนอยู่แล้ว โรงเรียนจะจัดหาสถานที่ให้ มันอยู่ไม่ห่างจากเมืองปิ้นไห่นัก มันเหมาะที่ผู้ปลุกพลังฝึกหัดจะไปหาประสบการณ์”

“ที่ราบโครงกระดูก, ป่าเมิร์ก, ถ้ำก็อบลิน, หุบเขาซีดเซียว....”

หลินลั่วอ่านข้อความและรีบปิดแชทกลุ่ม

สกิลของเขากลายพันธุ์ คนอื่นๆคงมองความต่างไม่ออกในเวลาสั้นๆ

“10 วัน....เพียงพอที่จะปรับตัวให้คุ้นกับสกิลทั้งสามอย่าง...”

เขาเปิดคอมล็อคอินเข้าไปในเว็บไซต์ของเมืองและโรงเรียนก่อนจะเริ่มทำการเลือก

“สกิลของฉันเป็นดีบัฟหมด ฉันต้องไปลองกับพวกมอนเตอร์ที่อ่อนๆก่อน...”

“จากจุดนี้ มีแผนที่สำหรับพวกฝึกหัดให้เลือกไม่เยอะ....”

จบบทที่ ตอนที่ 4 : สกิลของฉันกลายพันธุ์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว