เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : สกิลมันแปลก ?

ตอนที่ 3 : สกิลมันแปลก ?

ตอนที่ 3 : สกิลมันแปลก ?


ตอนที่ 3 : สกิลมันแปลก ?

ระเบิดผิวหนัง ?

หลินลั่วสับสน

หลังจากที่เรียนมาหลายปี เขาเข้าใจเรื่องอาชีพพื้นฐานในโลกนี้อย่างลึกซึ้ง

ตาม ‘สารานุกรมอาชีพ’ นักบวชน่ะเป็นอาชีพทั่วไป ระดับประเมินของอาชีพนี่อยู่ที่ระดับ D

ถ้ามีโอกาสในอนาคต งั้นก็หาจดหมายย้ายงานรึใช้วิธีอื่น เราจะสามารถปลุกพลังรอบที่สอง ตอนที่เลเวล 30

นักบวชศักดิ์สิทธิ์กับนักบวชแสงนั้นโฟกัสไปที่การรักษา นักบวชวาจาโฟกัสไปกับการปกป้องและควบคุม แม้แต่นักบวชทมิฬและนักบวชเงาก็เก่งในด้านการทำให้ศัตรูอ่อนแอลง นี่คืออาชีพต่อที่สามารถพัฒนาได้

ทว่าหนึ่งในอาชีพรากฐาน สกิลพื้นฐานนั้นต้องเป็นสกิลรักษา, ลดพลัง, แสงและความสามารถด้านอื่นๆ

ทว่าสกิลระเบิดผิวหนังนี่มันบ้าอะไร ?

ค่าสเตตัสของเขาก็เหมือนจะเอื้อให้กับสกิลนี้

[ ระเบิดผิวหนัง(LV 1) – สกิลกลายพันธุ์ที่สามารถทำให้ผิวหนังของเป้าหมายระเบิดได้ในทันที ไม่สนใจพลังป้องกัน มีโอกาส 50% -100%  ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและเลือดไหล ]

“สกิลกลายพันธุ์ ?”

“นี่มันบ้าอะไร ?” หลินลั่วสับสน

ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่ครูสอนมารึจากข้อมูลที่เขาได้อ่านในอินเตอร์เน็ต มันก็ไม่เคยมีเรื่องอย่างการกลายพันธุ์ของสกิลเลย

ยิ่งกว่านั้นดูจากคำอธิบายสกิลแล้ว มันก็ดูคล้ายกับสกิลฟื้นฟูอยู่

แต่....ผลมันตรงกันข้ามต่างหาก

อันแรกคือการเร่งความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผล ส่วนอันหลังนั้นเหมือนกับเอาเกลือราดลงบนแผล

เขาเปิดรายชื่อสกิล

สกิลแรกของเขาคือระเบิดผิวหนัง

ด้านบนเหมือนมีกิ่งไม้แตกออกไป มันคือผังทักษะ

สกิลสองอันด้านบน [ระเบิดผิวหนัง] เป็นสีดำเทายังไม่อาจจะเข้าไปดูรายละเอียดได้

“เลเวลยังไม่พอ ฉันยังไม่มีคะแนนสกิลให้เรียนรู้สกิลพวกนี้ ไม่รู้ว่าสกิลที่แตกออกมาจากสกิล [ระเบิดผิวหนัง] จะเป็นยังไง....”

“รึว่า...”

หลินลั่วสูดหายใจเข้าลึกๆ

“รึว่ามันเพราะรางวัลจากการเดินทางข้ามโลกมา ? !”

ในฐานะคนที่เดินทางมาจากต่างโลก แน่นอน เขารู้ว่ารางวัลที่ว่านี้หมายถึงอะไร

เมื่อสามปีก่อน ตอนที่เขาเดินทางข้ามโลกมา เขาตามหารางวัลที่ว่า เขายังสับสนอยู่ว่ารางวัลที่ว่านี้จะเป็นอะไร

โชคร้ายที่เขาไม่เจออะไรเลยและต้องเศร้าอยู่สักพักใหญ่

ไม่คิดเลยว่าผ่านมา 3 ปี ระหว่างพิธีปลุกพลัง รางวัลที่เขาตามหามานานกลับปรากฎขึ้นที่นี่ !

เขาเริ่มหายใจถี่

“ไม่ต้องกังวล สกิลพื้นฐานน่ะเรียนรู้ได้ก่อนจะเปลี่ยนอาชีพขั้น 2 ตอนเลเวล 30 ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสกิลอะไรก็สามารถเรียนรู้ได้ แต่มันจะหายากและราคาก็ยังสูงอีกต่างหาก”

“ตอนกลับบ้าน ฉันจะลองซื้อสกิลนักบวช 2 สกิลมาลองดู...”

เขากดความตื่นเต้นในใจเอาไว้และล้วงเอามือถือออกมากด

เขากดเข้าไปในเว็บไซต์ของเมืองปิ้นไห่และเริ่มทำการค้นหา

ในโลกนี้ แต่ละอาชีพหลังจากที่ปลุกพลังขึ้นมาจะมีผังสกิลของตัวเอง

ตราบใดที่มีเลเวลมากพอและมีคะแนนสกิลมากพอ งั้นเขาก็สามารถเรียนรู้สกิลตามผังสกิลได้

สกิลพวกนี้เกี่ยวข้องกันและช่วยส่งเสริมกัน

นอกจากนี้แต่ละอาชีพก็สามารถเรียนรู้สกิลผ่านช่องทางอื่นได้

อย่างเช่นหนังสือสกิล !

“พี่ลั่ว นายทำอะไรของนาย ?” ถังเฉิงเดินเข้ามาหา

“ซื้อหนังสือสกิล !”

“โอ้” ถังเฉิงเบะปากและพูดขึ้นมา “ฉันเกือบลืมไปเลยว่านายมันลูกคนรวย ป้ายังไม่กลับมาอีกเหรอ ?”

“อื้ม....” หลินลั่วตอบกลับแบบส่งๆ “ฉันคุยกับแม่เมื่อ 3 เดือนก่อน ตอนนี้แม่น่าจะอยู่อีกฝั่งของทะเลดวงดาว แม่บอกว่าหลังจากที่ล่องเรือครั้งนี้เสร็จ แม่จะได้พัก 1 เดือน”

“ทะเลดวงดาว....ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นมีรอยแยกมิติอยู่เยอะ แต่มันก็ยังมีสมบัติอยู่เยอะด้วย...” ถังเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ “ถ้าฉันมีโอกาส ฉันเองก็จะไปที่ทะเลดวงดาวเพื่อสำรวจที่นั่น !”

“ที่นั่นเป็นที่ที่แม้แต่อาชีพขั้นทองยังไม่กล้าเข้าไป นายควรรักษาชีวิตตัวเองไว้ดีกว่า”

“ชิ บางทีฉันอาจจะก้าวเป็นผู้ปลุกพลังขั้นทองก็ได้ !”

“งั้นฉันจะรอฟังข่าวดีจากนายละกัน ฮาฮา...”

ในโลกนี้ นอกจากระดับอาชีพแล้ว มันก็ยังมีการแบ่งขั้นอีกต่างหาก

ผู้ปลุกพลังฝึกหัดคือเลเวล 1-10

หลังจากที่เลเวล 30 แล้ว มันจะมีการปลุกพลังรอบสอง ตอนนั้นจะกลายเป็นผู้ปลุกพลังขั้นเหล็ก

ระดับ 3 คือผู้ปลุกพลังขั้นทองแดง

ระดับ 4 คือผู้ปลุกพลังขั้นเงิน

ระดับ 5 คือผู้ปลุกพลังขั้นทอง

ต่อไปคือผู้ปลุกพลังระดับชั้นยอด, ผู้ปลุกพลังชั้นตำนานและผู้ปลุกพลังชั้นเทพ !

หลังจากที่หาข้อมูลได้สักพัก สุดท้ายหลินลั่วก็พบกับเป้าหมายที่ต้องการ

มันคือสกิลพื้นฐานทีนักบวชสามารถเรียนรู้ได้ก่อนเลเวล 30 !

[ สกิล - ฟื้นฟูเลือด

คำเตือน – มีแค่นักบวชกับอาชีพเสริมสายรักษาเท่านั้นที่เรียนรู้ได้

ข้อกำหนด - เลเวล 6

ผล – ฟื้นฟูเลือดจำนวนหนึ่งของป้าหมายในเวลาอันสั้น ยิ่งค่าสติปัญญาสูงเท่าไหร่ ปริมาณเลือดที่ฟื้นฟูได้ก็สูงเท่านั้น]

[สกิล - สงบสติ

คำเตือน – มีแค่นักบวชกับพ่อมดเท่านั้นที่เรียนรู้ได้

ข้อกำหนด - สติปัญญา 6 หน่วย, ร่างกาย 4 หน่วย

ผล - ใช้กับเป้าหมาย เพิ่มความต้านทานต่ออาการผิดปกติ, ต้านทานภาพลวงตาและลดความเจ็บปวดของเป้าหมาย]

สกิลทั้งสองอย่างนี้คือสกิลฟื้นฟูและสกิลเสริม ราคาจึงไม่ได้สูงนัก

[ฟื้นฟูเลือด] ราคา 100,000 หยวน [สงบจิต] ราคาแค่ 60,000 หยวน

แม่ของหลินลั่วเป็นนักเดินเรือบนเรือสำราญและหาเงินได้มาก ดังนั้นเงินที่แม่เขาให้ใช้ก็จึงมากไปด้วย

หลังจากที่เลิกเรียน หลินลั่วก็รีบวิ่งออกมาจากโรงเรียนมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านทันที

ไม่ว่าถังเฉิงที่อยู่ด้านหลังจะตะโกนเรียกดังแค่ไหนแต่หลินลั่วก็ไม่ได้หันกลับมามองเลยสักนิด

“บ้าเอ้ย ! เขาจะรีบไปไหนของเขา ?”

“ใช่สิ....หนังสือสกิล !”

ถังเฉิงตะโกนและรีบวิ่งออกไปทันที

เมื่อเห็นว่าหลินลั่วไม่ได้หันกลับมามอง เหลียนอี้หนิงในชุดขาวดูใสซื่อบริสุทธิ์ก็ได้มองไปที่แผ่นหลังของหลินลั่ว สายตาของเธอเหมือนแอบซ่อนอะไรบางอย่าง

เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆยิ้มและพูดขึ้นมา “อี้หนิง เธอยังคิดอะไรกับเดือนโรงเรียนเราอยู่อีกเหรอ ตอนนี้เธอปลุกพลังได้อาชีพระดับ A มา เขาอยู่แค่ระดับ D ช่องว่างระหว่างเธอกับเขาน่ะมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ”

เหลียนอี้หนิงส่ายหน้าและพูดขึ้น “เธอพูดอะไรของเธอ ? ฉันไม่ได้มองเขาสักหน่อย”

“จริงเหรอ ? ฉันเห็นตาใครมองเขาไม่กระพริบตาก็ไม่รู้”

“พูดไร้สาระอะไรของเธอ ? เชื่อมั้ยว่าฉันข่วนเธอตายได้เลยนะ !”

“คิคิคิ ....หยุดได้แล้ว ! หยุด !” เพื่อนสนิทจับมือเหลียนอี้หนิงเอาไว้และพูดขึ้น “อี้หนิง เธอต้องคิดดูดีๆ เธอกำลังจะเรียนจบ ถ้าเธอไม่สารภาพความรู้สึกของตัวเองออกมา ถ้าเรียนจบไปแล้ว ยิ่งเธอเข้าไปมหาลัยใหญ่ก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก”

“ฉัน...”

“อี้หนิง ! อี้หนิง !” อยู่ๆก็มีชายตัวสูงวิ่งเข้ามาหาเหลียนอี้หนิง

“นั่นหยางห้าวหรันจากห้อง 1 !”

“ฉันได้ยินมาว่าเขาปลุกพลังระดับ A นักดาบเวทย์ เขาบ่มเพาะทั้งด้านการต่อสู้และเวทย์ ”

“เขาไล่จีบเหลียนอี้หนิง เขาเป็นคนมีพรสวรรค์และหน้าตาดี ทั้งสองคนอยู่ระดับ A ทั้งคู่ ดูเหมาะสมกันดี...”

หยางห้าวหรันเดินเข้ามาหาเหลียนอี้หนิงและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “อี้หนิง เธอจะเลือกมหาลัยไหน ? บอกฉันหน่อยได้รึเปล่า ?”

ตาเขาเป็นประกายราวกับอยากจะกลืนกินเหลียนอี้หนิงลงไป

เหลียนอี้หนิงคิ้วขมวดและพูดขึ้น “หยางห้าวหราน ฉันชื่อเหลียนอี้หนิง ต่อไปเรียกชื่อฉันเต็มๆด้วย”

“อีกอย่างฉันจะเลือกมหาลัยไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาย !”

หลังจากที่พูดจบ เธอก็ไม่สนว่าหยางห้านหรานจะมีสีหน้าบิดเบี้ยวแค่ไหน เธอหันกลับและเดินหนีออกไป

สีหน้าของหยางห้าวหรานบิดเบี้ยว คนรอบตัวเริ่มนินทาและหัวเราะเยาะเขา

รอยยิ้มที่สดใสตอนแรกกลายเป็นความแค้นเคือง

“ทำไมเธอต้องทำตัวสูงส่งด้วย ?”

“ฉันเคยได้ยินมาว่าเธอเคยเขียนจดหมายสารภาพรักให้กับหลินลั่ว แต่คิดไม่ถึงจริงๆว่าเธอจะกล้าปฏิเสธฉัน!”

“อีกไม่นานก็จะถึงการทดสอบเข้ามหาลัย ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะอยู่ในเมืองนี้ไปได้ตลอด อีกไม่นานเธอจะต้องออกไปเพื่อฝึก”

“ถึงตอนนั้น หึหึหึ....”

จบบทที่ ตอนที่ 3 : สกิลมันแปลก ?

คัดลอกลิงก์แล้ว