เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง ?

ตอนที่ 2 : ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง ?

ตอนที่ 2 : ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง ?


ตอนที่ 2 : ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง ?

เสียงฮือฮาดังขึ้นมาอีกรอบ

ภายในห้องเรียน เด็กผู้ชายแทบทุกคนพากันมองไปที่เหลียนอี้หนิงโดยไม่กระพริบตา

ในฐานะดาวโรงเรียนประจำโรงเรียนที่ 12 เหลียนอี้หนิงนั้นไม่รู้เลยว่ามีคนคลั่งใคล้เธอมากแค่ไหน

ทว่าเธอไม่เคยมีเรื่องราวฉันท์ชู้สาวกับใครเลย เธอหน้าตาดีและยังบุคลิกดีอีก แม้แต่ผู้หญิงก็ยังชอบเธอ

ที่โพเดียม แม้แต่หลี่หยูก็ยังมองเหลียนอี้หนิงด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

“อี้หนิง เอามือวางไว้บนคริสตัลปลุกพลังและกลั้นหายใจเอาไว้...”

“ได้ค่ะครูหลี่” เหลียนอี้หนิงตอบตกลงและวางมืออันเรียวยาวของเธอไว้บนคริสตัลปลุกพลัง

10 วินาทีต่อมา คริสตัลปลุกพลังก็ส่องแสงสีขาวราวกับหิมะออกมา แสงนี้สว่างจ้า

“สำเร็จ !”

“เหลียนอี้หนิงปลุกพลังได้สำเร็จ !”

“ฮาฮา ฉันว่าแล้ว เทพธิดาของฉันจะล้มเหลวได้ยังไง ?”

“ไม่รู้ว่าเธอปลุกพลังได้สายอาชีพไหน...”

มีสัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะปรากฏขึ้นที่หน้าผากเหลียนอี้หนิง

หลี่หยูสูดหายใจเข้าลึกๆและพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “เหลียนอี้หนิงปลุกพลังสำเร็จ !”

“เจ้าหญิงหิมะ ! ระดับ A !”

“ฟรืด....กลับเป็นเจ้าหญิงหิมะนี่เอง !”

“มันมีบันทึกในสารานุกรม ! มันอยู่อันดับ 36 ในหมู่ 100 อันดับแรกของสายอาชีพระดับ A !”

“เจ้าหญิงหิมะคนล่าสุดที่ปรากฏตัวก็ตั้งแต่เมื่อ 256 ปีที่แล้ว !”

“น่าตกใจจริงๆ ! ฉันได้ยินมาว่านอกจากทักษะลมกับหิมะแล้ว เจ้าหญิงหิมะยังเชี่ยวชาญทักษะวิญญาณอีกต่างหาก น่าทึ่งจริงๆ...”

“สมกับเป็นเทพธิดาของเรา...”

หลี่หยูยิ้มออกมาอย่างพอใจ “อี้หนิง เธอปลุกพลังระดับ A ขึ้นมาได้ ยอดเยี่ยมจริงๆ !”

“ด้วยอาชีพนี้ เธอเลือกมหาลัยชั้นนำ 10 แห่งของประเทศเราได้ตามต้องการ”

“บางทีโรงเรียนทหารอาจจะมาแย่งตัวเธอด้วยซ้ำ”

ตลอด 300 ปีที่ผ่านมา รัฐของพวกเขาได้ก่อตั้งมหาลัยอาชีพขึ้นมากว่า 100 แห่งเพื่อที่จะฝึกฝนผู้ปลุกพลัง

มหาลัยที่โด่งดังที่สุดคือมหาลัย 10 อันดับแรกที่สร้างผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งได้หลายพันคนต่อปี

นอกจากมหาลัยชั้นนำทั้ง 10 แห่งแล้ว โรงเรียนทหารก็ยังมีโรงเรียนทหารชั้นนำ 3 แห่ง !

ผู้ปลุกพลังที่จบจากโรงเรียนทหารนั้น แม้แต่ผู้ปลุกพลังระดับ D ที่ต่ำที่สุดก็ยังมีความสามารถที่แข็งแกร่ง

ใช่!

ตอนที่โรงเรียนทหารทั้งสามแห่งรับคน สายอาชีพนั้นมีไว้เพียงอ้างอิงเท่านั้น

สิ่งที่พวกเขาให้ค่าคือความสามารถที่จะยกระดับสายอาชีพตัวเองต่างหาก

“ขอบคุณค่ะครูหลี่ !” เหลียนอี้หนิงยิ้มหวานออกมาก่อนจะเดินลงจากเวที

เธอเดินไม่เร็วนักแต่ก็มองออกว่าเธอน่ะดีใจแค่ไหน

“เอาล่ะ....คนต่อไป !”

“หยางห้าว !”

“ปลุกพลังล้มเหลว...”

“จางหยงอัน...ปลุกพลังสำเร็จ สายอาชีพช่างตีเหล็ก ? สายอาชีพพื้นฐาน ระดับ D !”

“....”

“ต่อไป...หลินลั่ว !”

หลินลั่วลุกขึ้นยืนและสูดหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดก็ถึงตาเขาแล้ว

ถังเฉิงที่นั่งอยู่ข้างๆชูหมัดให้กับหลินลั่วและพูดขึ้น “เอาหน่อย !”

หลินลั่วพยักหน้าและเดินไปที่โพเดียม

หลี่หยูได้พูดซ้ำออกมา “ไม่ต้องกังวล...”

หลินลั่ววางมือลงบนคริสตัลปลุกพลัง ไม่นานเขาก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ไหลออกมาผ่านคริสตัลปลุกพลังเข้าสู่ร่างกายเขา

“นี่มัน...” ที่โพเดียม คริสตัลปลุกพลังได้ส่องแสงสีขาวนวลออกมาอีกครั้ง

“ปลุกพลังสำเร็จ !”

“หลินลั่วทำสำเร็จ !”

“ฮาฮา พี่ลั่ว ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องทำได้...”

เมื่อได้ยินเสียงที่ทุกคนฮือฮาเข้าหู หลินลั่วก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา

มีสัญลักษณ์สีขาวนวลปรากฏขึ้นที่หน้าผากก่อนจะหายไป

หลี่หยูพูดขึ้นมาด้วยท่าทีพอใจ “หลินลั่ว ยินดีด้วยที่ปลุกพลังขึ้นมาได้สำเร็จ !”

“อาชีพนักบวช ! ระดับ....D !”

เหี้ยอะไรวะ ?

นักบวช ?

ไม่ใช่พยาบาลรึไง ?

ลูกผู้ชายทั้งแท่งแต่กลับต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเนี้ยนะ ?

“ถึงจะอยู่แค่ระดับ D แต่นักบวชก็เป็นที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าสัตว์ประหลาดรึการอัพเกรดของ, การเคลียร์ดันเจี้ยนและเขตแดนลับ อาชีพนี่ต่างก็เป็นที่ต้องการ”

“แย่ที่สุด นายก็เลือกมหาลัยแพทย์ทางตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่เรียนจบแล้ว นายก็ทำงานที่โรงพยาบาล นายไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินไปตลอดชีวิต !”

“ขอบคุณครับครูหลี่ !” หลินลั่วถอนหายใจและเดินลงมาจากเวที

เขาปลุกพลังได้อาชีพนักบวชระดับ D นี่ไม่ต้องพูดถึงเจ้าหญิงหิมะของอี้หนิงเลย แม้แต่อัศวินหินของถังเฉิง เขาก็เทียบไม่ได้

ช่าง...กระจอกจริงๆ !

แต่เมื่อมองไปยังเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

พวกนี้ยังเป็นแค่คนธรรมดา !

พิธีปลุกพลังยังคงดำเนินต่อไป ทว่าหลินลั่วไม่ได้ใส่ใจแล้ว เขาแค่กลับไปนั่งที่นั่งของตัวเอง

“พี่ลั่ว ไม่ต้องเศร้าใจไปหรอก !” ถังเฉิงโน้มตัวเข้ามาหา “นักบวชน่ะเป็นอาชีพสายต่อสู้เหมือนกัน ถึงเวลา เราจะจับทีมกันและช่วยให้นายพัฒนาขึ้นมาให้ได้ !”

หลินลั่วพูดขึ้น “ชิ...เราสองคนน่ะเหรอ ? อัศวินคนหนึ่งกับนักบวชอีกคน จะไปเป็นกระสอบทรายให้สัตว์ประหลาดรึไง ?”

“กระสอบทราย ?” ถังเฉิงสะดุ้ง “บ้าเอ้ย ! ที่พี่พูดมาก็จริง เราหาคนโจมตีเพิ่มอีกคนดีมั้ย ?”

“ไปให้พ้นเลย !”

“เฮ้อ...ฉันคิดว่าเหลียนอี้หนิงก็ดีใช้ได้ เธอน่ะได้สายอาชีพระดับ A พลังโจมตีเธอต้องไม่ธรรมดาแน่ !”

“เธอจะยอมรึไง ?”

“แน่นอนว่าต้องไม่ยอมอยู่แล้ว แต่เรามีพี่ลั่วไม่ใช่รึไง...” ถังเฉิงหัวเราะคิกคักออกมา “ด้วยหน้าตาที่ไร้ใครเทียบของพี่ลั่วแล้ว ไม่ใช่ว่าจะตกสาวได้ง่ายๆไม่ใช่รึไง ?”

“ไอ้บ้านี่ !” หลินลั่วน่ะหน้าตาหล่อจริง

เขาสูง 1.8 ม. หน้าตาอย่างกับดารา มีผิวที่เนียนดูเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ

มีสาวๆ หลายคนตามจีบเขา บอกได้ว่าเขาคือเดือนของโรงเรียนแห่งที่ 12 ก็ว่าได้

หลินลั่วมองไปที่เหลียนอี้หนิงที่กระซิบกับเพื่อนอยู่ สุดท้ายเขาก็ได้แต่ส่ายหน้า

ตัวตนของเหลียนอี้หนิงนั้นลึกลับ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าพ่อแม่เธอทำอาชีพอะไร

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเขากับเหลียนอี้หนิงนั้นถูกสวรรค์สร้างให้มาคู่กัน

ทว่าเธอปลุกพลังอาชีพระดับ A ขึ้นมาได้ เขาน่ะปลุกพลังได้แค่อาชีพระดับ D

ความต่างระหว่างทั้งสองคนนั้นไม่ต่างจากฟ้ากับเหว

เป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้งชีวิตจะลดช่องว่างนี้ได้

ในชีวิตก่อน พวกนักกวีฝึกหัดสามารถเข้าร่วมการชุมนุมของชนชั้นสูงได้ก็เพราะบารมีจากรุ่นพ่อ

แต่ละสายอาชีพต่างก็มีสังคมของตัวเอง

ในชีวิตก่อนยังขนาดนี้แล้ว นี่ไม่ต้องนับในโลกที่พิเศษที่ซึ่งพลังคือตัวตัดสินทุกอย่าง

กำแพงที่แบ่งชั้นระหว่างสังคมก็ต้องหนากว่าเป็นธรรมดา

“เฮ้ พี่ลั่ว” ถังเฉิงโน้มตัวเข้ามาหาอีกรอบ “สเตตัสกับสกิลพี่เป็นยังไงบ้าง ?”

“สเตตัสร่างกายก็สูง ได้มา 8 หน่วย, แรง 5 หน่วย สติปัญญากับความเร็ว 3 หน่วย น่าตลกสิ้นดี !”

“ส่วนสกิลคือโล่หิน เรียกโล่หินขึ้นมาปกป้องตัวเอง ถ้าเลเวลเพิ่มขึ้น มันก็ใช้ปกป้องเพื่อนร่วมทีมได้”

“ต่อไปเรียกฉันว่าเสี่ยวฉิงผู้ไร้เทียมทาน ! ฮาฮา...”

หลินลั่วกลอกตาใส่ก่อนจะเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเอง

หลังจากที่ปลุกพลังขึ้นและได้อาชีพมา พวกเขาจะได้หน้าต่างสเตตัสมาด้วย

ในเวลาเดียวกันก็ได้รับความสามารถในการเพิ่มค่าประสบการณ์รวมถึงการใส่อุปกรณ์ต่างๆด้วย

สเตตัสทั้งสี่มีร่างกาย, แรง, ความเร็วและสติปัญญา

สเตตัสเริ่มต้นของแต่ละอาชีพนั้นะสุ่มไปยังค่าสเตตัสทั้งสี่ตามแต่อาชีพนั้นๆ

ค่าสเตตัสจะมีตั้งแต่ 1-10

แต่ละครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้นในอนาคต เราจะได้ค่าค่าสเตตัสที่แตกต่างกันตามอาชีพของตัวเอง

[ ชื่อ – หลินลั่ว

อาชีพ - นักบวช

เลเวล – 0

ฉายา - ไม่มี

ค่าประสบการณ์ – 0/100

แรง – 5

ร่างกาย – 4

ความเร็ว – 4

สติปัญญา – 6

อุปกรณ์ - ไม่มี

กระเป๋า - ไม่มี

สกิล - ระเบิดผิวหนัง LV.1 ]

“สกิลนี่...”

“เดี๋ยวนะ !” หลินลั่วตกใจและพูดขึ้นมา “สกิลระเบิดผิวหนัง มันคืออะไร ?”

จบบทที่ ตอนที่ 2 : ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กรึไง ?

คัดลอกลิงก์แล้ว