เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 : ผู้ใช้ค่ายกล ค่ายกลเคลื่อนย้าย !

ตอนที่ 5 : ผู้ใช้ค่ายกล ค่ายกลเคลื่อนย้าย !

ตอนที่ 5 : ผู้ใช้ค่ายกล ค่ายกลเคลื่อนย้าย !


ตอนที่ 5 : ผู้ใช้ค่ายกล ค่ายกลเคลื่อนย้าย !

เช้าวันต่อมาหลินลั่วก็มาถึงตึกใจกลางเมืองตั้งแต่เช้า

กิลด์ผู้ปลุกพลังเมืองปิ้นไห่

ที่นี่คือศูนย์กลางกิจกรรมของผู้ปลุกพลังทุกคนในเมืองปิ้นไห่ ผู้ปลุกพลังสามารถมาทำกิจกรรมต่างๆเช่นการขอใบรับรอง, หาของและอุปกรณ์, แลกเปลี่ยน, ฝึกแบบจำลอง, เรียนการต่อสู้และกิจกรรมอื่นๆที่นี่ได้

ปกติแล้วที่นี่จะมีคนเยอะตลอดทั้งวัน

ผู้คนเดินเข้าออกตึกแห่งนี้ในชุดที่ ‘ดูแปลกตา’

บางคนใส่ชุดนักเวทย์ บางคนถือดาบใหญ่ บางคนไม่ใส่เสื้อ บางคนหน้าตาคล้ายกับเอเลียน

มันมีออร์ค, เอลฟ์, คนแคระและภูติอยู่ด้วย

พวกนี้คือผู้ปลุกพลังขั้น 3  พวกนี้จะได้รับสายเลือดอื่นทำให้แกร่งขึ้นกว่าเดิม

หลินลั่วมองไปรอบๆด้วยความอิจฉา เมื่อไหร่เขาจะได้เป็นผู้ปลุกพลังที่แท้จริงเหมือนพวกเขา ?

เขาตามผู้ดูแลไปถึงด้านข้างของกิลด์ผู้ปลุกพลังมายังอีกตึก

ที่นี่มีผู้ปลุกพลังเข้าออกมากมาย ส่วนมากมากันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน

ด้านในตึก มันมีผู้ปลุกพลังกว่า 10 คนที่สวมชุดคลุมตามมาตรฐานกำหนด ผู้ดูแลคอยสั่งให้ผู้ปลุกพลังเดินไปที่แท่นกลม

ที่แท่นนี้มีค่ายกลที่ซับซ้อนสลักเอาไว้

ค่ายกลเคลื่อนย้าย

ผู้ปลุกพลังสามารถเคลื่อนย้ายรึวาร์ปไปยังพื้นที่อื่นที่อยู่ไกลเป็นสิบๆรึหลายล้านกิโลเมตรได้ในเวลาอันสั้น

เจ้าหน้าที่ที่ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายเองก็เป็นผู้ใช้ค่ายกลเช่นกัน

อาชีพเสริมเหมือนกับหลินลั่วแต่เป็นที่ต้องการมากกว่า !

พวกนี้พึ่งสกิลของตัวเองเพื่อสร้างค่ายกลต่างๆขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น

ค่ายกลที่สร้างขึ้นมาง่ายที่สุดคือค่ายกลเขาวงกต, ค่ายกลไฟ, ค่ายกลอสรพิษและอื่นๆ

ค่ายกลที่ซับซ้อนกว่านั้นก็มีค่ายกลเคลื่อนย้าย, ค่ายกลป้องกันแบบต่างๆ...

หลินลั่วเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่และบอกกับอีกฝ่าย “สวัสดี ผมอยากไปที่เมืองปิศาจ”

เจ้าหน้าที่มองไปที่หลินลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดขึ้น “นายน่าจะเป็นผู้ปลุกพลังฝึกหัดที่เพิ่งจะปลุกพลังขึ้นมาได้ นายไม่ไปฝึกกับเพื่อนที่โรงเรียน ดูเหมือนว่านายจะมั่นใจในตัวเองพอตัว”

“มันเป็นไปได้มั้ยว่าอาชีพที่นายปลุกพลังขึ้นมาได้นั้นเป็นอาชีพชั้นสูงและอยู่ระดับ B ขึ้นไป ?”

หลินลั่วพูดขึ้นมา “แค่ระดับ D ผมแค่อยากไปหาประสบการณ์ที่อื่นสักหน่อย”

“ระดับ D ?” เจ้าหน้าที่ทำหน้าอย่างกับเห็นผี ทว่าเขากังพูดออกมา “นอกจากเมืองปิศาจแล้ว มันยังมีแผนที่อื่นอย่างที่ราบปิศาจหนู, เขตแดนมนุษย์หนู ถึงจะเป็นแผนที่สำหรับพวกฝึกหัดแต่มอนเตอร์ที่เกิดที่นั่นก็มีมันสมองและยังเจ้าเล่ห์อีก นายไปที่นั่นก็ระวังตัวด้วย”

“ขอบคุณครับ”

“วารป์ไปเมืองปิศาจ เดินทางไปกลับ 1,000 หยวน”

หลังจากที่หลินลั่วจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่ก็ให้บางอย่างที่เหมือนกับเหรียญตราให้กับเขา

“นี่เป็นเหรียญสำหรับวาร์ปใช้ได้ครั้งเดียว เก็บไว้ดีๆ ตอนที่นายกลับมาก็ส่งมันให้กับเจ้าหน้าที่ที่อยู่อีกฝั่ง”

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ”

เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หลินลั่วเดินไปที่ใจกลางค่ายกลก่อนจะเริ่มสะบัดมือไปมา

หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ แสงสีขาวก็ห่อหุ้มร่างของหลินลั่วก่อนที่ร่างของเขาจะหายตัวไป

“หึหึหึ ผู้ปลุกพลังฝึกหัดที่เพิ่งปลุกพลังขึ้นมาได้กลับกล้าไปฆ่ามอนเตอร์ตัวคนเดียว ฉันหวังว่าเขาจะรอดกลับมาได้นะ...”

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน อยู่ๆก็มีแสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นมาตรงหน้าหลินลั่ว

จากนั้นเขาก็เวียนหัวเล็กน้อยจนเขาเซเกือบล้มลงกับพื้น

“ฮาฮา ผู้ปลุกพลังฝึกหัดอีกคนงั้นเหรอ ?” เสียงหัวเราะดังขึ้นมา “ไอ้หนู นี่คือผลจากการวาร์ปครั้งแรก หลังจากที่ทำการวาร์ปบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน”

หลินลั่วเงยหน้าและเห็นเจ้าหน้าที่อีกคนที่ดูเป็นกันเอง มันมีผู้ใช้ค่ายกลที่เป็นเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ข้างๆ

ตึกรอบตัวที่เคยมีหายไปแล้ว

“อย่าเอาแต่นิ่ง คนอื่นจะวาร์ป ออกมาได้แล้ว”

หลินลั่วพยักหน้าและรีบเดินออกมา

ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆมีตึกอาคารโทรมๆ สิ่งก่อสร้างส่วนมากทำขึ้นมาจากหิน

มีผู้ปลุกพลังหลายคนที่เดินทางเข้าออกที่นี่ แต่ส่วนมากแล้วยังเป็นพวกหนุ่มสาว ชัดแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้ปลุกพลังฝึกหัดที่เลเวลต่ำกว่า 30

หลินลั่วเปิดแผนที่ขึ้นมาดูและพบว่าพื้นที่โดยรอบนั้นยังเป็นสีดำเทา มันมีตัวอักษร ‘เมืองปิศาจ’ กำกับเอาไว้

สีดำเทาพวกนี้คือหมอก มีแค่ที่ที่เราเคยไปเท่านั้นรึได้รับการแชร์แผนที่จากคนอื่นๆที่จะทำให้เห็นรายละเอียดในแผนที่

“ที่ราบปิศาจหนู เท่าที่ฉันนึกออก มันอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองปิศาจ ห่างไปประมาณ 10 กม....”

เมื่อรู้ที่หมาย หลินลั่วก็ออกเดินทางทันที จากนั้นเขาก็พบว่ามีคนจำนวนมากมาออกันที่ประตูเมือง

“ทีม 5 จะไปที่ที่ราบปิศาจหนู รับเลเวล 5 ขึ้นไป อาชีพนักรบ, อัศวิน, ดรูอิด(พวกที่เปลี่ยนร่างได้)และพวกสายโล่อื่นๆ ถ้าของดรอปจะได้สิทธิ์เลือกของก่อน !”

“หานักธนูกับนักเวทย์โจมตี, นักบวชกับผู้ใช้ค่ายกลไม่เอา....”

“หาคนโจมตี รีบมาที...”

พวกนี้คือพวกที่มาคนเดียว ทุกครั้งที่เข้าไปในแผนที่อื่น พวกเขาก็มักจะเลือกร่วมทีมกับคนแปลกหน้า

ด้วยวิธีนี้ถึงจะแบ่งค่าประสบการณ์กับคนอื่นๆ ถึงจะต้องแย่งอุปกรณ์และของที่มอนเตอร์ดรอปมา แต่ไม่ต้องเดาเลยว่ามันปลอดภัยกว่าการไปคนเดียว

หลินลั่วไม่ได้เข้าทีมกับใครและเดินไปที่ป้อมที่ประตูเมือง

มีรถทั้งใหญ่และเล็กจอดอยู่ที่นั่น

ผู้ปลุกพลังที่ขัดสนเงินเลือกที่จะขึ้นรถบัสเพื่อไปยังที่หมายได้

ทีมที่มีเงินหน่อยก็จะเช่ารถเพื่อความสะดวก

จุดเกิดมอนเตอร์ในที่ราบปิศาจหนูนั้นอยู่ไกล ดังนั้นแน่นอนว่าหลินลั่วจะเดินเท้าเปล่าไปคงไม่ได้

หลินลั่วจึงเลือกที่จะขึ้นรถบัส คนขับนั้นเป็นชายวัยกลางคนดูเป็นกันเอง

พวกนี้คือคนธรรมดาที่เลือกที่จะทำมาหากินในพื้นที่ใกล้ๆกับจุดที่มีมอนเตอร์

ผ่านไป 30 นาที รถก็มีคนขึ้นเกือบ 70% ส่วนมากมากันเป็นทีม คนที่มาคนเดียวมีแค่หลินลั่ว

คนขับดูเวลาก่อนจะปิดประตูและสตาร์รถ

หลินลั่วหลับตาเพื่อพักผ่อนโดยไม่พูดกับใครเลยตลอดทาง

คนในรถ มีแค่ไม่กี่คนที่พูดคุยกันเบาๆ พวกเขาพากันมองไปรอบๆด้วยท่าทีระวังตัว

ไม่นานผ่านไปไม่ถึง 30 นาที รถก็มาหยุดที่เนินเขาแปลกๆแห่งหนึ่ง

ที่ราบปิศาจหนู ฉันมาแล้ว...

จบบทที่ ตอนที่ 5 : ผู้ใช้ค่ายกล ค่ายกลเคลื่อนย้าย !

คัดลอกลิงก์แล้ว