เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สมาคมนักหลอมโอสถ (2)

บทที่ 32 สมาคมนักหลอมโอสถ (2)

บทที่ 32 สมาคมนักหลอมโอสถ (2)


พนักงานต้อนรับพาหลี่เฟิงไปยังโต๊ะว่างตรงกลางห้อง ซึ่งเตรียมสมุนไพรและวัตถุดิบไว้อย่างเรียบร้อย

“ท่านกรุณารอสักครู่ การทดสอบจะเริ่มในไม่ช้า” นางกล่าว

หลี่เฟิงส่งสัญญาณให้โกลดี้ไปนั่งในหมู่ผู้ชม ก่อนหันไปมองผู้เข้าทดสอบคนอื่น ๆ

มีทั้งหนุ่มและแก่ บางคนอายุเกินหกสิบ ผมขาวเครายาว และยังมีชายชราที่อ่อนแอจนต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัว

หลี่เฟิงยิ้มแปลก ๆ ในใจ

‘พวกนี้ล้วนเป็นนักหลอมระดับ 1 งั้นหรือ… ตั้งแต่เมื่อไรใคร ๆ ก็เป็นนักหลอมได้?’

ไม่นาน ประตูด้านท้ายห้องค่อย ๆ เปิดออก

ร่างชราปรากฏขึ้น เคราขาวยาวถึงอก ชุดปักสัญลักษณ์การหลอมโอสถ ก้าวเดินมั่นคง เต็มไปด้วยบารมีที่สะสมมาหลายสิบปี เสียงในห้องเงียบลงทันที

ด้านหลังเขามีหญิงสาวคนหนึ่งติดตามมาอย่างสง่างาม การเคลื่อนไหวของนางเรียบร้อย ชุดสีน้ำเงินพลิ้วไหว รูปร่างไม่อวบอิ่มแบบเว่ยเหมยหลิน แต่ได้สัดส่วนงดงามพอดี

สายตาหลี่เฟิงกวาดมองโดยไม่รู้ตัว

ผมดำของนางเกล้าอย่างประณีต แววตาสุภาพแต่แฝงความเฉียบคมเล็ก ๆ ท่าทางดูไม่ใช่ผู้ช่วยธรรมดา น่าจะเป็นศิษย์หรือผู้ติดตามใกล้ชิดของปรมาจารย์

ชายชราเดินมาด้านหน้า เสียงพูดดังชัด

“การทดสอบวันนี้ จะวัดความแม่นยำ ความเร็ว และการควบคุมของพวกเจ้า”

“จะได้รับวัตถุดิบหนึ่งชุด และมีเพียงโอกาสเดียว ไม่มีครั้งที่สอง”

เขาสะบัดมือเล็กน้อย ม้วนคัมภีร์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

บนคัมภีร์ระบุชื่อโอสถ: โอสถสงบจิต

แม้จะเป็นโอสถระดับ 1 ขั้นกลาง แต่ถือว่ายากมาก เพราะต้องใช้วัตถุดิบละเอียดหลายชนิด และการควบคุมจังหวะที่แม่นยำ

บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันทีหลังจากม้วนคัมภีร์ถูกเปิดเผย ผู้เข้าทดสอบหลายคนเริ่มขยับตัวอย่างไม่มั่นใจ มองวัตถุดิบตรงหน้าราวกับเริ่มสงสัยในตัวเอง

“เริ่มได้” ชายชรากล่าว

พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน เปลวไฟใต้เตาหลอมลุกโชนขึ้นทั่วทั้งห้อง

แต่หลี่เฟิง…ยังไม่เริ่มทันที

เขาหยิบสมุนไพรแต่ละชิ้นขึ้นมาพิจารณา หมุนดูในมือ ก่อนวางลงอย่างใจเย็น การกระทำนี้ทำให้ชายชราข้าง ๆ เลิกคิ้ว

“เจ้าหนู” เขาพึมพำ

“มัวแต่โชว์แบบนี้ ระวังจะเป็นคนแรกที่ล้มเหลว”

หลี่เฟิงหันไปมอง ยิ้มบาง ๆ

“ไม่ต้องห่วงข้า เดี๋ยวข้าก็เสร็จก่อนที่ท่านจะคุมไฟนิ่งเสียอีก”

อีกฝ่ายแค่นเสียง ก่อนหันกลับไปสนใจเตาของตัวเอง

ในที่สุด หลี่เฟิงก็เริ่มลงมือ

มือของเขานิ่งและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลราวกับซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เปลวไฟลุกขึ้นอย่างพอดี ไม่แรงเกิน ไม่อ่อนเกิน สมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ

สมุนไพรถูกใส่ลงในเตาตามลำดับที่เหมาะสม ทุกจังหวะตรงเป๊ะ

ไม่นาน กลิ่นหอมบริสุทธิ์ก็เริ่มลอยออกมา จากเตาของเขา ใส สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย

รอบตัวเขา…กลับวุ่นวายไปหมด

ชายหนุ่มโต๊ะข้าง ๆ สบถออกมา เมื่อส่วนผสมเดือดเร็วเกินไป

ผู้เข้าทดสอบสูงวัยอีกคนไออย่างหนัก เมื่อควันดำพุ่งออกจากเตา

ส่วนชายข้างหลี่เฟิง เหงื่อท่วมตัว เปลวไฟสั่นไหวควบคุมไม่ได้

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น…

มีเพียงเตาของหลี่เฟิงที่ยังคงสงบนิ่ง ราวกับอยู่คนละโลก

ภายในไม่กี่นาที หลี่เฟิงก็มาถึงขั้นตอนควบแน่นเม็ดยาแล้ว ชายชราข้าง ๆ เหลือบมอง สีหน้าตกตะลึงทันที

“เจ้า…ทำไมถึง….?”

“ท่านควรสนใจของตัวเองดีกว่า” หลี่เฟิงพูดโดยไม่เงยหน้า

เมื่อธูปหมดดอก เม็ดยาของหลี่เฟิงก็เย็นตัวเรียบร้อยในขวดหยก ทุกเม็ดกลมสมบูรณ์ ผิวเงาวาวราวไข่มุก

ส่วนคนอื่น…ผลลัพธ์ไม่สวยนัก บางคนได้เม็ดยาบิดเบี้ยว บางคนเหลือเพียงกากไหม้ก้นเตา

เสียงฮือฮาดังขึ้นจากผู้ชม

ชายชราลงมาจากแท่น ตรวจดูผลงานของหลี่เฟิงอย่างละเอียด เขาหยิบเม็ดยาหนึ่งขึ้นมาส่องกับแสง ก่อนหมุนดูในมือ

“ระดับสูง…” เขากล่าวในที่สุด น้ำเสียงปนประหลาดใจและชื่นชม

“สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก”

หญิงสาวข้าง ๆ เขาโน้มตัวดูใกล้ขึ้น สีหน้าสงบเริ่มเปลี่ยนเล็กน้อย คิ้วขมวดบาง ๆ

“การควบคุมมั่นคงมาก…น่าทึ่ง” นางพึมพำ

“พลังวิญญาณในเม็ดยาถูกกักไว้สมบูรณ์ ไม่มีการสูญเสียเลย”

หลี่เฟิงยักไหล่เล็กน้อย ยิ้มมุมปาก

“งั้น…ข้าผ่านหรือยัง ท่านผู้อาวุโส?”

“เรียกข้าว่าผู้อาวุโสหวังก็ได้ และใช่ สำหรับการทดสอบครั้งนี้ เจ้าคือคนเดียวที่ผ่าน” ผู้อาวุโสหวังกล่าวยิ้ม ๆ พร้อมประกาศว่าคนอื่นล้มเหลวทั้งหมด

ด้วยสายตาของเขา แค่เหลือบมองก็เพียงพอจะตัดสินผลได้แล้ว

จากนั้นเหมือนผู้อาวุโสหวังเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาหันไปทางหญิงสาวข้างกายแล้วแนะนำกับหลี่เฟิง

“ผู้นี้คือเผิงเหมยหรง ศิษย์ของข้า”

หลี่เฟิงเอียงศีรษะเล็กน้อยเมื่อได้ยินนามสกุล “เผิง” หากจำไม่ผิด นางน่าจะมาจากตระกูลเผิง หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองม่านเมฆา และยังมีปรมาจารย์นักหลอมของตระกูลเอง ครองตลาดโอสถมานาน ซึ่งในอนาคตก็อาจเป็นคู่แข่งของเขาด้วย

เขามองคู่ศิษย์อาจารย์นี้อย่างแปลกใจ ตระกูลเผิงมีปรมาจารย์ของตัวเอง แล้วทำไมเผิงเหมยหรงถึงมาเป็นศิษย์ผู้อาวุโสหวัง?

ความคิดนั้นผุดขึ้นแล้วก็ถูกเขาสลัดทิ้ง เรื่องของพวกเขาไม่เกี่ยวกับตน เขาจึงแนะนำตัวบ้าง

“ข้าหลี่เฟิง ศิษย์นอกสำนักจันทร์คราม”

เผิงเหมยหรงยิ้มอย่างสง่างาม

“คุณชายหลี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ได้พบวันนี้นับเป็นเกียรติ”

นางหยิบเม็ดยาที่หลี่เฟิงหลอมขึ้นมา แววตาเป็นประกายเล็กน้อย

“ดูเหมือนระดับการหลอมของท่านจะเกินขั้นต้นไปมาก… แม้แต่ขั้นกลางของระดับหนึ่งก็น่าจะผ่านไปแล้ว”

นางเหลือบมองเขา

“บางที…อาจถึงขั้นปลายของระดับหนึ่งแล้วก็ได้”

“คุณหนูเผิงชมเกินไปแล้ว” หลี่เฟิงตอบพร้อมสบตา เขาไม่ได้อธิบายว่าแท้จริงแล้วตนถึงขั้นสูงสุดของระดับหนึ่งแล้ว พรสวรรค์จากระบบนั้นน่ากลัวเกินไป

ผู้อาวุโสหวังที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้ม

“ดูท่าอีกไม่นาน เมืองนี้คงมีปรมาจารย์นักหลอมเพิ่มอีกคน”

ระหว่างที่ทั้งสามสนทนา ผู้เข้าทดสอบที่ล้มเหลวและผู้ชมเริ่มทยอยออกจากห้อง

ในฝูงชน มีร่างเล็ก ๆ ขยับตัว

เด็กสาวตัวเล็ก ศิษย์ฝึกหัดท่าทางขี้อาย แอบโผล่ออกมาจากด้านหลังผู้คน มือกำชายเสื้อแน่น

ดวงตากว้างของนางจ้องหลี่เฟิงอย่างเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความชื่นชมหลังเห็นวิธีหลอมโอสถของเขา

นางกัดริมฝีปาก มือกำแน่น ราวกับเพิ่งตัดสินใจอะไรบางอย่าง…

จบบทที่ บทที่ 32 สมาคมนักหลอมโอสถ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว