- หน้าแรก
- บันทึกตำนานเซียนหญิงปริศนา
- บทที่ 49 วิชาพรางกายและวิชาจำแลงทะลวงระดับ
บทที่ 49 วิชาพรางกายและวิชาจำแลงทะลวงระดับ
บทที่ 49 วิชาพรางกายและวิชาจำแลงทะลวงระดับ
บทที่ 49 วิชาพรางกายและวิชาจำแลงทะลวงระดับ
กู้จิ่วเย่วยังนึกอยากจะไปแถวบ้านยายเฒ่าหวังเพื่อสืบดูว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของนางคืออะไร ทว่าเดินไปได้เพียงครึ่งทาง ในหัวก็เกิดเสียงดังสนั่น ข้อมูลจำนวนมหาศาลของวิชาพรางกายพรั่งพรูเข้ามาในพริบตา กู้จิ่วเย่วรีบตรวจสอบหน้าต่างระบบทันที และเป็นไปตามคาด:
【วิชาพรางกาย (สูงสุด 0/10,000)】
ในเมื่อวิชาพรางกายถึงระดับเจ็ดสูงสุดแล้ว เช่นนั้นวิชาจำแลงก็คงอีกไม่นานเกินรอ
นางไม่มีเวลาไปสืบเรื่องยายเฒ่าหวังต่อ กู้จิ่วเย่วตัดสินใจหมุนตัวกลับบ้านทันที
อย่างไรก็ตาม เขตทุ่งนาวิญญาณที่ยายเฒ่าหวังอยู่กับเขตของกู้จิ่วเย่วนั้นค่อนข้างห่างกัน ต่อให้กู้จิ่วเย่วจะแปะยันต์เร่งความเร็วก็ยังกลับไม่ถึงบ้านก่อนที่วิชาจำแลงจะทะลวงระดับ
ในเมื่อทะลวงระดับไปแล้ว กู้จิ่วเย่วจึงผ่อนฝีเท้าลง เดินทอดน่องช้าๆ พร้อมกับดูดซับความทรงจำใหม่ไปด้วย
เมื่อวิชาพรางกายถึงระดับเจ็ดสูงสุด มันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพอย่างที่กู้จิ่วเย่วคาดไว้ ก่อนหน้านี้วิชาพรางกายทำได้เพียงซ่อนเร้นกลิ่นอายของตนเอง แต่ยามนี้ภายใต้ผลของระดับสูงสุด วิชาพรางกายได้มอบความสามารถใหม่นั่นคือ... การล่องหน!
ล่องหนเชียวนะ! กู้จิ่วเย่วตื่นเต้นจนเนื้อเต้น นี่มันคือการล่องหน! นึกไม่ถึงเลยว่าปลายทางของวิชาพรางกายจะพัฒนาไปในทิศทางของการล่องหน ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ
กู้จิ่วเย่วสร้างยันต์ล่องหนได้ก็จริง แต่การล่องหนโดยอาศัยแรงภายนอกจะไปสู้ล่องหนด้วยตัวเองได้อย่างไร?
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือการล่องหนนั้นสิ้นเปลืองพลังวิญญาณมหาศาล ยามนี้กู้จิ่วเยู่อยู่ข้างนอก จึงยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบว่ามันสูบพลังวิญญาณไปมากแค่ไหน
แน่นอนว่าเอฟเฟกต์เดิมของวิชาพรางกายที่ใช้ซ่อนกลิ่นอายตนเองยังคงอยู่ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะการประสานงานอันยอดเยี่ยมระหว่างการล่องหนโดยไม่ต้องพึ่งยันต์ วิชาพรางกายแขนงนี้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองคำหรือระดับกำเนิดวิญญาณเห็นเข้าก็ยังต้องตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา
หากเทียบกับความน่าทึ่งของวิชาพรางกายแล้ว วิชาจำแลงที่เลื่อนระดับตามมาดูจะธรรมดากว่าเล็กน้อย
เดิมทีวิชาจำแลงทำได้เพียงเปลี่ยนรูปลักษณ์ใบหน้า ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก รูปร่าง หรือทรงผมได้
แต่วิชาจำแลงระดับสูงสุดนี้ สามารถจำแลงกายเป็นใครก็ได้ที่กู้จิ่วเย่วเคยพบเจออย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงคนในความทรงจำจากชาติก่อนด้วย ขอเพียงในหัวนางมีภาพรูปร่างหน้าตาทุกส่วนของคนคนนั้น นางก็สามารถจำแลงได้ ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะสูงต่ำดำขาวหรืออ้วนผอมเพียงใด หลังจำแลงแล้วจะเหมือนกับภาพในหัวทุกประการ
กู้จิ่วเย่วหัวเราะเบาๆ อาคมทั้งสองนี้ทะลวงระดับได้ประจวบเหมาะพอดี ในเมื่อนางยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของยายเฒ่าหวังเจ้าเล่ห์นั่น
แต่ในใจนางก็พอจะเดาได้บ้าง ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะกู้ชิงเฉินกลายเป็นนักสร้างยันต์ไปแล้ว จึงไปเตะตาฝ่ายตรงข้ามเข้า
ต้องเข้าใจก่อนว่า หากเกษตรกรวิญญาณเปรียบได้กับเกษตรกรในชาติก่อน กู้ชิงเฉินที่เรียนรู้การสร้างยันต์จนสำเร็จก็เปรียบเสมือนเกษตรกรที่เป็นนักวิทยาศาสตร์
ไม่ใช่ว่าเกษตรกรวิญญาณจะเรียนรู้สี่ศาสตร์บำเพ็ญไม่ได้ แต่ศาสตร์เหล่านี้มีความยากในตัวของมันเอง และการจะเรียนรู้ให้สำเร็จได้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลกองจนท่วมหัวถึงจะสร้างนักอาชีพขึ้นมาได้สักคน
ยามนี้กู้ชิงเฉินกลายเป็นนักสร้างยันต์แล้ว แม้จะเป็นเพียงระดับหนึ่งชั้นต่ำ แต่นางก็เปรียบเสมือนต้นไม้เงินต้นไม้ทอง การควบคุมกู้ชิงเฉินได้ก็เท่ากับได้ครอบครองเครื่องผลิตเงิน
เฮ้อ หาเรื่องตายแท้ๆ เดิมทีข้าอยากจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบเงียบๆ ในเขตศิษย์รับใช้สักไม่กี่ปี รอจนสร้างรากฐานสำเร็จค่อยเข้าสำนักไปเป็นศิษย์ฝ่ายนอก นึกไม่ถึงเลยว่ามักจะมีปัญหามาเคาะประตูบ้านอยู่เรื่อย
กู้จิ่วเย่วเปลี่ยนเส้นทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปทางป่าร้าง นางจำแลงกายเป็นสาวงามหน้าตาหมดจดอายุปรามาณ 17-18 ปีที่มีบุคลิกดูบอบบางดั่งดอกไม้ขาวพร้อมกับแสดงระดับพลังอยู่ที่หลอมลมปราณขั้นสี่
กู้จิ่วเย่วกลับเข้าสู่เขตทุ่งนาวิญญาณ เดินมุ่งตรงไปทางบ้านยายเฒ่าหวังอย่างช้าๆ เมื่อหามุมที่ไร้ผู้คนได้แล้วก็นางก็เริ่มล่องหน
ทันทีที่เข้าสู่สภาวะล่องหน กู้จิ่วเย่วถึงกับเบิกตากว้าง คุณพระ! รู้อยู่หรอกว่าล่องหนมันเปลืองพลังวิญญาณ แต่ไม่นึกว่าจะสูบโหดขนาดนี้ ระดับหลอมลมปราณขั้นห้าอย่างนางกลับร่ายได้เพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องพึ่งยันต์ล่องหนอยู่ดี มิเช่นนั้นหากพลังวิญญาณเหือดแห้งจนถูกพบเข้าจะลำบากเอา
นางเดินสำรวจรอบบ้านยายเฒ่าหวังหนึ่งรอบ แต่อีกฝ่ายไม่อยู่บ้าน กู้จิ่วเย่วจึงหามุมลับตาคนเพื่อคลายมนตรา ปรากฏกายออกมา แล้วจึงเดินอ้อมไปในป่าร้างอีกรอบเพื่อเปลี่ยนร่างกลับเป็นเหมือนเดิมก่อนจะกลับบ้านตนเอง
เมื่อกลับถึงบ้าน กู้จิ่วเย่วไม่มีกะจิตกะใจจะปรุงโอสถต่อ และแน่นอนว่านางยังไม่มีเวลาไปซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงโอสถรวบรวมปราณด้วย
นางหยิบอุปกรณ์สร้างยันต์ออกมา แล้วเริ่มสร้างยันต์ล่องหนชั้นเลิศ ยันต์ล่องหนระดับหนึ่งชั้นเลิศเมื่อเปิดใช้งานแล้วจะสามารถล่องหนได้นานถึงหนึ่งเค่อนานกว่าที่กู้จิ่วเย่วร่ายอาคมเองถึงหนึ่งเท่า ในเมื่อนางต้องการจะสืบจุดประสงค์ของยายเฒ่าหวัง ยันต์ล่องหนย่อมขาดไม่ได้
หลังจากสร้างยันต์สำเร็จหนึ่งแผ่น นางก็นั่งสมาธิ รอจนพลังวิญญาณในจุดตันเถียนฟื้นฟูถึงแปดส่วนจึงเริ่มวาดต่อ
ทำวนเวียนอยู่เช่นนี้จนกระทั่งดึกสงัด ในมือของกู้จิ่วเย่วมียันต์ล่องหนอยู่หกแผ่น
นางรู้สึกว่ายังไม่พอ พรุ่งนี้ต้องวาดเพิ่มอีกหน่อย
และตอนกลางคืนนี่แหละ คือเวลาที่เหมาะที่สุดในการไปเฝ้าจับตายายเฒ่าหวัง
เช้าวันต่อมา กู้จิ่วเย่วตื่นแต่เช้าเพื่อสร้างยันต์ล่องหนวนไป จนกระทั่งตกเย็น นางสะสมยันต์ล่องหนได้ถึง 16 แผ่น หากใช้ทั้งหมดจะล่องหนได้นานถึงสองชั่วยามพอกล้อมแกล้มใช้งานได้แล้ว
(จบตอน)