- หน้าแรก
- บันทึกตำนานเซียนหญิงปริศนา
- บทที่ 46 ประสบการณ์ปรุงโอสถที่ล้มเหลว
บทที่ 46 ประสบการณ์ปรุงโอสถที่ล้มเหลว
บทที่ 46 ประสบการณ์ปรุงโอสถที่ล้มเหลว
บทที่ 46 ประสบการณ์ปรุงโอสถที่ล้มเหลว
"เฮ้อ ในที่สุดก็ได้เริ่มปรุงโอสถเสียที" หลังจากกลับถึงบ้าน กู้จิ่วเย่วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ช่วงเวลาสั้นๆ นี้คงไม่ต้องเข้าเมืองชั้นในแล้ว ค่าธรรมเนียมเข้าเมืองครั้งละห้าศิลาวิญญาณนั่นแพงกว่าค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในชาติก่อนเสียอีก ค่าตั๋วชาติก่อนว่าแพงแล้วเขายังมีรถรับส่งภายในให้นะ แต่ที่นี่ไม่มีอะไรให้เลย มีแต่จ่ายกับจ่าย หึ ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เพราะกังวลว่าหากปรุงโอสถผิดพลาดแล้วเตาจะระเบิด กู้จิ่วเย่วจึงเลือกปรุงโอสถที่โต๊ะหินกลางลานบ้านโดยตรง
นางหยิบเตาปรุงโอสถออกมาพิจารณาดู สีของมันดำทะมึนและมีน้ำหนักมากเมื่อถืออยู่ในมือ นางรีดโลหิตจากปลายนิ้วหยดลงบนเตาเพื่อเริ่มทำการผูกพันธะ
เตาปรุงโอสถจำเป็นต้องผ่านการผูกพันธะก่อนจึงจะใช้งานได้ มิเช่นนั้นด้วยขนาดที่เท่ากับหม้อหุงข้าวคงใส่สมุนไพรลงไปแทบไม่ได้ แล้วจะปรุงโอสถได้อย่างไร?
ไม่นานนักการผูกพันธะเตาก็สำเร็จ กู้จิ่วเย่วก็นึกไม่ถึงว่าอาวุธเวทชิ้นแรกในชีวิตของนางกลับกลายเป็นเตาปรุงโอสถ เวลาสู้กันเตานี่จะทำอะไรได้บ้างนะ? เอาไว้ทุ่มใส่คนหรือ?
นางส่ายหัว พอนึกภาพตามแล้วก็อยากจะหัวเราะขึ้นมา
เตาปรุงโอสถที่ผ่านการผูกพันธะแล้ว เมื่อส่งพลังวิญญาณเข้าไป จากเดิมที่ขนาดเท่าหม้อหุงข้าวก็กลายเป็นเตาใบใหญ่สูงครึ่งตัวคน เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งเมตรในทันที
กู้จิ่วเย่วหยิบถ่านวิญญาณออกมาสองสามก้อน ใช้พิธีควบคุมไฟจุดจนติดแล้วโยนลงใต้เตา จากนั้นก็นำข้าววิญญาณ 10 ชั่งใส่ลงไปในเตา เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น กลิ่นหอมของข้าวก็โชยออกมาจากในเตา พ่วงด้วยกลิ่นไหม้เกรียมนิดๆ ของข้าวติดก้นหม้อซึ่งหอมน่าทานมาก
กู้จิ่วเย่วคอยเติมถ่านวิญญาณเป็นระยะ ใช้วิชาควบคุมไฟคอยคุมอุณหภูมิของเปลวไฟ เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เมื่อมองดูข้าววิญญาณข้างในที่ยังไม่ละลายเป็นน้ำ กู้จิ่วเย่วก็เริ่มลำบากใจ
ตามที่คัมภีร์ระบุไว้ หลังจากใส่ข้าววิญญาณและใช้ไฟกลางเคี่ยวหนึ่งก้านธูป ข้าววิญญาณจะละลายกลายเป็นน้ำ จากนั้นใช้ไฟแรงเคี่ยวต่อน้ำข้าวอีกครึ่งก้านธูป น้ำข้าวจะกลายเป็นแป้งเปียกข้นๆ แล้วจึงดับไฟและหมุนเตาปรุงโอสถอย่างรวดเร็วสิบหรอบเพื่อเหวี่ยงสิ่งสกปรกออกจากแป้งข้าว ส่วนแป้งที่เหลือตรงกลางจะจับตัวเป็นเม็ดขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสง
แต่ก้าวแรกก็ไม่เหมือนเสียแล้ว ข้าววิญญาณที่ควรจะกลายเป็นน้ำยังคงสภาพดีอยู่ แถมยังมีทีท่าว่าจะกลายเป็นข้าวพองอีกด้วย สรุปว่านี่ไฟแรงไปหรือไฟอ่อนไปกันแน่?
กู้จิ่วเย่วครุ่นคิด ในเมื่อมันจวนจะเป็นข้าวพองอยู่แล้ว แสดงว่าไฟต้องแรงไปแน่ๆ นางจึงหรี่ไฟใต้เตาให้เล็กลงและคอยสังเกตข้าววิญญาณข้างในอย่างใกล้ชิด
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในเตาก็ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะดังไม่หยุด กู้จิ่วเย่วเปิดฝาหมายจะแอบดู ผลคือข้าวพองพุ่งกระจายออกมาแทบจะกลบตัวนาง
การปรุงโอสถ +1
เอาเถอะ นางปรุงโอสถครั้งแรกล้มเหลว แถมยังได้ข้าวพองมาเต็มเตา
กู้จิ่วเย่วกำมาหยิบใส่ปากเคี้ยวสองสามที จะว่าไปแม้พลังวิญญาณจะไม่มากแต่มันหอมมากจริงๆ อร่อยกว่าข้าวพองในชาติก่อนเสียอีก
เดิมทีไม่รู้จะจัดการกับข้าวพองเต็มเตานี้อย่างไร ตอนนี้ดูท่าจะเก็บไว้ทำเป็นกระยาสารทไว้กินเล่นยามว่างได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้จิ่วเย่วก็ไม่นึกเสียดายข้าววิญญาณ 10 ชั่งนี้ นางร่ายยันต์ทำความสะอาดเพื่อจัดการเตาให้สะอาดสะอ้าน แล้วจึงใส่ข้าวลงไปอีก 10 ชั่ง
ครั้งก่อนนางคุมไฟพลาด น่าจะเป็นเพราะไฟอ่อนไป ครั้งนี้ไฟต้องแรงกว่าเดิมอีกนิด
พอข้าวลงหม้อ... ไม่ใช่ สิ ลงเตา กู้จิ่วเย่วก็รีบเติมถ่านวิญญาณและเร่งไฟแรงขึ้นทันที
ผลที่ได้ย่อมเป็นไปตามคาดคือเกิดอุบัติเหตุจนได้ ไม่นานนักกู้จิ่วเย่วก็ได้กลิ่นไหม้โชยออกมา ชัดเจนว่าไฟแรงเกินไป กู้จิ่วเย่วพยายามจะกู้สถานการณ์ แต่ระบบได้ให้คำตอบมาแล้ว:
การปรุงโอสถ +1
เอาเถอะ ไม่มีประโยชน์ที่จะกู้แล้ว เมื่อเปิดฝาเตาที่มีควันดำพุ่งออกมา ข้าววิญญาณข้างในได้กลายเป็นถ่านดำไปเสียแล้ว
นางถอนหายใจยาว ก่อนจะร่ายยันต์ทำความสะอาดอีกครั้ง เตาปรุงโอสถกลับมาสะอาดอีกรอบ
กู้จิ่วเย่วมองข้าววิญญาณในถุงเก็บของอย่างกังวล นางเหลือข้าววิญญาณอีกเพียงยี่สิบกว่าชั่ง พอให้ปรุงโอสถอดอาหารได้อีกเพียงสองครั้งเท่านั้น
เส้นทางนักปรุงโอสถนี่เผาศิลาวิญญาณจริงๆ ตอนนี้นางลงมือหนึ่งเตา ต้นทุนค่าข้าววิญญาณไม่รวมถ่านก็หนึ่งศิลาวิญญาณแล้ว ขณะที่ตอนเรียนสร้างยันต์ กระดาษยันต์เปล่าหนึ่งศิลาวิญญาณได้ถึงหนึ่งร้อยแผ่น
หมายความว่าการปรุงโอสถใช้เงินมากกว่าการสร้างยันต์ถึงหนึ่งร้อยเท่า ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปจะแบกรับไหวจริงๆ
กู้จิ่วเย่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใส่ข้าวอีก 10 ชั่งลงในเตา จากนั้นเริ่มควบคุมไฟ เพียงแต่ครั้งนี้นางไม่ใช้ถ่านวิญญาณ แต่ใช้วิชาควบคุมไฟตลอดกระบวนการ
เมื่อไม่มีถ่านวิญญาณเป็นเชื้อเพลิง กู้จิ่วเย่วก็ควบคุมเปลวไฟได้แม่นยำขึ้น นางคุมขนาดไฟให้อยู่กึ่งกลางระหว่างครั้งแรกกับครั้งที่สอง หวังว่าคราวนี้คงไม่มีปัญหาอะไรนะ
ทว่าเมื่อผ่านไปหนึ่งก้านธูป กู้จิ่วเย่วพบว่าข้าววิญญาณในเตาส่วนหนึ่งละลายเป็นน้ำได้สำเร็จ แต่อีกส่วนหนึ่งกลับเริ่มไหม้เกรียม ดูเหมือนไฟจะยังแรงไปนิด
แต่ยังดีที่ครั้งนี้ระบบยังไม่แจ้งค่าความชำนาญ แสดงว่านางยังไม่ล้มเหลว กู้จิ่วเย่วจึงทำตามขั้นตอนต่อไปด้วยการเร่งไฟเพื่อเคี่ยวน้ำข้าวให้ข้น
เคี่ยวไปได้ไม่นาน ขณะที่กู้จิ่วเย่วกำลังตั้งใจคุมไฟอยู่นั้น จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือน:
การปรุงโอสถ +1
สีหน้าของกู้จิ่วเย่วแข็งค้าง ในใจรู้สึกเดือดดาลอย่างมาก
อา... มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงล้มเหลวกะทันหันแบบนี้!
นางเปิดฝาเตาออกมาดูด้วยความฉุนเฉียว ข้าววิญญาณข้างในส่วนที่ละลายเป็นน้ำกับส่วนที่ไหม้เกรียมนั่นเกาะตัวกันเป็นก้อนเดียว
ไอ้ของพรรค์นี้จะเอาไปให้สุนัขกินสุนัขยังไม่มองเลย สู้เตาแรกไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยเตาแรกที่พังก็ยังเอามาเป็นขนมกินเล่นได้
หลังพิจารณาข้อบกพร่อง กู้จิ่วเย่วจัดการเตาจนสะอาดแล้วใส่ข้าววิญญาณชุดสุดท้ายลงไป เตาเดียวสุดท้ายแล้ว ไม่สำเร็จก็ต้องยอม!
กู้จิ่วเย่วควบคุมเปลวไฟให้เล็กกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย ครั้งนี้มีประสบการณ์แล้ว หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป นางพบว่าตรงขอบมีรอยไหม้เพียงเล็กน้อย ด้วยความกังวลว่ารอยไหม้นี้จะส่งผลต่อขั้นตอนต่อไป นางจึงรีบดึงข้าวส่วนที่ไหม้ออกมาทิ้งทันที
ยังดีที่เตาซึ่งผ่านการผูกพันธะแล้วไม่ต้องลงมือเอง เพียงแค่ใช้จิตสั่งการ สิ่งสกปรกที่ไหม้เหล่านั้นก็ถูกเตาขับออกมา
ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งไฟแรงเพื่อเคี่ยวให้ข้น เหงื่อเริ่มผุดพรายบนหน้าผากของกู้จิ่วเย่วด้วยความประหม่า ริมฝีปากแห้งผาก
ขณะที่ส่วนที่ยากที่สุดกำลังจะผ่านไป และนางกำลังจะดับไฟ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง "ฉ่า~" ดังขึ้นจากในเตา ตามด้วยกลิ่นไหม้เหม็นโชยออกมา
การปรุงโอสถ +1
สีหน้าของกู้จิ่วเย่วดูแย่ถึงขีดสุด:
ให้ตายเถอะ ล้มเหลวอีกแล้ว ไม่ทำแล้ว เลิก!
นางเปิดหน้าต่างระบบดู:
【บุคคล: กู้จิ่วเย่ว (กู้เย่ว)】
【อายุ: 12/114】
【รากวิญญาณ: ทอง 20, น้ำ 20, ไม้ 20, ไฟ 20, ดิน 20】
【ขอบเขต: ระดับหลอมลมปราณขั้นห้า (45.9%)】
【พรสวรรค์: เซียนตกปลา】
【เจตจำนง: เจตจำนงกระบี่ (เค้าโครงเจตจำนงกระบี่ 10%)】
【อาชีพ: นักสร้างยันต์ (ระดับหนึ่งชั้นเลิศ 100%) นักปรุงโอสถ (เริ่มต้น 0%)】
【วิชา: เคล็ดรับปราณ (สูงสุด 8,624/10,000)】
【ทักษะ: ตกปลา (รวมเป็นหนึ่ง), ปรุงอาหาร (สูงสุด 83/10,000), วิชาเมฆฝน (เข้าถึงแก่นแท้ 135/1,000), สร้างยันต์ (สูงสุด 0/10,000), วิชาดรรชนีกระบี่ (สูงสุด 3/10,000), วิชาเร้นกาย (เชี่ยวชาญขั้นสูง 4,180/5,000), วิชาพลิกดิน (เข้าถึงแก่นแท้ 8/1,000), วิชาลูกไฟ (เข้าถึงแก่นแท้ 102/1,000), วิชาพรางกาย (เชี่ยวชาญขั้นสูง 2,603/5,000), วิชาจำแลง (เชี่ยวชาญขั้นสูง 2,599/5,000), ก้าวอสรพิษวิญญาณ (ชำนาญลึกซึ้ง 33/500), วิชาควบคุมไฟ (ชำนาญลึกซึ้ง 32/500), การปรุงโอสถ (พื้นฐาน 4/10)】
วิชาควบคุมไฟที่อยู่ระดับชำนาญลึกซึ้งแท้ๆ กลับปรุงโอสถไม่สำเร็จ ค่าความชำนาญในการปรุงโอสถ 4 แต้มนั้น ราวกับกำลังหัวเราะเยาะกู้จิ่วเย่วอยู่
ไม่โกรธๆ โกรธไปก็ไม่มีใครมาป่วยแทน ในเมื่อตอนนี้ไม่มีวัตถุดิบปรุงโอสถแล้ว สู้เอาเวลาไปฝึกวิชาควบคุมไฟให้ดีจะดีกว่า อย่างไรเสียค่าความชำนาญของวิชานี้ก็เพิ่มไว รอให้ถึงระดับเข้าถึงแก่นแท้ค่อยไปซื้อข้าววิญญาณมาสักพันชั่ง โอกาสร้อยครั้ง ต่อให้ไม่สำเร็จสักครั้งเดียว แต่อย่างน้อยค่าความชำนาญในการปรุงโอสถก็น่าจะกองจนถึงระดับคล่องแคล่วได้ และด้วยประสิทธิภาพของหน้าต่างระบบ ค่าความชำนาญระดับคล่องแคล่วย่อมไม่มีทางที่อัตราความสำเร็จจะเป็นศูนย์
เมื่ออารมณ์สงบลง กู้จิ่วเย่วก็จัดการลานบ้านให้เรียบร้อย ล้างเตาปรุงโอสถจนสะอาดแล้วเก็บเข้าถุงเก็บของ
จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาเล่นกับไฟต่อไป
วิชาควบคุมไฟ +1
วิชาควบคุมไฟ +1
วิชาควบคุมไฟ +1
(จบตอน)