เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 รุกคืบ

บทที่ 17 รุกคืบ

บทที่ 17 รุกคืบ


บทที่ 17 รุกคืบ

น่าเสียดายที่แมลงสาบใบมีดโค้งซึ่งเทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าทำให้การหลบหนีกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็ต้องเผชิญหน้ากับแมลงจำนวนนับไม่ถ้วน

หานเฟยซึ่งประทับร่างอยู่ในแมลงปอเหล็กในพิษ มองลงมายังสนามรบเบื้องล่าง การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นได้ปัดเป่าความกังวลที่มากเกินไปของเขาจนหมดสิ้น และทำให้เขาเข้าใจถึงพลังการต่อสู้ในปัจจุบันของฝูงแมลงได้อย่างถ่องแท้

สิ่งนี้ทำให้เขาโยนแผนการรบหลายแผนที่เตรียมไว้อย่างดีลงถังขยะไปได้เลย ขณะที่มองดูฝูงแมลงที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

"จะเอาแผนการรบไปทำบ้าอะไร ถ้าศึกนี้แพ้ ฉันจะยอมหกสูงสระผมเลยเอ้า" ด้วยความมั่นใจที่พองโต หานเฟยจึงหลุดปากประกาศกร้าวออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว

ทว่าในตอนนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แสงสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนหลอมรวมกันกลางอากาศ ทำเอาหานเฟยถึงกับเสียวสันหลังวาบ

"ไม่มีทางน่า..." เขาเพิ่งจะประกาศกร้าวไปหยกๆ หรือว่าเรื่องไม่คาดฝันกำลังจะเกิดขึ้นกัน

ร่างเงาเรืองแสงสีทองควบแน่นขึ้นกลางท้องฟ้า "ข้ายอมแพ้ ข้ายินดีจ่ายพลังศักดิ์สิทธิ์ห้าหมื่นแต้มเพื่อแลกกับชีวิต" เจตจำนงอันกว้างใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศทาง ทว่าเนื้อหาของมันกลับต้อยต่ำเหลือเกิน

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหานเฟยที่เพิ่งจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มก็กลับมาอยู่ที่เดิม โชคดีที่เป็นแค่การตื่นตูมไปเอง มันเป็นเพียงภาพฉายที่ครึ่งเทพฝ่ายตรงข้ามสร้างขึ้นโดยการผลาญพลังศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

หานเฟยควบคุมแมลงปอเหล็กในพิษตัวนี้ให้บินไปตรงหน้าร่างเงาของครึ่งเทพบนท้องฟ้าทันที

"จ่ายมา!" โดยไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เจตจำนงของหานเฟยก็กระแทกใส่อีกฝ่ายด้วยคำพูดสั้นๆ ทันที หากไม่มีทรัพยากรหายากมูลค่าสูงอยู่ในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่าย อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดย่อมไม่มีทางมีมูลค่าถึงห้าหมื่นแต้มแน่นอน

"ตอนนี้ข้ายังไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มากขนาดนั้น ข้าจ่ายให้ก่อนได้แค่หนึ่งหมื่นแต้ม ส่วนที่เหลือข้าจะรีบหามาให้เร็วที่สุด ขอร้องล่ะ สั่งให้เผ่าพันธุ์บริวารของเจ้าหยุดโจมตีก่อนได้หรือไม่" ลูโคเออร์รวบรวมความกล้าสำหรับการเดิมพันครั้งสุดท้าย และส่งความคิดนี้ไปยังแมลงตรงหน้าทันที

"ไสหัวไป..." หานเฟยฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเจ้านี่มันเป็นแค่ยาจก และไม่มีทางหาพลังศักดิ์สิทธิ์มาได้ถึงห้าหมื่นแต้มหรอก มันก็แค่กำลังลองเสี่ยงดวงดูเท่านั้น

หมอนี่ต้องการถ่วงเวลาให้เขาสงบลงก่อน จากนั้นก็หาวิธีหลอกให้เขาถอนเผ่าพันธุ์บริวารออกจากอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ แล้วค่อยหาทางหลบหนีไป

ในโลกใบนี้ เรื่องราวของตัวเอกที่รอดพ้นจากความตายและพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในหนังสือนอกเวลาต่างๆ ก็มักจะมาในรูปแบบนี้ทั้งนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น หานเฟยยังไม่ลืมว่าเจ้านี่คือคนที่บุกรุกเขาประเดิมเป็นคนแรก แถมเมื่อกี้ยังทำให้เขาตกใจแทบแย่อีกต่างหาก

หานเฟยเมินเฉยต่อครึ่งเทพตนนี้ทันที เขาเปลี่ยนไปประทับร่างในแมลงปอเหล็กในพิษอีกตัว และเฝ้าสังเกตสถานการณ์บนสนามรบต่อไป

ร่างเงาครึ่งเทพบนท้องฟ้ายังคงไม่ยอมแพ้ กระแสความคิดถูกส่งออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าจนกระทั่งร่างเงานั้นค่อยๆ เลือนหายไป แต่หานเฟยก็ไม่ได้ให้ความสนใจอีกฝ่ายอีกเลย

ทันทีที่ร่างเงาหายไป ลูโคเออร์ที่กำลังสิ้นหวังก็ออกจากโลกแห่งทวยเทพไปเรียบร้อยแล้ว ในฐานะสามัญชนธรรมดาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย เขาไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหมื่นแต้มที่ว่านั่นเลย ความพยายามก่อนหน้านี้เป็นเพียงการหลอกตัวเองในยามสิ้นหวังเท่านั้น

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการสกัดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกสู่โลกแห่งความเป็นจริง เพื่อแปลงเป็นผลึกพลังงานศักดิ์สิทธิ์ มิฉะนั้น เมื่อแกนกลางอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แตกสลาย พลังศักดิ์สิทธิ์ในโลกแห่งทวยเทพก็จะมลายหายไปด้วย

ขณะที่แมลงปอเหล็กในพิษกระจายตัวออกไป แบบจำลองแผนที่อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่ายก็ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วในหัวของหานเฟย พื้นที่รวมตัวของมนุษย์หมาในปรากฏขึ้นบนแผนที่แห่งแล้วแห่งเล่า และมนุษย์หมาในบางส่วนที่กำลังหลบหนีอยู่บริเวณขอบสนามรบก็แสดงเป็นจุดสีแดงบนแผนที่เช่นกัน

หานเฟยค่อยๆ เข้าควบคุมสถานการณ์ที่แท้จริงของอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ในสนามรบเบื้องล่าง การต่อสู้ที่แท้จริงได้จบลงตั้งแต่ตอนที่แนวป้องกันของมนุษย์หมาในพังทลายลงแล้ว

ตอนนี้ เกมไล่ล่าและการหลบหนีกำลังเปิดฉากขึ้น หานเฟยเริ่มสั่งการฝูงแมลงแบบเรียลไทม์ทันที โดยแบ่งพวกมันออกเป็นกลุ่มๆ ตั้งแต่หนึ่งหมื่นไปจนถึงกว่าหนึ่งแสนตัว และมอบหมายภารกิจให้แต่ละกลุ่มแยกกันไป

แมลงสาบใบมีดโค้งและแมงมุมทารันทูล่าหนามทะลวงที่ยังคงรุกคืบไปด้วยกันในรูปแบบฝูงแมลงบนแนวหน้าของสนามรบ เริ่มแยกตัวออกจากกองกำลังหลักเป็นกลุ่มๆ ภายใต้การสั่งการของหานเฟย

กลุ่มที่ประกอบด้วยแมลงสาบใบมีดโค้งเป็นส่วนใหญ่และแมงมุมทารันทูล่าหนามทะลวงอีกจำนวนหนึ่ง ยังคงไล่ล่าตามนักรบมนุษย์หมาในที่แตกพ่าย เพื่อกวาดล้างมนุษย์หมาในที่กระจัดกระจายอยู่บนแผนที่

ในขณะเดียวกัน กองทัพหลักของแมงมุมทารันทูล่าหนามทะลวง พร้อมด้วยแมลงสาบใบมีดโค้งส่วนน้อย ก็กระจายกำลังกันออกไปเพื่อกวาดล้างเผ่ามนุษย์หมาในต่างๆ บนแผนที่ แต่ละหน่วยจะพาแมลงปอเหล็กในพิษจำนวนหนึ่งไปด้วยเพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมและทหารสื่อสาร

เมื่อมองดูจุดแสงสีเขียวที่เป็นตัวแทนฝ่ายของเขา และจุดแสงสีแดงที่เป็นตัวแทนของศัตรูบนแผนที่ หานเฟยก็รู้สึกคุ้นเคยราวกับกำลังเล่นเกมวางแผนกลยุทธ์แบบเรียลไทม์อยู่เลยทีเดียว

หลังจากมอบหมายภารกิจและเส้นทางให้กับกองกำลังหลักทั้งหมดแล้ว หานเฟยก็หันไปให้ความสนใจกับกลุ่มแมลงปอเหล็กในพิษที่อยู่หน้าสุดของแผนที่

นี่คือกองกำลังแมลงที่ประกอบด้วยแมลงปอเหล็กในพิษกว่าห้าแสนตัว ในเวลานี้ พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปยังใจกลางอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อย่างรวดเร็ว แกนกลางอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของทุกแห่งเกือบจะถูกกำหนดให้อยู่ตรงจุดศูนย์กลางเสมอ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะถูกรุกรานจากทิศทางใด แกนกลางอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ก็จะอยู่ห่างจากช่องทางการรุกรานมากที่สุดเสมอ

ขณะที่แมลงปอเหล็กในพิษเข้าใกล้ใจกลางอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ เมืองที่ค่อนข้างกว้างขวางและดูหยาบกระด้างก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหานเฟย แมลงปอเหล็กในพิษที่บินอยู่บนท้องฟ้ากระจายตัวออกเพื่อสังเกตการณ์เมืองแห่งนี้ทันที

"หยาบชะมัด เมืองนี้ไม่น่าจะมีมนุษย์หมาในเกินหนึ่งแสนคนหรอก แค่แมลงปอเหล็กในพิษก็น่าจะพอจัดการได้แล้ว" หานเฟยรู้สึกพูดไม่ออกเมื่อมองดูเมืองตรงหน้า

"ถ้ากำลังการผลิตยังไม่ถึง ก็อย่าฝืนสร้างเมืองขนาดใหญ่สิฟะ!" แทนที่จะเรียกว่าเป็นเมืองของมนุษย์หมาใน เรียกมันว่าเป็นสวนเพาะพันธุ์ปศุสัตว์ขนาดใหญ่ยังจะถูกต้องเสียกว่า

คอกสัตว์นานาชนิดมีให้เห็นอยู่ทุกที่ในเมืองนี้ ซึ่งล้วนสร้างด้วยสไตล์ชนเผ่าดั้งเดิม มีเพียงแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ตรงใจกลางเมืองเท่านั้นที่พอดูได้หน่อย

เมื่อเห็นแท่นบูชานี้ หานเฟยก็รู้ทันทีว่าเป้าหมายของเขาต้องอยู่ที่นี่แน่ เขาจึงออกคำสั่งโจมตีแก่กลุ่มแมลงปอเหล็กในพิษทันที

แมลงปอเหล็กในพิษที่เพิ่งจะกระจายตัวออกไปเพื่อค้นหา เปิดฉากโจมตีเมืองมนุษย์หมาในแห่งนี้ทันทีหลังจากได้รับคำสั่ง

การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อพลเรือนมนุษย์หมาในธรรมดาเหล่านี้เห็นว่าผู้ที่ขัดขืนถูกแมลงนับสิบตัวรุมโจมตีอย่างบ้าคลั่งในพริบตา จากนั้นก็น้ำลายฟูมปากและล้มลงไปชักกระตุกกับพื้น

มนุษย์หมาในส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะหันหลังวิ่งหนี หรือไม่ก็หาที่ซ่อนตัว

ในตอนนั้นเอง ลูกไฟดวงหนึ่งก็พุ่งจากทิศทางของแท่นบูชาขึ้นสู่ท้องฟ้า หานเฟยรีบเพ่งสายตาไปมองทันที

เขาเห็นชาแมนมนุษย์หมาในชราตนหนึ่งยืนอยู่บนแท่นบูชา กำลังโบกคทาไม้ในมือ โดยมีนักรบมนุษย์หมาในนับสิบนายยืนคุ้มกันอยู่ตรงกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงปอเหล็กในพิษเข้าใกล้

จากนั้นลูกไฟอีกลูกก็ก่อตัวขึ้นในมือของชาแมนมนุษย์หมาในตนนี้ แล้วถูกปาเข้าใส่ฝูงแมลงที่กำลังบินอยู่ แต่มันก็ไร้ผล ด้วยความคล่องตัวที่สูงมากของแมลงปอเหล็กในพิษ มันจึงหลบลูกไฟที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเห็นภาพนี้ ชาแมนก็ยังคงไม่ยอมแพ้ แสงสีแดงอีกสายแผ่ซ่านออกจากฝ่ามือของมัน นักรบมนุษย์หมาในทุกคนที่สัมผัสกับแสงสีแดงเริ่มมีดวงตาแดงก่ำและมีสีหน้าบ้าคลั่ง พวกมันกวัดแกว่งอาวุธในมืออย่างต่อเนื่อง หวังจะโจมตีแมลงปอเหล็กในพิษที่บินอยู่

นี่น่าจะเป็นเวทมนตร์บัฟสถานะ คล้ายกับเวทมนตร์คลุ้มคลั่งหรือเวทมนตร์เสริมพลังอื่นๆ

จบบทที่ บทที่ 17 รุกคืบ

คัดลอกลิงก์แล้ว