- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- 45 - ต่างฝ่ายต่างมีแผนชั่วในใจ
45 - ต่างฝ่ายต่างมีแผนชั่วในใจ
45 - ต่างฝ่ายต่างมีแผนชั่วในใจ
45 - ต่างฝ่ายต่างมีแผนชั่วในใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น คนในค่ายเตรียมทหารมาถึงลานฝึก พวกเขาได้รับรู้ข่าวการจากไปของจางอวี่เสียนแล้ว เมื่อคืนนี้มีหลายคนได้ยินเสียงสัตว์อสูรขนาดยักษ์ควบตะบึงไป
แน่นอนว่ารวมถึงอี้อวิ๋นด้วย
"อี้อวิ๋น!"
ที่ลานฝึก เหลียนเฉิงอวี้เรียกอี้อวิ๋นจากระยะไกล สีหน้ายังคงดูอ่อนโยน
"คุณชายเหลียน มีเรื่องอันใดหรือขอรับ?"
อี้อวิ๋นยิ้ม เขาเข้าใจดีว่าความนอบน้อมที่เหลียนเฉิงอวี้แสดงออกมาในตอนนี้ เป็นเพียงการแสดงให้ชาวบ้านดูเท่านั้น
ที่ลานฝึกในช่วงไม่กี่วันมานี้มีชาวบ้านมาดูความครึกครื้นไม่น้อย แม้เหลียนเฉิงอวี้จะอยากกำจัดอี้อวิ๋นใจจะขาด แต่เขาก็ไม่สามารถทำต่อหน้าชาวบ้านได้
สาเหตุก็คือ อี้อวิ๋นได้รับความชื่นชมจากจางอวี่เสียน เมื่อจางอวี่เสียนเสร็จสิ้นภารกิจ เขาอาจจะย้อนกลับมาที่เผ่าเหลียนเพื่อตามหาอี้อวิ๋น
ต่อให้จางอวี่เสียนไม่ย้อนกลับมาหา เขาก็อาจจะถามถึงสถานการณ์ของอี้อวิ๋นในตอนคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ
หากเหลียนเฉิงอวี้ลงมือกับอี้อวิ๋นในที่สาธารณะจริงๆ แม้จะสะใจ แต่เมื่อถูกชาวบ้านมากมายเห็นเข้า เรื่องราวจะต้องแพร่กระจายไป เหลียนเฉิงอวี้คงไม่สามารถฆ่าปิดปากคนทั้งเผ่าเหลียนได้
หากความจริงถูกจางอวี่เสียนสืบพบ เหลียนเฉิงอวี้ย่อมต้องเดือดร้อน ดังนั้นเหลียนเฉิงอวี้จึงเลือกวิธีที่ช้ากว่าแต่รอบคอบกว่า เพื่อกำจัดอี้อวิ๋นอย่างเงียบเชียบ
ในเมื่อเหลียนเฉิงอวี้ยังไม่เผยธาตุแท้ อี้อวิ๋นย่อมยินดีที่จะเล่นตามน้ำไปก่อน เพราะหากเกิดการปะทะกันขึ้นในตอนนี้ อี้อวิ๋นรู้สึกว่าพลังของตนยังไม่เพียงพอ อีกทั้งแก่นพลังกระดูกร้างเขาก็ยังดูดซับไม่หมด
"อี้อวิ๋น ก่อนใต้เท้าจางจะไป ได้ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งและกล่องยาหนึ่งกล่อง ในจดหมายกำชับว่า ยานี้ทิ้งไว้ให้เจ้าและข้า ส่วนของข้านั้นฤทธิ์ยาแรงกล้า หากวรยุทธ์ต่ำต้อยจะกินไม่ได้ ส่วนที่ให้เจ้านั้น เหมาะสมที่สุดสำหรับการปูพื้นฐานให้ผู้เริ่มฝึกวรยุทธ์"
เหลียนเฉิงอวี้พูดเป็นตุเป็นตะ หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าคนผู้นี้เป็นคนอย่างไร อี้อวิ๋นเกือบจะหลงเชื่อไปแล้ว
"โอ้ ยาทิพย์หรือขอรับ!?" ดวงตาของอี้อวิ๋นเป็นประกาย ดูเหมือนจะตื่นเต้นและคาดหวังอย่างยิ่ง "ใต้เท้าจางทิ้งยาไว้ให้ข้าด้วยหรือ?"
"ใช่แล้ว!" เมื่อเห็นท่าทางโง่เขลาของอี้อวิ๋น เหลียนเฉิงอวี้ก็แค่นยิ้มในใจ เป็นคนโง่จริงๆ ที่คิดว่าจะมีเรื่องดีๆ ตกมาจากฟ้า
"ใต้เท้าจางช่างใจกว้างนัก เขามีบุญคุณที่ส่งเสริมเราสองคน วันหน้าเมื่อเราเจริญรุ่งเรืองแล้ว จะลืมเขาไม่ได้เด็ดขาด!"
เหลียนเฉิงอวี้ตบไหล่อี้อวิ๋นและกำชับ ในดวงตาฉายแววจิตสังหารจางๆ
จางอวี่เสียนไปแล้ว ต่อหน้าเด็กอย่างอี้อวิ๋น เหลียนเฉิงอวี้ก็ไม่จำเป็นต้องจงใจปกปิดจิตสังหารอีกต่อไป
"ที่คุณชายเหลียนกล่าวมาถูกต้องแล้ว ผู้น้อยจะไม่ลืมเลยขอรับ" อี้อวิ๋นแสดงสีหน้ายอมรับคำสอนอย่างจริงใจ
"อี้อวิ๋นเอ๋ย พรสวรรค์ของเจ้านั้นมีมากกว่าข้าเสียอีก การเคี่ยวแก่นพลังกระดูกร้างในครั้งนี้ ข้าตั้งใจจะแบ่งให้เจ้าบ้าง แก่นพลังกระดูกร้างนี้ ไม่เพียงแต่จะเกี่ยวข้องกับอนาคตของเราสองคน แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของชาวบ้านกว่าพันครัวเรือนในเผ่าเหลียนด้วย ข้าไม่ไว้วางใจจะมอบให้ใครจัดการ คงต้องให้เจ้า น้องอี้อวิ๋น ไปเป็นผู้ดูแลการเคี่ยวด้วยตนเอง ข้าจึงจะวางใจได้"
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ตอนกลางวันเจ้าไปเคี่ยวกระดูกร้างต่อ เมื่อเคี่ยวแก่นพลังออกมาแล้ว เราสองพี่น้องจะดื่มแก่นพลังกระดูกร้างด้วยกัน ข้าจะช่วยเจ้าเดินลมปราณ พยายามให้เจ้าบรรลุขอบเขตโลหิตปถุชนชั้นที่สอง ปราณยืนยาว ถึงตอนนั้นจะมอบยาของใต้เท้าจางให้เจ้า เพื่อให้วรยุทธ์ของเจ้าก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น!"
ขณะที่เหลียนเฉิงอวี้พูด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย อี้อวิ๋นรู้ดีว่านั่นคือรอยยิ้มเยาะเย้ย
เมื่อไม่มีจางอวี่เสียน ในสายตาของเหลียนเฉิงอวี้ เด็กน้อยคนหนึ่งจะไปไหนเสีย ก็แค่ของเล่นที่เขาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอดในกำมือ
ต่อให้เหลียนเฉิงอวี้เตรียมยาไว้ให้เขาจริงๆ ก็น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ช้า กินเข้าไปแล้วอาจจะทำให้เป็นอัมพาตทั่วร่างและค่อยๆ ตายไปอย่างทรมาน
แต่ในมุมมองของเหลียนเฉิงอวี้ ไม่ว่ายาพิษชนิดใดก็ไม่อาจเทียบได้กับพิษเย็นจากกระดูกร้างงูหลามเหมันต์ นี่คือยาที่ไร้ทางแก้ การใช้พิษเย็นส่งอี้อวิ๋นลงนรกช่างเหมาะสมที่สุด!
"เรื่องที่คุณชายเหลียนสั่งการ ผู้น้อยจะจัดการให้ดีที่สุดขอรับ!"
อี้อวิ๋นตบหน้าอกรับคำ ด้วยท่าทางที่ดูเชื่อมั่นอย่างยิ่งราวกับวัยรุ่นโลหิตร้อน
จะว่าไป ในช่วงที่จางอวี่เสียนอยู่ที่เผ่าเหลียน การเคี่ยวกระดูกร้างนั้นไม่เคยหยุดลงเลย เพียงแต่ถูกย้ายไปที่บริเวณเขาโอสถของเผ่าเหลียนแทน
เพราะจางอวี่เสียนมาเยือนเผ่าเหลียน การจะตั้งหม้อขนาดใหญ่จุดไฟทั้งวันทั้งคืนกลางหมู่บ้านก็ดูจะไม่เหมาะสมนัก
เหลียนเฉิงอวี้ต้องการใช้พิษเย็นทำร้ายอี้อวิ๋นต่อไป เพื่อให้อี้อวิ๋นตายอย่างอนาถ โดยที่ชาวบ้านไม่สงสัย เมื่อถึงตอนนั้นก็ไร้หลักฐานมัดตัว
ส่วนอี้อวิ๋นนั้น แน่นอนว่าเขาต้องการฉวยโอกาสก่อนที่จะแตกหักกับเหลียนเฉิงอวี้อย่างสมบูรณ์ ดูดซับพลังกระดูกร้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเลื่อนระดับวรยุทธ์ไปสู่ขอบเขตชักนำปราณ และเพิ่มไพ่ตายให้ตนเองอีกหนึ่งใบ
ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต่างมีแผนชั่วในใจ และตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว อี้อวิ๋นจึงเดินทางไปเคี่ยวกระดูกร้างด้วยท่าทางดีใจอย่างยิ่ง
แน่นอนว่า ท่าทางดีใจของอี้อวิ๋นในสายตาของเหลียนเฉิงอวี้นั้น เป็นเพียงการแสดงออกของเด็กโง่เง่าเท่านั้น
"ไอ้คนงี่เง่า ให้มันไปตายมันยังดีใจขนาดนี้ พรสวรรค์ของข้าในบางด้านกลับสู้คนงี่เง่ายังงี้ไม่ได้ ช่างน่าอับอายขายหน้าจริงๆ!"
เหลียนเฉิงอวี้แค่นยิ้มเย็นชา กำมือแน่นจนข้อนิ้วส่งเสียงลั่นเบาๆ
...
ไม่ได้ดูดซับพลังกระดูกร้างมาสามวันแล้ว อี้อวิ๋นรอแทบไม่ไหว
หากขาดพลังกระดูกร้างมาเติมเต็ม วรยุทธ์ของอี้อวิ๋นในช่วงไม่กี่วันนี้จะก้าวหน้าช้ามาก และเขายังรู้สึกหิวโหยในท้องอยู่ตลอดเวลา
"ไอ้เด็กบ้า เจ้าหายหัวไปไหนมา!"
ชายฉกรรจ์หน้าดำที่รับหน้าที่เคี่ยวกระดูกร้าง เมื่อเห็นอี้อวิ๋นก็ตวาดใส่ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
พวกชายฉกรรจ์เหล่านี้กินนอนอยู่ที่เขาโอสถมาสองวันแล้ว พวกเขาไม่รู้เลยว่าอี้อวิ๋นถูกจางอวี่เสียนคัดเลือกและได้ฝึกวรยุทธ์
ภาพจำของพวกเขาที่มีต่ออี้อวิ๋นยังคงเป็นเด็กขี้โรค ย่อมไม่มีทางทำสีหน้าดีๆ ให้อี้อวิ๋นเห็น
อี้อวิ๋นไม่ได้สนใจชายฉกรรจ์เหล่านี้เลย เขาเดินไปยังที่ประจำของตนเพื่อผ่าฟืนอย่างคุ้นเคย
วันนี้เขาตั้งใจจะทุ่มสุดตัวเพื่อดูดซับพลังกระดูกร้างให้เต็มที่ เพราะอี้อวิ๋นรู้ดีว่าเวลาของเขามีไม่มากแล้ว ความอดทนของเหลียนเฉิงอวี้คงเหลืออีกไม่กี่วัน
เขามันต้องรีบทะลวงขอบเขตโลหิตปถุชนชั้นที่ห้า ชักนำปราณ ให้ได้โดยเร็ว
เมื่อเผชิญหน้ากับหม้อขนาดใหญ่ที่ถูกไฟแผดเผา อี้อวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก ในลานสายตาของเขาเต็มไปด้วยจุดแสงที่ไม่มีที่สิ้นสุด
จุดแสงเหล่านี้เปรียบเสมือนอาหารเลิศรสที่ชวนให้เขาน้ำลายสอ
มาให้หมดเลย ข้าจะกินให้เรียบ!
อี้อวิ๋นเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นในใจ โดยมีหัวใจของเขาเป็นศูนย์กลาง พลันเกิดพายุหมุนสีม่วงขึ้นมา
ในชั่วพริบตานั้น อี้อวิ๋นรู้สึกว่าทั่วร่างของเขาร้อนผ่าว พลังสายต่างๆ ไหลผ่านเส้นชีพจรเริ่นและตูที่เขาเพิ่งทะลวงผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้น ในสายตาของอี้อวิ๋น ที่ปากหม้อใบใหญ่พลันสว่างไสวด้วยแสงสีม่วงแดง จุดแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจาก "วารีหลีหั่ว" แย่งชิงกันบินเข้ามาหาอี้อวิ๋นราวกับนกนับร้อยโผบินหาพญาหงส์!
"นี่มัน..."
อี้อวิ๋นอึ้งไปครู่หนึ่ง จุดแสงเหล่านั้นมีมากกว่าที่เขาคาดไว้มาก แทบจะเชื่อมต่อกันเป็นเส้นสาย!
"ซวบ ซวบ ซวบ!"
จุดแสงราวกับพายุฝนตกลงสู่ร่างกายของอี้อวิ๋น พุ่งเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาอย่างย่ามใจ
ร่างกายของอี้อวิ๋นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขารู้สึกเพียงว่าเส้นชีพจรของตนแทบจะถูกระเบิดออกด้วยพลังที่อัดแน่นจนเกินไป!
เจ็บ!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้อี้อวิ๋นล้มลงกับพื้น แต่พลังเหล่านั้นยังคงไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
หากชายฉกรรจ์ที่เคี่ยวกระดูกร้างสามารถมองเห็นแสงแห่งพลังของม่วงจินได้ พวกเขาคงจะได้เห็นว่าทั่วร่างของอี้อวิ๋นถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีแห่งแสงสว่างเจิดจ้าเสียแล้ว
……..