- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- 38 - ร่างไร้ช่องโหว่
38 - ร่างไร้ช่องโหว่
38 - ร่างไร้ช่องโหว่
38 - ร่างไร้ช่องโหว่
"อี้อวิ๋นใช่หรือไม่?" จางอวี่เสียนเดินมาหยุดตรงหน้าอี้อวิ๋น
"ขอรับ ใต้เท้า!"
"เจ้าไม่เคยฝึกยุทธ์จริงหรือ?"
จางอวี่เสียนมองอี้อวิ๋นอย่างครุ่นคิด ฐานพลังของจางอวี่เสียนอยู่ที่ขอบเขตโลหิตม่วง ไม่อาจสัมผัสถึงฐานพลังที่แน่นอนของอี้อวิ๋นได้ แต่เขากลับรู้สึกว่าในกายอี้อวิ๋นมีสง่าราศีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่
คมดาบที่เก็บงำประกาย ซ่อนไว้ไม่ให้ปรากฏ!
"ฝึกมาบ้างขอรับ" อี้อวิ๋นเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง การแอบเรียนก็นับเป็นการฝึกยุทธ์เช่นกัน
"ใต้เท้า เจ้าเด็กนี่โกหก!" จ้าวเถี่ยจู้รายงานจากด้านข้าง "ข้าน้อยเป็นพยานได้ เจ้าเด็กนี่ไม่เคยฝึกยุทธ์เลย!"
อี้อวิ๋นมองจ้าวเถี่ยจู้ด้วยสายตาราวกับมองคนโง่ "ข้าฝึกยุทธ์หรือไม่ เจ้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ข้าเดินผ่านลานฝึกของชนเผ่านับครั้งไม่ถ้วน ยามที่ครูฝึกเหยาถ่ายทอดวิชา ข้าก็เคยฝึกตามบ้าง"
อี้อวิ๋นยอมรับว่าตนฝึกยุทธ์อย่างเปิดเผย เพื่อว่าในวันข้างหน้า เมื่อเขาแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมา จะได้มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ถึงตอนนั้นผู้คนจะคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่ฟ้าประทานมา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่ผลึกม่วงจะถูกเปิดเผย
ไม่เช่นนั้นวิชาการต่อสู้ของเขามาจากที่ใด ย่อมไม่อาจอธิบายได้ชัดเจน
"แอบเรียนวิชายุทธ์?"
เมื่อได้ยินคำพูดของอี้อวิ๋น ไม่เพียงแต่จ้าวเถี่ยจู้ สมาชิกคนอื่นๆ ในค่ายเตรียมทหารต่างก็แทบจะพ่นน้ำลายหัวเราะออกมา เพียงแต่ต่อหน้าจางอวี่เสียน พวกเขาไม่กล้าเสียมารยาทเกินไป
ในตอนนี้ ก็ไม่มีใครคิดจะเอาผิดอี้อวิ๋นในข้อหาแอบเรียนวิชายุทธ์แล้ว
สมาชิกค่ายเตรียมทหารคนหนึ่งกล่าวว่า "เพลงหมัดมังกรกระดูกพยัคฆ์เส้นเอ็นที่ครูฝึกเหยาสอนนั้น ล้ำลึกยิ่งนัก พวกเราเรียนตามทีละท่วงท่าก็ยังเรียนไม่เข้าใจ เจ้าเด็กอมมือที่ดูโง่เขลา แรงจะฆ่าไก่ยังไม่มี แถมยังเป็นการแอบเรียน จะไปเรียนได้เรื่องอะไรกัน!"
อี้อวิ๋นขี้เกียจจะโต้ตอบ อย่างไรเสียเขาก็เพียงแค่ต้องการให้ทุกคนมีภาพจำว่าเขากำลังเรียนยุทธ์อยู่ เมื่อถึงเวลาที่เขาเปิดเผยความแข็งแกร่งออกมาอย่างกะทันหัน จะได้มีสิ่งปูทางและช่วยบรรเทาความสงสัย
จางอวี่เสียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของอี้อวิ๋น แล้วค่อยๆ ถ่ายเทพลังปราณเข้าไป
ความจริงแล้วจางอวี่เสียนไม่ได้คาดหวังสิ่งใด เขาเพียงแค่ชื่นชมในความกล้าหาญของอี้อวิ๋น เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง กล้ายืนหยัดออกมาในสถานการณ์เช่นนั้นนับว่าไม่ง่ายเลย แน่นอนว่าชื่นชมก็ส่วนชื่นชม การฝึกยุทธ์นั้นไม่อาจอาศัยเพียงแค่ความกล้าหาญก็เพียงพอได้
ทว่า เมื่อพลังปราณที่จางอวี่เสียนปล่อยออกมาไหลเวียนเข้าไปในกายอี้อวิ๋นรอบหนึ่งแล้ว จางอวี่เสียนกำลังรอจะดึงพลังปราณกลับคืนเพื่อดูว่าถูกดูดซับไปเท่าใด แต่แล้ว...
เขากลับพบว่าพลังปราณของตนราวกับโคลนจมลงในทะเล หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
"นี่มัน..."
จางอวี่เสียนเบิกตากว้าง เป็นไปได้อย่างไร?
คิ้วของเขากระตุกซ้ำๆ ไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เขาจึงถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในกายอี้อวิ๋นอีกสายหนึ่ง
พลังปราณสายนี้ หลังจากเข้าสู่เส้นชีพจรของอี้อวิ๋นแล้ว ก็ราวกับวาฬใหญ่สูบน้ำ มันม้วนตัวเข้าไปในหัวใจของอี้อวิ๋น และถูกผลึกม่วงดูดซับไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
"เจ้า..."
จางอวี่เสียนตกตะลึง พลังปราณที่เขาถ่ายเทเข้าไปในกายอี้อวิ๋น กลับถูกดูดซับไปจนหมดสิ้นโดยไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย!?
เมื่อเห็นคิ้วของจางอวี่เสียนกระตุกไม่หยุด เหลียนเฉิงอวี้ก็ไม่ทราบว่าจางอวี่เสียนกำลังโกรธจัดอยู่หรือไม่ เขาเดินมาข้างกายจางอวี่เสียนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
เหลียนเฉิงอวี้คิดว่า จางอวี่เสียนมาตรวจเยี่ยมชนเผ่าตระกูลเหลียน แต่ในเผ่ากลับมีตัวประหลาดอย่างอี้อวิ๋นปรากฏขึ้น
แม้เขาจะเห็นชีวิตของคนในชนเผ่าตระกูลเหลียนดั่งเศษหญ้า แต่ไม่อาจทนให้ชนเผ่าตระกูลเหลียนทำให้เขาต้องขายหน้าต่อสายตาคนนอก จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นดูแคลนเขาได้
เหลียนเฉิงอวี้ฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า "ท่านราชทูต งานเลี้ยงต้อนรับเตรียมพร้อมแล้ว พวกเราไปรับประทานอาหารกันก่อนดีหรือไม่ขอรับ?"
เหลียนเฉิงอวี้ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของจางอวี่เสียน เพื่อเร่งผ่านเรื่องของอี้อวิ๋นไปเสีย แต่ในตอนนั้นเอง จางอวี่เสียนกลับคว้าไหล่ทั้งสองข้างของอี้อวิ๋นไว้ทันที
เขามองอี้อวิ๋นตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบหนึ่ง
ในชนเผ่าเล็กๆ ที่แร้นแค้นกลางแดนร้าง กลับมีผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ปรากฏขึ้นได้เชียวหรือ?
และที่หาได้ยากยิ่งกว่าคือ เด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ ยังมีจิตใจที่มุ่งมั่นและกล้าหาญในเส้นทางยุทธ์ การที่เขากล้ายืนหยัดออกมาต่อหน้าฝูงชน ได้พิสูจน์ความกล้าของเขาแล้ว
นอกจากนี้ สง่าราศีที่ซ่อนเร้นของเด็กหนุ่ม ยังทำให้จางอวี่เสียนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
"เจ้าดีมาก ดีมากจริงๆ! นึกไม่ถึงเลยว่า การที่ข้ามายังชนเผ่าเล็กๆ ในแดนร้าง จะได้พบหยกงามเช่นเจ้า"
จางอวี่เสียนไม่ได้ตระหนี่คำชมเลยแม้แต่น้อย เสียงของเขาดังกังวานแผ่ซ่านไปไกล
เอ๊ะ?
ข้างกายอี้อวิ๋น จ้าวเถี่ยจู้ที่เดิมทีเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว รอเพียงให้อี้อวิ๋นตกรอบก็จะเริ่มถากถางอย่างหนัก พลันเบิกตาโหว่ สีหน้าของเขาราวกับไก่ที่กำลังจะขันแต่ถูกบีบคอไว้
เมื่อครู่ท่านจางกล่าวว่ากระไร ข้าคงหูไม่ฝาดไปใช่หรือไม่!
ถัดจากจ้าวเถี่ยจู้ เหลียนเฉิงอวี้ที่กำลังชักชวนจางอวี่เสียนไปรับประทานอาหารก็ตกตะลึงไปเช่นกัน ไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที
ส่วนคนวงนอกที่มองไม่เห็นสถานการณ์ด้านใน ต่างก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ได้ยินจางอวี่เสียนชื่นชมใครบางคนอย่างกะทันหัน จึงพากันให้ความสนใจ
"ใคร? ใครกันที่ได้รับคำชมสูงส่งเพียงนั้น"
บางคนถึงกับเขย่งเท้าจากวงนอกเพื่อมองเข้าไปข้างใน
"เจ้ามี 'ร่างไร้ช่องโหว่' (หมายถึงไม่มีพลังปราณรั่วอะไรออกมา) แม้จะเป็นเพียงกายม่วงไร้รั่วไหลระดับต่ำ ก็นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก! หากอยู่ในตระกูลใหญ่ ย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความสำคัญอย่างแน่นอน!"
ร่างไร้ช่องโหว่?
ร่างไร้ช่องโหว่คืออะไร ทุกคนรวมถึงเหลียนเฉิงอวี้ต่างไม่เคยได้ยินคำศัพท์นี้มาก่อน
ทว่านั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจท่าทีของจางอวี่เสียน
"ดีมากจริงๆ" "หยกงาม" "หากอยู่ในตระกูลใหญ่ ย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความสำคัญอย่างแน่นอน"!
แม้แต่จ้าวเถี่ยจู้ที่สมองไม่ค่อยแล่น ยังแยกแยะออกว่า คำชมที่จางอวี่เสียนมีต่ออี้อวิ๋นนั้น ดูเหมือนจะสูงส่งยิ่งกว่าเหลียนเฉิงอวี้เสียอีก!
เป็นไปได้อย่างไร จ้าวเถี่ยจู้รู้สึกราวกับเพิ่งกินของเสียเข้าไปหนึ่งจิน สีหน้าดูพิกลพิการยิ่งนัก
สมาชิกค่ายเตรียมทหารคนอื่นๆ ต่างก็พากันตกตะลึง อ้าปากค้างจนไม่อาจหุบลงได้เป็นเวลานาน
"ตีตี้เขา..." (ตีตี้เป็นคำเรียกน้องชาย)
เจียงเสี่ยวโหรกระพริบตาคู่งามที่ดูมีน้ำมีนวล นางเป็นคนที่หวังให้อี้อวิ๋นได้ดีที่สุดในบรรดาทุกคน แต่ความสุขมาถึงกะทันหันเกินไปจนนางแทบไม่กล้าเชื่อ
นางเห็นอี้อวิ๋นเติบโตมาจากเด็กน้อยที่สวมกางเกงเป้าเปิดจนโตขนาดนี้ นางไม่เคยพบว่าอี้อวิ๋นมีพรสวรรค์อะไรเลย ตอนนี้จางอวี่เสียนกล่าวชมเสียยกใหญ่ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?
เจียงเสี่ยวโหรรู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างอัศจรรย์เกินไป ดูเหมือนคำชมที่เหลียนเฉิงอวี้ได้รับ ยังเทียบไม่ได้กับน้องชายของนางเลย?
"เจ้าเด็กนี่เป็นอัจฉริยะเชิงยุทธ์หรือ? เป็นไปได้อย่างไร!"
………..