- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นคุณหนูเลือดนักสู้
- บทที่ 30 - ถึงเวลาลงมือ
บทที่ 30 - ถึงเวลาลงมือ
บทที่ 30 - ถึงเวลาลงมือ
บทที่ 30 - ถึงเวลาลงมือ
༺༻
โก โจ และโม ในที่สุดก็มาถึงกรงข้างนอก พื้นที่แถวนี้ค่อนข้างว่างเปล่า ขณะที่มีนักเรียนบางส่วนเดินเตร่อยู่แถวนั้น แต่ในกรงมักจะเต็มไปด้วยผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อดิพเตอร์เรียกประชุม ปกติแล้วนักเลงทั้งโรงเรียนจะมารวมตัวกันที่นี่ แต่มันไม่ใช่ครั้งนี้
และด้วยเหตุผลบางอย่าง นั่นทำให้เรื่องทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องส่วนตัวยิ่งกว่าเดิม
แทนที่จะเป็นฝูงชน ดิพเตอร์ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับคนอีกสองข้างกาย คนหนึ่งเป็นผู้ชายตัวใหญ่ ไม่ได้ถึงกับมีกล้ามเนื้อชัดเจน แต่ดูโครงร่างกว้างและกำยำ ผมสั้นเกรียนไล่ระดับด้านข้างอย่างสะอาดตา พร้อมกระจุกผมยุ่งๆ ด้านบน ทันทีที่โกเห็นเขา เขาก็เกร็งตัวขึ้นมาทันที
เจย์ วูดส์
หนึ่งในนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียน
ย้อนกลับไปตอนที่โรงเรียนกำลังตัดสินใจเลือกหัวโจก มันเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างเจย์กับดิพเตอร์ มีคนเลือกข้างแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ถึงขั้นมีข่าวลือว่าทั้งคู่จะสู้กันแต่ก็ไม่เกิดขึ้น ในที่สุด ดิพเตอร์เป็นคนที่ถูกเลือกให้ขึ้นเป็นผู้นำ
และยังมีนักเรียนอีกคนหนึ่ง สูงกว่า เพรียวกว่า พร้อมผมสีเขียวที่ย้อมมา และหน้ากากที่ปกปิดส่วนล่างของใบหน้า สไนค์
ทุกคนรู้จักชื่อนี้ ไม่ใช่แค่เพราะรูปลักษณ์ แต่เป็นเพราะข่าวลือ ที่ว่าเขาเคยแทงใครบางคนจากโรงเรียนคู่อริ ที่ว่าเขาอันตราย และคาดเดาไม่ได้
การเห็นทั้งคู่มาอยู่ที่นี่ตอนนี้ ยืนอยู่ข้างดิพเตอร์เงียบๆ ส่งสารออกมาอย่างชัดแจ้งว่า:
การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันจริงจังมาก
แล้วก็ยังมีตัวดิพเตอร์เองที่ดูนิ่งเหมือนเคย บุหรี่คาบอยู่อย่างเกียจคร้านที่มุมปาก มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ดวงตาที่แหลมและกว้างของเขามีความเย็นชาที่สามารถทำให้ใครก็ตามตัวแข็งทื่อได้ และผมที่ปัดไปข้างหลังเผยให้เห็นหน้าผากที่โดดเด่นซึ่งยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขามเข้าไปอีก
เขาคือหัวหน้าของโรงเรียน เป็นจ่าฝูงที่ไม่มีใครโต้แย้งของพวกนักเลงทั้งหมด เป็นคนที่คอยบงการ แม้แต่โกยังต้องรับคำสั่งจากเขา
"พวกแกไปก่อเรื่องยุ่งยากมาให้จนได้สินะ?" ดิพเตอร์พูด น้ำเสียงต่ำและเชือดเฉือน "ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย พวกแกจัดการเด็กเพียงคนเดียวที่เราไม่ได้เป็นเป้าหมายด้วยซ้ำไปได้ยังไงวะ?"
โกจ้องมองที่เท้าของตัวเอง ไม่กล้าสบตาหน้าดิพเตอร์
"มองหน้าฉัน" ดิพเตอร์สั่ง
ทันทีนั้น หัวของโกสะบัดขึ้นมา สบตาเข้ากับดิพเตอร์
"ฉันรู้หมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น" ดิพเตอร์พูดต่อ "พวกแกเล่นสนุกกับการเป็นราชาในกระบะทรายเล็กๆ ของพวกแกมากเกินไป ตอนนี้ดูสิ่งที่พวกแกทำสิ ฉันต้องมาคอยล้างเช็ดความยุ่งเหยิงนี่"
เขาสูบบุหรี่คำสุดท้ายก่อนจะดีดมันลงพื้นและเหยียบซ้ำ
"โชคดีนะที่ฉันจัดการทำให้เรื่องมันเงียบลงได้... สำหรับตอนนี้ ได้รับคำแนะนำมาด้วย พวกแกจะต้องบอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่พวกแกทำกับเด็กนั่น"
ทั้งสามคนตัวแข็งทื่อด้วยความช็อก
"ความจริงเหรอครับ?" โกทวนคำด้วยความสับสน
"มีคำให้การจากเพื่อนร่วมห้องของพวกแกเยอะเกินไป มีเด็กเยอะเกินไปที่เห็นสิ่งที่พวกแกทำอยู่ แต่อย่าโง่นะ ทำให้มันดูเบาลง อย่าทำให้มันดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ เข้าใจไหม?" ดิพเตอร์พูด น้ำเสียงเฉียบคมพอจะตัดเหล็กได้
"แสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกแกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป ทำเหมือนพวกแกไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้" ดิพเตอร์พูดพลางปัดเถ้าบุหรี่ "ในเมื่อพวกเขาตัดสินว่าเป็นการฆ่าตัวตาย มันก็ยากที่พวกเขาจะโยนความผิดมาให้พวกแกอยู่แล้ว
"แต่ถ้าพวกเขาล่ะ? อย่างแย่ที่สุด พวกแกก็โดนแค่ภาคทัณฑ์หรือทำทัณฑ์บน"
เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เหมือนว่าแม้แต่งานล้างเช็ดนี่ก็เริ่มทำให้เขารำคาญแล้ว
"ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องมานั่งอธิบายเรื่องนี้ซ้ำหรอกนะ สงบเสงี่ยมเข้าไว้ตอนที่ตำรวจอยู่ที่นี่ และเมื่อพวกเขากลับไปแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกแกจัดการกับเป้าหมายที่ถูกต้องในครั้งหน้า อย่าให้พลาดอีก ทำตามที่สั่งทุกอย่าง"
เวลาแบบนี้แหละที่กลุ่มสามคนนี้รู้สึกซาบซึ้ง ซาบซึ้งที่มีคนอย่างดิพเตอร์อยู่บนจุดสูงสุด คนที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ในตอนที่ทุกอย่างกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
ในที่สุดกลุ่มสามคนก็กลับมาที่ห้อง เดินเข้ามาด้วยท่าทางที่นิ่งกว่าเดิม ถึงแม้จะยังดูไม่สบายใจอยู่บ้าง การสอบสวนของตำรวจยังคงดำเนินต่อไป นักเรียนถูกเรียกตัวทีละคนเพื่อให้ปากคำ
ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับตัวอักษรของนามสกุล ซึ่งหมายความว่า แม็กซ์ สมิธ (สเติร์น) อยู่เกือบจะท้ายรายการ เขานั่งเงียบๆ ในมุมห้อง สายตาเฝ้ามองกลุ่มสามคนตอนที่พวกมันถูกเรียกออกไปทีละคน สมองของเขาคิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้น
'ฉันจำได้ตอนที่ฉันเรียนอยู่เมื่อก่อน... ถ้าครูรู้เรื่องแบบนี้ รู้เรื่องการกลั่นแกล้งระดับนี้ มันไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย' แม็กซ์คิด 'มันมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงสิบเท่า'
'ทุกอย่างเปลี่ยนไปตอนที่ฉันขึ้นเป็นหัวหน้าโรงเรียน' แม็กซ์คิด กรามเม้มแน่น 'ฉันกำจัดเรื่องไร้สาระพวกนั้นทิ้งหมด แต่ถ้าครูรู้ว่าแซมเป็นคนเรียกพวกเขาเมื่อวานนี้... ชิบเป๋ง และฉันก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้วที่ไม่ได้ทำอะไรเลย'
"แม็กซ์ สมิธ!"
ชื่อของเขาดังก้องไปทั่วห้อง เสียงของครูตัดความคิดของเขา ถึงตาเขาแล้ว
ขณะที่แม็กซ์เดินออกไปที่โถงทางเดิน ครูเดินนำหน้า นำทางเขาไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องว่างห้องหนึ่งที่จัดไว้สำหรับการสอบปากคำ แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึง มีใครบางคนเดินออกมาจากห้องเรียนอีกห้องที่อยู่ข้างหน้า
โก
สายตาของแม็กซ์หรี่ลง แต่มันไม่ได้มีแค่โก มีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆ มันด้วย
ชายสวมชุดสูทสีเทาเรียบหรู ผมเซตมาอย่างสมบูรณ์แบบ รองเท้าขัดมันจนเงาวับ เขาสวมเข็มกลัดชื่อสีทองติดอยู่ที่กระเป๋าเสื้อนอก
แม็กซ์หรี่ตา
'สำนักงานกฎหมายโอดิน?'
ความคิดของเขาวิ่งพล่านเพื่อหาที่มาที่ไป
'ไม่มีทาง นั่นมันหนึ่งในสำนักงานกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยนะ ใครๆ ก็รู้จักพวกเขา พวกเขาคือคนประเภทที่จะช่วยให้พวกเซเลบริตี้หลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงที่สาธารณชนไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ และไม่ใช่แค่พวกคนดัง กลุ่มผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มที่ฉันรู้จักก็ใช้สำนักงานอย่างโอดินเพื่อให้ปัญหาจางหายไป ให้ตายสิ เราเองก็เคยใช้คนแบบนี้ในแก๊งพยัคฆ์ขาว'
สายตาของเขาตวัดกลับไปมองโก ซึ่งกำลังยิ้มเยาะเหมือนไม่มีอะไรในโลกจะทำอะไรมันได้
'เด็กพวกนี้มีแบ็กดีขนาดไหนกันเนี่ย?'
'ราคาของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่เด็กจากโรงเรียนรัฐบาลทั่วไปจะจ่ายไหวแน่ๆ' แม็กซ์คิด สายตาหรี่ลง 'ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นแล้ว... มีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่นอน'
การปรากฏตัวของทนายความจากสำนักงานกฎหมายโอดิน หนึ่งในที่ที่ทรงเกียรติที่สุดในประเทศ ยิ่งยืนยันสิ่งที่แม็กซ์สงสัยมาตลอด ใครก็ตามที่ชักใยอยู่เบื้องหลังมีอำนาจที่แท้จริง และด้วยการคุ้มครองทางกฎหมายแบบนั้น โกและคนอื่นๆ คงไม่ต้องรับผลกรรมอะไรจากสิ่งที่พวกมันทำแน่ เว้นแต่จะมีใครมาบังคับให้พวกมันต้องรับ
แต่ยิ่งกว่านั้น มันยืนยันอีกสิ่งหนึ่งสำหรับแม็กซ์
'พวกมันต้องรับผิดชอบ ฉันมั่นใจแล้ว'
ทันทีที่แม็กซ์ก้าวเข้าไปในห้องสอบปากคำ สายตาของเขากวาดมองการจัดวาง กล้องตั้งอยู่บนขาตั้งที่มุมห้อง โต๊ะธรรมดาๆ หนึ่งตัว ตำรวจหนึ่งคน และครูที่ประจำอยู่ใกล้ๆ น่าจะเป็นตัวแทนของโรงเรียน
หลังจากเขานั่งลง ตำรวจก็เริ่มพูด อ่านสิทธิของเขา อธิบายขั้นตอนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและสม่ำเสมอ แม็กซ์พยักหน้าตาม ยืนยันว่าเขาเข้าใจ
คำถามเริ่มต้นจากเรื่องพื้นฐาน ชื่อ อายุ ชั้นเรียน รายละเอียดเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นน้ำเสียงก็เปลี่ยนไป
"แม็กซ์ ตามรายงานหลายฉบับจากนักเรียนคนอื่น มีคนบอกว่าเธอก็ถูกแกล้งเหมือนกัน พร้อมกับแซม ในห้องเรียนของเธอ เธอยืนยันได้ไหมว่านั่นเป็นความจริง? และถ้าใช่ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าพวกเธอทั้งสองคนโดนอะไรมาบ้าง?"
แม็กซ์จ้องมองไปข้างหน้า เงียบไปครู่หนึ่ง น้ำหนักของทุกอย่างกดทับลงมาที่เขา เขาคิดอย่างรอบคอบ ปะติดปะต่อสิ่งที่ควรจะพูดออกไป
จากนั้น เขาก็ค่อยๆ อ้าปากพูด
"พวกนั้นจะถูกตัดสินในฐานะผู้เยาว์ใช่ไหมครับ?" แม็กซ์ถาม สายตาจับจ้องไปที่ตำรวจ "ผมขอถามอีกอย่างได้ไหม? การตายของแซมถูกสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือเปล่า? เขาทิ้งอะไรไว้ที่ชี้ให้เห็นว่าพวกนั้นเป็นฝ่ายผิดไหม? และ... ถ้าผมพูดอะไรออกไป มันจะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริงๆ เหรอครับ?"
ตำรวจทั้งสองคนเหลือบมองกันอย่างประหลาดใจครู่หนึ่ง ก่อนที่คนหนึ่งจะตอบกลับมา
"เราไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีนะแม็กซ์ แต่สิ่งที่เราบอกได้คือ ข้อมูลอะไรก็ตามที่เธอให้มาสามารถช่วยได้ ยิ่งเราเข้าใจมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกได้มากเท่านั้น"
แม็กซ์ไม่ตอบ กลับลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างสงบ
"ผมเชื่อว่าผมไม่ได้ถูกควบคุมตัวอยู่" เขาพูด "ดังนั้นผมขอตัว และสำหรับคำถามที่เหลือของคุณ ให้ถือว่าคำตอบของผมคือ 'ไม่มีความเห็น' ก็แล้วกันครับ"
โดยไม่ต้องพูดอะไรอีก แม็กซ์หันหลังเดินไปที่ประตู เขาเพิกเฉยต่อเสียงครูที่เรียกตามหลัง สมองของเขาไปอยู่ที่อื่นแล้วขณะที่เขาหยิบมือถือออกมาและพิมพ์ข้อความส่งออกไป
ไม่กี่นาทีต่อมา แม็กซ์เดินผ่านห้องเรียนของตัวเองไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาเลี้ยวหัวมุมและผลักประตูเข้าไปในห้องน้ำชาย ข้างในนั้น เป็นไปตามคาด โจนั่งรออยู่ ท่าทางตึงเครียด สายตาเหลือบมองไปที่ทางเข้าทันทีที่แม็กซ์เดินเข้ามา
"ฉันได้รับข้อความแล้ว" โจพูด น้ำเสียงต่ำและลนลาน "แต่... ฉันไม่คิดว่าเราควรจะมาเจอกันบ่อยขนาดนี้นะ นายก็รู้?"
"และนั่นคือเหตุผลที่ฉันส่งข้อความให้มาเจอในนี้ไง" แม็กซ์พูด น้ำเสียงเฉียบคมและตรงไปตรงมา ไม่มีความอดทนเหลืออยู่ในน้ำเสียง ไม่มีที่ว่างให้มาเล่นเกม "แกกับโกเพิ่งรู้ใช่ไหมว่าแซมบอกครูเรื่องที่ฉันทำกับแก?"
"อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ?" โจตอบพลางลุกลี้ลุกลน "ฉันไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดหรอก แต่โกมันสังหรณ์ใจน่ะ มันบอกว่าแซมต้องเป็นคนคาบข่าวไปบอกแน่ๆ... แล้วมันก็อยากจะแก้แค้น"
"แล้วยังไงต่อ...?" แม็กซ์ถาม เสียงต่ำแต่กดดัน
โจไม่ตอบ เขาดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ขยับตัวไปมา สายตาไม่สบตาแม็กซ์ มือของเขายังคงปวดจากการเผชิญหน้ากันครั้งล่าสุด นิ้วของเขาที่พันผ้าพันแผลไว้เป็นเครื่องเตือนใจอยู่ตลอดเวลา
"แก. ทำ. อะไร. ลง. ไป?" แม็กซ์ถามอีกครั้ง หนักแน่นกว่าเดิม
"ก็ได้... ก็ได้ ฉันจะบอกทุกอย่างเอง" โจโพล่งออกมา "แต่มันไม่ใช่ไอเดียของฉันนะ เข้าใจไหม? นายบอกให้ฉันแกล้งทำตัวตามปกติเอง จำได้ไหม?"
จากนั้น โจก็เริ่มเล่า เขาอธิบายทุกอย่าง ว่าพวกเขาไปที่ร้านอาหารของครอบครัวแซมยังไง โกเป็นคนนำเรื่องทั้งหมดอย่างไร พวกเขาทำตัวเหมือนลูกค้า... และมันจบลงด้วยการที่ตำรวจโผล่มา ทุกรายละเอียดพรั่งพรูออกมาด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว
แม็กซ์ยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ทุกอย่างซึมซาบเข้าไป เขาอยากจะรู้สึกโกรธ เขาควรจะโกรธ แต่นั่นไม่ใช่อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ข้างใน
ไม่ สิ่งที่แม็กซ์รู้สึกนั้นแย่กว่ามาก—มันคือความรู้สึกผิด
ไม่ใช่แค่พวกมันเท่านั้น เขาเองก็เป็นคนเริ่มวงจรนี้ขึ้นมา สายใยของเหตุการณ์ การตัดสินใจที่ทำลงไปทีละอย่าง นำไปสู่ความตายของเด็กคนหนึ่ง เด็กที่พยายามจะช่วยเขา
โดยไม่พูดอะไรกับโจอีก แม็กซ์เอื้อมมือไปในกระเป๋าและหยิบมือถือออกมา
"นายจะทำอะไรน่ะ? นายจะบอกตำรวจเหรอ?" โจถาม เสียงสูงขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "ตำรวจรู้เรื่องหมดแล้วนะ ฉันไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้หรอก ดิพเตอร์หาทนายพวกนั้นมาให้เรา และพวกตำรวจก็ตกเป็นรองตั้งแต่เริ่มแล้ว พวกเขารู้เรื่องรายงานแจ้งความนั่นด้วย"
แม็กซ์ไม่พูดอะไรสักคำกับคำพล่ามของโจ สิ่งที่มันพูดไม่มีอะไรน่าแปลกใจอีกต่อไป แม้แต่การได้ยินชื่อดิพเตอร์ มันเพียงแค่ยืนยันสิ่งที่เขาสงสัยอยู่แล้ว ชื่อของดิพเตอร์อยู่ในรายชื่อด้วยเหตุผลบางอย่าง
"ฉันกำลังทำในสิ่งที่เขาควรจะทำต่างหาก" แม็กซ์พูดเบาๆ พลางปลดล็อกมือถือ
เขาเลื่อนดูรายชื่อติดต่อและกดไปที่ชื่อหนึ่ง: สโตลเกอร์
มันดังไม่เกินสองครั้ง ปลายสายก็รับ
"แหม ประหลาดใจจัง ต้องการความช่วยเหลือเหรอ?" เสียงทุ้มและสงบนิ่งของอารอนดังมาจากปลายสาย
"นายบอกว่าฉันขออะไรนายก็ได้ใช่ไหม?" แม็กซ์พูด น้ำเสียงมั่นคงแต่เย็นชา "ตราบใดที่มันอยู่ในอำนาจของนาย... งั้นฉันต้องการความช่วยเหลือจากนาย ตอนนี้เลย"
༺༻