- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นคุณหนูเลือดนักสู้
- บทที่ 15 - ของขวัญชิ้นเล็ก
บทที่ 15 - ของขวัญชิ้นเล็ก
บทที่ 15 - ของขวัญชิ้นเล็ก
บทที่ 15 - ของขวัญชิ้นเล็ก
༺༻
ช่วงมัธยมปลายเคยเป็นทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดในชีวิตของแม็กซ์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมองมุมไหน
เริ่มจากส่วนที่แย่ที่สุดก่อน: เขาไม่ใช่พวกประเภทที่สามารถนั่งลงแล้วตั้งใจเรียนได้เลย หนังสือเหรอ? สมุดโน้ตเหรอ? ย่อหน้าข้อมูลที่น่าเบื่อและยาวเหยียดงั้นเหรอ? ไม่มีอะไรที่มันจะเข้าหัวเขาได้เลยซักนิด
แต่ถ้าลองไปถามเขาเรื่องการ์ตูนหรือรายการทีวีที่เขาชอบสิ เขาจะท่องจำรายละเอียดทุกเม็ดให้คุณฟังได้แบบไม่มีตกหล่น
ถ้าเพียงแต่พลังสมาธิอันแรงกล้านั้นถูกนำมาใช้กับการเรียนล่ะก็ เขาคงจะได้ที่หนึ่งของห้องได้แบบไม่ต้องออกแรงเลยทีเดียว
ดังนั้น คำตอบคือไม่—เพียงเพราะเขาเพิ่งจะจบมัธยมปลายมาได้แค่สิบกว่าปี ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาทำคะแนนสอบได้ท็อปและผ่านมันไปได้ชิลๆ ในครั้งนี้หรอกนะ
คราวนี้มาถึงความทรงจำดีๆ บ้างล่ะ?
ทั้งหมดนั่นมันเกี่ยวกับหมัดของเขาล้วนๆ
สมัยก่อน แม็กซ์สร้างชื่อให้ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังจากเริ่มเข้าเรียน เขาก็ซัดไอ้ที่เก่งที่สุดในห้องจนหมอบ จากนั้นก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่น และหลังจากนั้นล่ะ? ก็คือขาใหญ่ที่สุดในโรงเรียน
ไม่มีนักเรียนคนไหนที่ไม่รู้จักชื่อ 'แม็กซิมัส'
ในที่สุด เขาก็เริ่มออกไปท้าสู้กับพวกนักเลงจากโรงเรียนอื่นในพื้นที่—และเมื่อถึงตอนจบ เขาก็กลายเป็นพี่ใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าหือทั่วทั้งเมือง
มีข่าวลือว่าแม็กซ์เคยสู้กับคนห้าสิบคน—พร้อมกัน—แล้วเดินออกมาในฐานะผู้ชนะ
มันฟังดูบ้าบอมาก
แต่เรื่องราวนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง จนกลายเป็นตำนานไปเลย
มันไม่ใช่ข่าวลือหรอก แม็กซ์คิดพลางยิ้มเยาะ แต่มันก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครจำเรื่องหลังจากนั้นได้... ผมต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ตั้งหลายสัปดาห์เลยล่ะ
เมื่อเขานึกถึงวันเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นในโรงเรียนหรอก มันคือช่วงเวลาข้างนอกนั่น ผู้คนที่เขาได้เจอ ทีมที่เขาสร้างขึ้นมา วันที่รุ่งโรจน์ที่ตามมาหลังจากนั้นต่างหาก
ไม่มีอะไรที่เขาคิดถึงเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมเลยซักนิดเดียว
นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีกที่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
วันเวลาที่ยากลำบากพวกนั้น... มันคือเหตุผลที่ผมถูกดึงเข้าสู่ชีวิตแก๊งตั้งแต่แรก แล้วมันพาผมไปจบที่ไหนล่ะ? ตายก่อนจะอายุถึงห้าสิบซะด้วยซ้ำ
กลับมาที่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ แม็กซ์รื้อค้นตู้เสื้อผ้าที่มีของอยู่น้อยชิ้นเพื่อหาอะไรมาใส่ ชุดสูทที่เขาใส่ไปงานมันทางการเกินไป เขาต้องการอะไรที่มันดูธรรมดากว่านั้นเยอะ
ขณะที่เขากำลังเปลี่ยนชุด เขาก็เหลือบมองตัวเองในกระจกห้องน้ำ
สายตาของเขาไล่สำรวจรอยแผลที่ยังคงจางหายไปบนผิวหนัง... และความผอมกะหร่องของร่างกายใหม่นี้โดยรวม
นายดูเป็นพวกประเภทเด็กเรียนทั้งวันจริงๆ นั่นแหละ แม็กซ์คิดพลางขมวดคิ้ว อย่างหนึ่งที่มั่นใจได้เลยคือนายไม่ได้เล่นกีฬา ดังนั้นถ้านายเคยเป็นนักเรียนดีเด่น แล้วอยู่ดีๆ ผมก็เริ่มสอบตกทุกวิชา... อะไรจะเกิดขึ้นล่ะทีนี้?
การเอาแต่คิดฟุ้งซ่านเริ่มทำให้แม็กซ์จะประสาทกิน เขาแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองแล้วตอนนี้
ในชีวิตเดิมของเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่หัวสมองมันวุ่นวายเกินไป เขามีทางออกเดียว: ออกกำลังกาย
ร่างกายที่แข็งแกร่งนำไปสู่จิตใจที่แข็งแกร่ง นั่นคือวิธีที่เขาใช้ตัดสินใจ แต่ร่างกายนี้ล่ะ?
ร่างกายนี้มันอ่อนแอเหลือเกิน
ทนอยู่เฉยๆ ต่อไปไม่ไหวแล้ว และเขาก็เบื่อที่จะรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในอพาร์ตเมนต์แคบๆ นี่ แม็กซ์จึงคว้าเสื้อผ้าที่หลวมๆ หน่อย ส่วนใหญ่เป็นชุดกีฬา ซึ่งโชคดีที่ยังมีอยู่ในตู้ แล้วก็เดินออกจากห้องไป
ท้องฟ้ายามราตรีปกคลุมไปทั่ว ถนนหนทางมีแสงไฟสลัวๆ ตอนนี้เวลาประมาณสามทุ่มแล้ว ยังไม่ถือว่าดึกเท่าไหร่ตามมาตรฐานของเขา
แต่อย่างว่าแหละ... เขาต้องเตือนตัวเอง
พรุ่งนี้เขามีเรียน
ขณะที่เขาเดินผ่านย่านที่เงียบสงบ สมองก็เริ่มประมวลผลสถานการณ์อีกครั้ง
ผมควรจะทำยังไงดี? เขาคิด ตอนนี้ผมมีร่างกายที่อ่อนแอ... แต่มีเงินมหาศาล และผมต้องหาให้ได้ว่าใครในแก๊งพยัคฆ์ขาวที่หักหลังผม
ผมควรจะ... ใช้เงินจ้างแก๊งอื่นดีไหม? จ้างคนมาช่วยผมหาคำตอบ?
เขาจินตนาการภาพออกเลย
เวอร์ชั่นนี้ของเขาเดินเข้าไปในย่านเถื่อนๆ พยายามจะวางมาดเบ่งอำนาจ—
แล้วก็โดนปล้น โดนซัดจนน่วม หรือแย่กว่านั้น—ก่อนที่จะก้าวเท้าถึงหน้าประตูด้วยซ้ำ
บางทีอารอนอาจจะจัดแจงเรื่องนัดพบใครซักคนให้ได้ แต่นั่นคงจะทำให้เกิดความสงสัยเพียบแน่ๆ
เงินคือเครื่องมือที่ทรงพลังในโลกใต้ดิน แม็กซ์คิด แต่ถ้าปราศจากความแข็งแกร่งของตัวเอง ผมก็จะลงเอยด้วยการถูกคนอื่นหลอกใช้ เงินน่ะมันแก้ไม่ได้ทุกอย่างหรอก
ความคิดนั้นนำไปสู่การตัดสินใจ
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปแผนที่แล้วพิมพ์คำว่า: ยิม
มีอยู่แค่ที่เดียวแถวนี้แฮะ เขาสังเกต ดูเหมือนจะเป็นยิมมวย ไม่ใช่ฟิตเนสเต็มรูปแบบ แต่สถานที่แบบนั้นมักจะมีอุปกรณ์เพียงพอสำหรับสิ่งที่ผมต้องการอยู่แล้ว
ผมต้องทำให้ร่างกายนี้กลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมสู้ ถ้ามีเรื่องดีอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้... ก็คือผมได้ความหนุ่มกลับมาแล้ว ถึงเวลาต้องใช้มันให้คุ้มค่า
ยิมนั้นอยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ของเขาเดินแค่สิบนาที และตามข้อมูลในแอป มันยังเปิดอยู่
ยิมส่วนใหญ่ในเมืองถ้าไม่เปิด 24 ชั่วโมงก็มักจะปิดดึก โดยเฉพาะในย่านที่ใหญ่กว่านี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
ขณะที่แม็กซ์เดินลัดเลาะไปตามถนน เขาสังเกตเห็นว่ามันเงียบเชียบขนาดไหน
ที่นี่ไม่ใช่ย่านที่คึกคักหรือดูหรูหราของเมืองเลย คนก็น้อย แสงไฟก็สลัว และมีบรรยากาศแบบ "ต่างคนต่างอยู่" ปกคลุมไปทั่ว
ในที่สุด เขาก็เลี้ยวเข้าซอยที่ยิมควรจะตั้งอยู่—
ทันเวลาที่จะได้เห็นชายคนหนึ่งกำลังดึงประตูม้วนเหล็กลงมาพอดี
ยิมกำลังจะปิดแล้ว
แม็กซ์หยุดชะงักตอนที่ประตูม้วนเหล็กกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น สายตาของเขาเลื่อนขึ้นไปมองป้ายที่ซีดจางเหนือตัวตึก
"สตรอง บ็อกซิ่ง ยิม"
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า
"เฮ้—ผมไม่อยากจะเป็นคนประเภทนั้นหรอกนะ" แม็กซ์พูด พยายามทำน้ำเสียงให้ดูเป็นกันเอง "แต่คุณกำลังจะปิดแล้วเหรอ? ในแผนที่บอกว่าเปิดถึงเที่ยงคืนนะ นี่ยังเหลือเวลาอีกสองสามชั่วโมงไม่ใช่เหรอ?"
ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาดูแข็งแกร่งมาก—ไหล่กว้าง แขนล่ำบึก เป็นรูปร่างที่เกิดจากการทำงานหนักมาหลายปี เขาใส่ชุดวอร์มสีน้ำเงิน แต่มันดูเก่าและทรุดโทรม เหมือนผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก... และอาจจะเป็นชุดเดียวที่เขามี
หนวดเคราของเขาดูรุงรัง ปกคลุมใบหน้าส่วนใหญ่ และมันดูรุงรังพอที่ถ้าแม็กซ์เดินสวนกับเขาบนถนน เขาคงจะทึกทักเอาเองว่าหมอนี่เป็นคนไร้บ้านแน่ๆ
"โชคร้ายหน่อยนะไอ้หนู" ชายคนนั้นถอนหายใจ "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ข้าจะปิดที่นี่ถาวรแล้ว"
"ปิดงั้นเหรอ?" แม็กซ์เลิกคิ้ว "แต่นี่มันเป็นยิมเดียวในระยะสองไมล์เลยนะ! แล้วผมจะทำยังไงล่ะทีนี้?"
ชายคนนั้นหัวเราะอย่างอ่อนล้าพลางผายมือไปตามถนน
"ลองมองดูรอบๆ สิ นายเห็นใครเดินตามทางเท้าพวกนี้บ้างไหม? มีลูกค้ามาเข้าแถวรอฝึกซ้อมบ้างหรือเปล่า?" เขาส่ายหัว
"ข้ามีบิลที่ต้องจ่าย ทั้งค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ค่าเช่าที่ ค่ากินอยู่... ทุกอย่างเลย ข้าเปิดที่นี่ด้วยความมีน้ำใจอย่างเดียวไม่ได้หรอก ถ้ามันทำเงินไม่ได้ มันก็ต้องจบลง"
เขาถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้มีความหงุดหงิดแฝงอยู่จางๆ
"ใครๆ ก็บอกว่าข้าบ้าที่มาเปิดยิมที่นี่ ปรากฏว่าพวกเขาพูดถูกแฮะ"
ตอนนี้ แม็กซ์รู้ดีว่าเขาไม่ควรดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเองมากเกินไป—ไม่ว่าจะจากอารอน และแน่นอนว่าต้องไม่ใช่จากตระกูลสเติร์น
นั่นหมายความว่าต้องไม่ทำอะไรที่มันกระโตกกระตาก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา
แน่นอนว่าเขาซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมาได้ง่ายๆ เช่าตึก หรือแม้แต่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งโปรเจกต์ก็ได้ถ้าต้องการ แต่การทำแบบนั้นจะสร้างคำถามเพียบ และสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการตอนนี้คือให้เดนนิส สเติร์น มาคอยจับตาดูเขาใกล้เกินไป
แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? แม็กซ์คิดพลางมองไปรอบๆ
ชายคนนั้นดูเหมือนจะพร้อมจะจบวันนี้แล้วกลับบ้านไปนอนพักผ่อนแล้วล่ะนะ ไหล่ของเขาห่อลงด้วยความพ่ายแพ้ ขณะที่แม็กซ์กวาดสายตามองหน้าตึก เขาก็สังเกตเห็นคิวอาร์โค้ดเล็กๆ ที่ติดอยู่ใกล้ประตู—น่าจะเป็นลิงก์สำหรับจ่ายเงินค่าเรียนแบบรายครั้ง
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา เสียงปี๊บดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขาสแกนมัน
"ถ้าผมยอมจ่ายให้คุณ" แม็กซ์ถาม "มันต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อเดือนเพื่อที่จะให้ที่นี่เปิดต่อไปได้?"
ชายคนนั้นหยุดกะทันหัน แล้วค่อยๆ หันกลับมามองหน้าแม็กซ์
ไอ้เด็กมัธยมซักคน เขาคิดพลางสำรวจแม็กซ์ คงอยากจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อจะได้สู้กับพวกที่ชอบรังแกในโรงเรียนหรือจะเอาไว้จีบสาวล่ะมั้ง แต่ข้าคงเอาด้วยไม่ได้หรอก
เขาถอนหายใจ ไม่อยากจะให้ความหวังปลอมๆ กับเด็กคนนี้—เขาจำได้ดีว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไงตอนที่เขาเพิ่งเปิดที่นี่ใหม่ๆ
"มันไม่ถูกหรอกนะ" เขามุดเสียงตอบ "ทั้งค่าเช่า ประกันภัย ค่าบำรุงรักษา และเรื่องจิปาถะอื่นๆ อีกเยอะแยะ ไม่รู้สิ... ซักหนึ่งหมื่นเหรียญต่อเดือนมั้ง ข้าถึงจะรักษาที่นี่ไว้ได้"
มันเป็นตัวเลขที่เขาพูดส่งเดชไปงั้นเอง—ตั้งใจให้มันสูงเกินจริง เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะเซย์เยสหรอก ความจริงเขาหวังจะให้เด็กนี่เลิกตอแยมากกว่า
เขามารับช่วงต่อยิมด้วยความหวัง—หวังว่ามันจะช่วยเด็กๆ ที่เป็นเหมือนเขาในสมัยก่อนได้ ให้พวกเขามีที่สิงสถิต มีที่ให้ได้เติบโต
แต่ความหวังน่ะมันจ่ายบิลไม่ได้หรอกนะ
ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น
[ตึ๊ง!]
เขาหยิบมันออกมาดูหน้าจอแบบไม่คิดอะไร—
แล้วเขาก็ตัวแข็งทื่อ
ความรู้สึกเหมือนถูกกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจังขณะจ้องมองการแจ้งเตือนนั้น
[คุณได้รับเงินจำนวน $10,000 USD]
༺༻