- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นคุณหนูเลือดนักสู้
- บทที่ 10 - งานปาร์ตี้วันเกิด
บทที่ 10 - งานปาร์ตี้วันเกิด
บทที่ 10 - งานปาร์ตี้วันเกิด
บทที่ 10 - งานปาร์ตี้วันเกิด
༺༻
ในที่สุด แม็กซ์ก็เดินออกมายังงานฉลองวันเกิดที่จัดขึ้นในสวนอันกว้างขวาง โต๊ะนับสิบถูกจัดวางไว้ แต่ละโต๊ะเต็มไปด้วยจานอาหาร ของว่าง ขนมขบเคี้ยว และของหวาน พนักงานเสิร์ฟเดินผ่านฝูงชนอย่างสง่างาม คอยเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยบนถาดเงิน
ทว่าไม่มีใครนั่งลงจริงๆ เลย ทุกคนมัวแต่ยุ่งกับการพูดคุย พบปะสังสรรค์ และสร้างคอนเนคชั่นทางธุรกิจ
แม็กซ์ยืนอยู่ใกล้โต๊ะตัวหนึ่งพลางหยิบมัฟฟินบลูเบอร์รี่ที่อร่อยจนน่าประหลาดใจเข้าปาก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างสบายอารมณ์ โดยมีอารอนคอยคุมเชิงอยู่ข้างกายไม่ห่างเหมือนเช่นเคย
"ผมเห็นนามบัตรถูกแลกเปลี่ยนกันเยอะขนาดนี้ จนเริ่มสงสัยแล้วว่านี่มันงานวันเกิดหรือเป็นงานสัมมนาธุรกิจเต็มรูปแบบกันแน่" แม็กซ์พึมพำ
"มีผู้คนมากมายที่นี่หวังจะเข้าหาตระกูลสเติร์นครับ" อารอนตอบ "บริษัทชั้นนำของโลกบางแห่งก็มาร่วมงานนี้ด้วย ตอนที่คุณปู่บอกว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีในการสร้างสายสัมพันธ์ ท่านไม่ได้พูดเล่นหรอกครับ"
แม็กซ์เหลือบมองไปรอบๆ และจำใบหน้าได้สองสามคนจากในทีวี—ซีอีโอชื่อดังที่มักจะปรากฏในข่าวบ่อยๆ อุตสาหกรรมที่มารวมตัวกันที่นี่มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
มันตอกย้ำความจริงที่ว่า: มันไม่ได้สำคัญว่าคุณรู้อะไร... แต่มันสำคัญว่าคุณรู้จักใครต่างหาก
ถ้าคุณจัดการให้ตัวเองเป็นที่ถูกตาต้องใจของคนเหล่านี้ได้ มันก็เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตที่นำหน้าคนอื่นไปหลายก้าวแล้ว
พูดถึงเรื่องการเริ่มต้น... ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าแม็กซ์คนเดิมคิดอะไรอยู่ เขาคิด ในวัยขนาดนี้ เขามีเงินพันล้าน—แต่กลับไม่ยอมใช้ซักเพนนีเดียว? เขาแค่ไม่มีไอเดียว่าจะทำอะไรกับมันงั้นเหรอ? หรือมันเป็นวิธีที่เขาใช้เดินออกจากสนามแข่ง... เหมือนเขาไม่เคยอยากจะเป็นหนึ่งในทายาทเลยตั้งแต่แรก?
เนื่องจากตัวแม็กซ์เองไม่ได้สนใจจะแย่งชิงตำแหน่งทายาทอะไรนั่นอยู่แล้ว เขาจึงไม่รู้สึกอยากจะเข้าไปคุยกับแขกผู้ทรงอิทธิพลคนไหน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มตรงไหน การเจรจากับนักธุรกิจงั้นเหรอ? นั่นไม่ใช่สไตล์ของเขาเลย วิธีการจัดการคนของเขามันน่าจะต่างจากวิธีที่พวกมนุษย์เงินล้านใช้ทำดีลกันอย่างสิ้นเชิง
ถึงอย่างนั้น เขาก็คิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถเพลิดเพลินได้—นั่นคืออาหาร
เขาเริ่มเดินจากโต๊ะหนึ่งไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะมีเงินมากแค่ไหน—ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ แม็กซ์ไม่มีวันปฏิเสธของกินฟรี และของหวานพวกนี้เหรอ? พวกมันถูกทำขึ้นโดยเชฟเบเกอรี่ที่เก่งที่สุดในโลกเชียวนะ
แต่ในขณะที่เขากำลังเดินไปที่โต๊ะอีกตัว เขาก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังพุ่งตรงมาทางด้านข้างด้วยความเร็ว แม็กซ์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ—เฉียดการถูกเดินชนไหล่ไปเพียงนิดเดียว
ทว่าน่าเสียดายที่แค่นั้นมันยังไม่พอที่จะหยุดยั้ง 'น้ำ' ที่กระเด็นมาได้
เขารู้สึกได้ถึงของเหลวเย็นๆ ที่กระแทกเข้าที่หน้าอก เมื่อก้มลงมอง แม็กซ์ก็เห็นเสื้อเชิ้ตของเขาเปื้อนไปด้วยคราบไวน์แดงเข้ม
"โอ้ ขอโทษที สงสัยฉันจะสะดุดยอดหญ้าน่ะ" เสียงที่ดูถูกเหยียดหยามดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
แม็กซ์ไม่จำเป็นต้องหันไปมองด้วยซ้ำ เขาจำเสียงนั้นได้ทันที
ไอ้หมอนี่ที่ใส่เสื้อเชิ้ตแหวกอก ชุดสูทสีขาวจั๊วะ และสวมแว่นดำ—ทั้งที่แดดก็ไม่ได้จ้าขนาดนั้น—ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก แชด ลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง
นี่มันถึงขนาดเปลี่ยนชุดมาเพื่องานนี้เลยเหรอ? แม็กซ์คิด และยอดเยี่ยม... เสื้อผ้าผมคงพังยับเยินแล้วตอนนี้
"สีแดงเป็นสีนำโชคของพวกเรา ถือซะว่าเป็นคำอวยพรแล้วกันนะ ว่าไหม?" แชดพูดพลางยิ้มกว้างขณะวางมือลงบนไหล่ของแม็กซ์
แม็กซ์มองออกอยู่แล้ว และต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่คว้าข้อมือของแชดแล้วบิดมันให้หัก เขาทำได้เพียงฝืนยิ้มและมองดูแชดเดินจากไปพลางหัวเราะร่าราวกับเพิ่งจะเล่ามุกตลกที่เจ๋งที่สุดในโลกจบ
"ดีนะที่อาหารที่นี่รสชาติใช้ได้" แม็กซ์พึมพำกับตัวเอง "ผมต้องการเครื่องดื่มซักแก้วหลังจากเรื่องนี้"
เขาพูดว่า... เครื่องดื่มงั้นเหรอ? อารอนคิดด้วยความแปลกใจเล็กน้อย นายน้อยไม่เคยแตะต้องแอลกอฮอล์มาก่อนเลยนะ
แต่ก่อนที่แม็กซ์จะเดินไปถึงโต๊ะของหวาน ก็มีใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางเขาเสียก่อน
แต่คราวนี้ แม็กซ์กลับไม่ถือสา
เพราะเธอสวยจนแทบหยุดหายใจ
ผู้หญิงที่มีรูปร่างที่เหล่านางแบบรันเวย์ต้องอิจฉา สวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินรัดรูปที่เน้นทุกส่วนสัด
ผมสีบลอนด์ของเธอทิ้งตัวลงมาทั้งสองข้างของใบหน้า ล้อมกรอบหน้าไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มีออร่าแห่งความสง่างามที่ปฏิเสธไม่ได้รอบตัวเธอ สิ่งแรกที่เธอทำคือการก้มหัวทักทายแม็กซ์เบาๆ อย่างมีมารยาท
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" เธอพูด "ฉันนึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว"
แต่แม็กซ์กลับไม่มีข้อมูลเลยว่าเธอเป็นใคร ไม่มีความทรงจำแม้แต่น้อย และเธอก็ไม่ได้อยู่ในไฟล์ที่อารอนให้เขามาด้วย
"จริงเหรอเนี่ย?" เธอพูดพลางขมวดคิ้วและกอดอก "นายจะไม่ถามซักคำเลยเหรอว่าฉันเป็นยังไงบ้าง?"
เธอรออยู่ครู่หนึ่ง แต่แม็กซ์ยังคงนิ่งเงียบ พยายามนึกให้ออกว่าเธอคือใคร
"ไม่มีอะไรเลยเหรอ? นายไม่มีอะไรจะพูดกับฉันเลยใช่ไหม?" เธอเยาะเย้ย "อึก ลืมมันไปเถอะ ฉันน่าจะรู้อยู่แล้ว นายมันก็น่าสมเพชเหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่มีทั้งความทะเยอทะยาน ไม่มีแรงผลักดัน ไม่แปลกใจเลยที่ชีวิตนายมันเป็นเรื่องตลกมาตลอดแบบนี้"
เธอมองเขาหัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ
"ฉันนึกว่านายจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วซะอีก แต่ฉันเดาว่าสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปในตัวนายก็คือผมนั่นแหละ"
พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที
แม็กซ์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้พูดซักคำเดียว แต่เธอกลับระเบิดอารมณ์ใส่ราวกับเขาเพิ่งจะทำวันของเธอพังพินาศ
เมื่อเขาหันไปมองว่าเธอเดินไปไหน เขาก็เห็นเธอไปยืนคุยกับแชด—ตามคาด
ทั้งคู่หัวเราะคิกคักด้วยกัน และเธอก็ถึงขั้นรินเครื่องดื่มใหม่ให้แชดราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาเนิ่นนาน
"ก็นะ ผมน่าจะเดาออก" แม็กซ์พึมพำ "คนที่มีนิสัยแบบนั้นย่อมจะไปคลุกคลีอยู่กับคนแบบนั้นแหละ"
"ผู้หญิงคนนั้นคือ เชอร์รี่ เคิร์ตส์ ครับ" อารอนอธิบายพลางเดินเข้ามาอย่างแนบเนียน "ขออภัยด้วยครับ—ผมไม่นึกว่าเธอจะมางานวันนี้ ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของเชนร้านชานมไข่มุก แต่ช่วงนี้พวกเขากำลังลำบากเพราะการแข่งขันที่รุนแรงครับ"
"ดูเหมือนว่าสาขาของพวกเขาหลายแห่งในเมืองต่างๆ จะต้องปิดตัวลง แต่สิ่งที่สำคัญกับคุณมากกว่านั้น... คือคุณกับเชอร์รี่เคยมีการหมั้นหมายกันตามข้อตกลงของครอบครัวครับ"
แม็กซ์แทบจะสำลักมัฟฟินสตรอว์เบอร์รี่ที่เพิ่งจะกัดเข้าไป
เดี๋ยวนะ อะไรนะ?
ร่างที่เขาอยู่นี่อายุน่าจะประมาณสิบเจ็ดไม่ใช่เหรอ? แล้วเขาผ่านการหมั้นหมายมาแล้วเนี่ยนะ?
เขาไออย่างหนักพลางทุบอกตัวเองสองสามที ก่อนจะซดน้ำตามเพื่อกลืนมัฟฟินลงไป
"เธอเป็นภรรยาผมงั้นเหรอ? คุณไม่คิดว่าเรื่องนี้ควรจะบอกผมให้เร็วกว่านี้หน่อยเหรอ?" แม็กซ์พูดพลางหอบหายใจ "แล้วถ้าเธอเป็นคู่หมั้นผม ทำไมเธอถึงไปอี๋อ๋ออยู่กับไอ้แว่นดำนั่นล่ะ?"
"แว่นดำงั้นเหรอ?" อารอนมองตามสายตาไปและเข้าใจทันที "อา... ก็นะ อย่างที่ผมบอก—มันเป็นการหมั้นหมายตามข้อตกลง แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ครอบครัวของเธอเป็นฝ่ายขอยกเลิกเองครับ"
"และเธอก็สนิทสนมกับแชดตั้งแต่นั้นมา"
"ผมว่าผมพอจะเห็นภาพแล้วล่ะ" แม็กซ์ตอบ "เธอเป็นพวกฉวยโอกาสที่เห็นแก่เงิน หรือที่พวกเราเรียกกันว่าพวกสำส่อนนั่นแหละ นั่นคือสิ่งที่คุณพยายามจะสื่อใช่ไหม? คุณน่าจะพูดเข้าประเด็นไปเลย เธอไปอ่อยแชดเพราะหวังจะได้เงินมาช่วยพยุงธุรกิจครอบครัว และเพราะทุกคนคิดว่าผมจะไม่ได้มรดกซักบาทจากตระกูลสเติร์น ผมเลยไม่มีประโยชน์สำหรับเธอแล้ว ถูกไหม?"
"ถูกต้องครับ" อารอนพยักหน้า "ความจริงก็คือ นายน้อยครับ คุณมีเงินทุนมากพอจะช่วยครอบครัวเธอได้ถ้าคุณต้องการ แต่การแข่งขันแย่งชิงมรดกสเติร์นในปัจจุบันถูกเก็บเป็นความลับแค่ภายในตระกูลเท่านั้น คนภายนอกไม่มีใครรู้จำนวนเงินที่คุณเข้าถึงได้ในตอนนี้ นั่นคือสาเหตุที่บอกตามตรง... ผมเห็นด้วยกับการประเมินของคุณครับ"
แม็กซ์นิ่งไปพลางใช้ความคิด
แล้วทำไมแม็กซ์คนเดิมถึงไม่ช่วยเธอล่ะ?
เขามีเงินมาตั้งปีหนึ่งแล้ว ถ้าสิ่งที่อารอนพูดเป็นความจริง แค่ไม่กี่ล้านก็น่าจะสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลให้กับธุรกิจที่กำลังล่มสลายของเธอได้
มันทิ้งให้แม็กซ์มีคำถามมากกว่าคำตอบ บางทีแม็กซ์คนเก่าอาจจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเชอร์รี่มานานก่อนที่เธอจะมาแบมือขอความช่วยเหลือก็ได้ เขาอาจจะรู้ดีว่าเธอเป็นคนยังไง
"อย่างที่ผมคิดเลย... ชีวิตครอบครัวรวยๆ นี่มันไม่เหมาะกับผมจริงๆ" แม็กซ์ถอนหายใจ
ด้วยความที่เริ่มเลี่ยนของหวาน เขาจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาหาของคาวกินบ้างแล้ว
ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ราวกับเหยี่ยว—จนกระทั่งเขาเจอเป้าหมายต่อไปบนโต๊ะอาหาร
แต่ในขณะที่แม็กซ์กำลังจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร เขาก็แว่วได้ยินบทสนทนาบางอย่างตอนเดินผ่าน
"มีปัญหาอะไรบ้างไหม?" เสียงหนึ่งถาม
"ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเลย" อีกเสียงตอบกลับมา
ทันใดนั้น แม็กซ์ก็ตัวแข็งทื่อกลางอากาศ
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง หัวใจเริ่มเต้นโครมครามอยู่ในอก
เสียงนั่น... ผมจำเสียงนั้นได้
มันมาจากชีวิตเดิมของผม คนจากแก๊งพยัคฆ์ขาว
คนจากกลุ่มที่ผมสร้างขึ้นมาเอง แต่ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
༺༻