- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 25 สี่คน
บทที่ 25 สี่คน
บทที่ 25 สี่คน
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินเองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเช่นกัน ทุกครั้งที่ปะทะกัน ตนเองมักจะเป็นฝ่ายถูกซัดกระเด็นออกไป ในขณะที่เต้าสื่อ นอกจากขยับตัวตามเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว ไม่เคยก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวเลยในทุกการปะทะ
บัดซบ! ยังใช้แค่มือเดียวสู้กับข้าอีก!
"เต้าสื่อ บังอาจมารังแกข้าถึงเพียงนี้!" วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินตะโกนก้อง กวัดแกว่งกระบี่เซียน ใช้วิชาเทวะไร้พ่าย พุ่งเข้าใส่เมิ่งชวนอีกครั้ง!
"ปัง!"
จากนั้นก็ปลิวกระเด็นกลับมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม...
ช่างทำให้ว่าที่จักรพรรดิมองแล้วต้องหลั่งน้ำตา สหายในกลุ่มมองแล้วต้องร่ำสุรายามดึกอย่างแท้จริง
"วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินตนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งชวนเลย ห่างชั้นกันเกินไป ตั้งแต่ต้นจนจบเมิ่งชวนเหมือนกำลังเล่นสนุกกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินอยู่เลย" เจียงเต้ารหรานส่ายหน้า รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง ไม่ใช่บอกว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมบริบูรณ์ล้วนเทียบเท่ากับมหาจักรพรรดิโบราณหรอกหรือ?
แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว วิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมหาจักรพรรดิ ทว่าก็ไม่น่าจะถูกซ้อมฝ่ายเดียวถึงเพียงนี้กระมัง?
"มิน่าล่ะ ตอนที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตนนี้ถือกำเนิด เมิ่งชวนจึงมีท่าทีแปลกประหลาดถึงเพียงนั้น ทุกคำพูดล้วนแฝงไปด้วยความดูแคลนต่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตนนี้" ชิงเยว่คล้ายกำลังครุ่นคิด นางพอจะเข้าใจความคิดของเมิ่งชวนแล้ว
"หึ!" จีเหลียนซิงแค่นเสียงเย็น "มองดูประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมบริบูรณ์สักกี่ตนที่ไม่ก่อความวุ่นวาย ฆ่าทิ้งเสียก็ดีแล้ว!"
"เจ้ายังมีลูกไม้อื่นอีกหรือไม่?" เมิ่งชวนมองดูวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หิน น้ำเสียงราบเรียบพลางกล่าวว่า "บรรลุเป็นจักรพรรดิในชาตินี้ การได้พบเจอกับผู้มีพลังต่อสู้ระดับมหาจักรพรรดิสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย มีลูกไม้อะไรก็งัดออกมาให้หมดเถิด ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอจะรอดชีวิตหรือไม่"
ดวงตาของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินแดงก่ำในพริบตา ท่าทีของเมิ่งชวนยั่วยุเขาจนถึงขีดสุด เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตะโกนกร้าวว่า "วิญญาณศักดิ์สิทธิ์หยามเกียรติไม่ได้!"
จากนั้นกระบี่เซียนของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินก็แตกสลายโดยตรง ปราณโกลาหลอันไร้ขอบเขตม้วนตัว ห่อหุ้มวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินเอาไว้ จากนั้นดวงจิตวิญญาณ ร่างกาย และปราณโกลาหลของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินจึงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
"ตูม!"
สายฟ้าอันไร้ขอบเขตสาดส่องสุดขอบจักรวาล กลิ่นอายอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งจักรวาล ผู้ฝึกตนทุกคนล้วนรู้สึกราวกับมีภูเขายักษ์กดทับอยู่กลางใจ
"ความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์!"
เสียงแห่งมรรคากังวานก้องห้วงอวกาศ สะท้อนยาวนานนับหมื่นปี ไพ่ตายสุดท้ายของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมิ่งชวน ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
เมิ่งชวนมองดูกระบวนท่านี้ รู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย "เทียบเท่ากับวิชาลับต้องห้ามของมหาจักรพรรดิแล้วหรือ?"
"น่าเสียดาย ท้ายที่สุดก็ยังคงเปล่าประโยชน์อยู่ดี"
เมิ่งชวนยังคงยื่นมือออกไปเพียงข้างเดียว จากนั้นพลังที่มากพอจะทำให้ดินแดนแห่งดวงดาวนับไม่ถ้วนกลับกลายเป็นความโกลาหล พลันถูกบดขยี้จนสลายหายไปอย่างสมบูรณ์
เบื้องล่างไกลออกไป วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทว่ากลิ่นอายอ่อนแอลงไปนับครั้งไม่ถ้วน กระบี่เซียนในมือเต็มไปด้วยรอยร้าว แตะเพียงนิดเดียวก็พร้อมจะแตกสลาย
"เป็นไปได้อย่างไร!" ภายในดวงตาของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หินเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "มหาจักรพรรดิจะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!"
"เจ้าไม่ใช่มหาจักรพรรดิ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามหาจักรพรรดิทำไม่ได้?"
"คิดว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทานอย่างนั้นหรือ แม้แต่ดินแดนบรรพบุรุษก็ยังเคยถูกมหาจักรพรรดิเผ่าพันธุ์มนุษย์ของข้ากวาดล้างมาแล้ว!"
เมิ่งชวนรู้สึกอย่างแท้จริงว่า วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตนนี้คงถูกเร่งให้ถือกำเนิดก่อนกำหนด เป็นเพียงของกึ่งสำเร็จรูป สมองยังเติบโตไม่เต็มที่
"ในเมื่อไม่มีลูกเล่นใหม่ๆ แล้ว เช่นนั้นก็เดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด!"
"หึ่ง!"
เสียงประหลาดดังกังวานไม่ขาดสาย เมิ่งชวนหันขวับไปมองกาลอวกาศที่สับสนวุ่นวายบริเวณนั้น
ช่องทางกาลอวกาศ ก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว!
ปรายตามองวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หิน นึกถึงภารกิจของกลุ่มแชต ภายในใจของเมิ่งชวนเกิดความคิดขึ้นมา นี่อาจเป็นโอกาสอันดี
โอกาสที่จะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
เมิ่งชวนไม่สนใจวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครรภ์หิน พุ่งตรงไปยังช่องทางกาลอวกาศโดยตรง มองดูช่องทางที่ขยายขนาดจากจุดเล็กๆ จนมีขนาดเท่าคนผู้หนึ่ง
"พวกเจ้าถอยออกไปหน่อย ประเดี๋ยวจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ปะทุขึ้น" เมิ่งชวนมองดูว่าที่จักรพรรดิรอบๆ พลางเอ่ยปากตักเตือน
ว่าที่จักรพรรดิส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งชวน ล้วนถอยห่างออกไปไกลลิบ การต่อสู้ครั้งใหญ่ในปากของเมิ่งชวน ไม่ใช่สิ่งที่ว่าที่จักรพรรดิอย่างพวกเขาจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้
ทว่ายังมีว่าที่จักรพรรดิส่วนน้อยที่นิ่งเฉย กระทั่งขยับเข้าใกล้มากกว่าเดิมเสียอีก
คำเตือนด้วยความหวังดีไม่อาจเกลี้ยกล่อมผีที่รนหาที่ตายได้!
เมิ่งชวนส่ายหน้า ไม่พูดอะไรให้มากความ รนหาที่ตายเอง จะโทษใครได้
กู่อี: นี่คือผลลัพธ์จากความผิดปกติของกาลอวกาศในโลกของท่านมหาจักรพรรดิหรือ?
เมื่อเห็นข้อความวิ่งนี้ เมิ่งชวนแทบจะลืมไปเลยว่าตนเองยังเปิดไลฟ์สดอยู่
"ถูกต้องแล้วท่านปรมาจารย์ กลุ่มแชตประกาศภารกิจให้ข้าทำลายช่องทางกาลอวกาศสายนี้"
กู่อี: ท่านมหาจักรพรรดิโปรดระวังตัวด้วย ข้าจะเป็นกำลังใจให้ท่าน
……
……
เมิ่งชวนกวาดตามองกลุ่มแชต พบว่าดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง ทั่วทั้งกลุ่มแชตมีเพียงเขากับกู่อีเท่านั้นที่ออนไลน์อยู่ ตั้งแต่มีสมาชิกใหม่เข้ามา กลุ่มไม่เคยเงียบเหงาถึงเพียงนี้มาก่อน
"นี่คือสสารอะไรกัน!" ในขณะนั้นเอง ว่าที่จักรพรรดิผู้หนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น "เพียงแค่สายเดียวก็ทำให้อายุขัยของข้ายืนยาวขึ้นแล้ว!"
ปรายตามองว่าที่จักรพรรดิผู้นั้นหนึ่งครา ภายในใจของเมิ่งชวนกระจ่างแจ้ง สิ่งที่ว่าที่จักรพรรดิผู้นั้นดูดซับเข้าไป คือสสารแห่งความอมตะสายหนึ่งอย่างแท้จริง!
เมื่อมองดูสสารแห่งความอมตะที่ล่องลอยออกมาจากช่องทางกาลอวกาศอย่างขาดตอน ภายในใจของเมิ่งชวนก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย หรือว่าจะเชื่อมต่อกับดินแดนเซียนอย่างแท้จริง? ทว่าหากเป็นเพียงช่องทางกาลอวกาศที่เชื่อมต่อกับดินแดนเซียน ย่อมไม่อาจเร่งให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมบริบูรณ์ตนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้หรอก!
"เป็นช่องทางกาลอวกาศที่เชื่อมต่อกับดินแดนเซียนอย่างแท้จริง!" ว่าที่จักรพรรดิผู้นั้นกล่าวด้วยความตื่นเต้น "นี่คือเส้นทางสู่การเป็นเซียนหรือ?"
"จักรพรรดิและมหาจักรพรรดินับไม่ถ้วนล้วนไม่อาจบรรลุเป็นเซียนได้ วันนี้บางทีข้าอาจมีโอกาส!"
คำพูดประโยคนี้จุดประกายความปรารถนาในใจของว่าที่จักรพรรดิที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง ว่าที่จักรพรรดิบางคนถึงกับแอบลอบมองเมิ่งชวน ด้วยเกรงว่าเมิ่งชวนจะผูกขาดช่องทางกาลอวกาศที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมต่อกับดินแดนเซียนสายนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว
"บรรลุเซียนอยู่แค่เอื้อม ในวันนี้แหละ!" ทันใดนั้น ว่าที่จักรพรรดิผู้นั้นพุ่งเข้าไปด้านในโดยตรง ทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ทัน
"บัดซบ ถูกมันชิงตัดหน้าไปแล้ว ได้ยินมาว่าโควตาของเส้นทางสู่การเป็นเซียนมีจำกัด!"
ว่าที่จักรพรรดิผู้หนึ่งกล่าวด้วยความเสียใจ หากมีโควตาเพียงหนึ่งเดียว เช่นนั้นตนเองจะไม่พลาดวาสนาอันยิ่งใหญ่ระดับพลิกฟ้าไปหรอกหรือ?
บรรยากาศในที่เกิดเหตุค่อนข้างแปลกประหลาด ช่องทางที่ต้องสงสัยว่าเป็นเส้นทางสู่การเป็นเซียนปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน ทั้งยังมีคนพุ่งเข้าไปแล้ว คนที่เหลือต่างรู้สึกคันไม้คันมือ ทว่าเมื่อเห็นเมิ่งชวนไม่มีความเคลื่อนไหวใด ล้วนรู้สึกลังเลตัดสินใจไม่ถูก
"พวกเจ้าคือใคร? เซียนหรือ?"
ในขณะนั้นเอง เสียงของว่าที่จักรพรรดิที่พุ่งเข้าไปด้านในก็พลันดังแว่วออกมาจากช่องทางกาลอวกาศ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"ทำไมบนเส้นทางสู่การเป็นเซียนจึงมีคนอยู่ด้วย?"
"เดินทางมาจากดินแดนเซียนหรือ?"
ว่าที่จักรพรรดิบางคนรู้สึกหวาดระแวง ไม่เคยได้ยินเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนเลย
"อ๊าก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่วมา เป็นเสียงของว่าที่จักรพรรดิผู้นั้น! จากนั้นช่องทางกาลอวกาศก็พลันเงียบสงัดไร้ความเคลื่อนไหวใด
"ถอยไป!" เมิ่งชวนจ้องมองช่องทางกาลอวกาศ ตะโกนเสียงดังลั่น ครั้งนี้ไม่มีว่าที่จักรพรรดิคนไหนดื้อรั้นรั้งอยู่ที่นี่อีก ทุกคนล้วนวิ่งหนีไปไกลลิบ
"ตึก ตึก!"
เสียงฝีเท้าหลายสายดังมาจากในช่องทางกาลอวกาศ ไม่นานนัก ร่างเงาสี่สายปรากฏตัวขึ้นในจักรวาลแห่งนี้ เป็นร่างที่ผอมแห้งติดกระดูกทั้งสี่คน แต่ละคนล้วนดูราวกับจะถูกลมพัดปลิวได้ทุกเมื่อ เป็นชายชราหนึ่งคน ชายวัยกลางคนหนึ่งคน และชายหนุ่มอีกสองคน
หลังจากที่ทั้งสี่คนเดินออกมา แม้ช่องทางกาลอวกาศจะยังคงสภาพอยู่ ทว่ากลับไม่มีสสารแห่งความอมตะล่องลอยออกมาอีกแล้ว
"จักรวาลที่มีแก่นปราณอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง บางทีอาจสามารถชดเชยการสูญเสียตลอดนับหมื่นปีของพวกเราได้!"
"ช่างเป็นทะเลดวงดาวที่งดงามยิ่งนัก!"
"หืม? จักรวาลแห่งนี้ เข้าสู่ยุคสิ้นสุดมรรคาแล้วหรือ? ตราประทับใจสวรรค์ก็หลอมรวมกับมนุษย์มรรคาแล้วด้วย!"
"คงจะเป็นสหายนักพรตที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ที่ครอบครองตราประทับใจสวรรค์สินะ!"
ชายชราที่อยู่ซ้ายสุดในบรรดาสี่คน เส้นผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ดูเหมือนฟันแทบจะหลุดร่วงหมดปากแล้ว กวาดสายตามองจักรวาลอย่างละเอียดรอบหนึ่ง จากนั้นก็แย้มยิ้มบางๆ พลางกล่าวกับเมิ่งชวน แม้ว่าภาษาจะไม่ตรงกัน ทว่าสัมผัสเทวะกลับสามารถสื่อความหมายของตนเองได้อย่างชัดเจน
"สหายหลายท่านมาจากที่ไหนหรือ? มีนามว่าอะไร?" เมิ่งชวนมองดูทั้งสี่คนพลางเอ่ยถามกลับ
"เป็นเพียงคนไร้บ้านเท่านั้น ได้ยินมาว่าท่ามกลางทะเลขอบเขตมีตำหนักรับรอง สามารถรับรองสรรพชีวิตได้ เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของสรรพชีวิต น่าเสียดายที่เพิ่งเข้าสู่ทะเลขอบเขตกลับเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บัดนี้จึงต้องตกกระไดพลอยโจนมาอยู่ในสภาพเช่นนี้"
ชายชรายิ้มขื่น ดูจากสภาพของพวกเขาแล้ว ช่างน่าอนาถอย่างแท้จริง "ส่วนชื่อนั้น ชายชรานามว่าคุนกู่"
"ข้าชื่ออันเสวียน" ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านขวาของคุนกู่กล่าว
"ข้าชื่ออวี๋ฉยง"
"อู๋อวี้"
"เต้าสื่อ"
คุนกู่มองดูเมิ่งชวน กล่าวด้วยสีหน้าจริงใจว่า "สหายนักพรตเต้าสื่อ ไม่ทราบว่าจะอนุญาตให้พวกเราสี่คนพักผ่อนในจักรวาลแห่งนี้สักระยะได้หรือไม่ วางใจเถอะ พวกเราจะจ่ายค่าตอบแทนให้แน่นอน"
เมิ่งชวนแย้มยิ้มพลางพยักหน้า "สหายนักพรตคุนกู่เกรงใจเกินไปแล้ว ข้าเองก็เป็นคนชอบต้อนรับแขก พวกท่านอยากอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ได้ตามสบาย"
"สำหรับค่าตอบแทนนั้น..."
"ข้าเองก็มีสิ่งที่ต้องการอยู่พอดี"
"สหายนักพรตต้องการสิ่งใดหรือ?"
"ไม่ทราบว่าพวกท่าน จะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ได้หรือไม่?"