- หน้าแรก
- วิถีแห่งรัก
- บทที่ 8: การร่วมพันธมิตร
บทที่ 8: การร่วมพันธมิตร
บทที่ 8: การร่วมพันธมิตร
หลังจากออกจากหุบเขาผลึกน้ำแข็ง มู่ชิงหานก็ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น เธอไม่ได้รีบร้อนที่จะตามหาพืชปราณเพิ่มเติม แต่กลับค้นหาทะเลสาบน้ำแข็งที่แยกตัวโดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง เธอตัดสินใจใช้พลังปราณที่อุดมสมบูรณ์ของดินแดนลับและประสบการณ์การต่อสู้ที่เพิ่งได้รับมาเพื่อชำระรากฐานของเธอให้มั่นคง
ทะเลสาบน้ำแข็งนั้นราวกับกระจกเงา สะท้อนภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิมะและสรวงสวรรค์อันซีดเซียว มู่ชิงหานนั่งขัดสมาธิบนแผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่ใจกลางทะเลสาบ เธอหยิบแผ่นหยกวิชาท่าเท้าเงาเหมันต์ที่ได้รับมาจากหอตำราออกมาและเริ่มทำความเข้าใจมันอีกครั้ง การต่อสู้กับอสรพิษเหมันต์และกลุ่มของจ้าวหู่ทำให้เธอมีความเข้าใจในวิชาท่าร่างนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"เงาเหมันต์ไม่ใช่เพียงการลวงศัตรูเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการควบคุมพลังปราณและมิติของตนเองอย่างประณีต..."
เธอหลับตาลงและรวบรวมสมาธิ พลังปราณหัวใจเหมันต์มหาหยินภายในร่างกายของเธอโคจรตามเส้นทางที่ลุ่มลึก และไอเย็นจางๆ ก็ค่อยๆ แผ่ซ่านไปรอบตัวเธอ ร่างของเธอดูพร่าเลือนไปในไอเย็น ราวกับว่าเธอจะหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งน้ำแข็งและหิมะนี้ได้ทุกเมื่อ
ทันใดนั้น เธอรู้สึกถึงประกายแห่งแรงบันดาลใจ เธอจีบนิ้วดุจกระบี่และวาดฟันอย่างไร้รูปไปทางพื้นผิวทะเลสาบที่สงบนิ่ง
ไม่มีการระเบิดของพลังปราณที่รุนแรง มีเพียงปราณกระบี่ที่ควบแน่นอย่างถึงที่สุด แทบจะโปร่งใส และหนาวเหน็บเสียดกระดูกที่พุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบ
"ซี่"
รอยแยกเรียวยาวถูกสลักลงบนพื้นผิวทะเลสาบ มันลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง น้ำในทะเลสาบทั้งสองด้านไม่ได้ไหลกลับมาบรรจบกันในทันที แต่กลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่เรียบเนียนควบแน่นขึ้น คงอยู่ได้ชั่วหลายอึดใจก่อนจะค่อยๆ ละลายไป
"นี่คือ... เจตจำนงกระบี่?" มู่ชิงหานเปิดตาขึ้น ประกายแห่งการหยั่งรู้ผุดขึ้นในแววตาของเธอ เธอไม่ได้ตั้งใจแสวงหามัน แต่ในขณะที่จิตใจ ร่างกาย กระบี่ น้ำแข็ง และสภาพแวดล้อมสอดประสานกันอย่างสูง เธอได้สัมผัสถึงขอบเขตของ "ความเฉียบคมแห่งเหมันต์" โดยธรรมชาติ แม้มันจะยังอ่อนแรงมาก แต่มันก็ขยายความเข้าใจในวิชากระบี่ของเธอให้กว้างไกลขึ้นทันที
เธอหลอมรวมการหยั่งรู้นี้เข้ากับกระบวนท่ากระบี่ วิชากระบี่ที่มาคู่กับวิชาหัวใจเหมันต์มหาหยินซึ่งเดิมทีดูแข็งทื่อไปบ้าง ตอนนี้กลับมีความพริ้วไหวและพลังทะลุทะลวงมากขึ้นยามที่เธอร่ายรำ
ระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังอีกพื้นที่หนึ่งที่ระบุไว้ในแผนที่ซึ่งอาจมีผลวิญญาณน้ำแข็งเติบโตอยู่ มู่ชิงหานได้เผชิญกับการซุ่มโจมตีโดยฝูงสัตว์อสูรระดับสอง "หมาป่าเงาหิมะ" หากแยกกันหมาป่าอสูรเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่พวกมันล่าเป็นฝูง ไม่เกรงกลัวความตาย และรับมือได้ยากลำบากยิ่ง
แสงกระบี่ของมู่ชิงหานร่ายรำขณะที่ปราณกระบี่เหมันต์พุ่งตัดสลับไปมา แช่แข็งและสังหารหมาป่าหิมะที่กระโจนเข้ามา อย่างไรก็ตาม จำนวนหมาป่าในฝูงนั้นมีมากเกินไป เธอต่อสู้ไปพลางถอยไปพลาง สูญเสียพลังปราณไปมหาศาล
ทันใดนั้น วงล้ออัคคีที่ลุกโชนก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกลงใจกลางฝูงหมาป่าและระเบิดออกเสียงดังสนั่น คลื่นความร้อนที่แผดเผาส่งร่างหมาป่าหิมะหลายตัวกระเด็นไป
"ศิษย์น้องมู่ ทางนี้!" เสียงที่สดใสดังก้องขึ้น
มู่ชิงหานหันไปมองและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดของยอดเขาจื้อหยาง ถือกระบี่ยาวที่ลุกเป็นไฟและกวักมือเรียกเธอ ข้างกายเขามีศิษย์อีกสองคน คนหนึ่งถือโล่เพื่อป้องกัน และอีกคนหนึ่งใช้คาถาพันธนาการธาตุไม้เพื่อสนับสนุน
พวกเค้าคือศิษย์แห่งยอดเขาจื้อหยาง! ภายในสำนักหยุนเหมี่ยว เนื่องจากคุณลักษณะของวิชาฝึกตนนั้นหักล้างกัน ศิษย์ของยอดเขาหลิงซ่วงและยอดเขาจื้อหยางจึงมักจะมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่เสมอ
มู่ชิงหานลังเลครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสถานการณ์วิกฤต เธอไม่ใช่คนคร่ำครึ เธอรีบกระตุ้นวิชาท่าร่างและเคลื่อนที่ไปหาทั้งสามคนทันที
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ช่วยเหลือ" เธอยืนถือกระบี่ตั้งมั่น ความระแวดระวังยังไม่จางหายไป
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างร่าเริง "ศิษย์ร่วมสำนักควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ข้าคือฉินเลี่ย ศิษย์แห่งยอดเขาจื้อหยาง หมาป่าเงาหิมะเหล่านี้มีจำนวนมากเกินไป การรับมือเพียงลำพังนั้นลำบากนัก ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันชั่วคราวก่อนเล่า?"
มู่ชิงหานสังเกตท่าทางของเขาและไม่เห็นวี่แววของการมุสา อีกทั้งเขาเพิ่งจะยื่นมือเข้าช่วยเธอให้พ้นจากความลำบากเมื่อครู่ เธอจึงพยักหน้า "ยอดเขาหลิงซ่วง มู่ชิงหาน ตกลง"
ทั้งสี่คนจัดกระบวนท่าอย่างง่าย ฉินเลี่ยเป็นผู้นำในการโจมตีด้วยเปลวเพลิงที่ดุดัน มู่ชิงหานคอยสนับสนุนจากด้านข้างด้วยวิชากระบี่ที่เฉียบคมและหนาวเหน็บ ศิษย์ที่ถือโล่ทำหน้าที่ป้องกันอย่างมั่นคง และศิษย์ธาตุไม้คอยควบคุมและก่อกวน น้ำแข็งและไฟดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่ภายใต้การร่วมมือที่รู้ใจกัน พวกเขากลับสร้างผลลัพธ์ที่ส่งเสริมกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในไม่ช้า หมาป่าเงาหิมะที่เหลือก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
ฉินเลี่ยจ้องมองมู่ชิงหานด้วยความชื่นชมในดวงตาอย่างไม่ปิดบัง "ข้าได้ยินมานานแล้วว่าศิษย์น้องมู่นั้นมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ได้มาเห็นในวันนี้ เจ้าช่างสมคำร่ำลือจริงๆ วิชากระบี่ธาตุเหมันต์ของเจ้านี้เข้าถึงกลิ่นอายของเจตจำนงที่แท้จริงแล้ว"
"ศิษย์พี่ฉินกล่าวชมเกินไปแล้ว คาถาธาตุไฟของท่านต่างหากที่มีพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง" มู่ชิงหานตอบกลับอย่างสุภาพ ในใจของเธอรู้สึกถึงไมตรีต่อศิษย์พี่จากยอดเขาจื้อหยางผู้ตรงไปตรงมาและเที่ยงธรรมคนนี้ เขาช่างแตกต่างจากพวกจ้าวหู่อย่างสิ้นเชิง
หลังจากพักผ่อนสั้นๆ ฉินเลี่ยจึงเสนอขึ้นว่า "ศิษย์น้องมู่ พวกเราได้รับเศษเสี้ยวแผนที่ซึ่งชี้ไปยังถ้ำน้ำแข็งใต้ดินที่ซึ่งอาจมี 'ไขกระดูกเหมันต์พันปี' ดำรงอยู่ อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมที่นั่นซับซ้อน และอาจมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังซ่อนตัวอยู่ ไม่ทราบว่าเจ้าจะยินดีไปสำรวจกับพวกเราหรือไม่? ผลประโยชน์ที่ได้จะแบ่งตามส่วนร่วมในการลงแรง"
ไขกระดูกเหมันต์พันปี! นั่นคือสมบัติล้ำค่าสำหรับการฝึกกายาซึ่งล้ำค่ายิ่งกว่าผลวิญญาณน้ำแข็งเสียอีก มันมีผลมหัศจรรย์ในการเคี่ยวกรำร่างกายและขยายเส้นชีพจรของผู้ฝึกตนธาตุเหมันต์
มู่ชิงหานครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงตกลง การร่วมมือสั้นๆ กับฉินเลี่ยและคนอื่นๆ ทำให้เธอรู้สึกยอมรับได้ และไขกระดูกเหมันต์พันปีก็เป็นสิ่งล่อใจอันยิ่งใหญ่สำหรับเธอ
ด้วยการนำทางจากเศษแผนที่ ทั้งสี่คนรุดหน้าไปอย่างระมัดระวังและในที่สุดก็พบทางเข้าที่ซ่อนอยู่ ณ ก้นบึ้งของรอยแยกน้ำแข็งขนาดมหึมา ไอเย็นที่ทางเข้านั้นบาดผิว ยิ่งกว่าโลกภายนอกมหาศาล
เมื่อก้าวเข้าสู่ถ้ำน้ำแข็ง เส้นทางนั้นคดเคี้ยวลงสู่เบื้องล่าง รอบกายคือเหมันต์ลึกซึ้งนิรันดร์ที่ส่องประกายแสงสีฟ้าจางๆ อากาศเต็มไปด้วยพลังปราณเหมันต์ที่บริสุทธิ์ทว่าโบราณและเงียบสงัดดุจความตาย
หลังจากเดินทางไปได้หลายลี้ ทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้น เผยให้เห็นห้องน้ำแข็งใต้ดินขนาดมหึมา ใจกลางห้องมีแท่งน้ำแข็งย้อยกลับด้าน ปลายของมันกำลังควบแน่นหยดของเหลวสีขาวดุจน้ำนมซึ่งแผ่ความผันผวนของพลังงานที่น่าอัศจรรย์ออกมามันคือไขกระดูกเหมันต์พันปีไม่ผิดแน่!
ทว่า เบื้องล่างของไขกระดูกนั้น มีสัตว์อสูรคล้ายแมงมุมนั่งเฝ้าอยู่ ร่างกายของมันใสกระจ่างราวกับสลักจากน้ำแข็งมันคือ "ราชินีแมงมุมหยกเหมันต์" กลิ่นอายพลังของมันบรรลุถึงระดับที่สามอย่างน่าตกใจ (เทียบเท่าขอบเขตสร้างฐาน)!
สิ่งที่ทำให้ใจของมู่ชิงหานดิ่งวูบลงไปอีกคือ ที่ทางเข้าอีกด้านหนึ่งของห้องน้ำแข็ง มีร่างที่คุ้นเคยซึ่งเต็มไปด้วยไออสูรค่อยๆ เดินออกมา
ดาบอสูร อู๋กัง!
ไออสูรบนร่างกายของเขานั้นหนาแน่นและมั่นคงยิ่งกว่าตอนการประลองสำนักสายนอก และการฝึกตนของเขาก็ทะลวงเข้าสู่กลั่นปราณขั้นที่เจ็ดแล้ว! เห็นได้ชัดว่าเขาก็มาเพื่อไขกระดูกเหมันต์พันปีเช่นกัน
เมื่ออู๋กังเห็นมู่ชิงหาน ฉินเลี่ย และคนอื่นๆ ประกายแห่งความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาสีเลือดของเขา ซึ่งเปลี่ยนเป็นเจตนาฆ่าอันเย็นเยียบในทันที
"มู่ชิงหาน เราพบกันอีกแล้ว และพวกสวะจากยอดเขาจื้อหยาง..." เขาเลียริมฝีปาก "ไขกระดูกเหมันต์พันปีนี้เป็นของข้า ถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ"
ใบหน้าของฉินเลี่ยมืดมนลง "อู๋กัง อย่าได้โอหังนัก! สมบัติของดินแดนลับย่อมเป็นของผู้ที่มีวาสนาได้พบเจอ!"
อู๋กังแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด "งั้นก็มาดูกันว่าใครจะแข็งแกร่งกว่า! ก็ดีเหมือนกัน จะได้ชำระบัญชีจากคราวที่แล้วไปด้วยกันเลย!"
สถานการณ์พลันกลายเป็นการเผชิญหน้าสามฝ่าย: กลุ่มสี่คนของมู่ชิงหานและฉินเลี่ย, อู๋กัง, และราชินีแมงมุมหยกเหมันต์ที่เฝ้ามองพวกเขาดุจเสือจ้องตะครุบเหยื่อพร้อมกับแผ่แรงกดดันขอบเขตสร้างฐานออกมา!
วิกฤตการณ์กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า!
ที่ภายนอกดินแดนลับ หลินซั่วลุกขึ้นยืนกะทันหัน ดวงตาของเขาคมกริบดุจเหยี่ยว เขาสัมผัสได้ถึงไออสูรที่พลุ่งพล่านผิดปกติและการฝึกตนของอู๋กัง รวมถึงกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นของสัตว์อสูรขอบเขตสร้างฐานภายในถ้ำน้ำแข็งนั้น! นี่มันเกินกว่าที่ศิษย์ขอบเขตกลั่นปราณจะรับมือได้ไปไกลแล้ว!
"การฝืนแทรกแซงดินแดนลับจะดึงดูดความสนใจจากพวกตัวเฒ่าเจ้าเล่ห์ของสำนัก... แต่ว่า..." เขาจีบนิ้วเป็นอาคม และเส้นด้ายแห่งกรรมรอบตัวเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขาเตรียมพร้อมที่จะรับประกันความปลอดภัยของมู่ชิงหานไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แม้ว่ามันจะหมายถึงการเปิดเผยตัวตนในยามวิกฤตก็ตาม!
ภายในถ้ำน้ำแข็ง มู่ชิงหานกำกระบี่ในมือแน่น เมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันสองทางจากทั้งอู๋กังและราชินีแมงมุมหยกเหมันต์ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างรุนแรง แต่แววตาของเธอกลับยิ่งเย็นเยียบและมุ่งมั่น
เธอกำหินสีเทาที่ดูธรรมดาก้อนนั้นในถุงเก็บของไว้เงียบๆ คราวนี้เธออาจจะต้องพึ่งพา "โชค" นี้จริงๆ เสียแล้ว