เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: การประลองครั้งใหญ่

บทที่ 4: การประลองครั้งใหญ่

บทที่ 4: การประลองครั้งใหญ่


‘งานประลองศิษย์ฝ่ายนอกประจำปี’ ของสำนักหยุนเหมี่ยว คือโอกาสที่สำคัญที่สุดในการเลื่อนขั้นของเหล่าศิษย์ ผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่เพียงแต่จะได้รับรางวัลเป็นโอสถทิพย์และหินปราณจำนวนมหาศาล แต่ยังมีโอกาสเข้าตาเหล่าอาวุโสฝ่ายในและถูกรับเลือกเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย

บนลานกว้าง ลานประลองทั้งสิบแห่งถูกจัดตั้งขึ้นพร้อมอักขระเวทที่กะพริบวูบวาบเพื่อสร้างม่านพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนนับพันที่มารวมตัวกันทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความร้อนแรงและตึงเครียด

มู่ชิงหานในชุดนักพรตสีขาวดุจแสงจันทร์ของศิษย์สายตรง ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยท่าทางเย็นชาและสง่างาม แม้ฐานะของเธอจะสูงส่งกว่าศิษย์ทั่วไปแล้ว แต่ตามกฎของสำนัก เธอต้องเข้าร่วมการประลองครั้งแรกเพื่อทดสอบผลการฝึกตนและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ศิษย์ฝ่ายนอกคนอื่นๆ การปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตานับไม่ถ้วน~ ทั้งชื่นชม ยำเกรง และความอิจฉาริษยาที่ซ่อนเร้น

หลินซั่วยังคงใช้สกิล 【Concealment】 แฝงตัวอยู่ในมุมที่อับสายตาที่สุดของฝูงชน เขาคาบยอดหญ้าไว้ในปากพลางทำตัวตามสบาย ทว่าในความจริงแล้ว 【เนตรทิพย์】 ของเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่ กวาดมองไปทั่วลานประลอง โดยเฉพาะ ‘เส้นด้ายกรรม’ ที่รายล้อมรอบตัวมู่ชิงหาน

เขาสังเกตเห็นเส้นด้ายสีดำเข้มที่เปี่ยมด้วยความประสงค์ร้ายหลายเส้น เชื่อมต่อไปยังศิษย์ฝ่ายนอกที่มีกลิ่นอายพลังไม่ธรรมดา

“จ้าวหู่ กลั่นปราณขั้นที่ห้า เชี่ยวชาญอาคมป้องกันธาตุดิน ตระกูลพอมีอิทธิพลในสำนัก...”

“หลิวเฟิง จุดสูงสุดของกลั่นปราณขั้นที่สี่ รากปราณธาตุลม ท่าร่างว่องไว พลิกแพลงได้ตลอดเวลา สนิทกับจ้าวหู่...”

“แล้วก็นั่น... หืม? กลั่นปราณขั้นที่หก? มีคนแบบนี้อยู่ในกลุ่มศิษย์ฝ่ายนอกด้วยเหรอ?” สายตาของหลินซั่วจับจ้องไปยัง ‘ชายหนุ่มชุดดำ’ ที่ยืนแยกตัวอยู่ในเงามืด กลิ่นอายของคนผู้นั้นถูกข่มไว้อย่างแนบเนียน แววตาคมกริบดุจเหยี่ยว และเส้นกรรมรอบตัวแฝงไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหาร “ไอสังหารเลือด... เป็นพวกที่ออกไปฝึกหัดข้างนอกและผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนสินะ สายตาที่มองมู่ชิงหานนั่น... คือความกระหายในการต่อสู้ หรือรับคำสั่งใครมากันแน่?”

หลินซั่วหรี่ตาลง การประลองครั้งนี้คงไม่สงบสุขอย่างที่คิด พวกอย่างจ้าวหู่น่ะไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ชายหนุ่มชุดดำคนนี้แหละคือคู่ปรับที่แท้จริงของมู่ชิงหาน

บนปะรำพิธี เสียงระฆังดังเหง่งหง่างกังวาน

มหาบริกร ฝ่ายในทำหน้าที่เป็นประธานกล่าวเปิดงาน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลาน “การประลองเริ่มต้นได้! การจับคู่จะตัดสินด้วยการจับสลาก บนลานประลองให้เน้นการชี้แนะ ห้ามเจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักจนถึงแก่ชีวิตหรือพิการ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนัก!”

โชคของมู่ชิงหานดูจะค่อนข้างดี คู่ต่อสู้ในรอบแรกๆ ของเธออยู่เพียงระดับกลั่นปราณขั้นที่สาม ด้วยพลังปราณเหมันต์ที่บริสุทธิ์และวิชาดาบที่ช่ำชองขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอคว้าชัยชนะมาได้อย่างง่ายดาย

“ดาบเหมันต์!”

ทุกครั้งที่ประกายดาบพาดผ่าน เกล็ดน้ำแข็งจะควบแน่นบนพื้นลานประลอง การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้เริ่มเฉื่อยชาลง และถูกเธอต้อนจนตกเวทีไปอย่างหมดจด

“อาคมกำแพงน้ำแข็ง!”

กำแพงน้ำแข็งหนาทึบผุดขึ้นกลางอากาศ บล็อกอาคมธาตุไฟอันเกรี้ยวกราดของคู่ต่อสู้ไว้ได้ทันควัน ก่อนที่กำแพงจะแตกกระจายกลายเป็นลิ่มน้ำแข็งนับพันพุ่งเข้าโจมตีกลับ จนฝ่ายตรงข้ามต้องเอ่ยปากยอมแพ้

เธอชนะได้อย่างเฉียบขาดและมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงรากฐานอันลึกซึ้งของรากปราณระดับนภาและการควบคุมอาคมที่ยอดเยี่ยม เสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ แม้แต่เหล่าอาวุโสบนแท่นพิธียังพยักหน้าชื่นชมครั้งแล้วครั้งเล่า

ทว่าเมื่อการประลองดำเนินไปสู่รอบลึก คู่ต่อสู้ก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น

ในรอบที่สี่ เธอต้องเผชิญหน้ากับหลิวเฟิง

ท่าร่างของหลิวเฟิงรวดเร็วราวกับภูตพราย ทิ้งเงาติดตาไว้ทั่วลานประลอง คมมีดสายลมโจมตีเข้าใส่เธอจากทุกทิศทาง ทั้งพิสดารและดุดัน

“ศิษย์น้องมู่ ระวังตัวด้วยนะ!” หลิวเฟิงหัวเราะอย่างร่าเริง ร่างกายขยับวูบวาบจนจับทิศทางไม่ได้

มู่ชิงหานรวบรวมสมาธิ ปรับลมหายใจให้คงที่ เธอแผ่ปราณเหมันต์ออกรอบตัวเพื่อสร้าง ‘อาณาเขตหมอกจาง’ ทันทีที่คมมีดสายลมพุ่งเข้าสู่ระยะหมอก ความเร็วของมันก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“เจอตัวแล้ว!” แววตาของมู่ชิงหานคมปลาบ เธอใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ยอมให้คมมีดลมบาดเข้าที่หัวไหล่จนเสื้อขาดและเลือดซึมออกมา~ แต่นั่นก็ทำให้เธอจับทิศทางการเคลื่อนที่ของร่างจริงของหลิวเฟิงได้

“ดัชนีเยือกแข็ง!”

เธอห่อปลายนิ้วเป็นดรรชนีดาบ พลังเย็นจัดพุ่งวาบออกไปทันที แต่มันไม่ได้เล็งไปที่ตัวหลิวเฟิงโดยตรง แต่มันคือการ ‘ดักหน้า’ ในจุดที่เขาจะเหยียบลงไปพอดี!

จังหวะที่หลิวเฟิงปรากฏกายขึ้น พื้นลานประลองใต้เท้าของเขาก็กลายเป็นน้ำแข็งแข็งตัวทันที ความหนาวเหน็บเสียดแทงลามขึ้นมาจากข้อเท้าจนร่างกายของเขาชะงักงัน!

“แย่แล้ว!”

ในชั่วพริบตาที่เขาเสียจังหวะ ดาบยาวของมู่ชิงหานที่เปี่ยมไปด้วยไอเย็นก็จ่อเข้าที่คอหอยของเขาเรียบร้อยแล้ว

“ข้ายอมแพ้” มู่ชิงหานชักดาบกลับ ลมหายใจของเธอเริ่มกระชั้นเล็กน้อย แต่แววตายังคงสงบนิ่ง

ใบหน้าของหลิวเฟิงซีดเผือดก่อนจะเดินลงจากเวทีไปท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง การต่อสู้ครั้งนี้มู่ชิงหานแสดงให้เห็นถึงไหวพริบในการต่อสู้และความเด็ดเดี่ยวที่ยอมแลกบาดแผลเพื่อชัยชนะ

หลินซั่วที่มุมกำแพงพยักหน้าเบาๆ “ปฏิกิริยาไม่เลวเลย” เมื่อครู่นี้ คมมีดลมของหลิวเฟิงหลายเส้นมีวิถีที่ร้ายกาจมาก เขาเตรียมจะใช้สกิล 【Sตัวตายตัวแทน】 เพื่อย้ายบาดแผลมาไว้ที่ตัวเองแล้วเชียว แต่มู่ชิงหานกลับจัดการมันได้ด้วยตัวเอง

ต่อมา มู่ชิงหานต้องพบกับจ้าวหู่

จ้าวหู่เป็นชายร่างกำยำ วิชา ‘คัมภีร์พสุธาหนา’ ที่เขาฝึกฝนให้พลังป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทันทีที่ขึ้นเวที เขาก็ควบแน่นโล่สีเหลืองดินขนาดมหึมาขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ศิษย์น้องมู่ หมัดเท้าไม่มีตา หากข้าเผลอทำเจ้าเจ็บก็อย่าโกรธเคืองกันล่ะ!”

เขามั่นใจในระดับพลังที่สูงกว่าหนึ่งขั้นและปราณที่ล้นปรี่ จ้าวหู่ใช้กลยุทธ์ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น คอยส่งเสาดินและหินร่วงหล่นเข้าก่อกวนจากระยะไกลเพื่อบั่นทอนปราณของมู่ชิงหาน อาคมเหมันต์ของมู่ชิงหานแทบจะทำอะไรโล่พสุธานั่นไม่ได้เลย สถานการณ์ตกอยู่ในภาวะคุมเชิงกันอยู่นาน

แววตาของจ้าวหู่ฉายแววผู้ชนะ เขาตั้งใจจะรอจนมู่ชิงหานหมดแรงแล้วค่อยเผด็จศึกในรวดเดียว

ใต้เวทีนั้น แววตาของหลินซั่วเริ่มเย็นลง เขาเห็นว่าโล่พสุธาของจ้าวหู่ไม่ใช่ว่าจะไร้จุดอ่อน มันมีจุดติดขัดเล็กๆ ของกระแสปราณที่กึ่งกลางโล่ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นจังหวะ แต่จุดอ่อนนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ด้วยระดับสายตาและความเร็วในการโจมตีของมู่ชิงหานในตอนนี้ ยากนักที่จะจับจังหวะได้ทัน

“เดี๋ยวพี่ชายช่วยสงเคราะห์ให้แล้วกัน~”

หลินซั่วดีดปลายนิ้วเบาๆ

【พลิกผันสถานะ】 (ขั้นย่อย)

จ้าวหู่ที่กำลังรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การรักษาสภาพโล่ พลันรู้สึกว่าปราณในร่างเกิดความปั่นป่วนวูบหนึ่ง ราวกับกระแสเลือดไหลย้อนกลับ! แม้จะกลับเป็นปกติในทันที แต่นั่นก็ทำให้ ‘จุดเชื่อมต่อปราณ’ ที่ใจกลางโล่พสุธาสั่นไหวไม่มั่นคง!

ตอนนี้แหละ!

มู่ชิงหานที่จดจ่ออยู่กับการหาโอกาสอยู่แล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ คู่ต่อสู้ถึงเผยจุดอ่อนที่ชัดเจนขนาดนี้ออกมา แต่สัญชาตญาณการต่อสู้สั่งให้เธอลงมือโดยไม่ลังเล!

เธอมั่นหมายพลังปราณที่เหลือเกือบทั้งหมดไว้ในการโจมตีครั้งเดียว ทุ่มเทมันลงไปที่ตัวดาบ!

“ทลายเหมันต์ลี้ลับ!”

คมดาบระเบิดไอเย็นสีขาวโพลนออกมา ปราณดาบสีฟ้าที่ควบแน่นจนถึงขีดสุดดุจลิ่มเจาะน้ำแข็ง พุ่งเข้ากระแทกจุดเชื่อมต่อปราณที่กั่นสั่นไหวนั้นด้วยความเร็วและแม่นยำดุจจับวาง!

เพล้ง บึ้ม!

โล่พสุธาแตกละเอียดทันที! จ้าวหู่ถูกแรงสะท้อนกลับจนกระอักเลือดถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ปลายดาบของมู่ชิงหานชี้ตรงไปเบื้องหน้า ไอเย็นล็อคตัวเขาไว้สนิท “ศิษย์พี่จ้าว จะต่ออีกไหม?”

จ้าวหู่หน้าเปลี่ยนสีไปมา ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาในที่สุด “ข้า... ยอมแพ้!”

ฝูงชนฮือฮาไปทั่วทั้งงาน! ขั้นที่สี่เอาชนะขั้นที่ห้าได้ด้วยการ ‘ข้ามขั้น’! พลังการต่อสู้ของรากปราณระดับนภานั้นน่าสะพรึงกลัวจริงๆ

มู่ชิงหานหอบหายใจเล็กน้อย พลังปราณของเธอถูกใช้ไปมหาศาล เธอมองไปที่จ้าวหู่ ความสงสัยในใจเริ่มก่อตัวขึ้น~ จุดอ่อนนั้นมันปรากฏออกมาได้ประจวบเหมาะเกินไป

และในรอบชิงชนะเลิศ... เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มชุดดำที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา ‘ดาบปีศาจ’ อู๋กัง

รอบชิงชนะเลิศมาถึงท่ามกลางความคาดหวังของทุกคน

อู๋กังทะยานขึ้นสู่ลานประลอง ไอสังหารสีเลือดแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก เขามองมู่ชิงหานพลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “เจ้าเก่งพอ... ที่จะทำให้ข้าชักดาบออกมาได้”

เขาค่อยๆ ชัก ‘ดาบยาวสีเลือด’ ออกจากฝักทางด้านหลัง ตัวดาบส่งเสียงครางฮือ แผ่ไอสังหารที่เย็นเยียบออกมา

มู่ชิงหานสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่เคยมีมาก่อน ความรู้สึกที่ชายคนนี้มอบให้เหมือนกับ ‘สัตว์ร้าย’ ในป่าลึก อันตรายและบริสุทธิ์

ทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น บรรยากาศก็ทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด

วิชาดาบของอู๋กังนั้นโหดเหี้ยมและดุดัน ทุกการฟันแฝงไปด้วยไอสังหารที่เหมือนกองซากศพและทะเลเลือด พุ่งเข้าทำลายสมาธิคู่ต่อสู้โดยตรง ภายใต้พละกำลังอันบ้าคลั่ง อาคมเหมันต์ของมู่ชิงหานกลับดูเหมือนจะถูกกดขี่ กำแพงน้ำแข็งของเธอถูกฟันขาดในดาบเดียว ท่าดาบของเธอก็ถูกปัดป้องได้อย่างง่ายดาย

ฉัวะ!

ประกายแสงสีเลือดพาดผ่าน หัวไหล่ของมู่ชิงหานถูกปราณดาบบาดจนเป็นแผล เลือดสีแดงสดซึมเปื้อนชุดสีขาวหิมะ ไอสังหารเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่าง ทำให้ใบหน้าของเธอซีดขาวและการเคลื่อนไหวเริ่มติดขัด

“เส้นทางของเจ้าจบลงแค่นี้แหละ” แววตาของอู๋กังเย็นชา เขาชูซามูไรสีเลือดขึ้นเหนือหัว รวบรวมไอสังหารทั้งหมดเพื่อเตรียมท่าเผด็จศึก “สังหารโลหิต!”

พลังของท่านี้ใกล้เคียงกับขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ด! หากถูกโจมตีเข้าไปตรงๆ ไม่ตายก็คงพิการ!

บนแท่นพิธี ผู้อาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้ว เตรียมตัวที่จะเข้าแทรกแซง

แววตาของมู่ชิงหานฉายแววสิ้นหวังและไม่ยินยอม... เธอจะแพ้ที่นี่จริงๆ น่ะหรือ?

ในเสี้ยววินาทีวิกฤตนั้นเอง!

หลินซั่วที่เฝ้าดูอยู่เงียบๆ พลันมีนัยน์ตาคมกริบดุจใบมีด

“เล่นแรงไปหน่อยแล้วมั้ง”

เขาไม่สามารถหยุดการแข่งขันโดยตรงได้ แต่เขาสามารถ... ‘ส่งผลกระทบ’ ต่อสิ่งแวดล้อมได้

【สถานะของเหลว】!

พื้นหินของลานประลองใต้เท้าของอู๋กังเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งกลายเป็นของเหลวในชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสภาพเดิม การเปลี่ยนแปลงที่เบาบางนี้เพียงพอที่จะทำให้คนอย่างอู๋กังที่กำลังทุ่มพลังทั้งหมดและมีฐานร่างกายที่มั่นคง ต้องเสียสมดุลไปเพียง ‘หนึ่งในหมื่น’ ของวินาที

ในเวลาเดียวกัน 【ส่งกระแสจิต】 ก็ดังขึ้นในห้วงจิตของมู่ชิงหานที่เกือบจะถูกไอสังหารแช่แข็ง มันดังก้องราวกับเสียงอัสนีบาต:

“ถอยซ้ายสามก้าว ตำแหน่งขำ, หนามน้ำแข็งทำมุมสามสิบองศา, โจมตีที่ข้อมือขวาของมัน!”

เสียงนี้ช่างแปลกหน้าทว่าก็คุ้นเคยอย่างประหลาด แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน มู่ชิงหานทำตามคำสั่งนั้นโดยสัญชาตญาณ!

ร่างของเธอวูบไปทางซ้ายสามก้าว หลบเข้าสู่ช่องว่างของวิถีดาบที่เบี่ยงเบนไปเพียงเล็กน้อยจากการเสียสมดุลของอู๋กัง รอดพ้นจากระยะทำลายล้างของท่าสังหารโลหิตไปได้อย่างหวุดหวิด! พร้อมกันนั้นเธอก็รวบรวมปราณเฮือกสุดท้าย ดีดหนามน้ำแข็งที่คมกริบจากปลายนิ้วเข้ากระแทกข้อมือขวาที่ถือดาบของอู๋กังอย่างแม่นยำ!

ดาบของอู๋กังฟันถูกเพียงความว่างเปล่า ท่ามกลางความตกตะลึง ข้อมือของเขาก็พลันเจ็บแปลบจนปราณขาดตอน แรงสะท้อนจากท่าสังหารโลหิตตีกลับเข้าสู่ตัวเองจนเขากระอักเลือดคำโตและเซถอยหลังไป

มู่ชิงหานไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย เธอพุ่งเข้าไปจ่อดาบที่คอของเขาในทันที

ทั่วทั้งลานประลองเงียบสงัดราวกับถูกหยุดเวลา

ไม่มีใครมองเห็นชัดเลยว่ามู่ชิงหานพลิกกลับมาโจมตีได้อย่างไรในสถานการณ์ที่สิ้นหวังขนาดนั้น!

บนแท่นพิธี อาวุโสที่เตรียมจะยื่นมือเข้าช่วยค่อยๆ นั่งลงตามเดิม แววตาเป็นประกายคมปลาบ

มู่ชิงหานมองดูอู๋กังที่หน้าซีดเผือด ก่อนจะมองดูมือของตัวเองที่ยังคงสั่นเทา สุดท้ายสายตาของเธอก็หันไปหาฝูงชนเบื้องล่างโดยสัญชาตญาณ พยายามจะค้นหาใครบางคน...

เธอชนะแล้ว เธอได้เป็นอันดับหนึ่งของงานประลองศิษย์ฝ่ายนอก

แต่ในใจของเธอกลับไม่มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสับสนที่ทวีคูณ และภาพร่างของชายในชุดเขียวที่ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งราวกับภูตพราย

เขา... เป็นใครกันแน่?

จบบทที่ บทที่ 4: การประลองครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว