เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 295 ‘พระเอก’ ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

บทที่ 295 ‘พระเอก’ ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

บทที่ 295 ‘พระเอก’ ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ


บทที่ 295 ‘พระเอก’ ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เจียงชิ่นฟังบทสนทนาของทั้งสองคนเงียบ ๆ แอบรู้สึกขอบคุณจั๋วซีอยู่ในใจที่ช่วยกู้สถานการณ์เอาไว้ให้

ไม่อย่างนั้นเธอจะตอบคำถามนั้นยังไงดีล่ะเนี่ย

"ก็พอทนอยู่นะคะ ความจริงมันก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองน่าจะได้คะแนนเต็มด้วยซ้ำ"

ถ้าขืนตอบแบบนี้ออกไป มีหวังคนฟังคงกระอักเลือดตายด้วยความหมั่นไส้แน่ ๆ

ทั้งสี่คนเดินกลับมหาวิทยาลัยด้วยกันตลอดทาง เมื่อถึงมหาวิทยาลัย จวงซือเหวินกับจั๋วซีก็แยกย้ายไปกินข้าวที่โรงอาหาร ส่วนฟู่เส้าตั๋วกับเจียงชิ่นก็มุ่งหน้ากลับไปกินข้าวที่ห้องทดลอง

จั๋วซียืนนิ่งมองแผ่นหลังของเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปอยู่เป็นนานสองนาน โดยไม่ขยับเขยื้อนก้าวเท้าไปไหนเลย

"มองอะไรอยู่น่ะ นายจะไปกินข้าวไหม ? ถ้าไม่กินฉันไปก่อนนะ หิวจะแย่แล้วเนี่ย" จวงซือเหวินเอ็ดด้วยความรำคาญ

จั๋วซีหันกลับมา แล้วเดินตามไปทางโรงอาหารเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร

จวงซือเหวินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินตามเขาไป

ผ่านไปพักใหญ่ จั๋วซีก็เอ่ยปากถามขึ้นมา "ทำไมพวกเขาสองคนไม่ไปกินข้าวที่โรงอาหารล่ะ ? "

"ก็ฟู่เส้าตั๋วทำข้าวกล่องมาให้เจียงชิ่นทุกวันน่ะสิ ข้าวหม้อใหญ่ในโรงอาหารสารอาหารไม่ครบถ้วน เขาอุตส่าห์สลับสับเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ก็เพื่ออยากให้เจียงชิ่นได้กินของดี ๆ ไง"

พูดจบ จวงซือเหวินก็แทรกขึ้นมาอีกประโยค

"เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนน่ะแนบแน่นสุด ๆ คนนอกอย่าหวังจะแทรกซึมเข้าไปได้เลย"

จั๋วซีถึงกับจุกจนพูดไม่ออก อึกอักอยู่นานกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย ก็แค่ถามดูเฉย ๆ "

"หึ ๆ ใครจะไปเชื่อ"

จวงซือเหวินกลอกตาบนใส่ ประชดประชันแบบจัดเต็ม

จั๋วซี: "..."

พอเดินเข้าโรงอาหาร จวงซือเหวินก็ไม่สนใจจั๋วซีอีก เธอเดินตรงดิ่งขึ้นชั้นสองเพื่อไปกิน 'หมาผัวโต้วฝู่ ' เมนูโปรดของเธอทันที

ชั้นสองของโรงอาหารมีช่องขายอาหารที่ทำอาหารเสฉวนโดยเฉพาะ รสชาติเผ็ดชาจัดจ้าน ซึ่งเป็นรสชาติที่จวงซือเหวินโปรดปรานมาก

เธอสั่งหมาผัวโต้วฝู่มาหนึ่งที่ พร้อมข้าวสวยอีกสองเหลียง เพิ่งจะวางถาดอาหารแล้วทิ้งตัวลงนั่ง จู่ ๆ ก็มีคนมานั่งฝั่งตรงข้าม

จวงซือเหวินไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นนักศึกษาคนไหนสักคนที่มาหาที่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วย

ตอนนี้เธอหิวจนไส้กิ่วแล้ว สิ่งเดียวที่อยากทำคือรีบกินหมาผัวโต้วฝู่แสนอร่อยตรงหน้าให้เร็วที่สุด

จวงซือเหวินตักข้าวเข้าปากคำโต ด้วยความที่รีบกินเกินไปก็เลยเกือบจะสำลัก

เธอพยายามกลืนข้าวลงคอ แล้วรีบยกชามน้ำซุปที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาซดไปหนึ่งอึก

แต่พอเงยหน้าขึ้นมา น้ำซุปในปากก็แทบจะพุ่งพรวดออกมา

"จั๋วซี ? "

เมื่อกี้เธอเพิ่งจะสลัดเขาหลุด แล้วเดินขึ้นมาชั้นสองคนเดียวนี่นา

หมอนี่ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ?

"อ้อ ฉันแค่อยากจะมาบอกเธอประโยคเดียวน่ะ"

จั๋วซีพูดด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ "เมื่อก่อนฉันเคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเจียงชิ่นก็จริง แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ที่ฉันถามประโยคนั้นไป ก็แค่อยากจะรู้ว่าฟู่เส้าตั๋วดีกับเธอมากแค่ไหนก็เท่านั้นเอง"

พอเห็นท่าทางหงอยเหงาคอตกของเขา จวงซือเหวินก็ไม่ใจร้ายพอที่จะเหน็บแนมเขาต่อ

"ช่างมันเถอะ นายตัดใจได้ก็ดีแล้วล่ะ ต่อไปก็อย่าไปกวนใจเจียงชิ่นอีกล่ะกัน"

"ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยกล้าไปกวนใจอะไรเธอเลยนะ"

คำพูดนี้ของจั๋วซีเป็นความจริง

ถึงแม้เขาจะชอบเจียงชิ่น และแสดงออกค่อนข้างชัดเจน แต่เขาก็แทบจะไม่เคยเข้าไปคุยกับเธอเลย สองคนนี้แทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรกันด้วยซ้ำ

"มีก็แก้ไข ไม่มีก็พยายามพัฒนาตัวเองต่อไปนะ"

จวงซือเหวินวางชามน้ำซุปลง แล้วกลับไปทำสงครามกับหมาผัวโต้วฝู่ต่อ

ทางฝั่งจั๋วซีกินข้าวเสร็จก่อน เขากล่าวทักทายเธอคำนึงแล้วก็เดินจากไป

จวงซือเหวินแอบคิดในใจว่า หมอนี่หน้าบางแถมยังรักศักดิ์ศรีชะมัด

แค่เพื่อจะมาอธิบายประโยคเดียว ถึงขั้นต้องยอมมานั่งรอตั้งนานสองนาน

ในเวลาเดียวกันนั้น ณ ร้านอาหารของรัฐแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับสนามสอบการแข่งขันคณิตศาสตร์ เซียวเจาหยางกับเว่ยจิงจิงกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง

วันนี้ช่วงเช้าเว่ยจิงจิงมีเรียน แต่เพื่อจะมารับเซียวเจาหยาง เธอถึงขั้นโดดเรียนคาบสุดท้าย นั่งรถเมล์เดินทางมาไกลถึงสนามสอบแห่งนี้

เธอยืนรออยู่หน้าสนามสอบพักใหญ่ กว่าเซียวเจาหยางจะเดินออกมา

เดิมทีเธอคิดว่าเขาจะดีใจที่เห็นเธอ ทว่าเซียวเจาหยางเพียงแค่ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง นอกจากความแปลกใจแล้ว บนใบหน้าของเขากลับไม่มีร่องรอยของความดีใจเลยแม้แต่น้อย

"เป็นอะไรไปคะ ? ทำข้อสอบไม่ค่อยได้เหรอ ? "

เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเขา เว่ยจิงจิงก็เข้าใจไปว่าเขาคงทำข้อสอบได้ไม่ดี

ใครจะไปคิดว่าเซียวเจาหยางจะตวาดใส่เธอทันที "ฝีมือคณิตศาสตร์ของฉันเป็นยังไงเธอไม่รู้หรือไง ? นี่เธอตั้งใจจะแช่งให้ฉันสอบตกใช่ไหมฮะ ? "

เว่ยจิงจิงตกใจกับเสียงตวาดของเขาจนตัวสั่นสะดุ้ง

ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเซียวเจาหยางเป็นอะไรไป เอะอะก็ตะคอกใส่เธอตลอด

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นิดเดียวก็ชวนทะเลาะได้เป็นวรรคเป็นเวร

เว่ยจิงจิงรู้สึกโกรธอยู่ลึก ๆ แต่ก็ไม่กล้าแสดงอาการเกรี้ยวกราดออกมา

"ฉันก็แค่ถามดูเฉย ๆ คุณอย่าโกรธไปเลยนะคะ ฉันผิดเองแหละ"

เซียวเจาหยางถลึงตาใส่เธออย่างรำคาญ "แล้วใครใช้ให้เธอมาที่นี่ฮะ ? "

เว่ยจิงจิงน้ำตาแทบจะร่วง "ฉันก็แค่อยากจะมารับคุณ อุตส่าห์โดดเรียนมาตั้งคาบนึง เพื่อมารอคุณสอบเสร็จเลยนะ"

เธอคิดว่าถ้าพูดแบบนี้ เซียวเจาหยางอาจจะรู้สึกซาบซึ้งใจ และอารมณ์เย็นลงบ้าง

ที่ไหนได้ เซียวเจาหยางกลับไม่รู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังตะคอกเสียงดังกว่าเดิม

"นี่เธอประสาทกลับไปแล้วหรือไง ! ฉันไม่ได้ขอให้เธอมารับ แล้วก็ไม่ได้ขอให้เธอโดดเรียนด้วย ! ลำพังแค่เรียนมหาวิทยาลัยระดับอนุปริญญา ในสถาบันกระจอก ๆ แบบนั้น แถมยังริอ่านมาโดดเรียนอีก ฉันว่าการเรียนของเธอมันคงไม่มีความหมายอะไรแล้วล่ะมั้ง ! "

เว่ยจิงจิงถูกเซียวเจาหยางตวาดใส่จนยืนอึ้งไปเลย

เธอมองเขาด้วยสายตาเลื่อนลอย น้ำตาไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

เซียวเจาหยางเห็นน้ำตาของเธอแล้วยิ่งรู้สึกรำคาญใจ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธออีก ก้าวฉับ ๆ เดินนำหน้าเข้าไปในร้านอาหารของรัฐ เว่ยจิงจิงรู้สึกปวดร้าวในใจอย่างแสนสาหัส แต่เธอก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้ จึงเดินตามเขาเข้าไปในร้านอาหาร

เซียวเจาหยางเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหารราวกับเป็นคุณชายใหญ่ พอเห็นเว่ยจิงจิงเดินตามมา เขาก็เตะเท้ากลางอากาศไปทางเธอทีนึง

"ไปสั่งกับข้าวสิ ฉันอยากกินซี่โครงหมูน้ำแดง หมูชุบแป้งทอดเปรี้ยวหวาน แล้วก็ซุปซี่โครงเนื้อ"

เว่ยจิงจิงตอบเสียงอ่อย "วันนี้ฉันไม่ได้พกคูปองเนื้อมาเยอะขนาดนั้นหรอกนะ"

"ไม่มีคูปองเนื้อ แล้วเธอจะเสนอหน้ามาทำไม ? ประสาท ! "

พอเห็นว่าเซียวเจาหยางกำลังจะอารมณ์เสียจริง ๆ เว่ยจิงจิงก็รีบพูดขึ้นมาว่า "งั้นสั่งแค่ซุปซี่โครงเนื้อกับซี่โครงหมูน้ำแดงได้ไหมคะ ? คูปองเนื้อของฉันพอสั่งแค่สองอย่างนี้แหละ"

"เออ ๆ ๆ รีบ ๆ ไปสั่งซะที" เซียวเจาหยางหิวจนไส้กิ่วแล้ว เขาโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ

เว่ยจิงจิงรีบลุกลี้ลุกลนไปสั่งอาหารที่หน้าเคาน์เตอร์

เซียวเจาหยางหยิบตะเกียบออกมาจากกระบอกบนโต๊ะ พอนึกถึงตอนที่เจียงชิ่นเมินเขา ไม่ยอมแม้แต่จะปรายตามอง แถมสอบเสร็จก็สะบัดก้นเดินหนีไปเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ

กล้าเมินเขาขนาดนี้ มันยอมไม่ได้เด็ดขาด

ตั้งแต่เกิดมาจนโต เซียวเจาหยางไม่เคยถูกใครหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อนเลย

"เจียงชิ่น ฝากไว้ก่อนเถอะ" เขาสบถออกมาด้วยความเคียดแค้น

ณ ห้องทดลองแห่งหนึ่งในภาควิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน เมนูหนึ่งในนั้นคือหมูเส้นผัดพริก ฟู่เส้าตั๋วคีบเอาแต่เนื้อหมูออกมา แล้วนำไปใส่ไว้ในกล่องข้าวของเจียงชิ่น

"กินเนื้อเยอะ ๆ นะ ผมตุ๋นไข่ตุ๋นมาให้คุณชามนึงด้วย"

พูดพลาง เขาก็เลื่อนชามไข่ตุ๋นไปไว้ตรงหน้าเจียงชิ่น

"คุณก็กินด้วยสิคะ อย่ามัวแต่ตักให้ฉันเลย"

เจียงชิ่นใช้ช้อนตักไข่ตุ๋นคำโตไปใส่ในชามของฟู่เส้าตั๋ว

"ได้สิ ผมก็จะกินเหมือนกัน แต่คุณต้องกินให้เยอะ ๆ นะ คราวที่แล้วตอนไปตรวจ หมอบอกว่าคุณแพ้ท้องหนักเกินไป สารอาหารอาจจะไม่เพียงพอ"

"มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย คุณดูสิ ฉันออกจะกินเก่งนอนเก่ง แถมคุณยังทำของอร่อย ๆ ให้กินทุกวัน ฉันอ้วนขึ้นตั้งเยอะแล้วเนี่ย"

เจียงชิ่นพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ฟู่เส้าตั๋ว "คุณดูหน้าฉันสิ กลมเป็นซาลาเปาแล้วเนี่ย"

"ไม่กลมหรอก กำลังน่ารักเลยล่ะ"

ฟู่เส้าตั๋วบีบแก้มเธอเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ขี้ฮก คุณแค่หลอกให้ฉันกินข้าวเยอะ ๆ ล่ะสิ"

ตั้งแต่ตั้งท้อง เจียงชิ่นก็เริ่มค้นพบว่าตัวเองมีนิสัยงี่เง่าไร้เหตุผลขึ้นมาบ้าง แต่นั่นก็จำกัดไว้ใช้แค่กับฟู่เส้าตั๋วคนเดียวเท่านั้นนะ

จู่ ๆ ฟู่เส้าตั๋วก็ก้มลงจุมพิตเธอเบา ๆ "ต่อให้ผมจะหลอกคนทั้งโลก ผมก็ไม่มีทางหลอกคุณหรอกนะ ในสายตาของผม คุณคือคนที่สวยที่สุดเสมอ"

ตึกตัก... ตึกตัก... เจียงชิ่นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง

ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรีบก้มหน้าก้มตากินข้าวแก้เขิน

จบบทที่ บทที่ 295 ‘พระเอก’ ผู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว