- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 294 หนึ่งคนกับอีกหนึ่งระบบที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 294 หนึ่งคนกับอีกหนึ่งระบบที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 294 หนึ่งคนกับอีกหนึ่งระบบที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 294 หนึ่งคนกับอีกหนึ่งระบบที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ
เซียวเจาหยางอดไม่ได้ที่จะคอยชำเลืองมองไปทางเจียงชิ่นอยู่ตลอดเวลา
เขามองดูเจียงชิ่นเดินมาจนถึงแถวที่เขานั่งอยู่ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะตัวที่สองนับจากด้านหน้า
ในระหว่างนั้น เจียงชิ่นดูเหมือนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่เซียวเจาหยางก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเธอเห็นเขาหรือเปล่า
ในวินาทีนั้น ลึก ๆ ในใจของเขาแอบมีความคาดหวังอยู่เงียบๆ หวังว่าเจียงชิ่นจะมองเห็นเขา และหวังว่าเธอจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทายเขาก่อน
ถึงตอนนั้น เขาจะแกล้งทำเป็นเพิ่งมองเห็นเธอ แล้วก็ตอบรับไปแบบส่ง ๆ
เพื่อเป็นการกู้หน้าจากที่เคยหน้าแตกต่อหน้าเธอคราวที่แล้วกลับคืนมา
ทว่า ท้ายที่สุดแล้วความคาดหวังของเซียวเจาหยางก็ต้องพังทลายลง
เจียงชิ่นนั่งลงอย่างรวดเร็ว และไม่เคยหันกลับมามองข้างหลังอีกเลย
เซียวเจาหยางจ้องมองหลังศีรษะของเธอด้วยความเจ็บใจ หนึ่งวินาที สองวินาที... เวลาผ่านไปถึงห้านาทีเต็ม จนกระทั่งอาจารย์คุมสอบถือปึกกระดาษข้อสอบเดินเข้ามาในห้อง ก็ยังไม่เห็นเจียงชิ่นหันหน้ามาเลยสักนิด
ตกลงแล้วเธอเห็นเขาแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก ?
หรือว่าเธอมองไม่เห็นจริง ๆ ก็เลยไม่ได้เข้ามาทักทาย ?
เซียวเจาหยางขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิดว้าวุ่นใจ คนข้างหน้าส่งกระดาษข้อสอบมาให้เขาตั้งนานแล้ว เขาก็ยังไม่รู้ตัว
จนอีกฝ่ายเริ่มรำคาญ โยนกระดาษข้อสอบแหมะลงบนโต๊ะของเขา เซียวเจาหยางถึงเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้
ตอนที่จับปากกาเขียนชื่อลงบนกระดาษข้อสอบ เซียวเจาหยางก็ยังคงปลอบใจตัวเองอยู่
เจียงชิ่นต้องมองไม่เห็นเขาแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เดินเข้ามาทักทายหรอก
มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ ด้านหน้า เจียงชิ่นก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับการทำข้อสอบ
ไม่ได้รับรู้เลยสักนิดว่าเซียวเจาหยางกำลังมโนเป็นตุเป็นตะอยู่คนเดียว
ความจริงแล้วเมื่อกี้เธอเห็นเซียวเจาหยางแล้ว แต่ไม่อยากจะเสวนาด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว
ไอ้ใบหน้าชวนรังเกียจนั่นมันตราตรึงในความทรงจำเกินไป พอเห็นปุ๊บ ร่างกายก็เกิดกลไกหลีกหนีขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เจียงชิ่นเมินเขาไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อกี้ระบบก็กำลังรอดูเรื่องสนุกอยู่เหมือนกัน
[พระเอกก็มาลงแข่งคณิตศาสตร์ด้วยนะเนี่ย นี่เป็นพล็อตเรื่องที่มีอยู่ในนิยายต้นฉบับเลยนะ อยากรู้ไหมล่ะว่าเดี๋ยวจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ? ]
"ไม่อยากรู้"
เจียงชิ่นปฏิเสธเสียงเย็น แต่ระบบกลับเซ้าซี้ไม่ยอมเลิกรา
[เธอต้องอยากรู้แน่ ๆ พล็อตนี้ค่อนข้างสำคัญเลยนะ หรือว่าเธอจะลองฟังดูสักหน่อยดีไหม ? ]
"หึ ๆ "
เจียงชิ่นโยนคำพยางค์เดียวใส่หน้ามัน แล้วก็ไม่สนใจมันอีกเลย
ระบบอึดอัดจนแทบจะระเบิด อยากจะสปอยล์ให้เจียงชิ่นฟังใจจะขาด แต่ติดตรงที่เจียงชิ่นไม่อยากจะฟังนี่สิ
"ไม่ต้องมาเล่าให้ฉันฟังหรอก หมอนี่แล้วก็นางเอกเว่ยจิงจิงนั่น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฉันเลยสักนิด พวกเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือแย่แค่ไหน มันก็เป็นเรื่องของพวกเขา"
สุดท้ายระบบก็ทนไม่ไหว จัดการยัดเยียดข้อมูลเล่ากรอกหูเจียงชิ่นเป็นชุด เจียงชิ่นกลอกตาใส่มันไปนับครั้งไม่ถ้วน แทบจะอยากลองรวมพลังจิตให้เป็นรูปเป็นร่าง แล้วซัดใส่มันดูสักป้าบ
[ในการแข่งขันคณิตศาสตร์ครั้งนี้ เซียวเจาหยางคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้สำเร็จ จนไปเตะตากระทรวงเครื่องจักรกลที่สองเข้า พอเรียนจบ กระทรวงเครื่องจักรกลที่สองก็ดึงตัวเขาไปร่วมงานทันที หลังจากนั้นธุรกิจของเว่ยจิงจิงก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ เซียวเจาหยางเลยอาศัยจังหวะนี้ลาออกจากงานราชการ แล้วนำคอนเนกชันที่ได้จากตอนทำงานในกระทรวงเครื่องจักรกลที่สอง มาช่วยเว่ยจิงจิงสร้างฐานที่มั่นในวงการธุรกิจจนมั่นคง ทั้งสองคนกลายเป็นคู่สามีภรรยาที่ใคร ๆ ในวงการธุรกิจต่างก็พากันอิจฉา]
ระบบยังคงพล่ามต่อไปไม่หยุดหย่อน
แต่เจียงชิ่นไม่แม้แต่จะปรายตามองมัน พอดีกับที่กระดาษข้อสอบถูกแจกมาถึง ความสนใจทั้งหมดของเธอจึงไปรวมอยู่ที่กระดาษข้อสอบทันที
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งระบบที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ: ...
ข้อสอบแข่งขันก็เป็นไปตามที่เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าจริง ๆ ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก
มีแค่ข้อเขียนข้อสุดท้ายเท่านั้นที่ต้องออกแรงคิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
ยี่สิบนาทีก่อนหมดเวลาสอบ เจียงชิ่นก็ทำข้อสอบเสร็จเรียบร้อย
แต่เธอยังไม่รีบร้อนส่งกระดาษคำตอบ นั่งตรวจทานทบทวนอีกหนึ่งรอบ
ยังไงซะก็ต้องมั่นใจว่าจะคว้าที่หนึ่งมาให้ได้ เพราะงั้นต้องรอบคอบให้มากหน่อย
เมื่อตรวจทานจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีจุดไหนสะเพร่าหรือตกหล่น เจียงชิ่นก็ลุกเอาข้อสอบไปส่ง ตั้งใจว่าจะไปหาฟู่เส้าตั๋วที่ห้องสอบของเขา
ด้านหลังเธอ สายตาของเซียวเจาหยางยังคงจับจ้องตามติด ไม่คลาดสายตาจากแผ่นหลังของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ทันทีที่เจียงชิ่นเดินพ้นประตูห้องสอบ เธอก็เห็นฟู่เส้าตั๋วมายืนรออยู่ข้างนอกแล้ว
"ทำเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ ? "
ฟู่เส้าตั๋วยิ้มบาง ๆ "ระดับความยากของข้อสอบก็พอ ๆ กับที่เราเก็งกันไว้นั่นแหละ ไม่ยากเท่าไหร่หรอก"
ได้ยินเขาพูดแบบนี้ แสดงว่าต้องมั่นใจมากแน่ ๆ
เจียงชิ่นเอ่ยถาม "คุณทำได้ดีแค่ไหนคะ ? จะได้คะแนนเต็มไหม ? "
เธอรู้สึกว่าตัวเองน่าจะได้คะแนนเต็มชัวร์ ถ้าฟู่เส้าตั๋วก็ได้คะแนนเต็มเหมือนกัน ดีไม่ดีพวกเขาสองคนอาจจะได้ที่หนึ่งร่วมกันก็ได้
ฟู่เส้าตั๋วทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะตอบว่า "ไม่รู้สิ ผมรีบอยากจะมาหาคุณ ก็เลยไม่ได้อยู่ตรวจทานน่ะ"
ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาลงแข่งเพื่อล่ารางวัลอะไรอยู่แล้ว เป้าหมายหลักคือมาเป็นเพื่อนภรรยาต่างหาก
การคอยดูแลเป็นกองหนุนสนับสนุนให้ภรรยา สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง
หลังจากปั่นข้อสอบเสร็จอย่างรวดเร็ว ฟู่เส้าตั๋วก็ไม่มีอารมณ์จะมานั่งตรวจทานแล้ว ใจเขาจดจ่ออยู่แต่จะรีบไปที่ห้องสอบของภรรยา เพื่อรอรับเธอกลับบ้าน
"ทำไมไม่ตรวจทานล่ะคะ ? "
"ก็ผมรีบมารับคุณนี่นา สอบใช้สมองเยอะขนาดนี้ คุณหิวหรือเปล่า ? อยากดื่มน้ำหรือหาอะไรกินรองท้องไหม ? "
เมื่อเห็นว่าฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลย เจียงชิ่นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงแต่รู้สึกเสียดายอยู่นิด ๆ ถ้าพวกเธอได้ที่หนึ่งด้วยกันก็คงจะดีสิ
เจียงชิ่นรับขนมเค้กโบราณจากมือฟู่เส้าตั๋วมากิน แล้วก็ดื่มน้ำจากกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิไปอีกครึ่งกระติก
รอจนจวงซือเหวินทำข้อสอบเสร็จ พวกเขาก็เดินกลับมหาวิทยาลัยด้วยกัน
ระหว่างที่กำลังเดินออกไป จู่ ๆ ก็มีเสียงคนตะโกนเรียกมาจากด้านหลัง "เจียงชิ่น จวงซือเหวิน"
เป็นเสียงของจั๋วซีนั่นเอง
ตอนนี้สอบเสร็จแล้ว อารมณ์ของจวงซือเหวินก็ดูเบิกบานขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก
พอได้ยินเสียงของจั๋วซี เธอก็หันกลับไปโบกมือทักทายเขา
จั๋วซีวิ่งเหยาะ ๆ ตามมาจนทัน พอสายตาปะทะเข้ากับฟู่เส้าตั๋ว สีหน้าของเขาก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"ท่านนี้คือ ? "
เจียงชิ่นปรายตามองฟู่เส้าตั๋วด้วยสายตาอ่อนโยนละมุนละไม ก่อนจะตอบอย่างสง่าผ่าเผย "ฟู่เส้าตั๋ว สามีของฉันเองค่ะ ส่วนนี่คือเพื่อนร่วมชั้นของฉัน ชื่อจั๋วซี"
ประโยคหลังเธอหันไปอธิบายให้ฟู่เส้าตั๋วฟัง
ฟู่เส้าตั๋วพยักหน้าทักทายจั๋วซี พร้อมกับยื่นมือออกไป "สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ"
จั๋วซียื่นมือออกไปจับทักทายตอบ
ผู้ชายตรงหน้านี้ทั้งรูปร่างสูงโปร่ง หล่อเหลา แถมยังมีใบหน้าคมเข้มเด็ดเดี่ยว เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเขา จั๋วซีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกต่ำต้อยและละอายใจขึ้นมา
ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า มีเพียงผู้ชายแบบนี้เท่านั้นแหละที่คู่ควรกับเจียงชิ่น
ต่อให้เจียงชิ่นยังไม่แต่งงาน ตัวเขาเองก็คงไม่มีโอกาสอยู่ดี
หลังจากจับมือทักทายกันเสร็จ จั๋วซีก็รู้ตัวดี รีบขยับไปเดินฝั่งเดียวกับจวงซือเหวิน เว้นระยะห่างจากเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วเอาไว้
"เขาอุตส่าห์มารับเจียงชิ่นที่ห้องเรียนทุกวัน อย่าบอกนะว่านายไม่เคยเห็น จะมาแกล้งถามว่าเขาเป็นใครทำไม คิดไม่ซื่อล่ะสิ"
จวงซือเหวินปรายตามองเขาอย่างรู้ทัน แล้วก็แฉเขาออกมาตรง ๆ แบบไม่ไว้หน้า
ใบหน้าขาวสะอาดของจั๋วซีพลันแดงเถือกขึ้นมาทันที เขาอึกอักอยู่ตั้งนานก็พูดอะไรไม่ออก
จวงซือเหวินเลิกสนใจเขา หันไปคุยกับเจียงชิ่นที่เดินอยู่อีกฝั่งแทน
"ข้อสอบแข่งขันมันจะยากเกินไปแล้วนะเนี่ย เทียบกับข้อสอบคณิตศาสตร์ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เลยสักนิด ตอนสอบเข้าฉันยังทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้ตั้งเกรดดีเยี่ยมเลยนะ แต่รอบนี้สงสัยจะตกแหง ๆ "
ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกหดหู่
ถึงแม้จะกะมาลองสนามดูขำ ๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอผลออกมาแบบนี้มันก็ทำเอาเธอใจแป้วเหมือนกัน
ยิ่งพอนึกถึงว่ากลับบ้านไปต้องไปเผชิญหน้ากับพ่อที่เป็นถึงศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ จวงซือเหวินก็ถึงกับไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว
"ฉันก็ทำได้ไม่ค่อยดีเหมือนกัน สอบเสร็จลองถามเพื่อน ๆ ดูแล้ว ดูเหมือนจะทำกันไม่ค่อยได้ทั้งนั้นแหละ ก็แหม นี่มันการแข่งขันครั้งแรกนี่นา ไม่มีใครมีประสบการณ์หรอก"
จั๋วซีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เอ่ยปลอบใจ
คำพูดของเขาช่วยเยียวยาจิตใจของจวงซือเหวินได้มากทีเดียว สีหน้าของเธอเลยดูดีขึ้นมาหน่อย