- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 296 คว้ารางวัลแพ็กคู่
บทที่ 296 คว้ารางวัลแพ็กคู่
บทที่ 296 คว้ารางวัลแพ็กคู่
บทที่ 296 คว้ารางวัลแพ็กคู่
หลังจากเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์เสร็จ เจียงชิ่นก็ทุ่มเทให้กับการเรียนและการวิจัยอีกครั้ง
คราวที่แล้วหวังเหิงเคยบอกเธอว่า ชิ้นส่วนอะไหล่ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์สองสามชิ้น ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันนั้น ไม่สามารถผลิตออกมาได้เลยจริง ๆ
ตอนนั้นเจียงชิ่นไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่ในใจของเธอมีวิธีแก้ปัญหาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยเครื่องจักร CNC
ในเมื่อเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันยังล้าหลัง ขอเพียงแค่ยกระดับเทคโนโลยีขึ้นมา ปัญหานี้ก็จะคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย
คิดได้ปุ๊บก็ลงมือทำปั๊บ เจียงชิ่นตั้งใจจะร่างแบบแปลนออกมาก่อน
ด้วยประสบการณ์จากการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ CNC ให้กับฐานการผลิตเหล็กกล้าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แบบแปลนในครั้งนี้เธอจึงเตรียมตัวที่จะเป็นคนวาดมันขึ้นมาเอง
ขืนเอะอะอะไรก็พึ่งพาแต่ซูเปอร์ซิมูเลเตอร์ไปซะหมด เจียงชิ่นรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์เข้าไปทุกที แถมยังเสี่ยงต่อการถูกจับโป๊ะได้ง่ายอีกต่างหาก
อะไรที่พอจะทำเองได้ เธอก็ยังอยากจะลงมือทำด้วยตัวเองมากกว่า
ขณะที่เจียงชิ่นกำลังเตรียมตัวก่อนจะลงมือวาดแบบแปลน ฟู่เส้าตั๋วมาเห็นเข้าจึงเอ่ยถามว่าเธอจะทำอะไร
เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังเขา เจียงชิ่นจึงเล่าแผนการของตัวเองให้ฟัง
พอได้ยินว่าเธอจะออกแบบเครื่องจักร CNC ฟู่เส้าตั๋วก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที
"มันเหนื่อยเกินไป ร่างกายคุณจะรับไม่ไหวนะ เอาแบบนี้ คุณอธิบายไอเดียของคุณมา แล้วแบบแปลนของเครื่องจักร CNC เดี๋ยวผมจะเป็นคนวาดให้เอง"
ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้แค่พูดลอย ๆ แต่เขาตั้งใจจะทำแบบนั้นจริง ๆ
ในแวดวงของอุปกรณ์ CNC เขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งแล้ว
อุปกรณ์ CNC รุ่นหลัง ๆ ของฐานการผลิตเหล็กกล้าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ล้วนเป็นเขาที่ประกอบมันขึ้นมากับมือ
แถมเขายังเป็นคนปรับแต่งระบบและฝึกอบรมวิศวกรคนอื่นๆ ด้วยตัวเองอีกต่างหาก
"จริงด้วยสิ ให้คุณเป็นคนวาดก็สิ้นเรื่อง ช่วงนี้ฉันรู้สึกเหนื่อย ๆ ล้า ๆ อยู่เหมือนกัน เอาแต่ง่วงอยากจะนอนตลอดเลย" พูดจบเจียงชิ่นก็หาวหวอดออกมา
ฟู่เส้าตั๋วโอบเอวเธอ พาไปนั่งพักบนเก้าอี้โยก
เก้าอี้โยกตัวนี้ศาสตราจารย์ลู่เป็นคนให้มา พอรู้ว่าเจียงชิ่นท้อง ศาสตราจารย์ลู่ก็ไปหาซื้อเก้าอี้โยกตัวนี้มามอบให้เธอ เพื่อให้เธอนั่งได้สบายขึ้น
พนักพิงของเก้าอี้โยกเอนไปด้านหลังค่อนข้างเยอะ เวลานั่งพิงลงไปก็รู้สึกสบายจริง ๆ เจียงชิ่นชอบมันมาก
เจียงชิ่นแนบใบหน้ากระซิบข้างหูฟู่เส้าตั๋วเสียงเบา "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย ปล่อยให้ฉันเดินเองก็ได้น่า"
ทว่าฟู่เส้าตั๋วไม่ยอมฟังเธอเลยสักนิด
เขาประคองเธอให้นั่งลง เอาหมอนอิงมารองไว้ที่หลัง แล้วยังเอาผ้าห่มผืนบางมาห่มคลุมตัวให้อีก
"คุณนอนหลับพักผ่อนสักงีบเถอะ เดี๋ยวตอนเที่ยงผมค่อยปลุกนะ"
ฟู่เส้าตั๋วพูดพลางช่วยจัดแจงพับขอบผ้าห่มให้มิดชิด
เจียงชิ่นส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เขา นัยน์ตาของฟู่เส้าตั๋วเข้มขึ้นมาหลายส่วน ใจจริงอยากจะก้มลงไปจูบเธอให้หนำใจสักฟอด แต่ติดตรงที่จวงซือเหวินก็อยู่ในห้องทดลองด้วย เธอกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่อีกฝั่ง
เมื่อมีคนนอกอยู่ด้วย ฟู่เส้าตั๋วก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม กลัวว่าจะทำให้เจียงชิ่นดุเอา เขาจึงแค่ตบหลังเธอเบา ๆ สองสามที แล้วลุกขึ้นไปวาดแบบแปลน
เจียงชิ่นนอนอยู่บนเก้าอี้โยก มองดูท่าทางตั้งอกตั้งใจทำงานของสามีตัวเอง พลางคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้หล่อเหลาขนาดนี้นะ
ทั้งที่แต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมมองยังไงก็ไม่เคยเบื่อเลยสักนิด
สัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ ฟู่เส้าตั๋วที่กำลังก้มหน้าก้มตาวาดแบบอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง
"ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ ? รีบฉวยโอกาสนี้นอนพักสักงีบเถอะ"
"อืม กำลังจะหลับแล้วค่ะ" เจียงชิ่นพึมพำตอบ
ความจริงแล้วเธอง่วงจนตาแทบจะปิดอยู่แล้ว ที่ลืมตาอยู่ได้นี่คือฝืนทนล้วน ๆ
ฟู่เส้าตั๋วเดินเข้ามา นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ แล้วเอ่ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"นอนเถอะนะ ผมอยู่ตรงนี้แหละ"
คราวนี้เจียงชิ่นยอมหลับตาลงและผล็อยหลับไปในที่สุด
ห่างออกไปสามเมตร จวงซือเหวินบังเอิญเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
เธอแค่อ่านเอกสารจนเมื่อย เลยอยากจะขยับคอยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าจะต้องมาโดนยัดอาหารหมาเข้าปากคำโต
พอได้เห็นภาพความรักหวานชื่นของเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋ว จวงซือเหวินก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงชีวิตคู่ที่กำลังจะพังทลายของตัวเอง เมื่อก่อนเธอเคยอ่อนต่อโลก หลงคารมคำหวานของชายคนนั้น จนเผลอคิดไปว่าความรักของพวกเธอคือรักแท้ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หารู้ไม่ว่า นั่นมันก็แค่ความรู้สึกที่เธอคิดไปเองฝ่ายเดียว
พอได้มาเห็นชีวิตคู่ของเจียงชิ่น จวงซือเหวินถึงได้เข้าใจว่าคู่สร้างคู่สมที่รักและผูกพันกันอย่างลึกซึ้งนั้นเป็นอย่างไร และยังทำให้เธอตาสว่างเข้าใจเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง
วันนั้นหลังจากที่ได้ระบายเรื่องชีวิตครอบครัวให้เจียงชิ่นฟัง เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก ไม่รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งทับอยู่กลางอกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
จวงซือเหวินคิดตกแล้วในเรื่องหนึ่ง ผู้ชายที่นอกใจ ต่อให้ต้องทิ้งไปก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย
การฝืนรั้งความรักที่ถูกหักหลังเอาไว้ มันดูต่ำต้อยไร้ค่าเกินไป
เธอจะไม่ยอมเป็นแบบนั้นเด็ดขาด
จวงซือเหวินยิ้มบาง ๆ ดึงสายตากลับมา แล้วหันไปจดจ่อกับกองเอกสารหนาเตอะตรงหน้าต่อไป
ผลการแข่งขันคณิตศาสตร์ถูกประกาศออกมาหลังจากสอบเสร็จสามวัน
เจียงชิ่นทำคะแนนได้หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม คว้าอันดับหนึ่งของการแข่งขันในครั้งนี้ไปครองตามที่เธอคาดการณ์ไว้ ฟู่เส้าตั๋วเองก็ได้อันดับหนึ่งเช่นกัน เขาทำคะแนนได้หนึ่งร้อยคะแนนเต็มเหมือนกันเป๊ะ
เจียงชิ่นไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เธอคาดหวังไว้จะกลายเป็นจริง ดีใจจนแทบจะกระโดดกอดฟู่เส้าตั๋วตรงนั้นเลย
ติดตรงที่ยังมีอาจารย์อีกหลายท่านยืนอยู่ด้วย เธอจึงต้องพยายามข่มความดีใจเอาไว้ แล้วทำได้แค่แอบจับมือเขาเงียบ ๆ
ฟู่เส้าตั๋วเองก็ดีใจมากเช่นกัน
เดิมทีไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ใครจะไปคิดว่าเซอร์ไพรส์จะมาเยือนแบบกะทันหันขนาดนี้
การแข่งขันคณิตศาสตร์ในครั้งนี้ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเมืองหลวงไปเข้าร่วมเยอะมาก แต่ก็ไม่มีใครติดอันดับเลยนอกจากเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋ว
การแข่งขันคณิตศาสตร์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้าที่จะมีรอบคัดเลือกระดับประเทศ ก็ได้มีการจัดการแข่งขันคัดเลือกในระดับท้องถิ่นทั่วประเทศมาแล้ว
แต่ถ้าพูดถึงศักยภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเมืองหลวงนั้นทิ้งห่างมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ชนิดไม่เห็นฝุ่น ดังนั้นนักศึกษาที่ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกและรอบรองชนะเลิศได้ จึงแทบจะเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงทั้งสิ้น
อันดับสองตกเป็นของ เซียวเจาหยาง จากสถาบันภาษาต่างประเทศเมืองหลวง เขาทำคะแนนได้ 88 คะแนน น้อยกว่าพวกเขาสองคนไป 12 คะแนน
อันดับสามเป็นของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวง ทำคะแนนได้ 86 คะแนน
ซึ่งคะแนนระดับนี้นี่แหละ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นคะแนนสูงในอุดมคติของเหล่าอาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบ
สาเหตุหลัก ๆ เป็นเพราะเพิ่งจะมีการรื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงสิบปีที่ผ่านมาทุกคนละทิ้งการเรียนไป ทำให้พื้นฐานความรู้ย่ำแย่ลงมาก
ต่อให้เป็นพวกที่สอบติดมหาวิทยาลัยได้ พื้นฐานก็แค่ดีกว่าคนอื่นขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น เอาไปเทียบกับนักศึกษามหาวิทยาลัยรุ่นเก๋าไม่ได้เลยสักนิด
ดังนั้น คะแนนเต็มของเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋ว จึงถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่เหนือความคาดหมายของทุกคนอย่างแท้จริง
การแข่งขันคณิตศาสตร์ในครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวงเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวงจึงส่งอาจารย์ท่านหนึ่งมาที่มหาวิทยาลัยเมืองหลวง เพื่อแจ้งผลคะแนนและอันดับการแข่งขัน
พอได้เจอตัวจริงของเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋ว อาจารย์ท่านนั้นก็ถึงกับอิจฉาตาร้อนสุด ๆ
ทั้งเรียนเก่ง หน้าตาดีโดดเด่นสะดุดตา แถมที่สำคัญยังเป็นคู่สามีภรรยากันอีก
โอ้โห นี่มันนักศึกษาเทพบุตรเทพธิดาจากสวรรค์ชั้นไหนกันเนี่ย !
ของแบบนี้มีบุญก็ใช่ว่าจะได้เจอ
ข่าวที่เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วคว้าคะแนนเต็มร้อยและครองอันดับหนึ่งร่วมกันในการแข่งขันคณิตศาสตร์ รู้ไปถึงหูของอธิการบดีหนิง ทำเอาอธิการบดีหนิงดีใจจนเนื้อเต้น
เขารีบเรียกตัวหัวหน้าฝ่ายวิชาการมาพบทันที สั่งการให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการจัดการนัดประชุมนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยในวันพรุ่งนี้ เพื่อประกาศข่าวดีเรื่องที่เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติด้วยคะแนนเต็มให้ทุกคนได้รับทราบ
ผลงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ถือเป็นการสร้างหน้าสร้างตาและเกียรติยศให้กับมหาวิทยาลัยเมืองหลวงอย่างมหาศาล หัวหน้าฝ่ายวิชาการรับคำสั่งทันที และรีบไปจัดการตามที่ได้รับมอบหมาย
หลังจากการประชุมนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วก็กลายเป็นไอดอลของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยไปโดยปริยาย
ทุกคนต่างแสดงเจตนารมณ์ว่าจะต้องยึดถือพวกเขาเป็นแบบอย่าง จะตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยบ้าง
อธิการบดีหนิงพอได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างจนหุบปากไม่ลง
นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ ปลุกกระแสบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ของทั้งมหาวิทยาลัยเมืองหลวงให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ เขายังได้มอบเงินรางวัลให้กับเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วในนามของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันอีกด้วย
ได้รับกันไปคนละหนึ่งร้อยหยวนเต็ม ๆ