เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 292 เจียงชิ่นได้รับการบรรจุตำแหน่ง

บทที่ 292 เจียงชิ่นได้รับการบรรจุตำแหน่ง

บทที่ 292 เจียงชิ่นได้รับการบรรจุตำแหน่ง


บทที่ 292 เจียงชิ่นได้รับการบรรจุตำแหน่ง

ตกกลางคืนพอกลับถึงบ้าน เจียงชิ่นก็หยิบเอกสารติวสอบแข่งขันออกมาอ่านพร้อมกับฟู่เส้าตั๋ว

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของทั้งคู่ถือว่าดีมาก ครั้งนี้ยังเป็นการจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศเป็นครั้งแรกของประเทศจีน คาดว่าโจทย์คงไม่ออกมายากจนเกินไปนัก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเตรียมตัวให้ดีอยู่ดี

ช่วงหลายวันนี้ ตอนกลางวันเจียงชิ่นจะคอยพาจวงซือเหวินไปทำความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีซูเปอร์คอมพิวเตอร์และปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ส่วนทางฝั่งฟู่เส้าตั๋วก็มุ่งศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ CNC

พอกลับมาถึงบ้านในตอนค่ำ พวกเขาถึงจะใช้เวลาที่เหลือไปกับการเตรียมตัวสอบแข่งขัน

หลังจากอ่านเอกสารไปได้สักพัก ฟู่เส้าตั๋วก็เงยหน้าขึ้น มองดูเจียงชิ่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และกำลังขีดเขียนคำนวณลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ

เขายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของเจียงชิ่นเบา ๆ พลางกระซิบถาม "เหนื่อยไหม ? อยากพักสักหน่อยหรือเปล่า ? "

เจียงชิ่นวางปากกาในมือลง ขยับหมุนข้อมือไปมา "เมื่อยมือนิดหน่อยค่ะ"

"เดี๋ยวผมช่วยนวดให้นะ"

ฟู่เส้าตั๋วจับข้อมือของเธอมาบีบนวดให้อย่างแผ่วเบาด้วยน้ำหนักมือที่กำลังดี ผ่านไปไม่นานเจียงชิ่นก็หลุดเสียงครางในลำคอออกมาด้วยความสบาย

"เดี๋ยวผมไปชงนมผงให้คุณสักแก้วดีกว่า" ฟู่เส้าตั๋วพูดไปพลาง นวดข้อมือให้เธอไปพลาง

เจียงชิ่นพยักหน้าตอบรับในลำคอ มื้อค่ำเธอไม่ค่อยเจริญอาหาร กินไปได้แค่ชามเล็ก ๆ ใบเดียว ตอนนี้ก็เลยรู้สึกหิวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

"ฉันอยากกินบิสกิตด้วยค่ะ"

"ได้สิ เดี๋ยวผมหยิบบิสกิตมาให้ถุงนึงนะ จะเอาคุกกี้หรือบิสกิตเนยล่ะ ? "

เจียงชิ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เอาบิสกิตเนยค่ะ"

"ตกลงครับ" ฟู่เส้าตั๋วนวดให้เธอต่ออีกสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป

อาศัยจังหวะที่เขายังไม่กลับมา เจียงชิ่นก็ลงมือทำโจทย์ต่ออีกข้อ

การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ เธอตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องคว้าที่หนึ่งมาให้ได้ ความกดดันในตัวจึงมีมากเป็นพิเศษ เลยต้องขยันให้มากหน่อย พอทำโจทย์ข้อนี้เสร็จ ฟู่เส้าตั๋วก็เดินกลับเข้ามาในห้องพอดี มือข้างหนึ่งถือแก้วนมที่ชงเสร็จแล้ว ส่วนอีกข้างหิ้วถุงบิสกิตเนยมาด้วย

เขาวางแก้วนมไว้ใกล้มือเจียงชิ่น แล้วฉีกซองบิสกิตเนยออก วางไว้ข้าง ๆ กัน

"กินสิ นมเพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ ยังร้อนอยู่นะ รออีกเดี๋ยวค่อยดื่มนะ"

"อื้ม" เจียงชิ่นหยิบบิสกิตขึ้นมากัดกิน

จากนั้นก็หยิบขึ้นมาอีกชิ้น ยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของฟู่เส้าตั๋ว "คุณก็กินด้วยสิ"

ฟู่เส้าตั๋วมองเธอแล้วยิ้มบาง ๆ อ้าปากงับบิสกิตชิ้นนั้นเข้าปากไป

หลังจากนั้น เจียงชิ่นก็กินไปพลาง ไม่ลืมที่จะป้อนฟู่เส้าตั๋วไปพลาง เพียงไม่นานทั้งสองคนก็จัดการบิสกิตเนยจนหมดเกลี้ยงถุง แน่นอนว่าฟู่เส้าตั๋วกินไปเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง เพราะพอเจียงชิ่นจะป้อนให้อีก เขาก็ไม่ยอมกินแล้ว ชิ้นที่เหลือทั้งหมดจึงตกสวรรค์ไปอยู่ในท้องของเจียงชิ่นแทน

กินบิสกิตหมด นมในแก้วก็อุ่นกำลังดีพอดี เธอจึงยกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว เจียงชิ่นก็อ่านหนังสือต่ออีกหนึ่งชั่วโมง

เวลาล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มโดยไม่รู้ตัว ฟู่เส้าตั๋วไม่ยอมให้เจียงชิ่นอ่านหนังสือต่อเด็ดขาด พยายามตะล่อมให้เธอไปนอน

"รีบนอนเถอะ ขืนดึกกว่านี้เดี๋ยวร่างกายคุณจะรับไม่ไหวนะ"

เจียงชิ่นยังอยากจะทำโจทย์ต่ออีกสักสองข้อ แต่ฟู่เส้าตั๋วกลับทำเป็นมองไม่เห็นสายตาประท้วงของเธอ เดินตรงเข้ามาอุ้มเธอไปวางบนเตียงทันที

"ฉันยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลยนะ" เจียงชิ่นกะจะอาศัยจังหวะนี้หาเรื่องลงจากเตียง

ทว่าฟู่เส้าตั๋วมองแผนการของเธอออกทะลุปรุโปร่ง เขากดตัวเธอให้นั่งลงบนเตียง "เดี๋ยวผมไปยกอ่างล้างหน้ากับแก้วแปรงฟันมาให้ คุณก็ล้างมันตรงนี้แหละ"

พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง

ฟู่เส้าตั๋วคอยดูแลปรนนิบัติจนเจียงชิ่นล้างหน้าแปรงฟันเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็ไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองบ้าง พอกลับมาที่เตียง เขาก็ดึงเจียงชิ่นเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน

"อย่ามากวนฉันนอนนะ" เพราะอดทำโจทย์อีกสองข้อ เจียงชิ่นก็เลยยังแอบงอนอยู่นิด ๆ

ฟู่เส้าตั๋วหลุดขำในลำคอเบา ๆ ก้มลงจุ๊บแก้มเธอไปหนึ่งที "เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยอ่านต่อนะ รางวัลอะไรนั่นมันไม่สำคัญเท่าสุขภาพของคุณหรอก ผมต้องดูแลให้คุณแข็งแรงปลอดภัยที่สุด"

หัวใจของเจียงชิ่นอ่อนยวบลงในบัดดล ความจริงเธอก็ง่วงจนทนแทบไม่ไหว เปลือกตาแทบจะปิดอยู่รอมร่อแล้ว แต่ก็ยังฝืนลืมตา ยื่นหน้าไปจุ๊บริมฝีปากของฟู่เส้าตั๋วเบา ๆ

"นอนเถอะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"

วันรุ่งขึ้น หวังเหิงเดินทางมาหาเจียงชิ่นที่มหาวิทยาลัย เพื่อแจ้งข่าวดีให้เธอทราบ

"ผมกับผู้อำนวยการซ่งปรึกษากันแล้ว เราได้ยื่นเรื่องขออนุมัติตำแหน่งพนักงานรัฐในนามของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้คุณเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้คุณก็คือบุคลากรประจำของพวกเราอย่างเป็นทางการแล้วนะ"

"อนุมัติเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ ? "

เรื่องนี้หวังเหิงเคยเกริ่นกับเธอไว้เมื่อเดือนก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเดินเรื่องได้รวดเร็วทันใจ จัดการเอกสารทุกอย่างให้เสร็จสรรพได้ไวปานนี้

หวังเหิงคิดในใจว่า แน่นอนสิว่าต้องเร็ว มีคนตั้งเท่าไหร่ที่จับจ้องมองเธอตาเป็นมัน อยากจะดึงตัวเธอไปบรรจุไว้ที่หน่วยงานของตัวเองกันทั้งนั้น

อย่างสุยหมิงก็เคยเสนอมาแล้วว่าจะดึงตัวเจียงชิ่นไปที่กระทรวงเครื่องจักรกลที่สอง โชคดีที่สุยหมิงยังอยู่ที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานยังไม่กลับมา ไม่อย่างนั้นเจียงชิ่นอาจจะไม่ได้เข้ามาอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพวกเขาอย่างราบรื่นแบบนี้หรอก

"แล้วเงินเดือนเดือนละเท่าไหร่คะ?" เจียงชิ่นเอ่ยถามขึ้นมาอีก นี่แหละคือปัญหาที่เธอใส่ใจมากที่สุด

"พวกเรายื่นขออัตราเงินเดือนระดับสูงสุดให้คุณเลยนะ เป็นระดับเดียวกับวิศวกรอาวุโสเลย ได้เงินเดือนเดือนละ 107 หยวน นอกจากนี้ยังมีโบนัสทุกไตรมาสด้วยนะ มีตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 200 หยวน แน่นอนว่าอย่างคุณต้องได้โบนัสสูงสุด 200 หยวนอยู่แล้ว ไม่มีทางน้อยกว่านี้หรอก ส่วนพวกสวัสดิการอื่น ๆ สิ้นปีก็จะมีแจกให้ต่างหากอีกนะ"

เจียงชิ่นลองคำนวณในใจดู แบบนี้เบ็ดเสร็จปีนึงก็ตกสองพันกว่าหยวนเลยทีเดียว ในยุคสมัยนี้ ถือว่าเป็นผู้มีรายได้สูงลิ่วแล้วล่ะ

"เรื่องพวกนี้เบื้องบนอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษเลยนะ อ้อ จริงสิ เบื้องบนยังอนุมัติเงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้คุณด้วยนะ ได้เท่ากับระดับกรรมการวิชาการเลย เดือนละร้อยกว่าหยวนแน่ะ" หวังเหิงกล่าวเสริม

นี่ถือเป็นลาภลอยที่เหนือความคาดหมายสุด ๆ เจียงชิ่นไม่คิดเลยว่าเบื้องบนจะอนุมัติเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้เธอด้วย

ได้เรตเดียวกับกรรมการวิชาการ แบบนี้ก็หมายความว่าได้เบี้ยเลี้ยงเท่ากับพวกนักวิชาการระดับชาติ เลยน่ะสิ พอคิดแบบนี้ ความรู้สึกก็พองโตขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

เจียงชิ่นเริ่มคำนวณอีกครั้ง พอรวมเงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษเข้าไปด้วย ปีนึงก็รับเกือบสองพันห้าร้อยหยวนเลย ยอดเยี่ยมไปเลยจริง ๆ

"รองผู้อำนวยการหวังคะ ยังมีอีกเรื่องนึง เรื่องที่ฉันยื่นขอจดสิทธิบัตรไป ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วคะ ? "

อุปกรณ์ทุกชิ้นที่เธอวิจัยและพัฒนาขึ้นมาจนถึงตอนนี้ เจียงชิ่นได้จับเอาไปยื่นขอจดสิทธิบัตรไว้หมดแล้ว

แต่ก่อนหน้านี้เธอเคยตกลงกับหวังเหิงเอาไว้แล้ว ว่าถ้าจดสิทธิบัตรผ่าน รัฐบาลก็ยังสามารถนำไปใช้งานได้ฟรีเหมือนเดิม

แต่ถ้าหากมีบริษัทต่างชาติต้องการจะซื้อเทคโนโลยี ก็จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตรให้เธอ นอกจากนี้ หากบริษัทเอกชนในประเทศต้องการจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เช่นกัน มีเพียงภาครัฐเท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้

ตอนที่หวังเหิงได้ยินเงื่อนไขนี้ เขาไม่ได้ขัดข้องอะไรในส่วนของบริษัทต่างชาติ แต่ในส่วนของบริษัทเอกชนในประเทศ เขาคิดว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ปัจจุบันในประเทศมีบริษัทเอกชนอยู่แค่ไม่กี่แห่ง แถมยังเป็นแค่โรงงานเล็ก ๆ ทั้งนั้น ใครจะมีปัญญานำสิทธิบัตรของเจียงชิ่นไปใช้งานได้ล่ะ ?

เจียงชิ่นเพียงแค่ยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไร

รอให้อีกสิบปีผ่านไปเถอะ บริษัทเอกชนจะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดกระจายไปทั่วทุกสารทิศเลยล่ะ และหลังจากนั้นอีกสามสิบปี ก็จะเป็นยุคทองแห่งการพัฒนาของพวกเขาทั้งนั้น

"สิทธิบัตรบางส่วนได้รับการอนุมัติแล้วนะ เดิมทีผมกะจะรอให้อนุมัติครบหมดทุกตัวแล้วค่อยมาบอกคุณทีเดียวน่ะ"

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างราบรื่น เจียงชิ่นถึงได้วางใจ

หวังเหิงยังแจ้งข่าวให้เจียงชิ่นทราบอีกเรื่องหนึ่ง คุณสมบัติในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการวิชาการของเจียงเต๋อเหิง พี่รองของเธอ ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติแล้ว และเขาก็จะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษด้วยเช่นกัน

"พี่น้องบ้านคุณนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ เก่งกาจกันทั้งนั้นเลยนะเนี่ย" หวังเหิงพูดด้วยความทึ่ง

เจียงชิ่นยังคงยิ้มรับโดยไม่พูดอะไร

หลังจากคุยกันจบ หวังเหิงยังมีธุระต้องไปดูงานที่โรงงานเครื่องจักรกลต่อ จึงขอตัวกลับไปก่อน

เจียงชิ่นเดินกลับมาที่ห้องทดลอง แล้วเล่าเรื่องที่ตัวเองได้รับการบรรจุเป็นพนักงานรัฐให้ฟู่เส้าตั๋วฟัง

"ภรรยาผมเก่งที่สุดเลย ! " ฟู่เส้าตั๋วพูดยิ้ม ๆ

"ในอนาคตจะเก่งกว่านี้อีกนะบอกเลย" เจียงชิ่นพูดด้วยความมั่นใจ

เงินเดือนมันเป็นรายรับตายตัว แต่ค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตรนี่สิสามารถเพิ่มขึ้นได้แบบไร้ขีดจำกัด รอจนกว่าเทคโนโลยีของเธอจะพัฒนาจนมีของใหม่ ๆ ออกมาทดแทน เทคโนโลยีเก่า ๆ พวกนั้นก็สามารถนำไปขายต่อในต่างประเทศได้ ถึงเวลานั้นก็จะมีค่าลิขสิทธิ์ไหลมาเทมาเป็นกอบเป็นกำไม่ขาดสายเลยล่ะ

จบบทที่ บทที่ 292 เจียงชิ่นได้รับการบรรจุตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว