เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 285 ได้กลิ่นซุปไก่ปุ๊บ เจียงชิ่นก็อ้วกแตกปั๊บ

บทที่ 285 ได้กลิ่นซุปไก่ปุ๊บ เจียงชิ่นก็อ้วกแตกปั๊บ

บทที่ 285 ได้กลิ่นซุปไก่ปุ๊บ เจียงชิ่นก็อ้วกแตกปั๊บ


บทที่ 285 ได้กลิ่นซุปไก่ปุ๊บ เจียงชิ่นก็อ้วกแตกปั๊บ

หลังจากยุ่งหัวหมุนมาพักใหญ่ ในที่สุดเจียงชิ่นก็สามารถทุ่มเทความสนใจให้กับการเรียนได้อย่างเต็มที่เสียที

ตามความเห็นของอธิการบดีหนิง ด้วยระดับความรู้ความสามารถของเจียงชิ่น ต่อให้ไม่ต้องเข้าเรียนเลยก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เจียงชิ่นรู้สึกว่า การได้สัมผัสชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยในยุค 70 ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เธอจึงอยากจะเรียนให้จบหลักสูตรอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบ

ในช่วงเวลานี้ เธอได้แวะกลับไปกินข้าวที่บ้านแม่หนึ่งครั้ง คนที่กลับมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับเธอ ก็มีแค่พี่สะใภ้ใหญ่อวี๋เฟิ่งเจีย พี่สะใภ้รองเก่อหมิงลี่ แล้วก็หลาน ๆ อย่างเจียงหางกับเจียงหยวนเท่านั้น

เจียงเต๋อเหว่ยอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แน่นอนว่าต้องไม่อยู่ร่วมโต๊ะอยู่แล้ว

เจียงเต๋อเหิงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรชื่อดังระดับประเทศ ก็เอาแต่เดินทางตะลอนไปทั่วประเทศ ก็เลยไม่อยู่เหมือนกัน

ส่วนเจียงลี่กับเจียงเต๋อเลี่ยงก็ง่วนอยู่กับงานในโรงงานตามเคย สองพ่อลูกมีความกระตือรือร้นในการทำงานสูงปรี๊ด พอเจอกันปุ๊บ จ้านอวี้หมิ่นก็บ่นอุบอิบว่าสองคนนั้นหายหัวไม่ยอมกลับบ้านมาตั้งครึ่งเดือนแล้ว

สำหรับเรื่องที่สามีไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน อวี๋เฟิ่งเจียและเก่อหมิงลี่ต่างก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดีลึกซึ้ง

โดยเฉพาะอวี๋เฟิ่งเจีย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องห่างกับเจียงเต๋อเหว่ยนานขนาดนี้ ถึงจะคิดถึงยังไง แต่ในเรื่องหน้าที่การงาน เธอก็ยังแยกแยะได้ดี

หลังจากเจียงเต๋อเหว่ยเดินทางไปประจำที่ฐานการผลิตเหล็กกล้าภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เขาก็เขียนจดหมายส่งกลับมาที่บ้านสองฉบับ

จากตัวอักษรในจดหมาย ก็พอจะรับรู้ได้ว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้เป็นอย่างดี อารมณ์แจ่มใส และมีแรงฮึกเหิมในการทำงานมาก แค่เห็นว่าเจียงเต๋อเหว่ยมีความสุขดี อวี๋เฟิ่งเจียก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้ว

เธอดึงตัวเจียงชิ่นไปคุยกันตามลำพังอยู่ครู่หนึ่ง

"น้องเล็ก ต้องขอบใจเธอจริง ๆ นะ ที่ทำให้พี่ใหญ่ของเธอได้ย้ายไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ได้ทำงานที่เขารัก พี่สะใภ้ขอขอบใจเธอจากใจจริงเลยนะ"

อวี๋เฟิ่งเจียจับแขนเจียงชิ่นไว้แน่น แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ

"พี่สะใภ้ใหญ่ คนครอบครัวเดียวกันไม่ต้องขอบอกขอบใจอะไรกันหรอกค่ะ ขอแค่พี่ใหญ่มีความสุขดี แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ"

"ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ ตอนที่ยังไม่ได้ย้ายออกจากที่ทำงานเก่า พี่เป็นห่วงเขามาตลอด กลัวว่าเขาจะเครียดจนล้มป่วยไป เขาเป็นเสาหลักของครอบครัวนะ ขืนเขาเป็นอะไรไป พี่กับหางหางจะอยู่กันยังไงล่ะ"

พูดมาถึงตรงนี้ ขอบตาของอวี๋เฟิ่งเจียก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

ช่วงเวลานั้นมันช่างเลวร้ายจนไม่อยากจะนึกย้อนกลับไปเลยจริง ๆ ถ้าไม่ได้น้องสามีคอยช่วยเหลือ ก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ชีวิตจะเป็นยังไง

เจียงชิ่นตบหลังมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน

"พี่สะใภ้ใหญ่ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็อย่าเก็บมาคิดให้รกสมองเลยนะคะ พี่ดูสิ ตอนนี้พี่ใหญ่ออกจะมีความสุขดี เขาได้ทำงานในสายอาชีพที่เขารักจริง ๆ พอไปถึงฐานการผลิตนะ แววตานี่เป็นประกายวิบวับเลยล่ะ พี่ไม่ได้เห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจของเขาตอนนั้น น่าเสียดายจริง ๆ แต่ว่านะ พี่ใหญ่คงต้องประจำอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนืออีกนานเลย พี่สะใภ้ใหญ่คงต้องเหนื่อยดูแลบ้านทางนี้หน่อยนะคะ"

"เหนื่อยอะไรกันล่ะ ขอแค่เขามีความสุขดี ต่อให้เหนื่อยกว่านี้พี่ก็ไม่หวั่นหรอก"

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน จ้านอวี้หมิ่นก็ยกชามไก่ตุ๋นเห็ดใบใหญ่เดินออกมาจากห้องครัว

เธอหันไปมองทางที่อวี๋เฟิ่งเจียและเจียงชิ่นยืนอยู่ พลางร้องเรียก "พวกเธอสองคนมากินข้าวกันได้แล้ว แม่ตุ๋นไก่ใส่เห็ดไว้ เห็ดพวกนี้เสี่ยวชิ่นอุตส่าห์หอบหิ้วมาจากตงเป่ยเชียวนะ อร่อยสุด ๆ ไปเลยล่ะ"

พอเจียงชิ่นได้ยิน ก็ถามด้วยความแปลกใจ "แม่คะ เห็ดแห้งตั้งหลายถุงที่ฉันเอามาให้ แม่ยังกินไม่หมดอีกเหรอเนี่ย ? "

"เห็ดชั้นดีขนาดนั้น แม่จะไปกล้ากินบ่อย ๆ ได้ยังไงล่ะ"

จ้านอวี้หมิ่นพูดไปพลาง วางชามไก่ตุ๋นลงบนโต๊ะกินข้าวไปพลาง โดยไม่ลืมเอาผ้าขี้ริ้วมารองก้นชามไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนทำลายพื้นโต๊ะ

อวี๋เฟิ่งเจียกระตุกแขนเสื้อเจียงชิ่นเบา ๆ แล้วกระซิบว่า "แม่ตัดใจกินไม่ลงจริง ๆ น่ะสิ ต้องรอให้เธอกลับมาบ้านนั่นแหละ แม่ถึงจะยอมเอาออกมาทำกับข้าวให้กินสักมื้อ"

เจียงชิ่นถึงกับพูดไม่ออก

ด้วยระดับเงินเดือนของแม่เธอ ของกินอร่อย ๆ แค่ไหนก็หาซื้อกินได้สบายมาก แค่เห็ดแห้งไม่กี่ถุง ไม่เห็นจะต้องหวงแหนปานของล้ำค่าขนาดนั้นเลย

เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้ ก็คือเพราะเห็ดพวกนั้นเป็นของที่เธอเป็นคนเอามาให้

เจียงชิ่นเดินเข้าไปหาจ้านอวี้หมิ่น "แม่คะ ถ้าแม่ชอบ ที่บ้านฉันยังมีอีกเยอะเลยนะ แม่ก็ทำกินเองตอนอยู่บ้านบ้างสิ ไม่ต้องรอฉันกลับมาหรอกค่ะ แน่นอนว่าฉันเข้าใจความหวังดีของแม่นะคะ"

จ้านอวี้หมิ่นกำลังใช้ทัพพีตักน้ำซุปใส่ชามใบเล็ก พอตักเสร็จก็ยื่นส่งให้เจียงชิ่นพอดี

"แกลองซดดูก่อนสิ จะได้อุ่นท้อง แม่เคี่ยวตั้งสองชั่วโมงเชียวนะ ลองดมดูสิว่าน้ำซุปหอมแค่ไหน"

เจียงชิ่นรับชามมา ยกขึ้นสูดกลิ่นที่ขอบชามไปหนึ่งที

"เป็นไงบ้าง หอม..."

จ้านอวี้หมิ่นยังพูดไม่ทันจบประโยค วินาทีต่อมา เจียงชิ่นก็ทำเสียงขย้อนดัง 'อุแวะ' ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก แล้ววิ่งพรวดพราดไปทางห้องน้ำทันที

"เด็กคนนี้ เป็นอะไรไปเนี่ย ? "

จ้านอวี้หมิ่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่สนจงสนใจจะตักน้ำซุปอีกต่อไปแล้ว ทัพพีก็ยังไม่ทันวาง รีบถือติดมือวิ่งตามไปดูด้วยความเป็นห่วง

อวี๋เฟิ่งเจียกับเก่อหมิงลี่ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็รีบวิ่งตามไปที่ห้องน้ำเช่นกัน

เจียงชิ่นโก่งคอขย้อนลมอยู่หน้าอ่างล้างหน้า แต่เพราะยังไม่ได้กินอะไรลงไป ในกระเพาะจึงว่างเปล่า ขย้อนออกมาได้แค่น้ำย่อยรสเปรี้ยวไม่กี่อึกเท่านั้น

"น้องเล็กเป็นอะไรไปเนี่ย ? "

เก่อหมิงลี่ยืนอยู่ด้านหลัง คอยลูบหลังและหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดปากให้

อวี๋เฟิ่งเจียรีบไปรินน้ำอุ่นมาให้ พอเห็นว่าเจียงชิ่นน่าจะอ้วกจนหมดไส้หมดพุงแล้ว ก็ยื่นแก้วน้ำให้เธอบ้วนปาก

จ้านอวี้หมิ่นไม่ได้ทำอะไร ได้แต่ยืนจ้องเจียงชิ่นตาเขม็ง ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ตบฉาดเข้าที่หน้าขาตัวเอง แล้วโพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "เสี่ยวชิ่น แกท้องแล้วใช่ไหม ? ! "

เจียงชิ่นที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม พอได้ยินคำพูดของจ้านอวี้หมิ่น ก็ถึงกับพ่นน้ำพรวดออกมาดัง 'พรวด' สำลักจนไอโขลก ๆ สองสามที

อวี๋เฟิ่งเจียกับเก่อหมิงลี่สบตากัน ก่อนจะพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน

พวกเธอต่างก็เป็นคนที่ผ่านประสบการณ์การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อกี้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นกะทันหันเลยยังไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้น แต่พอแม่สามีทักขึ้นมา พอลองนึกทบทวนดู พวกเธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้สูงมาก

"น้องเล็ก เดือนนี้ประจำเดือนเธอมาหรือยัง ? " เก่อหมิงลี่ถาม

เจียงชิ่นคิดทบทวนอยู่นาน ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเดือนนี้ประจำเดือนเธอขาดไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว แถมจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาเลยด้วย มัวแต่ยุ่งวุ่นวายจนไม่ได้สังเกตเรื่องนี้เลย

ไม่ใช่หรอกมั้ง หรือว่าฉันจะแจ็กพอตแตกเข้าให้แล้วจริง ๆ ?

เจียงชิ่นลองนับนิ้วคำนวณดู ก็จริงด้วยแฮะ คราวที่แล้วตอนไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เธอกับฟู่เส้าตั๋วก็ไม่ได้ว่างเว้นกิจกรรมเข้าจังหวะกันเลยนี่นา

แต่ตอนนั้นมันเป็นช่วงหน้าเจ็ดหลังเจ็ดนี่น่า บางทีอาจจะแค่ประจำเดือนเลื่อนเพราะพักผ่อนไม่พอก็ได้มั้ง ไม่น่าจะท้องหรอกมั้ง

"พรุ่งนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลดูหน่อยดีกว่า ถ้าเกิดท้องขึ้นมาจริง ๆ เธอจะได้ระมัดระวังตัวให้มากขึ้นไง" เก่อหมิงลี่แนะนำ

แต่จ้านอวี้หมิ่นนี่สิ ออกอาการเว่อร์วังกว่าใครเพื่อน "ไม่ต้องรอพรุ่งนี้หรอก ไปโรงพยาบาลมันตอนนี้เลยนี่แหละ ตรงแผนกผู้ป่วยในมีหมอเวรอยู่ ฉันรู้จักพวกเขาทุกคน เดี๋ยวจะให้พวกเขารีบตรวจให้แกเดี๋ยวนี้เลย"

เจียงชิ่นถึงกับร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ "แม่คะ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยไปดีกว่าค่ะ รอแค่อีกคืนเดียวเอง อย่าไปรบกวนคนอื่นเขาตอนดึก ๆ ดื่น ๆ เลยนะคะ"

"ไม่ได้ ขืนไม่เห็นผลตรวจกับตา แม่คงนอนไม่หลับหรอก"

จ้านอวี้หมิ่นพูดพลางทำท่าจะเดินไปหยิบเสื้อโค้ตมาใส่

เจียงชิ่นรีบเข้าไปห้ามทัพเอาไว้ "แม่ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวคนอื่นไม่รู้จะพาลคิดว่าฉันน้ำคร่ำแตกใกล้จะคลอดเอาซะเปล่า ๆ เอาอย่างนี้นะคะ คืนนี้ฉันจะนอนค้างที่นี่ พรุ่งนี้เช้าตอนแม่ไปทำงาน ฉันจะติดสอยห้อยตามไปด้วย พอได้ผลตรวจแล้วฉันจะเอามาให้แม่ดูเป็นคนแรกเลย โอเคไหมคะ ? "

เธอพยายามหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่นานสองนาน กว่าจะเกลี้ยกล่อมจ้านอวี้หมิ่นให้ยอมใจอ่อน ตกลงว่าจะไปตรวจพรุ่งนี้เช้าได้สำเร็จ ทุกคนกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร เริ่มลงมือกินข้าวกันต่อ

แต่มื้อนี้จ้านอวี้หมิ่นกินข้าวไม่เป็นสุขเอาเสียเลย เอาแต่ชะเง้อมองเจียงชิ่นอยู่ตลอดเวลา พอสังเกตเห็นว่าเจียงชิ่นไม่ยอมแตะไก่ตุ๋นเห็ดเลยแม้แต่คำเดียว คีบกินแต่ผักใบเขียวไม่กี่ตะเกียบ ดูท่าทางเบื่ออาหารสุด ๆ

เธอก็วางชามข้าวที่กินไปได้แค่ครึ่งเดียวลง เดินกลับเข้าไปในครัว แล้วทำซุปไข่ชามใหม่มาให้เจียงชิ่น

ซุปชามนี้รสชาติจืดชืดมาก ๆ นอกจากต้นหอมซอยนิดหน่อยแล้ว ก็ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงรสอะไรอีกเลย มีแค่ตอนตักใส่ชามที่หยดน้ำมันงาลงไปหยดเดียวเท่านั้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง ซุปก็เสร็จเรียบร้อย เธอตักใส่ชามแล้วนำมาเสิร์ฟให้เจียงชิ่น

"ถ้าไม่อยากกินอย่างอื่น อย่างน้อยก็ซดน้ำซุปชามนี้หน่อยก็แล้วกัน แกกำลังท้องกำลังไส้ ต้องบำรุงสารอาหารให้เพียงพอนะ"

เจียงชิ่นตอบกลับอย่างอ่อนใจ "แม่คะ ฉันยังไม่ได้ไปตรวจเลย ยังไม่แน่ใจเลยนะว่าท้องจริงหรือเปล่า"

"ฮึ่ม แม่ว่าร้อยทั้งร้อยท้องชัวร์"

จบบทที่ บทที่ 285 ได้กลิ่นซุปไก่ปุ๊บ เจียงชิ่นก็อ้วกแตกปั๊บ

คัดลอกลิงก์แล้ว