- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 286 ท้องอีกแล้ว
บทที่ 286 ท้องอีกแล้ว
บทที่ 286 ท้องอีกแล้ว
บทที่ 286 ท้องอีกแล้ว
จ้านอวี้หมิ่นพูดถูกเผงเลย
วันรุ่งขึ้นหลังจากได้รับใบรายงานผลตรวจจากโรงพยาบาล เจียงชิ่นมองดูคำว่า 'ผลเป็นบวก' บนนั้น แล้วก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นี่เธอ... ท้องอีกแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย ?
สมองของเธอขาวโพลนไปถึงห้านาทีเต็ม ๆ กว่าจะถือใบรายงานผลตรวจเดินไปหาจ้านอวี้หมิ่นที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก
วันนี้จ้านอวี้หมิ่นมีคิวตรวจผู้ป่วยนอก จัดตารางเวรไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถไปเป็นเพื่อนเธอได้
ตอนนี้เธอเพิ่งจะตรวจคนไข้เสร็จไปหนึ่งคน กำลังพักสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างที่กำลังนึกสงสัยอยู่ว่าผลตรวจออกหรือยัง เจียงชิ่นก็ผลักประตูเดินเข้ามาพอดี
"เป็นยังไงบ้าง ? " จ้านอวี้หมิ่นผุดลุกขึ้นยืนจากหลังโต๊ะทำงานทันที
เจียงชิ่นยื่นใบรายงานผลตรวจในมือให้เธอ "แม่ดูเอาเองเถอะค่ะ"
จ้านอวี้หมิ่นก้มลงดูใบผลตรวจ พออ่านจบก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
"เรื่องน่ายินดีนี่นา เสี่ยวชิ่น ลูกกับเสี่ยวฟู่ยังหนุ่มยังสาว ก็ควรจะมีลูกกันเยอะ ๆ หน่อย รีบเร่งทำผลงานมีเพิ่มอีกสักสามคนก่อนอายุสามสิบเลยนะ"
เจียงชิ่นถึงกับอ้าปากค้างตาเหลือก "แม่คะ ฉันไม่ใช่เครื่องจักรผลิตเด็กนะ ! "
"เครื่องจักร...อะไรนะ ? หมายความว่ายังไง ? "
ในฐานะชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งในยุคเจ็ดศูนย์ คำศัพท์แปลกใหม่ของยุคอนาคตแบบนี้ จ้านอวี้หมิ่นฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด
จังหวะนั้นเอง ก็มีคนไข้มายืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องตรวจพอดี
"คนไข้ของแม่มาแล้ว ลูกกลับบ้านไปก่อนเถอะ อ๊ะ ไม่สิ ลูกต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกเสี่ยวฟู่ก่อนนะ นี่มันเป็นเรื่องของพวกเธอสองคน ยังไงก็ต้องบอกให้เขารู้"
"อ้อ ค่ะ"
เจียงชิ่นรับคำ ยัดใบผลตรวจลงในกระเป๋าถือ แล้วทำท่าจะเดินออกไป
จ้านอวี้หมิ่นร้องเรียกไล่หลังมา "อย่าไปเบียดคนบนรถเมล์เลยนะ มันอันตรายเกินไป ลูกเรียกสามล้อรับจ้างนั่งกลับไปเถอะ"
"อืม เข้าใจแล้วค่ะ" เจียงชิ่นตอบรับก่อนจะเดินจากมา
เมื่อเดินพ้นประตูโรงพยาบาลออกมา พอถูกสายลมอันอบอุ่นของฤดูร้อนพัดผ่าน สมองของเจียงชิ่นก็พลันปลอดโปร่งแจ่มใสขึ้นมาทันที
ในท้องของเธอ กำลังโอบอุ้มอีกหนึ่งชีวิตเล็ก ๆ เอาไว้อีกแล้วงั้นเหรอ ?
เธอยกมือขึ้นลูบหน้าท้องส่วนล่างเบา ๆ แม้จะยังไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวใด ๆ แต่เธอก็รับรู้ได้ว่ามีต้นกล้าต้นน้อย ๆ กำลังเจริญเติบโตอยู่ข้างในนั้น
ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เจียงชิ่นก็ก้าวเท้ายาว ๆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของที่ทำการไปรษณีย์
ห่างออกไปไม่ไกลนักมีที่ทำการไปรษณีย์ตั้งอยู่ เจียงชิ่นเดินเข้าไปแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการส่งโทรเลข
เนื้อหาในโทรเลขนั้นสั้นกระชับและเรียบง่ายมาก มีเพียงข้อความสั้น ๆ ว่า 'ฉันท้องแล้ว โทรกลับด้วย'
ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้มากความ เพราะทันทีที่ฟู่เส้าตั๋วได้รับโทรเลข เขาจะต้องรีบโทรศัพท์กลับมาหาเธอเป็นสิ่งแรกอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาด วันรุ่งขึ้นฟู่เส้าตั๋วก็โทรศัพท์กลับมาจริง ๆ
เขาโทรเข้าเบอร์ห้องทดลองของเจียงชิ่น
เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับเจียงชิ่น อธิการบดีหนิงจึงจัดการเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกหน้า ดำเนินการติดตั้งโทรศัพท์ไว้ในห้องทดลองที่เธอใช้ประจำหนึ่งเครื่อง
ห้องทดลองห้องนี้ถูกจัดสรรให้เจียงชิ่นใช้สอย ถือเป็นห้องทดลองส่วนตัวของเธอเพียงผู้เดียว
ทันทีที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจียงชิ่นก็รีบวางมือจากงานตรงหน้า แล้วยกหูรับสายทันที
เมื่อคืนนี้ เดิมทีเจียงชิ่นคิดว่าตัวเองคงจะนอนไม่ค่อยหลับ
ที่ไหนได้ พอหัวถึงหมอนปุ๊บ เธอก็หลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว
คิดว่าคงเป็นอาการแพ้ท้องที่เริ่มทำให้รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา
เจียงชิ่นจำได้ว่าตอนที่ท้องหยางหยางกับหน่วนหน่วน เธอก็เคยมีอาการแบบนี้เหมือนกัน
ทั้งที่เมื่อคืนก็นอนหลับไปเต็มอิ่มแล้วแท้ ๆ แต่พอมาขลุกอยู่ในห้องทดลองได้แป๊บเดียว เจียงชิ่นก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาอีกแล้ว ในขณะที่กำลังง่วงงุนอยู่นั้น เสียงกริ่งโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหัน ก็ขับไล่ความง่วงเหงาหาวนอนให้ปลิวหายไปจนหมดสิ้น
"เจียงชิ่น คุณท้องเหรอ ? " ปลายสายคือเสียงของฟู่เส้าตั๋วที่ฟังดูร้อนรนและกระวนกระวายใจ
ทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ เจียงชิ่นก็รู้สึกจมูกร้อนผ่าวขึ้นมา ราวกับเด็กหลงทางที่เพิ่งจะหาผู้ปกครองของตัวเองเจอ
"ใช่ค่ะ เมื่อวานฉันไปตรวจมา หมอบอกว่าได้ห้าสัปดาห์แล้วนะ"
"แล้วตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง ? "
"ก็ดีอยู่ค่ะ แค่รู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อยตอนกินข้าว แล้วก็ง่วงนอนง่ายเป็นพิเศษ อาการพอ ๆ กับตอนที่ท้องหยางหยางกับหน่วนหน่วนเลย"
ตอนที่พูด น้ำเสียงของเจียงชิ่นก็เผลอเจือความออดอ้อนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
"ลำบากคุณแล้วนะ" น้ำเสียงของฟู่เส้าตั๋วจากปลายสายสลดลง "ผมอยู่ไกลเกินไป กลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณไม่ทัน..."
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเจอเรื่องแบบนี้สักหน่อย อีกอย่าง ที่บ้านก็มีแม่สามีกับน้องสาวอยู่ด้วย ไหนจะแม่กับพวกพี่สะใภ้ของฉันอีก คุณวางใจเถอะนะ"
เจียงชิ่นแกล้งทำทีเป็นพูดจาเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่พอวางสาย วางหูโทรศัพท์ลง เธอก็พลันจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ความรู้สึกแปลก ๆ ที่อธิบายไม่ถูก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนท้องอ่อนไหวง่ายเกินไปหรือยังไง สรุปก็คือตอนนี้เธอคิดถึงฟู่เส้าตั๋วเอามาก ๆ
อยากจะให้เขาคอยอยู่เคียงข้างเธอทุกวันเลย
แต่เจียงชิ่นก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ฟู่เส้าตั๋วอยู่ไกลถึงภาคตะวันตกเฉียงเหนือ โครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เขาไม่มีทางปลีกตัวกลับมาได้หรอก
เจียงชิ่นถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับไปลุยงานทดลองที่ทำค้างไว้ต่อ
แบบแปลนของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถูกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่มันต้องการชิ้นส่วนประกอบที่มีความแม่นยำสูงมาก ด้วยระดับอุตสาหกรรมในปัจจุบัน จำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคและเอาชนะความท้าทายอีกมากมาย กว่าจะสามารถประกอบมันขึ้นมาเป็นรูปร่างได้จริง
ทว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เจียงชิ่นต้องมานั่งกังวล
ปัญหาความยากลำบากในขั้นตอนการผลิต ปล่อยให้พ่อของเธอกับวิศวกรคนอื่น ๆ ในโรงงานเครื่องจักรกลเป็นคนแก้ไป เธอแค่คอยรอประกอบชิ้นส่วนในขั้นตอนสุดท้ายก็พอ
แน่นอนว่างานนี้เจียงชิ่นไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยพ่อของเธอได้
ปัญหาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะผลิตมันออกมาได้ยังไง แต่อยู่ที่ว่าจะยกระดับมาตรฐานทางวิศวกรรมการผลิต เพื่อสร้างชิ้นส่วนอะไหล่ที่ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการออกมาได้อย่างไรต่างหาก
สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยการทดลองและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องของบรรดาวิศวกร เพื่อให้ได้มาซึ่งแผนงานที่ดีที่สุด
ตั้งแต่ตั้งท้อง เจียงชิ่นก็กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องดูแลเป็นพิเศษจากทุกคนในครอบครัว
แม่ฟู่ย่อมต้องหน้าบานเป็นจานเชิง ดีใจจนเนื้อเต้น แกขยันสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำของกินอร่อย ๆ มาบำรุงเจียงชิ่นทุกวัน ส่วนงานบ้านก็ไม่ยอมให้เจียงชิ่นแตะเลยแม้แต่นิดเดียว
เด็กทั้งสองคนเจียงชิ่นก็ไม่ต้องคอยดูแล เพราะมีแม่ฟู่กับฟู่ซานช่วยกันเลี้ยงดูให้
จ้านอวี้หมิ่นเองก็แวะเวียนมาหาอยู่บ่อย ๆ มานั่งคุยเป็นเพื่อนเจียงชิ่น พร้อมกับหอบหิ้วของกินมาให้ด้วย
ภายใต้การขุนอาหารอย่างต่อเนื่องของคุณแม่ทั้งสอง เจียงชิ่นรู้สึกว่าคางของตัวเองเริ่มจะกลมอวบอิ่มขึ้นมาซะแล้ว
เรื่องที่เจียงชิ่นตั้งท้อง ถึงขนาดไปกระเทือนถึงเบื้องบนเลยทีเดียว
ในเมื่อหวังเหิงซึ่งเป็นผู้ประสานงานไม่อยู่ในเมืองหลวง ผู้อำนวยการซ่งจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเดินทางมาหาเจียงชิ่นที่บ้านด้วยตัวเอง พร้อมกับหอบหิ้วข้าวของถุงเล็กถุงน้อยมาเป็นกองพะเนิน ซึ่งในนั้นล้วนเป็นของบำรุงสำหรับคนท้องทั้งสิ้น
"นี่มันเยอะเกินไปแล้วนะคะ"
พอเห็นข้าวของพวกนั้น เจียงชิ่นก็ตกใจจนตาโต
มันเยอะมากจริง ๆ จนห้องนั่งเล่นแทบจะไม่มีที่วาง ต้องเอามาวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ถึงจะยัดลงไปได้หมด
ผู้อำนวยการซ่งยิ้มพลางกล่าว "สหายเจียงชิ่น นี่เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเบื้องบนน่ะ คุณรับไว้เถอะนะ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงล่ะ"
จากนั้นเขาก็รีบเผ่นขึ้นรถแล้วบึ่งออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เจียงชิ่นได้ปฏิเสธ ราวกับกลัวว่าเธอจะไม่ยอมรับของไว้ยังไงยังงั้น
พอแม่ฟู่เห็นข้าวของที่กองสุมอยู่เต็มพื้น แกก็ตกใจแทบหงายหลังเหมือนกัน
"นี่ใครเอามาให้ล่ะเนี่ย ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้ ? โอ้โฮ นมผง มอลต์สกัด เครื่องดื่มช็อกโกแลต ไส้กรอกหมู น้ำตาลทรายแดง ไข่ไก่... มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย ต้องหมดเงินไปเท่าไหร่กันล่ะ"
ยังไงซะก็เป็นของที่เบื้องบนประทานให้ เจียงชิ่นจึงรับไว้ได้อย่างสบายใจไร้กังวล
เธอให้แม่ฟู่ช่วยขนของทั้งหมดไปเก็บจัดระเบียบไว้ในโกดังเล็ก
แม่ฟู่ไม่ยอมให้เธอลงมือช่วย แต่เจียงชิ่นดึงดันจะช่วยให้ได้ สุดท้ายก็เลยได้ช่วยหิ้วมอลต์สกัดไปแค่สองถุงเท่านั้น จัดเก็บข้าวของเสร็จสรรพ เธอกำลังตั้งใจจะไปตักน้ำมาล้างมือ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าลานบ้าน
วันนี้ช่วงบ่ายเจียงชิ่นไม่มีเรียน เธอจึงกลับมาบ้านก่อนเวลา
หยางหยางกับหน่วนหน่วนอยู่ที่บ้านคุณยาย ตอนนี้ที่บ้านจึงมีแค่เธอกับแม่ฟู่สองคนเท่านั้น
เจียงชิ่นนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครจะมาหาที่บ้าน คงไม่ใช่ว่าผู้อำนวยการซ่งวกกลับมาอีกรอบหรอกนะ ?
เหลือบมองไปทางโกดังเล็ก เห็นแม่ฟู่กำลังง่วนอยู่กับการจัดของ เจียงชิ่นจึงเดินไปเปิดประตูที่หน้าลานบ้านเอง
ประตูไม้ของลานบ้านเปิดออกพร้อมกับเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งสง่างามยืนอยู่หน้าประตู เจียงชิ่นก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยทีเดียว