- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 283 เป่าเพี้ยงเดียวก็ไม่เจ็บแล้วนะ
บทที่ 283 เป่าเพี้ยงเดียวก็ไม่เจ็บแล้วนะ
บทที่ 283 เป่าเพี้ยงเดียวก็ไม่เจ็บแล้วนะ
บทที่ 283 เป่าเพี้ยงเดียวก็ไม่เจ็บแล้วนะ
ตั้งแต่พวกผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติถูกตอกหน้าหงายไป พวกเขาก็ไม่กล้าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย เอาแต่หมกตัวหลบอยู่ในที่พัก มีแค่เกรดี้เท่านั้นที่ออกไปข้างนอกรอบหนึ่ง เขาไปโทรศัพท์ติดต่อกับทางสำนักงานใหญ่นั่นเอง
เรื่องการส่งคืนอุปกรณ์ทั้งชุดแบบนี้ เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจเองได้ จำเป็นต้องให้ทางสำนักงานใหญ่เป็นคนอนุมัติ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาต้องรีบรายงานเรื่องที่ประเทศจีนสามารถวิจัยและพัฒนาเตาหลอม CNC ออกมาได้แล้ว ให้ทางสำนักงานใหญ่รับทราบโดยด่วน
อุปกรณ์ CNC ถือเป็นทิศทางการวิจัยและพัฒนาในขั้นต่อไปของบริษัทพวกเขา แผนงานเพิ่งจะถูกกำหนดออกมา รอแค่จะเริ่มลงมือทำในปีหน้าเท่านั้น
ทว่าใครจะไปคาดคิดล่ะ ว่าทางฝั่งพวกเขาเพิ่งจะวางแผนเสร็จ ประเทศจีนกลับวิจัยและพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์ออกมาแล้ว !
หากรอจนเทคโนโลยีของจีนสุกงอม ถึงขั้นสามารถผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้ทีละมาก ๆ เมื่อถึงเวลานั้น แผนการวิจัยและพัฒนาของพวกเขาก็คงต้องพับเก็บโยนทิ้งน้ำไปโดยปริยาย
แต่นี่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงที่สุดหรอกนะ
ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ บริษัทของพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับประเทศจีนในเรื่องของการผลัดเปลี่ยนรุ่นอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไปจะต้องพ่ายแพ้ตั้งแต่จุดสตาร์ต และนับแต่นี้เป็นต้นไป พวกเขาก็จะไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันใด ๆ อีกเลย นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว !
ลำพังแค่คิด เกรดี้ก็รู้สึกขนลุกซู่ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั้งตัว
เขารีบรายงานสถานการณ์นี้ให้สำนักงานใหญ่ทราบทันที และก็เป็นไปตามคาด ทางสำนักงานใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งสั่งให้เขารั้งอยู่ในจีนต่อไป เพื่อสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังให้จงได้ ว่าจีนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ CNC ออกมาได้อย่างไร
ส่วนเรื่องการคืนสินค้านั้น หากอ้างอิงตามข้อตกลงในสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน คำเรียกร้องของทางจีนถือว่าสมเหตุสมผลทุกประการ หากต้องขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกัน บริษัทของพวกเขาก็ไม่มีทางชนะคดีเลยแม้แต่น้อย สำนักงานใหญ่จึงส่งสัญญาณให้เกรดี้ยอมรับการคืนสินค้า แต่ต้องหาทางทำให้จีนยอมตกลงร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างกัน เพื่อเปิดทางให้บุคลากรด้านเทคนิคของฝั่งพวกเขาเข้าไปประจำการได้
"บริษัทของเราเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์เหล็กกล้าที่ดีที่สุดในโลกนะ พวกคนจีนไม่มีทางหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมได้เท่าพวกเราอีกแล้วล่ะ คุณไปคุยกับพวกเขาได้เลย พวกคนจีนจะต้องกระดิกหางยอมรับข้อเสนอของคุณอย่างแน่นอน"
รองประธานฝ่ายเทคนิคของบริษัทกล่าวกับเกรดี้ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองอันคุ้นเคย
วางสายไป เกรดี้ก็รู้สึกปวดหัวตึบ ๆ
ด้วยความห่วงหน้าพะวงหลัง เขาจึงไม่ได้เล่าเรื่องที่ตัวเองถูกพวกคนจีนฉีกหน้ากลางคันจนย่อยยับให้รองประธานฟัง แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ ?
พวกคนจีนแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นว่าอยากจะสลัดพวกเขาทิ้ง เพราะอีกฝ่ายดันมีของที่ดีกว่าอยู่ในมือแล้วน่ะสิ ตอนนี้เขาไม่มีความมั่นใจเรื่องการร่วมมือบ้าบออะไรนั่นเลยสักนิด
ก็เหมือนที่ผู้บัญชาการเหยียนพูดนั่นแหละ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูสิ บริษัทของพวกเขาก็ไม่มีทางเอาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกไปร่วมมือกับบริษัทที่ล้าหลังกว่าหรอก
น่ากลุ้มใจชะมัดเลย
และก็เป็นไปตามที่เกรดี้คาดคิดไว้ไม่มีผิด ผู้บัญชาการเหยียนปฏิเสธข้อเสนอขอความร่วมมือของเขาไปอย่างเด็ดขาด ขนาดอุปกรณ์ยังไม่ยอมขายให้พวกเขาเลย แล้วจะยอมให้พวกใช้ข้ออ้างเรื่องความร่วมมือมาแฝงตัวเรียนรู้เทคโนโลยีได้ยังไงล่ะ
นี่มันตลกสิ้นดี พวกฝรั่งพวกนี้ใช้สมองส่วนไหนคิดกันเนี่ย ?
ผู้บัญชาการเหยียนเอาสัญญาออกมากางตรงหน้า ชี้ให้ดูข้อตกลงที่ระบุไว้ แล้วบีบให้เกรดี้ดำเนินการคืนสินค้าและคืนเงินเดี๋ยวนั้นเลย เกรดี้จนปัญญา ทำได้เพียงยอมดำเนินการตามขั้นตอนการคืนสินค้าและคืนเงินไปก่อน
หลังจากนั้นเขาก็พยายามจะตื๊อเรื่องความร่วมมือต่อ แต่กลับพบว่าแม้แต่หน้าของผู้บัญชาการเหยียน เขาก็ยังไม่ได้เห็นเลยด้วยซ้ำ
เพราะตอนนี้ผู้บัญชาการเหยียนยุ่งจนหัวปั่นเท้าเป็นระวิงไปหมดแล้ว
การส่งคืนอุปกรณ์นำเข้ากลับไปทั้งหมด อุปกรณ์ CNC ล็อตหลังจะถูกส่งมาทันเวลาหรือไม่ ย่อมส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตว่าจะสามารถดำเนินไปตามกำหนดการได้หรือเปล่า
ความกดดันอันหนักอึ้งนี้ทำเอาผู้บัญชาการเหยียนผมร่วงไปเป็นกำ ๆ เลยทีเดียว
ทว่าเจียงชิ่นกลับดูสงบนิ่งกว่าเขาเยอะ
หลังจากฝึกอบรมเรื่องเตาหลอม CNC เสร็จ เธอก็เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวงทันที เพื่อไปลุยงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ส่วนที่เหลือต่อ หวังเหิงเดินทางกลับไปพร้อมกับเธอ
ในวันที่ผู้บัญชาการเหยียนกำลังเจรจาต่อรองกับคณะของเกรดี้ หวังเหิงออกไปทำธุระที่ตัวอำเภอ พอกลับมาถึงได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น
เขาเห็นด้วยและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บัญชาการเหยียนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าพอกลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว เขาจะร่วมมือกับเจียงชิ่นเร่งจัดการอุปกรณ์ทั้งเซ็ตให้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
วันที่ต้องเดินทางกลับ ฟู่เส้าตั๋วขับรถจี๊ปของฐานการผลิตเหล็กกล้า มาส่งเจียงชิ่นและหวังเหิงด้วยตัวเอง
เมื่อก่อนเจียงชิ่นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาขับรถเป็น พอเห็นเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยในตำแหน่งคนขับ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"คุณขับรถเป็นด้วยเหรอ ? ไปหัดขับตอนไหนเนี่ย ? "
ฟู่เส้าตั๋วส่งยิ้มให้ "หัดขับตอนอยู่กองทัพน่ะ ไม่ได้ขับมาตั้งนานแล้ว ช่วงนี้ฐานขาดแคลนคนขับรถ บางทีผมก็เลยมาช่วยขับแทนให้บ้างน่ะ"
"อ๋อออ..."
เจียงชิ่นที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับลากเสียงยาว "ที่แท้วันนี้ก็เพราะไม่มีคนขับรถ คุณก็เลยมาทำหน้าที่แทนสินะ"
ฟู่เส้าตั๋วกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นแววตาหยอกเย้าซุกซนของเธอเข้าเสียก่อน จึงเข้าใจได้ทันทีว่าเธอจงใจแกล้งแหย่เขา
เขายกมือขึ้นขยี้หัวเธอเบา ๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู "วันๆ มัวแต่คิดอะไรอยู่เนี่ยหืม"
เจียงชิ่นเอียงคอหันไปมองเขา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับมีหยาดน้ำค้างเคลือบอยู่บาง ๆ
ฟู่เส้าตั๋วทนความน่ารักไม่ไหว ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บเบา ๆ บนริมฝีปากนุ่มละมุนของเธอไปหนึ่งที
"รอผมอยู่ที่บ้านนะ โครงการเฟสสองน่าจะเสร็จประมาณปลายปี ถึงตอนนั้นผมก็จะกลับไปแล้วล่ะ"
เจียงชิ่นไม่คิดว่าเขาจะใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้ เธอรีบหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยความเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก
โชคดีที่หวังเหิงกำลังยืนคุยอยู่กับผู้บัญชาการเหยียนและคนอื่น ๆ อยู่ข้างนอก พวกเขากำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ จึงไม่มีใครหันมามองที่รถ เจียงชิ่นยกมือขึ้นทุบไหล่ฟู่เส้าตั๋วไปหนึ่งอั้ก
กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ของเขาแข็งปั๋ง โดนทุบไปแค่นี้ก็เหมือนแค่เกาหมัดกัด แต่กลายเป็นเจียงชิ่นซะเองที่รู้สึกเจ็บมือที่ทุบลงไป
เธอถึงกับสูดปากร้องซี้ดออกมาเบา ๆ
ฟู่เส้าตั๋วรีบคว้ามือข้างที่เธอใช้ทุบเขามากุมไว้ คิ้วขมวดเข้าหากันทันที
"เจ็บมือใช่ไหม ไหนให้ผมดูหน่อยสิ"
เจียงชิ่นไม่ยอม พยายามจะชักมือกลับ แต่ออกแรงยื้อยุดอยู่หลายครั้งก็สลัดไม่หลุดสักที
ผิวบนหลังมือของเธอขาวจัด รอยแดงเถือกจากการกระแทกเมื่อครู่จึงดูเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
ฟู่เส้าตั๋วก้มหน้าลงเป่าลมเบา ๆ ตรงรอยแดงด้วยความปวดใจ "เป่าเพี้ยงเดียวก็ไม่เจ็บแล้วนะ คนเก่ง"
เจียงชิ่นชักอยากจะทุบเขาอีกสักรอบ "นี่คุณกำลังหลอกล่อเด็กอยู่หรือไง"
มุมปากของฟู่เส้าตั๋วคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง เขามองดูเธอพลางหัวเราะออกมา
ระหว่างทางที่ขับรถไปสถานีรถไฟในตัวอำเภอ หวังเหิงเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วถึงสิ่งที่ได้พบเห็นในฐานการผลิตเหล็กกล้าตลอดทาง แถมยังบอกอีกว่าพอกลับไปถึงแล้ว เขาจะเขียนรายงานเพื่อสะท้อนสถานการณ์ของที่นี่ให้เบื้องบนรับทราบ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้พวกฝรั่งหน้าแตกยับเยินนั่นแหละ ยิ่งต้องรายงานให้ละเอียดเลย
เขาพูดอยู่คนเดียวอย่างเมามัน ส่วนเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วก็ทำเพียงแค่นั่งฟังเงียบ ๆ
เป็นระยะ ๆ ระหว่างที่ขับรถ ฟู่เส้าตั๋วก็จะคอยเหลือบมองมาทางเจียงชิ่นอย่างรวดเร็วอยู่บ่อยครั้ง
ความสนใจทั้งหมดของเจียงชิ่นพุ่งเป้าไปที่เขาอยู่แล้ว เธอจึงหันไปมองสบตากับเขาทันที
สายตาของทั้งสองคนประสานกันกลางอากาศ สานสัมพันธ์รักใคร่หวานซึ้งจนยากจะละสายตาจากกันได้
เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง เจียงชิ่นก็ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ CNC ต่อทันที
เธอมุมานะทำงานหามรุ่งหามค่ำจนลืมกินลืมนอนไปครึ่งเดือนเต็ม ในที่สุดก็สามารถผลิตเครื่องต้นแบบของอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาได้อย่างละหนึ่งเครื่อง
ทางโรงงานเครื่องจักรกลก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทันทีที่แบบแปลนของเธอถูกส่งไป พวกเขาก็เดินเครื่องผลิตตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต้องการออกมา แล้วนำมาประกอบเป็นอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในการจัดส่งอุปกรณ์รอบที่สองนี้ เจียงชิ่นไม่ได้เดินทางไปด้วย
คราวที่แล้วที่ไป เธอได้ฝึกอบรมวิศวกรเอาไว้สิบคนแล้ว
เทคโนโลยีเฉพาะทางหลาย ๆ อย่าง เมื่อทะลุปรุโปร่งในเรื่องหนึ่ง ก็จะสามารถทำความเข้าใจเรื่องอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เมื่อพวกเขาสามารถควบคุมเตาหลอม CNC ได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว การเรียนรู้การใช้งานอุปกรณ์ชิ้นอื่น ๆ หลังจากนี้ก็จะรวดเร็วขึ้นมาก และพวกเขาก็สามารถคลำทางศึกษาทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเองแล้ว
อีกอย่าง เจียงชิ่นก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขางมเข็มในมหาสมุทรแบบมั่วซั่ว
เธอได้เขียนคู่มือการใช้งานสำหรับอุปกรณ์แต่ละเครื่องเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งในนั้นครอบคลุมตั้งแต่คำแนะนำการใช้งาน สาเหตุของความขัดข้อง ไปจนถึงข้อควรระวังในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม ฯลฯ
หากทำตามคู่มือการใช้งาน ก็จะไม่มีทางผิดพลาด แถมยังช่วยเพิ่มความเร็วในการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติได้อีกมหาศาลเลยทีเดียว