- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 275 ประโยชน์ของชิป
บทที่ 275 ประโยชน์ของชิป
บทที่ 275 ประโยชน์ของชิป
บทที่ 275 ประโยชน์ของชิป
รูปถ่ายล้างออกมาทีละสองใบ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ที่บ้านหมดแล้ว
ตอนที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองหลวง ฟู่เส้าตั๋วได้หยิบมาหนึ่งใบสอดเก็บไว้ในสมุดบันทึก
พอคิดถึงเธอมาก ๆ เขาก็จะหยิบออกมาดู
เขานั่งดูอยู่นานแค่ไหนก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดอ๊าดดังมาจากหน้าประตู
ฟู่เส้าตั๋วรีบสอดรูปถ่ายกลับเข้าไปในสมุดบันทึก แล้วเก็บเข้าลิ้นชักอย่างรวดเร็ว
ฉีหัวเย่เดินเข้ามา ในมือถืออ่างล้างหน้า มีผ้าขนหนูพาดคอ ผมยังเปียกชื้นอยู่เล็กน้อย
เขาเป็นรูมเมตของฟู่เส้าตั๋ว มาจากมหาวิทยาลัยเมืองหลวงเหมือนกัน และเรียนคณะเดียวกับฟู่เส้าตั๋ว
ทั้งคู่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เดิมทีตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่พอมาถึงภาคตะวันตกเฉียงเหนือแล้วได้พักอยู่ห้องเดียวกัน ตอนนี้เลยกลายเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้ว
พอฉีหัวเย่เข้าห้องมาปุ๊บก็ส่งเสียงดังลั่น "ได้ยินมาว่าจะมีการโยกย้ายนักศึกษาจากเมืองหลวงมาที่นี่อีกกลุ่มนะ แต่คราวนี้ไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าแล้ว เห็นว่าจะดึงมาจากมหาวิทยาลัยระดับรองล่ะ"
ระดับแนวหน้าหรือระดับรองที่เขาพูดถึง ก็คือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่พวกนักศึกษาในเมืองหลวงตั้งกันขึ้นมาเอง
มหาวิทยาลัยเมืองหลวงนั้น แน่นอนว่าต้องอยู่ในระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ด้อยลงมาหน่อย ถึงจะถูกจัดให้อยู่ในระดับรอง
"มีคนย้ายมาก็เป็นเรื่องดีนะ ฐานทัพเราต้องการวิศวกรอีกเยอะ ลำพังแค่จำนวนคนของเราตอนนี้ยังห่างไกลคำว่าพอหรอก" ฟู่เส้าตั๋วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่ชั้นวางอ่างล้างหน้า ตั้งใจว่าจะไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้านอนเหมือนกัน
"ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ มหาวิทยาลัยระดับรองคุณภาพนักศึกษาปะปนกันไปหมด ขอแค่ไม่ได้ส่งพวกที่ไม่มีความรู้ความสามารถมาก็พอ" ฉีหัวเย่พึมพำบ่นออกมา
ทางด้านชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องผลิตชิป ก็ถูกผลิตออกมาก่อนกำหนด ด้วยความทุ่มเทปั่นงานหามรุ่งหามค่ำของบรรดาวิศวกรในโรงงานเครื่องจักรกล
เนื่องจากชั่วคราวนี้ต้องการผลิตแค่ชิปสำหรับใช้ในอุปกรณ์ CNC เท่านั้น แถมยังต้องส่งไปที่ฐานการผลิตเหล็กกล้าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือทั้งหมด ดังนั้นจำนวนที่ต้องการจึงยังไม่มากนัก
สำหรับล็อตแรก เจียงชิ่นได้ปรึกษากับหวังเหิงและผู้อำนวยการโรงงานห่าว ว่าจะผลิตออกมาสักห้าเครื่องก่อน
พอผู้อำนวยการห่าวได้ยินว่าต้องการแค่ไม่กี่เครื่อง เขาก็รีบเสนอความเห็นทันที
"ขอแค่สายการผลิตเข้าที่เข้าทาง จะเอาสักกี่เครื่องก็ย่อมได้ ผมว่าพวกเราผลิตออกมาเยอะกว่านี้หน่อยดีไหมครับ ทั่วประเทศมีตั้งหลายพื้นที่ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีพื้นที่ละไม่กี่เครื่องนะ"
หวังเหิงฟังที่เขาพูดแล้วก็ชักจะคล้อยตาม
แต่ข้อเสนอนี้กลับถูกเจียงชิ่นปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
"ยังไม่ต้องผลิตเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ หลังจากนี้ฉันยังต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์อีก ตอนนี้เครื่องผลิตชิปที่ทำออกมายังหยาบเกินไป เอาไว้ทีหลังพอไม่รีบแล้ว ฉันจะค่อย ๆ ปรับปรุงมันอีกที"
คำพูดของเจียงชิ่น ทำเอาหวังเหิงและผู้อำนวยการห่าวถึงกับอึ้งไปเลย
ทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กตาปริบ ๆ
อะไรนะ เสี่ยวเจียงบอกว่ามันยังหยาบไป แถมยังปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อีกงั้นเหรอ ?
ศีรษะของทั้งสองคนหันขวับไปมองเครื่องผลิตชิปเครื่องแรกที่เพิ่งจะทดลองผลิตออกมาพร้อมกัน มองซ้ายมองขวา อุปกรณ์ออกจะสมบูรณ์แบบขนาดนี้ มันหยาบตรงไหนกันเนี่ย ?
สุดท้ายก็ต้องทำตามความเห็นของเจียงชิ่น ทางโรงงานเครื่องจักรกลจึงผลิตเครื่องผลิตชิปออกมาแค่ 5 เครื่องก่อน
พอมีเครื่องแรกแล้ว การผลิตเครื่องต่อ ๆ ไปก็ทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน เครื่องที่เหลืออีกสี่เครื่องก็ถูกผลิตออกมาจนครบ เมื่อรวมกับเครื่องต้นแบบก่อนหน้านี้ ก็ครบห้าเครื่องพอดิบพอดี
เครื่องผลิตชิปทั้งห้าเครื่อง เจียงชิ่นเป็นคนลงมือประกอบด้วยตัวเองทั้งหมด
หากพิจารณาจากความซับซ้อนของเครื่องผลิตชิป มันต้องอาศัยศาสตร์ความรู้จากหลายแขนงและบุคลากรจำนวนมหาศาล ไม่อย่างนั้นประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศ M ก็คงไม่ต้องระดมกำลังจากหลายหน่วยงานมาร่วมกันวิจัยและพัฒนาหรอก
ข่าวที่ว่ามหาวิทยาลัยเมืองหลวงสามารถประกอบเครื่องผลิตชิปได้สำเร็จ และกำลังจะเริ่มเดินสายการผลิตชิป ได้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าการแพร่สะพัดที่ว่านี้ หมายถึงแค่ในแวดวงวิทยาศาสตร์วงแคบ ๆ เท่านั้น ตอนแรกไม่มีใครกล้าเชื่อเลยสักคน ก็แหม เครื่องผลิตชิปเนี่ย ประเทศ M เพิ่งจะวิจัยและพัฒนาสำเร็จไปได้ไม่นานนี้เองนะ
แถมเครื่องของประเทศนั้นยังมีความแม่นยำระดับ 1 ไมโครเมตร
แต่เครื่องผลิตชิปของประเทศเรา กลับสามารถทำความแม่นยำได้ถึงระดับ 22 นาโนเมตรแล้ว !
นี่มันเป็นการก้าวกระโดดเชิงคุณภาพชัด ๆ จะไม่ให้ผู้คนตกตะลึงได้อย่างไร
ปัจจุบันในประเทศมีจำนวนชิปน้อยมาก การจะหาชิปมาใช้ภายใต้การปิดล้อมทางเทคโนโลยีของประเทศแถบตะวันตกนั้น เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ
ขนาดประเทศตะวันตกเองก็ยังเพิ่งจะเริ่มต้น มันถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงระดับความลับ แล้วพวกเขาจะปล่อยหลุดรอดมาถึงประเทศจีนได้ยังไง ก็พวกเขาเล่นมองประเทศจีนเป็นศัตรูมาตลอดเลยนี่นา
ทว่า ทั่วทั้งโลกตะวันตกคงคาดไม่ถึงเลยว่า หญิงสาวอายุน้อยของประเทศจีนคนหนึ่ง จะสามารถทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำได้ ให้สำเร็จขึ้นมาได้จริง ๆ
เจียงชิ่นจงใจให้หวังเหิงเรียกประชุมผู้นำจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงกระทรวงเครื่องจักรกลอีกหลายกระทรวง เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการพัฒนาชิปในอนาคต
เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะสามารถตัดสินใจเองได้คนเดียว ต่อให้เธอจะเป็นคนที่ทะลุมิติมาก็เถอะ
เพื่อการประชุมในครั้งนี้ เจียงชิ่นอุตส่าห์ยกคอมพิวเตอร์มาด้วยหนึ่งเครื่อง ในนั้นมีสไลด์ที่เธอทำเตรียมเอาไว้ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นข้อมูลกันแบบภาพรวมชัดเจน จะได้ถกเถียงเรื่องการพัฒนาชิปในอนาคตได้
พอถึงวันประชุม หลังจากดูสไลด์จบ บรรดาผู้นำระดับสูงถึงกับอึ้งค้างไปตาม ๆ กัน
ข้อมูลในคอมพิวเตอร์นั่นมันพูดถึงเรื่องอะไรกันเนี่ย ?
ชิป คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และประโยชน์การใช้งานที่หลากหลาย !
แต่ระดับบิ๊กบอสก็คือระดับบิ๊กบอส พวกเขาอึ้งไปแค่ไม่กี่วินาที ก็ตระหนักได้ทันทีว่าประโยชน์ของชิปนั้นมันมหาศาลมากขนาดไหน
เรียกได้ว่ามันสามารถชี้ชะตาทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของมวลมนุษยชาติ และความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของประเทศชาติในอนาคตได้เลยทีเดียว
มิน่าล่ะ ประเทศ M ถึงได้ต้องทุ่มเทสรรพกำลังของโลกตะวันตกทั้งหมด เพื่อสร้างเครื่องผลิตชิปขึ้นมาให้ได้
ในบรรดาผู้บริหารระดับสูง มีบางคนที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของการพัฒนาเครื่องผลิตชิปในต่างประเทศอยู่บ้าง พอได้เปรียบเทียบข้อมูลอุปกรณ์ของทั้งสองประเทศแล้ว แต่ละคนก็ถึงกับยิ้มกว้างจนหุบปากไม่ลง
"ดี ! ดีเยี่ยมไปเลย ! สหายเจียง การที่ประเทศชาติมีคุณ ถือเป็นความโชคดีของประเทศชาติจริง ๆ "
บางคนพูดไปพูดมา น้ำตาก็เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า
ประเทศชาติยากจนข้นแค้นมานานเกินไปแล้ว พอจู่ ๆ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บางอย่างดันก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำระดับโลกได้แบบนี้ ทุกคนก็เลยออกจะไม่ค่อยชินกันสักเท่าไหร่
ไม่สิ ไม่ใช่แค่บางอย่าง แต่เป็นหลาย ๆ อย่างเลยต่างหาก
แถมผลงานความสำเร็จทั้งหมดนี้ ยังล้วนมาจากฝีมือของสหายหญิงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี้ทั้งสิ้น
คำพูดเมื่อครู่นี้ ล้วนกลั่นออกมาจากความรู้สึกส่วนลึก เป็นการยอมรับในตัวเจียงชิ่นจากใจจริง
เจียงชิ่นคลิกเปิดสไลด์อีกไฟล์หนึ่ง เพื่อนำเสนอทิศทางการพัฒนาเครื่องผลิตชิปในอนาคตต่อหน้าบรรดาบิ๊กบอสทั้งหลาย
"นี่คือการพัฒนาชิปในอนาคตค่ะ เป้าหมายของเราคือการผลิตเครื่องผลิตชิปที่สามารถทำความแม่นยำได้ถึงระดับ 7 นาโนเมตร หรืออาจจะสูงกว่านั้น ในอนาคตชิปจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกแวดวงอุตสาหกรรม แทรกซึมเข้าสู่วิถีชีวิตในทุก ๆ ด้าน และจะช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ แต่ขอบเขตที่มันครอบคลุมได้นั้นกว้างเกินไป ลำพังแค่ฉันคนเดียวคงทำไม่ไหวแน่ ๆ ฉันมั่นใจว่าพวกเราทุกคนสามารถร่วมกันวิจัยเรื่องการนำชิปไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร หรือทางพลเรือนก็ตามค่ะ"
คำว่า 'ทางการทหาร' เข้าหูบรรดาผู้บริหารระดับสูงปุ๊บ ทุกคนก็ตระหนักได้ทันทีว่า ชิปแบบนี้ถ้านำไปใช้ในทางการทหารล่ะก็ มันจะต้องเป็นอาวุธสังหารที่ทรงอานุภาพมากแน่ ๆ
คนที่หัวไวหน่อยก็เริ่มมีไอเดียคร่าว ๆ ผุดขึ้นมาในหัวแล้ว
ภายในห้องประชุมพลันมีเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที ทุกคนต่างระดมสมองเสนอความคิดเห็นของตัวเอง แล้วก็ช่วยกันถกเถียงถึงความเป็นไปได้
ชั่วขณะนั้น บรรดาผู้นำระดับสูงแต่ละคนต่างก็มีสีหน้าเบิกบานกระตือรือร้น คุยกันไปคุยกันมาก็เริ่มตื่นเต้นฮึกเหิมกันสุด ๆ
การประยุกต์ใช้ชิปนั้นกว้างขวางมากจริง ๆ เล็กสุดก็ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไปจนถึงใหญ่ระดับกระสวยอวกาศ ล้วนต้องใช้มันทั้งสิ้น
เจียงชิ่นได้ยินคนพูดคุยถกเถียงกันเรื่องกระสวยอวกาศ เธอก็ได้แต่อมยิ้มไม่พูดอะไร
มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้ว่า ในโลกอนาคต ประเทศจีนได้ข้ามขั้นกระสวยอวกาศ แล้ววิจัยและพัฒนาเครื่องบินอวกาศออกมาได้โดยตรงเลยต่างหาก
ซึ่งมันเป็นยานพาหนะสำหรับบินที่นำมาใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพมากกว่ากระสวยอวกาศเยอะเลย
และก็เป็นเจ้านี่แหละ ที่พามนุษยชาติไปสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์ และเปลี่ยนให้ที่นั่นกลายเป็นสถานีถ่ายโอนสำหรับประเทศจีนในการบุกเบิกอวกาศ