- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 254: นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ !
บทที่ 254: นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ !
บทที่ 254: นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ !
บทที่ 254: นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ !
นี่มันอัจฉริยะ อัจฉริยะที่ราวกับเกิดมาเพื่อฟิสิกส์นิวเคลียร์โดยเฉพาะ ! ภายใต้ความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของศาสตราจารย์ลู่
"นักศึกษาเจียง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ครูขอเก็บไว้ที่ครูก่อนได้ไหม ? ครูอยากเอาไปให้เพื่อนของครูดูสักหน่อย เขาสนใจเรื่องพวกนี้มากเลยล่ะ"
เจียงชิ่นพยักหน้ารับทันที "ได้แน่นอนค่ะ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จะยกให้ศาสตราจารย์เลยก็ยังได้นะคะ"
"ไม่ได้ ๆ แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด" ศาสตราจารย์ลู่รีบโบกมือปฏิเสธ วิทยานิพนธ์จะมายกให้กันส่งเดชได้ยังไง ขืนทำแบบนั้นมันก็กลายเป็นการลอกเลียนแบบผลงานไปน่ะสิ
เจียงชิ่นแอบคิดในใจว่า 'วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ก็เขียนมาเพื่อให้พวกท่านดูอยู่แล้วนั่นแหละ ท่านเอาไปได้ฉันก็ดีใจแทบแย่แล้ว'
สาเหตุที่เธอเลือกเอาวิทยานิพนธ์มาให้ศาสตราจารย์ลู่ดู ก็เป็นเพราะเพื่อนของท่านคนนี้นี่แหละ
เพื่อนของศาสตราจารย์ลู่คนนี้ คือหัวหน้าวิศวกรของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน มีชื่อว่า 'เสิ่นหง'
เขาและศาสตราจารย์ลู่ ล้วนเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเรียนทุนรุ่นแรก ๆ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ และกลับมารับใช้ชาติหลังจากเรียนจบ
ตอนที่อยู่ต่างประเทศ เขาเรียนสายวิศวกรรมฟิสิกส์นิวเคลียร์ ด้วยเหตุนี้ ทางประเทศจีนจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเชิญตัวเขากลับมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เสิ่นหงได้สร้างผลงานและคุณูปการไว้มากมาย จนได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับสูง ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานครั้งนี้ เบื้องบนจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าวิศวกรโดยตรง
ประเทศจีนไม่เคยสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาก่อน เรียกได้ว่าเป็นกระดาษเปล่าเลยทีเดียว
ตอนนี้ทุกอย่างต้องเริ่มนับจากศูนย์ ความยากลำบากของงานนี้ทำเอาผมของเสิ่นหงร่วงเป็นกำ ๆ
ตอนนี้ภาพร่างของชิ้นส่วนหลัก ๆ อย่างเช่น เครื่องปฏิกรณ์ และอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์ยังเป็นแค่แบบร่างคร่าว ๆ ซึ่งต้องผ่านการถกเถียงและพิสูจน์ทฤษฎีจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อเลือกแบบที่เหมาะสมที่สุด
แค่เรื่องเครื่องปฏิกรณ์ ก็มีคนเถียงกันคอเป็นเอ็นแล้วว่าจะใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดันหรือแบบน้ำเดือดดี ทั้งสองแบบเป็นเครื่องปฏิกรณ์ที่ชาติตะวันตกนิยมใช้กันในปัจจุบัน ซึ่งต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
"ถ้าให้ผมพูดนะ สร้างแบบน้ำเดือดดีกว่า..."
"ไม่ได้ ยังไงแบบน้ำอัดความดันก็เชื่อถือได้มากกว่า..."
ทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันไม่ยอมหยุด ทำเอาสมองของเสิ่นหงปั่นป่วนกลายเป็นโจ๊กไปหมดแล้ว
"ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ ? "
แค่ประโยคเดียวจากเสิ่นหง ทั้งสองฝ่ายที่กำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงก็หุบปากฉับ หันมามองเขาเป็นตาเดียว แล้วก็ส่ายหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ต่อให้มี ด้วยระดับเทคโนโลยีของประเทศจีนในตอนนี้ก็ทำไม่ถึงหรอก
ในเวลานี้ ชาติตะวันตกกำลังปิดกั้นทางเทคโนโลยีกับประเทศจีน หากเทคโนโลยีของจีนต้องการจะพัฒนา ก็ทำได้เพียงพึ่งพาตัวเอง ค่อย ๆ ศึกษาวิจัยไปทีละก้าวเท่านั้น
และนี่... มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
ชาติตะวันตกพัฒนาล่วงหน้าประเทศจีนไปเป็นร้อยปี กอบโกยผลประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมไปเต็ม ๆ และในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ประเทศจีนกลับต้องดิ้นรนต่อสู้ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส
ในด้านเทคโนโลยี ประเทศจีนล้าหลังชาติตะวันตกไปถึงหนึ่งศตวรรษเต็ม ๆ
เสิ่นหงถอนหายใจยาว "สหายทั้งหลาย ในเมื่อไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ งั้นพวกเราก็อย่ามามัวนั่งเถียงกันให้เสียเวลาเลย ข้อเสนอของผมก็คือ เลือก..."
เสิ่นหงยังพูดไม่ทันจบ สหายหนุ่มคนหนึ่งก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้ามาจากข้างนอก แล้วกระซิบที่ข้างหูเสิ่นหงว่า "วิศวกรเสิ่นครับ ศาสตราจารย์ลู่จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งมาหาครับ บอกว่ามีเรื่องสำคัญมาก ต้องการพบคุณเดี๋ยวนี้เลย"
"เรื่องสำคัญมาก ? "
เสิ่นหงขบคิดคำสี่คำนี้อยู่ในใจ เขากับเหล่าลู่ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยไปเรียนต่อเมืองนอก คบหากันมาหลายสิบปี รู้นิสัยใจคอกันดี อีกฝ่ายเป็นคนสุขุมเยือกเย็นมาตลอด เวลาพูดจาอะไรก็มักจะรู้จักกาลเทศะเสมอ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินอีกฝ่ายใช้คำพูดที่ดูเร่งรีบและจริงจังขนาดนี้
อีกอย่าง เขาไม่ยอมสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งดี ๆ จู่ ๆ วิ่งโร่มาที่ฐานทัพไท่ซานทำไมกัน ?
เสิ่นหงเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที จึงบอกให้คนอื่น ๆ ทำงานในมือต่อไปก่อน ส่วนเขาขอตัวไปสักครู่เดี๋ยวมา
ทว่าการไป 'สักครู่' ของเสิ่นหงในครั้งนี้ กินเวลาไปเป็นชั่วโมงก็ยังไม่เห็นเงา
ภายในห้องรับรอง เสิ่นหงกำลังพลิกอ่านวิทยานิพนธ์ที่ศาสตราจารย์ลู่ยื่นให้ อ่านจบไปรอบหนึ่ง ก็อ่านซ้ำเป็นรอบที่สอง แต่เขาก็ยังคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไปอยู่ดี
"เหล่าลู่ นายบอกว่านี่คือวิทยานิพนธ์ที่เขียนโดยนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งจะเข้าเรียนได้ไม่นานงั้นเหรอ ? "
"ใช่ นักศึกษาคนนี้ชื่อเจียงชิ่น เป็นคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของประเทศ สอบเกาเข่าได้คะแนนเต็ม แถมยังเป็นคนเดียวในประเทศที่ได้คะแนนเต็มด้วย"
"คนคนนี้คืออัจฉริยะชัด ๆ ! " เสิ่นหงพึมพำ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หลาย ๆ จุดในวิทยานิพนธ์ให้ศาสตราจารย์ลู่ดู
"นายดูแนวคิดตรงนี้นะ มันคล้ายกับแนวคิดที่พวกเรากำลังร่างกันอยู่ตอนนี้เลย แต่ของหล่อนมันระดับสูงกว่ามาก เป็นการปรับแต่งและยกระดับแนวคิดทั้งหมดเลยล่ะ
"เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน แม่เจ้าโว้ย ช่างกล้าคิดจริง ๆ ! แต่นายอย่าเพิ่งปฏิเสธไปนะ แนวคิดของหล่อนเนี่ย ฉันดูแล้วมันเข้าท่าเลยล่ะ น่าเอาไปลองทดสอบดู”
"ส่วนเรื่องการออกแบบอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์ ก่อนหน้านี้พวกเราก็เคยคิดจะใช้แผนนี้เหมือนกัน แต่เพราะแก้ปัญหาเรื่องวัสดุไม่ได้ ก็เลยต้องล้มเลิกไป
"แล้วก็ยังมีเรื่องการจัดการอย่างเป็นมาตรฐานอีก คนเขาก็ยังอุตส่าห์คิดเผื่อไว้ให้ด้วย
"ถ้านี่ไม่ใช่อัจฉริยะ แล้วจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ ! "
ยิ่งพูด เสิ่นหงก็ยิ่งตื่นเต้น จนตอนท้ายเสียงดังลั่นจนแทบจะแก้วหูแตก
ศาสตราจารย์ลู่รู้จักนิสัยเพื่อนคนนี้ดี จึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรเลย ในตอนนี้ ตัวท่านเองก็กำลังปลาบปลื้มใจอยู่เหมือนกัน
"เป็นไงล่ะ ฉันขุดเจอสมบัติล้ำค่ามาให้นายใช่ไหมล่ะ ? "
เสิ่นหงตบต้นขาฉาดใหญ่ "เหล่าลู่ เดี๋ยวฉันจะนั่งรถไฟกลับปักกิ่งไปกับนายตอนนี้เลย ฉันจะต้องไปเจอหน้านักศึกษาคนนี้ด้วยตาตัวเองให้ได้"
"นักศึกษาคนนี้อะไรกัน คนเขามีชื่อมีแซ่นะ ชื่อเจียงชิ่น"
ศาสตราจารย์ลู่เอ่ยเตือนเพื่อนรัก เสิ่นหงตื่นเต้นเกินไปจนเมื่อกี้ลืมถามชื่อเจียงชิ่นซะสนิท
"เจียงชิ่น... ทำไมชื่อนี้มันคุ้นหูจังเลยนะ เหมือนฉันจะเคยได้ยินหัวหน้าหวังจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบ่นถึงบ่อย ๆ เอาเถอะ ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ฉันจะกลับมหาวิทยาลัยปักกิ่งไปกับนาย"
"เสี่ยวจาง ! "
เสิ่นหงตะโกนเรียกเสียงดังลั่นออกไปข้างนอก ไม่นาน ชายหนุ่มคนที่เข้ามาส่งข่าวเมื่อครู่ก็ปรากฏตัวขึ้น
"รีบไปซื้อตั๋วรถไฟกลับปักกิ่งเดี๋ยวนี้เลยนะ เอาเที่ยวที่เร็วที่สุดเลย"
เสี่ยวจางถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตกไปทันที "วิศวกรเสิ่น... คุณจะกลับปักกิ่งเหรอครับ ? "
โครงการเพิ่งจะเริ่มต้นแท้ ๆ แบบแปลนการออกแบบขั้นสุดท้ายก็ยังเคาะไม่เสร็จ แล้วทำไมจู่ ๆ วิศวกรเสิ่นถึงจะทิ้งงานไปล่ะ ? หรือว่าภารกิจก่อสร้างครั้งนี้มันยากเกินไป จนวิศวกรเสิ่นรับความกดดันไม่ไหวแล้ว ?
เสี่ยวจางรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก และสีหน้าของเขาก็แสดงออกมาชัดเจน
เสิ่นหงเห็นแล้วก็ทั้งขำทั้งโมโห "คิดอะไรอยู่น่ะฮะ ? ต่อให้งานมันจะยากแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางหนีทัพหรอกน่า เก็บความกังวลของนายกลับเข้ากรุไปเลย ฉันกับเหล่าลู่จะกลับปักกิ่งเพราะมีเรื่องสำคัญมาก ๆ ต่างหาก รีบไปซื้อตั๋วซะ ขืนชักช้าเดี๋ยวจะเสียการใหญ่เอาได้"
คราวนี้เสี่ยวจางไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านอะไรอีก รีบวิ่งแจ้นออกไปซื้อตั๋วรถไฟอย่างรวดเร็ว
เสิ่นหงตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ต้องเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องรับรองอีกพักใหญ่ กว่าอารมณ์จะค่อย ๆ สงบลงได้บ้าง
"เหล่าลู่อ่า นายว่านะ ถ้าฉันสามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานให้กลายเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ วันหน้าเวลาไปเข้าพบท่านผู้นำ ฉันก็จะสามารถยืดอกตบหน้าอกพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยใช่ไหม ว่าตัวเองทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว ? "
ศาสตราจารย์ลู่มองดูใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมของเสิ่นหง รู้สึกทำใจไม่ลงที่จะต้องสาดน้ำเย็นใส่ความฝันของเขา
"เหล่าเสิ่น วิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นทำได้แค่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเท่านั้นแหละ ในนั้นมีทฤษฎีหลายอย่างที่ก้าวล้ำนำยุคสมัยไปไกลมาก และดูเหมือนว่ามันจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำสำเร็จด้วย แต่... นายอย่าลืมสิว่า พวกเรายังไม่มี 'วัสดุ' มารองรับนะ ! "
คำว่า 'วัสดุ' สองคำนี้ ราวกับเป็นน้ำเย็นจัดหนึ่งกะละมัง ที่สาดรดลงมาดับความร้อนรุ่มของเสิ่นหงจนเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ
นั่นสินะ ไม่ว่าจะต้องการบรรลุเทคโนโลยีใด ๆ ก็ตาม ล้วนไม่อาจหลีกหนีคำว่าวัสดุไปได้พ้น
อย่างเช่นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันที่อธิบายไว้ในวิทยานิพนธ์ ซึ่งในนั้นถูกตั้งฉายาให้ว่า 'ดวงอาทิตย์เทียม'
ดวงอาทิตย์เทียม แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าอุณหภูมิมันต้องสูงจนน่าตกใจขนาดไหน มันสามารถพุ่งสูงทะลุหลักพันล้านองศาเซลเซียสได้เลยทีเดียว
ทว่าสำหรับประเทศจีนในตอนนี้ จะไปหาวัสดุที่สามารถทนความร้อนระดับพันล้านองศาแบบนั้นได้จากที่ไหน ? ต่อให้ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดไปกับการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้วยระดับความยากที่สูงปรี๊ดขนาดนี้ อย่างเร็วที่สุดก็คงต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี ถึงตอนนั้นดอกไม้ก็คงร่วงโรยไปหมดแล้ว
เมื่อตั้งสติได้ เสิ่นหงก็ยังคงยืนกรานที่จะกลับไปปักกิ่งให้ได้อยู่ดี
ตามคำพูดของเขา บุคลากรที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ยังไงเขาก็ต้องไปเจอหน้าให้ได้สักครั้ง และถ้าเป็นไปได้ เขายังอยากจะดึงตัวเจียงชิ่นให้เข้ามาร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการอำนวยการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานด้วย
ช่วงบ่ายวันนั้น เสิ่นหงกับศาสตราจารย์ลู่ก็ขึ้นรถไฟมุ่งหน้ากลับสู่ปักกิ่ง
ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรอเวลาเดินทางไปถึงจุดหมายอยู่บนตู้โดยสารรถไฟนั้น ทางฝั่งเจียงชิ่น ก็ได้เริ่มลงมือใช้เครื่องจำลอง เพื่อทดสอบหาวัสดุทนความร้อนสูงที่เหมาะสมกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันแล้ว
(หมายเหตุจากผู้แต่ง: เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งหมดในเรื่องนี้ ล้วนเป็นจินตนาการของผู้แต่ง ขอความกรุณาทุกท่านอย่าได้นำไปเชื่อมโยงกับความเป็นจริง และอย่าได้คิดมากจนเกินไป ขอบคุณค่ะ)